กลางดึก ณ เมืองโบราณหินมรกต สำนักภูตผี
หลังจากที่ภูตผีปีศาจถอนกำลังไปจากสำนักภูตผี เมืองโบราณหินมรกตก็ได้ต้อนรับความสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเจอมานาน ลูกศิษย์สำนักภูตผีที่รอดชีวิตมาจากภัยพิบัติ หากไม่ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพรากเพราะคนที่สนิทชิดเชื้อตายไป ก็ตั้งใจฝึกบำเพ็ญตบะเตรียมรอรับการท้าทายครั้งใหม่
ผู้แข็งแกร่งของวังยมบาล สำนักโลหิตและสำนักภูตผีต่างก็กำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดกับฝ่ายในของสำนักว่าควรจะเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากอีกแปดอาณาจักรอย่างไร
ส่วนเนี่ยเทียนเมื่อได้รับการจัดการจากโจวอี้ก็ได้มาอาศัยชั่วคราวอยู่ในที่พักแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองโบราณหินมรกต
ส่วนเรือนกายของโครงกระดูกปีศาจเืก็วางอาบแสงจันทร์อยู่ในลานบ้านที่กว้างใหญ่แห่งนี้
ในบ้านพักที่แง้มประตูเอาไว้ เนี่ยเทียนนั่งนิ่งอยู่ภายใน มือถือคัมภีร์เล่มหนึ่ง ซึ่งคัมภีร์เล่มนี้หลีจิ้งเป็คนมอบให้เขาก่อนที่จะจากไป นาง้าให้เขาตั้งใจศึกษามัน
คัมภีร์นี้มีชื่อว่าเวทหลอมโลหิต
เวทหลอมโลหิตคือคาถาวิเศษอันเป็คาถาพื้นฐานของสำนักโลหิต ลูกศิษย์สำนักโลหิตทุกคนล้วนจำเป็ต้องใช้มันมาฝึกบำเพ็ญตบะ
ไม่เหมือนกับคาถาวิเศษส่วนใหญ่ของสำนักอื่นในอาณาจักรหลีเทียน เวทหลอมโลหิตของสำนักโลหิตจำเป็ต้องใช้เืสัตว์วิเศษมาฝึกฝน
ใช้เวทหลอมโลหิตมาชักนำเืสดของสัตว์วิเศษ เอาปราณิญญาที่ดึงออกมาจากเืของสัตว์เข้ามาไว้ในมหาสมุทริญญา
นอกจากเวทหลอมโลหิตแล้ว หลีจิ้งยังมอบยาโลหิตให้กับเนี่ยเทียนอีกสามเม็ด ให้เขาใช้เวทหลอมโลหิตมาดึงพลังิญญาของเืออกมาจากในยาโลหิต นำพลังิญญาของเืไปรวมอยู่ในมหาสมุทริญญา จากนั้นก็ให้มันก่อตัวขึ้นเป็น้ำวนลูกหนึ่งที่เกิดจากเืลมบริสุทธิ์
เวทหลอมโลหิตทำความเข้าใจได้ง่าย เนี่ยเทียนแค่พลิกอ่านดูไม่กี่หน้าก็ประจักษ์แจ้งถึงจุดมหัศจรรย์ของเวทหลอมโลหิต
ทว่าเมื่อเขาพยายามใช้เวทหลอมโลหิตมาหลอมละลายยาโลหิตเม็ดนั้นกลับพบว่าพลังเืลมในยาโลหิตกลับไม่ถูกควบคุม และไม่สามารถชักนำมายังมหาสมุทริญญาของเขาได้
ปราณเืเป็เส้นๆ ที่ไหลออกมาจากในยาโลหิต เมื่อเขาใช้มหาสมุทริญญามากลั่นหลอมกลับพบว่ามีส่วนหนึ่งไหลเข้าสู่หัวใจ แล้วถูกปราณเืสีเขียวเส้นนั้นที่หัวใจเขาเขมือบกลืน
อีกส่วนหนึ่งเมื่อเขาจะนำไปรวมที่มหาสมุทริญญา มันกลับกระจายอยู่ตามเืสดในหลอดเืของเขาแทน
“เวทหลอมโลหิตคือการนำพลังเืลมไปรวมที่มหาสมุทริญญาทีละนิด แต่ดูเหมือนว่าวิชานี้...จะไม่เหมาะสมกับข้า”
หลังจากที่ฤทธิ์ของยาโลหิตเม็ดหนึ่งหายเกลี้ยงไปแล้ว เนี่ยเทียนก็โยนคัมภีร์เล่มนั้นเข้าไปในไว้กำไลเก็บของ ขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก
เขาตรวจสอบอย่างละเอียดหนึ่งรอบก็พบว่าพลังเืลมที่ออกมาจากยาโลหิตเม็ดนั้นมีแต่ทำให้ร่างกายเขาได้รับผลประโยชน์เท่านั้น ทำให้ปราณเืสีเขียวเส้นนั้นขยายใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย แต่กลับไม่อาจไปรวมกันอยู่ที่มหาสมุทริญญาได้
เขาไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
เขาจึงหันไปมองโครงกระดูกปีศาจเืโดยอัตโนมัติ
เขาจึงนึกได้ทันทีว่าตอนที่โครงกระดูกปีศาจเืตื่นขึ้นมา และเมื่อมันสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่สำนักโลหิตและสำนักภูตผีอย่างกำเริบเสิบสาน ก็ได้เอาเวทหลอมโลหิตมาหลอมเืสดของภูตผีปีศาจชั้นต่ำเ่าั้เหมือนกัน
แต่โครงกระดูกปีศาจเืคือเผ่าโครงกระดูก ดูเหมือนว่า...จะไม่มีมหาสมุทริญญาจุดตันเถียน
ปราณเืสดที่โครงกระดูกปีศาจเืใช้เวทหลอมโลหิตมาดึงออกไป ดูเหมือนว่าก็จะกระจายไปตามเืสดที่ไหลอยู่ในโครงกระดูกของมัน
“หรือสาเหตุเป็เพราะในร่างกายข้ามีสายเืที่พิเศษอยู่?” เนี่ยเทียนใคร่ครวญ
“เวทหลอมโลหิต?” และเวลานี้เอง ในลานกว้างพลันมีเงาร่างหนึ่งโผล่พรวดออกมา
เงาร่างนั้นแรกเริ่มยังพร่าเลือน รอจนเนี่ยเทียนได้ยินเสียงของอีกฝ่ายและหันไปมองด้วยความตกตะลึงก็พบว่าเงาร่างพร่าเลือนนั้นเปลี่ยนมาเป็ชัดเจนอย่างรวดเร็ว
“ท่านหัว?” เนี่ยเทียนตะลึง “ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”
“แน่นอนว่าต้องมาหาเ้าน่ะสิ” หัวมู่ยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “เ้ากำลังฝึกเวทหลอมโลหิตของสำนักโลหิตอยู่รึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ดูเหมือนว่าข้าจะไม่ค่อยเหมาะกับเวทหลอมโลหิตเท่าไหร่นัก”
“ไม่ เ้าเข้าใจผิดแล้ว” หัวมู่ส่ายหน้า กล่าวอย่างจริงจัง “เ้าเหมาะสมกับการฝึกเวทหลอมโลหิตอย่างมาก เพียงแต่ว่าเ้าไม่จำเป็ต้องฝึกตามวิธีของสำนักโลหิต เืของเ้าไม่เหมือนคนปกติ เ้าจำเป็แค่ต้องใช้เวทหลอมโลหิตมาหลอมเืให้บริสุทธิ์ไปทีละนิดก็พอแล้ว”
คำพูดนี้ดังออกมา เนี่ยเทียนก็อึ้งงันไปทันที “หรือว่าวิธีการฝึกก่อนหน้านี้ของข้านั้นถูกต้องแล้ว?”
“อืม มีเพียงผู้ที่ในร่างไม่มีสายเืพิเศษเท่านั้นถึงจำเป็ต้องใช้พลังเืลมมาชักจูงไปยังมหาสมุทริญญา แต่เ้าไม่เหมือนคนอื่น เ้ามีเืแห่งพลังชีวิต และตามความเห็นข้า สายเืของเ้า...ได้ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว” สีหน้าหัวมู่ตื่นเต้นเล็กน้อย กล่าว “เืแห่งพลังชีวิตของเ้าสามารถใช้เวทหลอมโลหิตมาทำให้แข็งแกร่งขึ้นได้ เวทหลอมโลหิตนี่เหมาะสมกับเ้ามาก”
“ท่านมองออกด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึง
ก่อนหน้าที่เขาจะเดินทางไปยังประตู์ หัวมู่ก็เคยบอกแล้วว่าบางทีตอนอยู่ในประตู์เขาอาจจะได้รับรู้ความลับของร่างกายตัวเอง ตอนนั้นเขางุนงงไม่เข้าใจ รู้สึกแค่ว่าหัวมู่ช่างลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก
ตอนนี้เขากลับออกมาจากในประตู์ ปราณเืสีเขียวเส้นนั้นที่เลื้อยพันหัวใจของเขาเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ามันก็คือสายเืแห่งชีวิตที่ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
อีกทั้งพร์ชนิดหนึ่งในสายเืแห่งชีวิตของเขาก็ได้ฟื้นตื่นขึ้นมาด้วย---การถ่ายโอนพลังแห่งชีวิต
เวลานี้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเื่ใดก็ตามที่หัวมู่ทำลงไปล้วนแฝงเร้นไว้ด้วยความหมายลึกล้ำ
“อืม นับั้แ่วันแรกที่ข้าพบเ้า ข้าก็รู้ถึงความพิเศษในร่างเ้าแล้ว” หัวมู่พยักหน้า จากนั้นก็พลันเงียบขรึมลงไป
ครู่ใหญ่หลังจากนั้นเขาถึงได้ถอนหายใจ กล่าวว่า “ปีนั้นที่ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายเพื่อช่วยกลั่นกรองสิ่งเจือปนที่อยู่ในร่างเ้า แน่นอนว่าย่อมมีความเห็นแก่ตัวอยู่ด้วย”
“ข้าพร้อมฟังคำอธิบาย” เนี่ยเทียนสีหน้าจริงจัง
แต่ไหนแต่ไรมา หัวมู่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด ไม่ว่าที่เทือกเขาชื่อเหยียน หรือก่อนหน้าที่ประตู์จะเปิด หัวมู่ก็ล้วนใช้วิธีการของตัวเองมาแอบช่วยทำเื่บางอย่างให้กับเขา
เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่เสมอ
“ข้าก็เหมือนกับอาจารย์ของเ้านั่นคือ อายุขัย...ใกล้จะหมดสิ้นลงแล้ว วันหนึ่งข้าหวังว่าเ้าจะสามารถใช้เืแห่งพลังชีวิตของเ้ามาช่วยยืดอายุขัยของข้าออกไป แน่นอนว่าด้วยระดับสายเืของเ้าในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถนั้น” หัวมู่ยิ้มและกล่าวว่า “แต่ข้ารอได้ รอได้อีกหลายสิบปี ด้วยพร์และความสามารถของเ้า อีกหลายสิบปีให้หลัง น่าจะช่วยให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี”
“การถ่ายโอนทางพลังแห่งชีวิต?” เนี่ยเทียนเข้าใจโดยพลัน
หัวมู่ดวงตาเป็ประกาย “พร์แห่งสายเืของเ้าที่ฟื้นตื่นขึ้นมาคือการถ่ายโอนพลังชีวิตอย่างนั้นรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “พร์แรกของสายเืก็คือการถ่ายโอนพลังชีวิต”
“เยี่ยมไปเลย!” หัวมู่ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด กล่าวว่า “ดีมาก ดีมากๆ เ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ! ด้วยพลังของสายเืเ้า บางทีอีกสิบปีก็น่าจะมีความสามารถมากพอช่วยถ่ายโอนพลังชีวิตให้แก่ข้า! ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ ด้วย!”
จากนั้นหัวมู่ก็พูดอีกว่า “ท่านตาและท่านป้าใหญ่ของเ้าปลอดภัยดี ก่อนหน้าที่ภูตผีปีศาจชั้นต่ำจะรุกรานเมืองเฮยอวิ๋น ข้าได้พิทักษ์พวกเขาไปส่งยังสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว ตอนนี้พวกเขาน่าจะถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับตัวขึ้นเขาไปแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงพวกเขาสองคนอีก”
“ขอบพระคุณมากขอรับ” เนี่ยเทียนโค้งตัวลงต่ำ
“ไม่จำเป็” หัวมู่โบกมือ แล้วกล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว ในประตู์เ้าได้รับผลเก็บเกี่ยวอะไรมาบ้างหรือไม่?”
“ได้รับคาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางขอรับ” เนี่ยเทียนตอบอย่างเปิดเผย
และก็ไม่รู้ว่าทำไม เขามักรู้สึกว่าสามารถเชื่อใจหัวมู่ได้เต็มร้อย เพราะแม้แต่เื่ที่แกนเืของเกราะัเพลิงพาเขาไปยังดินแดนลึกลับ หัวมู่ก็ยังรู้
“คาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลาง เ้าได้มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอย่างนั้นรึ?” หัวมู่พลันตะลึงลาน
เนี่ยเทียนเปิดสาบเสื้อตรงหน้าอกออกให้หัวมู่ได้เห็นภาพดาวหกแฉกสองดวง
หัวมู่มองหนึ่งครั้งก็ตัวสั่นเยือก คล้ายตกตะลึงอย่างแท้จริง
เนิ่นนานหลังจากนั้น หัวมู่ถึงได้ใช้สายตาที่ซับซ้อนถึงขีดสุดมองมาที่เขา กล่าว “เดิมทีเ้ามีเกราะัเพลิงอยู่กับตัวข้าก็รู้สึกว่าเ้าไม่ควรอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนนานเกินไปนัก ตอนนี้แม้แต่คาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางเ้าก็ยังได้มาครองด้วย เ้าก็ยิ่งไม่ควรอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนเข้าไปใหญ่”
“อะไรนะ?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
“ตราประทับรูปดาวหกแฉกทั้งสองที่บันทึกคาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางเอาไว้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด สำคัญเกินกว่าที่เ้าจะคาดคิดได้ หากเ้าอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนต่อไป เกรงว่าภัยที่จะมาสู่ตัวเ้า แม้แต่ข้าก็คงมิอาจปกป้องได้” หัวมู่สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “เชื่อข้าเถอะ ข้าไม่มีทางคิดร้ายต่อเ้าแน่นอน คืนนี้เ้าจากไปพร้อมกับข้าเลย”
“อูจี้อาจารย์ของข้า และยังมีหลีจิ้งเ้าสำนักโลหิตล้วนพร้อมปกป้องข้า” เนี่ยเทียนอธิบาย
หัวมู่ส่ายหัว “พวกเขาปกป้องเ้าไม่ได้หรอก สิ่งของที่วิมาน์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียน้ามาอยู่ที่อาณาจักรหลีเทียน มีใครบ้างที่จะกล้าไม่ส่งมอบให้!”
“แล้ว...แล้วข้าต้องไปอยู่ที่ไหนเล่า” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยความงงงัน
“ข้าจะพาเ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง เ้าไปอยู่ที่นั่นสักพัก รอจนเื่สงบลงแล้วเ้าถึงจะกลับมาอาณาจักรหลีเทียนได้อีกครั้ง” หลังจากที่หัวมู่ได้ยินว่าเขาได้รับตราประทับดาวหกแฉกสองดวงมาก็แสดงท่าทีร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด “ไปั้แ่คืนนี้เลย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สายเกินกาล!”
“ไปจากอาณาจักรหลีเทียนรึ?”
“ถูกต้อง ไปจากอาณาจักรหลีเทียน ไปสถานที่ที่วิมาน์ไม่สามารถเอื้อมมือไปถึง ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นสักพักเพื่อทำความเข้าใจกับคาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางในดาวหกแฉกให้ทะลุปรุโปร่งอย่างแท้จริงเสียก่อน” หัวมู่พยักหน้าแรงๆ “มีเพียงเ้าผสานตราประทับทั้งสองนั้นไว้ในร่างได้อย่างแท้จริง ถึงเวลาต่อให้ถูกเปิดโปงและคนของวิมาน์หาตัวเจอ พวกเขาก็ไม่สามารถบังคับ่ชิงเอาไปได้”
“ถึงเวลานั้น ไม่ว่าพวกเขายินดีหรือไม่ก็ล้วนจำเป็ต้องพึ่งพาเ้า ทั้งยังต้องเป็ฝ่ายรับเ้าเข้าวิมาน์เองด้วยซ้ำ”
“และหากเ้าเข้าไปอยู่ในวิมาน์ ต่อให้เ้าพวกคนของอาณาจักรอั้นิรู้ว่าเกราะัเพลิงอยู่ที่เ้าก็ยังทำอะไรเ้าไม่ได้”
เนี่ยเทียนรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ยังไม่สามารถย่อยข้อมูลทั้งหมดที่เขากล่าวออกมาได้ ทำได้เพียงพูดว่า “ทุกอย่างทำตามที่ท่าน้าก็แล้วกัน”
“อืม พวกเราไปกันตอนนี้เลย”
-----
