เนี่ยเทียนป้าพาถงอันอันย่องกลับเข้าเมืองจูเซียนมาอย่างเงียบๆ! ชายชุดคลุมดำที่จับตาดูเนี่ยเทียนป้าไม่ได้ตามมาด้วย เนี่ยเทียนป้าเองก็ไม่แยแส ขอเพียงฆ่าหวังเค่อได้ ตนก็จะมีเงิน ยังต้องกลัวถูกเ้าตำหนักเอาผิดอีก?
“ท่านเรียกว่าผู้ดูแลถง? ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเราลงมือกันเลยดีหรือไม่?” เนี่ยเทียนป้าชักจูง
ถงอันอันส่ายหน้า “หวังเค่อผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด! มันตื่นตัวระแวดระวังเหมือนจิ้งจอก! ขอเพียงพวกเราเผยตัวออกไป ย่อมเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น มันจะต้องหนีรอดไปได้แน่!”
“มิน่าเล่าท่านถึงให้ข้ากลับมาเงียบๆ กระทั่งต้องสวมชุดดำเพื่อไม่ให้ใครจำได้!” เนี่ยเทียนป้าเปลี่ยนสีหน้า
“ถูกแล้ว หวังเค่อวิ่งเต้นอยู่ในมือข้ามาหลายครั้ง ข้ามีหรือจะไม่เข้าใจมัน? คิดรับมือกับมัน ท่านต้องทำใจให้นิ่ง เวลาลงมือต้องรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด!” ถงอันอันเอ่ยอย่างขึงขัง
“นี่...!”
“หากข้าเดาไม่ผิด ท่านคงจะมีความบาดหมางกับหวังเค่อ หวังเค่อจะต้องให้คนไปจับตาดูละแวกตระกูลเนี่ยท่านแล้ว! ก่อนหน้านี้ที่พวกเรามานั้นไม่มีปัญหา แต่ทันทีที่พวกเราเปิดประตูจะต้องถูกจับคาหนังคาเขาแน่! ทันทีที่เื่ไปถึงหูหวังเค่อ มันก็จะเผ่นหนีไปเร็วยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก!” ถงอันอันเอ่ยเสียงหม่น
“งั้นจะทำยังไงกันดี?” เนี่ยเทียนป้านิ่วหน้า
“ตำแหน่งแน่ชัดของหวังเค่อท่านทราบหรือไม่?” ถงอันอันถามเสียงต่ำ
“ทราบ มันอยู่สวนหลังเรือนน้ำชากงอี้! ข้ายังให้คนไปจับตาดูมันไว้แล้ว กระทั่งรู้ด้วยซ้ำว่ามันพักอยู่ห้องไหน!” เนี่ยเทียนป้าพยักหน้า
“เยี่ยม ปิดล้อมเคหาสน์นั่นไว้ อย่าให้คนในตระกูลท่านเฉียดเข้าใกล้ พวกเราช่วยกันขุดอุโมงค์ไปให้ถึงสวนหลังเรือนน้ำชากงอี้ เมื่อโผล่ออกมาก็จะจับกุมหวังเค่อในคราเดียว! ไม่ให้โอกาสมันทันตั้งตัว ถูกจับในเสี้ยวพริบตา!” ถงอันอันเอ่ยเสียงต่ำ
“ผู้ดูแล พวกท่าน พวกท่านเป็สิบเอ็ดดวงธาตุทองคำเชียวนะ! ขุมกำลังระดับนี้ยังต้องระวังขนาดนี้ด้วยรึ?” เนี่ยเทียนป้าอุทาน
“นั่นย่อมแน่อยู่แล้ว ระวังเอาไว้ก็ไม่ผิดอะไรนี่ ยิ่งเป็เวลาสำคัญยิ่งต้องระวังตัวให้มาก! ตัวอย่างเหยื่อใกล้ปากเป็ดสุดท้ายกลับหลุดลอยมีตั้งเท่าไร!” ถงอันอันเอ่ยเสียงต่ำ
“ช่างใส่ใจนัก! คนของเ้าตำหนักล้วนแต่เป็ผู้มีพร์โดดเด่น ผู้ดูแลถง พวกท่านกระทำการได้ใส่ใจนัก!” เนี่ยเทียนป้าพยักหน้าสีหน้าว่างเปล่า
“แน่อยู่แล้ว รีบเตรียมตัวกันเถอะ!” ถงอันอันเอ่ยเสียงขรึม
นอกเมืองจูเซียน ยอดเขาสูงลูกหนึ่ง
จางเสินซวีมองศิษย์น้องที่ขี่กระเรียนเข้ามา
“หาพบแล้ว?” จางเสินซวีอุทาน
“ขอรับ เป้าหมายอยู่ที่เมืองจูเซียน! พวกเราไม่กล้าแหวกหญ้าให้งูตื่นกลัวว่ามันจะหนีไปซะก่อน ศิษย์พี่จะให้ทำยังไงดีขอรับ?” ศิษย์น้องคนนั้นเอ่ยถามหน้านิ่วคิ้วขมวด
“เมืองจูเซียน? ถึงกับซ่อนตัวอยู่ที่เมืองจูเซียน? ทำไมข้าถึงได้คิดไม่ถึงกันนะ? บัดซบ!” จางเสินซวีขุ่นข้องหมองใจ
ตนปะทะกับหวังเค่อมาตั้งกี่ครั้ง ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นที่เมืองจูเซียน แต่ทำไมตนกลับลืมเสียได้? ไม่ ไม่ใช่ว่าลืม แต่ตนคิดไม่ถึงต่างหากว่าหวังเค่อมันจะกล้ากลับไปที่นั่น
“รีบกลับไปตามตัวพี่สาวข้าที่พรรคอีกาทองคำ! แล้วก็ไปบอกพวกที่อยู่รอบๆ ว่าให้ตามข้าไปรวมตัวที่เมืองจูเซียน! เราจะไปจับตัวบัดซบหวังเค่อด้วยกัน!” ั์ตาของจางเสินซวีสาดประกายตื่นเต้นยินดี
“ทราบ!”
“แกว้ก!” “แกว้ก!”
กระเรียนสองตัวพาคนทั้งสองมุ่งหน้าไปสองทิศทางด้วยความเร็วสูง
เรือนน้ำชากงอี้!
ฟ้ามืดลงแล้ว
หวังเค่อและจางเจิ้งเต้ากำลังนั่งอยู่ในห้อง
จางเจิ้งเต้ามองหวังเค่อด้วยสีหน้าว่างเปล่า “หวังเค่อ นี่น่ะหรือกับดักที่เ้าเตรียมใช้ตอบโต้พวกมัน? เตียงหลังใหญ่?”
จางเจิ้งเต้าได้ยินว่าหวังเค่อตั้งใจจะวางกับดักเล่นงานจางเสินซวี ตอนกลับมาก็ไม่ได้คิดอะไร ปล่อยให้หวังเค่อพาคนไปจัดการตลอด่บ่าย อีกฝ่ายเพิ่งจะเรียกตนมาดูกลไกกับดักที่ตระเตรียมไว้นี่เอง
เตียงหลังใหญ่? หวังเค่อนั่งอยู่บนเตียง!
“ใช่ เป็เ้านี่แหละ!” หวังเค่อพยักหน้ารับ
“เ้าคิดจะใช้ผ้านวมเอาชีวิตจางเสินซวีรึยังไง?” จางเจิ้งเต้าทำหน้างง
“ใช่ว่าจะต้องเป็จางเสินซวีเสมอไป บางทีอาจเป็จางหลี่เอ๋อร์ก็ได้!” หวังเค่อส่ายหน้า
จางเจิ้งเต้า “…!”
เ้าบอกว่าจางหลี่เอ๋อร์เคยยั่วสวาทเ้า เ้าก็เลยจะตอบโต้? ตอบโต้ด้วยการใช้เตียง!? เ้าไม่กลัวถูกนางซ้อมจนตายเลยรึ!? ถ้าเกิดจางเสินซวีมาแทน เ้าจะทำยังไง? ยังจะใช้เตียงอีกไหม?
“นี่คือกับดักที่ข้าสิ้นเปลืองสมองขบคิดมาครึ่งค่อนวัน รับรองว่าต้องไม่มีปัญหา!” หวังเค่อเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย! แม่งเอ๊ย เ้ามันจะหน้าหนาไร้ยางอายเกินไปแล้ว เ้าคิดว่าจางหลี่เอ๋อร์้าหลับนอนกับเ้าจริงๆ รึไง!” จางเจิ้งเต้าทำหน้าพิลึกพิลั่น
“แน่อยู่แล้ว นางไม่เพียงคุกคามทางเพศ แต่ยังไล่ตามข้าไม่ลดละ การที่ข้ามานอนทอดหุ่ยอยู่บนเตียงจะทำให้นางลดความระวังตัวได้ดีที่สุด! แน่นอน ต่อให้เป็คนอื่นมาผลก็เหมือนกัน! ข้าใช้ตัวเองเป็เหยื่อทั้งทีพวกมันจะต้องหลงข้ากันหัวปักหัวปำแน่!” หวังเค่อเอ่ยอย่างมั่นหน้ามั่นโหนก
จางเจิ้งเต้าเงียบไปพักใหญ่
“เป็อะไร? ทำหน้าทำตาอะไรของเ้า?” หวังเค่อเอ่ยอย่างเคลือบแคลง
“ถ้าเกิดพวกมันแห่กันมาเป็โขยง เตียงเ้าหลังนี้คงพังถล่มกันพอดี!” จางเจิ้งเต้าทำหน้าพิลึก
หวังเค่อชะงักไป พลันเข้าใจความหมายของจางเจิ้งเต้าขึ้นมา
“บัดซบ เ้าคิดว่าข้ากำลังเสียสละร่างกายตัวเองอยู่รึ? ไอ้สมองกลวง ที่เล่นละครปลอมตัวอยู่ทุกวันทำไปเพื่ออะไร? ทั้งหมดล้วนมาจากรสนิยมหนักพรรค์นี้ของเ้า?” หวังเค่อหน้าดำ
“แปลว่าอะไร?” จางเจิ้งเต้าทำหน้างง
“มา เ้าลองโจมตีข้าดู!” หวังเค่อเอ่ยเสียงต่ำ
“อ๋า? อย่าบอกนะว่ายังมีสิ่งที่ข้าไม่รู้อยู่อีก?” จางเจิ้งเต้าชะงักไป
ระหว่างที่พูดจางเจิ้งเต้าก็เดินเข้าหาหวังเค่อ
“แคร่ก!”
ใต้ฝ่าเท้าของคนทั้งสองจู่ๆ ก็มีเสียงดังลั่นเหมือนพื้นพังถล่ม
เตียงหลังใหญ่ที่หวังเค่ออยู่กับพื้นรอบๆ ตัวมันพลิกตัวกะทันหัน
“นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน?” จางเจิ้งเต้าอุทาน
“ตูม!”
จางเจิ้งเต้าพลัดตกลงไปในหลุมดำขนาดใหญ่
“ปง!”
ทันใดนั้นคล้ายมีเถาวัลย์บางอย่างเข้ามาเลื้อยรัดตนเอง ก่อนที่ตลอดทั้งตัวต้องสั่นเทิ้มเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าสถิต
“หวังเค่อ” จางเจิ้งเต้าร้อง
“เอาละ พอได้แล้ว ไม่มีอะไร! คนกันเอง!” หวังเค่อะโ
จากนั้นกระแสไฟรอบตัวจางเจิ้งเต้าก็หายไปดื้อๆ
หวังเค่อนำมุกจันทร์ราตรีออกมาส่อง จางเจิ้งเต้าถึงค่อยเห็นว่านี่เป็ห้องลับใต้ดินแห่งหนึ่ง
“นี่มัน...?” จางเจิ้งเต้าอุทาน
“ห้องลับนี้อยู่ใต้ห้องที่ข้าอยู่พอดี เ้าลองมองเพดานดูสิ!” หวังเค่อชี้
จางเจิ้งเต้าเงยหน้าตามที่บอก แต่กลับพบว่าเพดานคือเตียงหลังใหญ่ โต๊ะหัวเตียงกับข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ล้วนอยู่ในสภาพกลับหัวกลับหาง
“แกร๊กๆๆ!”
หวังเค่อโบกมือคราหนึ่ง เพดานพลันพลิกตัว จากนั้นเตียงหลังใหญ่กับโต๊ะหัวเตียงทั้งหมดล้วนพลิกกลับมาตามเดิม
“ข้าทำการปรับปรุงพื้นห้องนอน้าใหม่! ขอเพียงมีคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนข้าเมื่อไหร่พื้นก็จะพลิกตัวตามคำสั่งข้าได้ทันที แล้วคนทั้งหมดในห้องก็จะตกลงไปในห้องลับ ไม่ว่าใครก็ตาม!” หวังเค่อเอ่ยอย่างมั่นใจ
“แล้วไงต่อ?” จางเจิ้งเต้ามองเถาวัลย์ที่รัดเกี่ยวร่างตนเองอย่างสงสัยใคร่รู้
“นี่คือแส้เทพอสนี เ้าลืมไปแล้วรึ? ของวิเศษขอบเขตทารกแกนิญญาที่ถงอันอันใช้ตอนที่เราจับมันได้ที่อาคารเสินหวังเมื่อไม่นานมานี้ไง!ข้านำมันมาใช้ที่นี่ ขอเพียงพลัดตกลงไปก็จะถูกแส้เทพอสนีเข้าพัวพัน! ใครก็ไม่อาจดิ้นหลุด!” หวังเค่อเอ่ยอย่างมั่นใจ
“มีคนใช้แส้เทพอสนีในห้องลับ?” จางเจิ้งเต้าเลิกคิ้วสูง
“มิผิด สมุนของข้าระดับฝีมือต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปหน่อย เวลาใช้จึงไม่ได้ประสิทธิภาพ ดังนั้นก็เลยให้เ้าทำหน้าที่นี้แทน เ้าจงใช้แส้เทพอสนีซะ ทั้งหมดมีสิบเอ็ดอัน หนึ่งหลักสิบรอง เ้าไม่มีปัญหาใช่ไหม?” หวังเค่อถาม
จางเจิ้งเต้ามองหวังเค่อด้วยสีหน้าว่างเปล่า แม่งเอ๊ย ความคิดเน่าๆ แบบนี้เ้าก็ยังจะคิดออกมาได้?
“เ้าใช้ขอบเขตดวงธาตุทองคำกระตุ้นใช้งานของวิเศษขอบเขตทารกแกนิญญารับมือกับขอบเขตดวงธาตุทองคำที่ตกลงมาในกับดัก จะต่างอะไรกับการเล่นสนุก?” หวังเค่อว่า
จางเจิ้งเต้าเงียบไปพักหนึ่งก่อนพยักหน้า “ได้ เื่นี้ข้าจะช่วยเ้าเอง แต่เลี่ยงไม่ให้ถูกทวงแค้นเอาภายหลัง ข้าจะต้องปิดหน้าปิดตา แล้วก็เมื่อได้กำไรรวบยอดส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งเป็ของข้า!”
“ตกลงตามนั้น! เ้าก็รออยู่ในห้องลับไป ส่วนข้าจะงีบสักหน่อย!” หวังเค่อเอ่ยเสียงขรึม
“ได้!” จางเจิ้งเต้าพยักหน้า
พนักงานเรือนน้ำชากงอี้คนหนึ่งขยับตัวเข้ามาส่งแส้เทพอสนีให้กับจางเจิ้งเต้าอย่างเคารพ
“แปะ แปะ!”
หวังเค่อตบมือ เพดานห้องลับพลิกตัวอีกครั้ง พลิกเตียงหลังใหญ่้าลงมา หวังเค่อกับพนักงานคนนั้นะโขึ้น้า จากนั้นเพดานห้องลับก็พลิกตัวอีกรอบ หวังเค่อก็ออกจากห้องลับกลับไปยังห้องนอนเดิม
“ท่านประมุข ผู้น้อยขอตัวก่อน!” พนักงานคนนั้นถอยออกไปจากห้องนอน
หวังเค่อจัดเตียงเสร็จก็ตระเตรียมเข้านอน
“จางหลี่เอ๋อร์? จางเสินซวี? ฮึ่ม ครั้งนี้ไม่ว่าพวกเ้าคนไหนที่มา ข้าจะให้บทเรียนแสนหลาบจำแก่พวกเ้าเอง!” หวังเค่อตั้งหน้าตั้งตาคอย
ภายในห้องลับด้านล่าง จางเจิ้งเต้าลองใช้แส้เทพอสนี
“เปรี๊ยะๆๆ!”
“แส้เทพอสนีนี่มันยังไง? เล่นงานผู้อื่นหนึ่งพัน ทำร้ายตัวเองแปดร้อย แม้แต่ตัวข้าเองก็โดนไฟช็อตไปด้วย!? ซี๊ดด! ชาไปหมดแล้ว!” จางเจิ้งเต้าอุทาน
รอบด้านมีแต่ความมืดสนิท สีหน้าของจางเจิ้งเต้าอัปลักษณ์ไม่น่าดูถึงขีดสุด
“หวังเค่อ ไอ้ตัวบัดซบ เ้าไม่เห็นจะบอกข้าเลยว่าแส้เทพอสนีนี้ไฟรั่ว!?” จางเจิ้งเต้าก่นด่าสาปแช่ง
แต่ตอนนี้ที่นี่มีมันอยู่เพียงคนเดียว จางเจิ้งเต้าได้แต่กล้ำกลืนความคั่งแค้นใจไว้
“ของวิเศษรั่วๆ พรรค์นี้ เ้าไม่ยอมบอกกล่าวให้ชัดเจน รอได้ผลประโยชน์เมื่อไหร่ข้าจะขอส่วนแบ่งเพิ่ม!” จางเจิ้งเต้าฉุนเฉียว
มีแต่ต้องรีดเอาทรัพย์จากหวังเค่อเท่านั้น ไม่งั้นตนก็ต้องรับความน่าอดสูนี้อย่างเสียเปล่าน่ะสิ?
กล้ำกลืนความคับแค้นใจ จางเจิ้งเต้าซ่อนตัวอยู่ตรงมุมมืด กระจายแส้เทพอสนีไปทั่วหย่อมบริเวณ
รอ!
หวังเค่อรอมือลอบสังหาร! จางเจิ้งเต้ารอคอยผลประโยชน์! ทั้งสองต่างเฝ้ารออย่างเงียบๆ
เมื่อจันทร์อ่อนแสงลมพัดสูง ขบวนขุดอุโมงค์ที่ประกอบไปด้วยดวงธาตุทองคำก็ขุดไล่มาั้แ่ตระกูลเนี่ยจนถึงข้างใต้เรือนน้ำชากงอี้
ถงอันอันมองพื้นตรงหน้า
“ผู้ดูแลถง น่าจะเป็ตรงนี้แหละ!” เนี่ยเทียนป้ากระซิบบอก
“้านี่น่ะรึ?” ถงอันอันถามเสียงต่ำ
“ใช่! เมื่อกี้ข้าให้คนไปสืบดูอยู่ไกลๆ มาจนแน่ชัด หวังเค่ออยู่ในห้องนอน้านี่เอง! มันกำลังพักผ่อนอยู่!” เนี่ยเทียนป้ารับรอง
“ดี วิเศษ พวกเราต้องขุดให้ตื้นสักหน่อยหวังเค่อมันจะได้ไม่ตื่นตัว ตอนนี้ค่อยๆ ขุดกันไป ระวังล่ะ!” ถงอันอันกำชับเสียงต่ำ
“ทราบ!” แก๊งหัวโล้นกล่าวรับคำ
“ข้าจะไปดูด้านนอกหน่อย!” เนี่ยเทียนป้าย้อนกลับทางเดิมเพื่อไปสอบถามสถานการณ์ภายนอก
ฉึกฉึกฉึกฉึก...!
พวกถงอันอันค่อยๆ ก้มหน้าก้มตาขุดอุโมงค์ขึ้นไป้าอย่างระมัดระวัง เศษฝุ่นเศษดินร่วงโปรยลงมาทีละน้อยๆ และแล้วถงอันอันก็หยุดมือ
“ไม่ถูกต้อง! นี่ขุดมาถึงยอดแล้วรึ? เหมือนจะเหลือระยะทางอีกหน่อยไม่ใช่รึ?” หัวโล้นคนหนึ่งอุทาน
ถงอันอันนิ่งคิดอยู่สักพัก “ห้องใต้ถุน หวังเค่อมีห้องใต้ถุนอยู่ใต้ห้องนอน?”
“อ๋า?”
“ไม่เป็ไร พวกเราขุดทะลุไปเลย ทะลุไปให้ถึงห้องลับ เล่นงานหวังเค่อไม่ให้มันได้ตั้งตัว!” ถงอันอันเอ่ยเสียงต่ำ
“ทราบ!” แก๊งหัวโล้นตอบรับคำ
ไม่นานรูขนาดหนึ่งคนมุดก็ปรากฏสู่สายตา พวกถงอันอันค่อยๆ มุดตัวเข้าไปในห้องใต้ถุน
แต่นั่นใช่ห้องใต้ถุนเสียที่ไหน! นั่นคือกับดักที่หวังเค่อเตรียมไว้รอจางเสินซวีต่างหาก
ห้องลับนี้มืดสนิท จางเจิ้งเต้ากำลังซ่อนตัวอยู่ตรงหลืบห้อง กลั้นใจกุมแส้เทพอสนีเฝ้ารอ่เวลาที่เพดานห้องพลิกตัว รอให้กลุ่มคนพลัดตกลงมา
แต่หลังจากรอแล้วรอเล่า รอจนจางเจิ้งเต้าแทบผล็อยหลับไป ้ากลับไม่มีการเคลื่อนไหว ตรงกันข้ามห้องลับนี้กลับมีเสียงฉึกฉึกซู่ซู่ดังมาจากตรงกึ่งกลาง
จากนั้นแสงไฟก็ส่องเข้ามาจากด้านล่าง
เป็เพราะจางเจิ้งเต้าอยู่ในความมืดมาครึ่งค่อนวันแล้ว มันจึงมองเห็นชุดคลุมดำร่างแล้วร่างเล่ามุดโผล่ออกมาจากด้านใต้ได้ชัดเจน
“นี่มันสถานการณ์แบบไหน? พวกจางเสินซวีขุดอุโมงค์เข้ามา? พวกมันเดาออกว่าห้องนอนหวังเค่อมีกับดักก็เลยเจาะเข้ามาจากตำแหน่งที่ต่ำกว่า? ประชันสมองประชันฝีมือกับหวังเค่อ?” จางเจิ้งเต้ารำพึงอย่างเหม่อๆ
เงาดำร่างแล้วร่างเล่าปีนป่ายกันขึ้นมา
เป็เพราะว่าก่อนหน้านี้พวกถงอันอันใช้ไฟส่องอุโมงค์ ดังนั้นเมื่อเข้ามาในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทจึงไม่อาจพบเห็นจางเจิ้งเต้าที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดได้
หลังจากคนทั้งหมดปีนป่ายกันขึ้นมาแล้ว เมื่อนั้นถึงค่อยเกิดความคิดสอดส่องดูรายละเอียดภายในห้อง
“ไอ๊โหย นี่ข้าเหยียบถูกเชือกงั้นรึ?” หัวโล้นคนหนึ่งรำพึงด้วยความพิศวง
“ลดเสียงหน่อย เ้าอยากให้หวังเค่อรู้ตัวรึไง! ไอโหย ข้าเองก็เหยียบถูกเชือกเหมือนกัน!” หัวโล้นอีกคนอุทาน
“จุดคบเพลิงอีก!” ถงอันอันสั่ง
จุดคบเพลิงอีก? งั้นข้าไม่ถูกจับได้กันพอดีรึไง? จางเจิ้งเต้าคอยต่อไปไม่ได้อีก
“ตูม!”
แส้เทพอสนีที่กระจายตัวอยู่เต็มห้องลับพลันถูกอัดพลังเข้าไปอย่างสุดแรงเกิด
แส้เทพอสนียืดขยายได้ ดังนั้นก่อนหน้านี้หวังเค่อได้จัดเตรียมพวกมันไว้เต็มห้องแต่แรก ทันทีที่จางเจิ้งเต้าลงมือ ทุกคนภายในห้องลับคล้ายถูกพันหมื่นเถาวัลย์รัดเกี่ยวร่างในพริบตา
ประหนึ่งตาข่ายั์ครอบฟ้าคลุมดินเข้ารัดพันพวกถงอันอันไว้ในพริบตา
ถงอันอันไหนเลยจะคาดคิด ตนอุตส่าห์ย่องเข้ามาในห้องใต้ถุนแบบระวังตัวสุดขีดแต่ก็ยังถูกซ้อนแผนสวนกลับได้อีก! นี่ นี่ผิดหลักวิทยาศาสตร์สิ้นดี!
“อ๊ากก!” “แย่แล้ว เราถูกซุ่มโจมตี!” “ติดกับแล้วว!”
.........
กลุ่มดวงธาตุทองคำแหกปากลั่น
“อสนีจงมา!” จางเจิ้งเต้าครางเสียงต่ำ
“เปรี๊ยะๆๆๆ แซ่ดๆๆๆ!”
ครั้นแล้วแส้เทพอสนีก็ส่งกระแสไฟนับพันหมื่นออกไปภายใต้คำสั่งของจางเจิ้งเต้า
“อ้ากก~~~~~~!”
ถงอันอันและพวกถูกกระแสไฟแล่นเข้าร่าง ภายใต้กำลังไฟฟ้าสูง พวกมันล้วนต้องร้องระงมเสียงหลง
จางเจิ้งเต้าที่ถูกกระแสไฟรั่วเองก็ตัวสั่นไปทั้งร่าง
“ซู๊ดด ชา ชาไปหมด ซี๊ดด ชาไปทั้งตัวแล้ว!” จางเจิ้งเต้าซู๊ดซี๊ด
จางเจิ้งเต้าโดนแค่ไฟรั่วเล็กน้อย แต่พวกถงอันอันโดนไฟฟ้าแรงสูงเต็มกำลัง! พวกมันพากันร้องโอดโอยจ้าละหวั่น
“อ้ากกกก!” ถงอันอันและพวกร้องแรกแหกกระเชอ
“อู้วว ชาๆๆๆๆ!” จางเจิ้งเต้าเองก็ร้องไปกับเขาด้วย
จางเจิ้งเต้าในตอนนั้นนึกเสียใจอย่างล้นเหลือ กระแสไฟรั่วนี้เลวร้ายนัก ตนไม่กล้าหยุดมือเด็ดขาด ทันทีที่หยุดคนพวกนี้ก็จะกลายเป็อิสระ? นั่นไม่เท่ากับชะตาขาดพอดีรึ?
“หวังเค่อ รีบมาเร็ว! ชาจะแย่แล้ว! เร่งมือหน่อย!” จางเจิ้งเต้าะโ
เปรี๊ยะๆๆ!
………
อ้ากกกกกกกกกกกกก!
……
ชาหมดแล้ว!
…
……
ภายในห้องลับเกิดเสียงดังต่อเนื่องตามกันไม่หยุดหย่อน
้าห้องลับ ภายในห้องนอนของหวังเค่อ หวังเค่อกำลังนอนอยู่บนเตียง สีหน้าอัปลักษณ์ไม่น่าดู
“จางเจิ้งเต้าทำอะไรของมัน? แม่งเอ๊ย ให้เ้าดักซุ่มเงียบๆ ไม่ให้ส่งเสียงเล็ดรอด แต่ตอนนี้กลับมีเสียงเปรี้ยงปร้างอู้ยอ๊าวกระตู้วู้? ข้าให้เ้าไปดักซ่อน! เ้ากลับเต้นจ้ำบ๊ะ? นี่ข้าจะพึ่งเ้าไม่ได้เลยใช่ไหม!” หวังเค่อถีบตัวขึ้นจากเตียง สีหน้าไม่น่าดู
ใต้เตียงกำลังสุดสวิงริงโก้กันขนาดนี้ แล้วข้าจะหลอกล่อจางเสินซวีให้มาติดกับได้ยังไง!? เ้าเล่นสร้างบรรยากาศพิลึกพิลั่นแบบนี้ แล้วจะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ไหน?
