หานอวิ๋นซีโชคดีมากที่ตัวเองไม่ได้ไปขอร้อง แม้ว่าศักดิ์ศรีจะไม่มีค่า แต่อย่างน้อยก็เก็บมันไว้ได้ครั้งหนึ่ง
ครั้งก่อนที่ฆ่าคนมีพิษ นางรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยตั้งใจฝึกฝนนาง และเงื่อนไขที่เวลาออกไปทำงานห้ามเป็ตัวถ่วง นางก็ยอมรับอย่างเต็มใจ!
ความสัมพันธ์สามีภรรยาที่ไม่ได้ดีสมคำร่ำลือ สุดท้ายแล้วก็คงอยู่ได้ไม่นาน ไม่ว่าข่าวลือเื่การเป็ที่โปรดปรานจะโด่งดังแค่ไหน อย่าว่าแต่คนนอกเลย แม้แต่แม่นมจ้าวที่อยู่ข้างๆ ก็ยังพยายามทดสอบนางอย่างที่สุด เพื่อที่จะค้นหาว่านางเป็ที่โปรดปรานจริงๆ หรือไม่
เหล่าบรรดาเมียขุนนางที่มีชื่อเสียง มีบุตรชายบุตรสาว มีคนคอยหนุนหลัง ล้วนยังต้องต่อสู้เพื่อรักษาสถานะของตัวเอง นับประสาอะไรกับนางผู้ไม่มีอะไรเลยล่ะ?
ตัวตนที่น่าอายเช่นนี้จะยืนหยัดในตำแหน่งของนางในจวนฉินอ๋องและราชวงศ์เทียนหนิงได้นานแค่ไหนกัน?
ในวันที่สองหลังจากอภิเษก นางบอกกับตัวเองว่านางไม่สามารถสลัดพันธนาการแห่งโชคชะตาได้ ทำได้เพียงเกาะหลงเฟยเยี่ยผู้นี้ที่เป็ที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดไว้ให้แน่น
วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะชายผู้หนึ่งคือการพิชิตใจเขา นี่มันไร้สาระสิ้นดี!
ความจริงแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการพิชิตใจชายผู้หนึ่งคือการปล่อยให้เขาเริ่มที่จะพิชิตใจเราต่างหาก
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หานอวิ๋นซีก็เลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ฉากที่น่าตื่นเต้นก่อนหน้านี้ก็เข้ามาในความคิดอีกครั้ง เขาพูดว่า “หานอวิ๋นซี ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ความบริสุทธิ์ของเ้าเป็ของข้า”
เขา นี่ถือว่าเป็การพิชิตใจหรือไม่?
ไม่สิ เขาแค่อ้างสิทธิ์ความเป็เ้าของเหมือนกับการเป็เ้าของสิ่งต่างๆ เท่านั้น
คำว่า “พิชิตใจ” หากใช้กับเทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างหลงเฟยเยี่ยแล้ว ไม่ว่าจะเป็ฝ่ายเริ่มกระทำหรือฝ่ายถูกกระทำ หานอวิ๋นซีก็คิดว่ามันเป็เพียงเื่เพ้อฝัน
นางส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดนี้ออกไป นางแค่อยากมีที่ลงหลักปักฐานในจวนฉินอ๋อง ทำให้ชายผู้นั้นเห็นคุณค่าของนาง อย่างน้อยวันไหนเกิดเขาอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาจะได้ไม่ไล่นางไป
อืม นางจะเรียนรู้อาวุธลับของสำนักถังอย่างสุดความสามารถเลยล่ะ!
หานอวิ๋นซีที่หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง แม่นมจ้าวก็เดินเข้ามาอย่างมีความสุข
“หวังเฟย หมอหลวงหลี่กำลังรอท่านอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ไท่เฟยเองก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน เรารีบไปกันเถอะเพคะ”
แน่นอนว่า เื่นี้ทำให้อี้ไท่เฟยตื่นตระหนก
หานอวิ๋นซีที่ง่วงนอนอย่างมาก ทว่ากลับต้องดึงสติและเดินไปกับแม่นมจ้าว ใครจะรู้ว่าไม่ใช่แค่อี้ไท่เฟยเท่านั้นที่อยู่ที่นั่น แต่มู่หรงหว่านหรูก็อยู่ด้วยเช่นกัน
ตามมารยาทแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่บุตรสาวที่แต่งงานออกไปแล้วจะกลับมาอยู่บ้านตัวเอง แต่อี้ไท่เฟยไม่ได้คิดเล็กคิดดน้อยกับมู่หรงหว่านหรูมากขนาดนั้น ดูเหมือนว่า่นี้มู่หรงหว่านหรูจะทำงานอย่างขยันขันแข็งไม่น้อยในจวนฉินอ๋อง
เมื่อเห็นนางมา อี้ไท่เฟยก็อดใจรอไม่ไหวที่จะยืนขึ้นเพื่อทักทายนาง และดึงหานอวิ๋นซีให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง ท่าทางเองก็ดูจริงใจกว่าปกติเล็กน้อย “อวิ๋นซี ไม่สบายมานานขนาดนั้น ทำไมเ้าไม่บอกข้าสักคำล่ะ? เกิดอาการแย่ขึ้นมาจะทำอย่างไร? รีบไปให้หมอหลวงหลี่ตรวจอาการเถอะ!”
เมื่อเห็นความสุขและความคาดหวังที่ไม่อาจปกปิดได้ในดวงตาของอี้ไท่เฟย หานอวิ๋นซีก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและอดไม่ได้ที่จะด่าทอหลงเฟยเยี่ยอยู่ในใจของนาง ชายผู้นั้นพูดแค่คำเดียวก็สามารถสร้างปัญหาให้นางได้แล้ว!
ยังไม่ทันจะได้ตรวจชีพจร มู่หรงหว่านหรูก็พูดยกยอหานอวิ๋นซี “พี่สะใภ้ ขอแสดงความยินดีด้วย หมู่เฟยเฝ้ารอข่าวการตั้งครรภ์ของท่านมาเป็เวลานาน ครั้งนี้ในที่สุดท่านก็ทำมันสำเร็จเสียที!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็ชักมือออกและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ในเมื่อน้องหว่านหรูมั่นใจมากขนาดนี้ ข้าว่าเป็การดีกว่าที่จะขอให้หมอหลวงหลี่กลับไป”
มู่หรงหว่านหรูไม่เคยเหนื่อยกับการพูดยกยอแบบนี้ แต่นางเหนื่อยกับมันเหลือเกิน
มือของหมอหลวงหลี่ค้างอยู่กลางอากาศ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“พี่สะใภ้ ข้าไม่ได้...” มู่หรงหว่านหรูไม่รู้จะอธิบายอย่างไร มองไปที่อี้ไท่เฟยด้วยสีหน้าเศร้าใจ “หมู่เฟย ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น ข้าแค่ดีใจแทนพี่สะใภ้เท่านั้นเอง”
อี้ไท่เฟยที่กำลังจะอ้าปากพูด หานอวิ๋นซีก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “น้องหว่านหรูไม่ได้หมายความอย่างนั้น หรือน้องหว่านหรูคิดว่าข้าไม่ได้ตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเปล่านะ!” มู่หรงหว่านหรูปฏิเสธทันที นางเกลียดเหลือเกิน ทำไมนางถึงได้ถูกหานอวิ๋นซีต้อนจนจนมุมทุกครั้งที่เจอ?
ไท่เฮาให้เวลานางสามเดือน แต่นางกลับอยากจะให้สตรีผู้นี้หายไปจากจวนฉินอ๋องฉินเสียเดี๋ยวนี้!
“เช่นนั้นเ้าหมายความว่าอย่างไรกันล่ะ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
มู่หรงหว่านหรูพูดไม่ออก นางมองไปที่อี้ไท่เฟยด้วยสีหน้าน่าสงสาร ดวงตาเปลี่ยนเป็แดงก่ำ ราวกับว่าทำผิดอย่างมาก
อี้ไท่เฟยจ้องมองหานอวิ๋นซี “อวิ๋นซี เ้าจะเอาเื่นี้มาล้อเล่นไม่ได้ หว่านหรูแค่ดีใจแทนเ้าเท่านั้นเอง! รีบให้หมอหลวงหลี่ตรวจดูเถอะ”
อี้ไท่เฟยจับมือของมู่หรงหว่านหรูและตบเบาๆ ในขณะที่ช่วยพูดไกล่เกลี่ย มู่หรงหว่านหรูมองนาง รู้สึกผิดเหมือนลูกสะใภ้ตัวน้อย
แม้ว่าอี้ไท่เฟยจะไม่ได้พูด แต่นางก็จับมือมู่หรงหว่านหรูแน่น เห็นได้ชัดว่ากำลังปลอบโยนนาง
ฉากนี้ไม่รอดพ้นสายตาของหานอวิ๋นซี นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนฉลาดอย่างอี้ไท่เฟยจะมองไม่เห็นแก่นแท้ของมู่หรงหว่านหรูดอกบัวสีขาวนั่นได้อย่างไร?
เป็แค่บุตรสาวบุญธรรม ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเืเลยแม้แต่น้อย มู่หรงหว่านหรูเป็หนี้บุญคุณของอี้ไท่เฟย แต่อี้ไท่เฟยเป็หนี้ความรักของมู่หรงหว่านหรู นิสัยของอี้ไท่เฟยจะตามใจนางขนาดนี้หรือ?
เอาเถอะ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับอี้ไท่เฟยผ่อนคลายมานานแค่ไหนแล้ว และมู่หรงหว่านหรูก็อยู่เคียงข้างนางมากว่าสิบปี
หมอหลวงหลี่จับชีพจร สองแม่ลูกก็เข้ามาหา
เวลานี้คือ่เวลาตึงเครียดสำหรับอี้ไท่เฟย แต่เ็ปสำหรับมู่หรงหว่านหรู ความจริงแล้วไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ นางก็รับไม่ได้
แม่นมจ้าวบอกว่าฉินหวังเฟยได้เชิญหมอหลวงหลี่มาด้วยตัวเอง ซึ่งเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าสตรีผู้นี้ตั้งครรภ์จริงๆ!
ั้แ่เล็กจนโต ฉินอ๋องเป็เหมือนเทพเ้าในหัวใจของนาง แค่คิดว่าเขาสามารถรักใครสักคนได้ อารมณ์ของนางก็ปั่นป่วนสับสนไปหมด!
ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบงัน ทุกคนต่างรู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าเป็เพราะติดเชื้อจากบรรยากาศที่ตึงเครียดมาหรือไม่ หานอวิ๋นซีที่รู้ผลอยู่แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะยอมให้สตรีผู้ใดตั้งครรภ์ลูกของเขาจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
ทันใดนั้น หมอหลวงหลี่ก็ปล่อยมือของนาง ขัดจังหวะความคิดของนาง
หมอหลวงหลี่รีบลุกขึ้นและโค้งคำนับด้วยความกลัว “ทูลไท่เฟย จากที่ดูจากชีพจรของหวังเฟยแล้ว...”
แม้ว่าหมอหลวงหลี่ไม่อยากที่จะพูด แต่เขาก็ต้องพูดออกมาว่า “อาจจะไม่ได้ตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา อี้ไท่เฟยก็ยืนยืนขึ้นพรวด “เช่นนั้นมันเป็อะไรล่ะ? ข้า้าคำตอบที่แน่นอน!”
หมอหลวงหลี่ถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความใ กัดฟันและให้คำตอบที่ชัดเจน “ไท่เฟย กระหม่อมยืนยันว่าหวังเฟยไม่ได้ตรั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่หรงหว่านหรูก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผลลัพธ์นี้ก็ดีที่สุด
อี้ไท่เฟยไม่พูดอะไรและนั่งลง ใบหน้าของนางที่เดิมทีเต็มไปด้วยความคาดหวังและความสุขก็หายไป นางไม่เห็นแก่หน้าของหานอวิ๋นซีแม้แต่น้อย ระบายความโกรธใส่หมอหลวงหลี่อย่างไม่ปิดบัง “ไร้ประโยชน์สิ้นดี ไสหัวออกไปเสีย!”
หานอวิ๋นซีรู้ว่านางจะต้องผิดหวัง แต่ก็ไม่คาดคิดว่านางจะแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ ทั้งยังไม่เห็นแก่หน้านางเลย แม้ว่านางจะปฏิบัติต่ออี้ไท่เฟยได้เหมือนแม่แท้ๆ ของตัวเอง แต่อย่างไรนางก็เป็เพียงลูกสะใภ้ ไม่ใช่บุตรสาวแท้ๆ ดังนั้นจะไปคาดหวังอะไรได้ล่ะ?
เมื่อมองไปที่มือของอี้ไท่เฟยกับและมู่หรงหว่านหรูที่กุมกันอยู่ หานอวิ๋นซีไม่ได้รู้สึกเศร้าแต่อย่างใด นางไม่เคย้าเอาใจใครเพื่อรับความช่วยเหลือจากใคร นางแค่้าอยู่อย่างสุขสบายในจวนแห่งนี้
ตอนนี้ สำหรับบางคน เื่บางอย่างก็ชัดเจนมากขึ้น
ในเวลานี้ แม่นมจ้าวรีบพูดว่า “ไท่เฟย อาการง่วงนอนของหวังเฟยไม่ใช่เื่ปกติ ให้หมอหลวงหลี่ดูอีกครั้งเถอะเพคะ”
หมอหลวงหลี่ที่มีไหวพริบมากจึงตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “ชีพจรของหวังเฟยหนักและยาว เกรงว่าจะเกิดจากความเหนื่อยล้าและสูญเสียพละกำลัง อย่างไรก็ตาม เพียงดูแลตัวเองดีๆ สักหนึ่งเดือน อาจจะตั้งครรภ์ก็เป็ได้”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดประโยคหลังของหมอหลี่ ตั้งใจพูดให้อี้ไท่เฟยฟัง อี้ไท่เฟยที่สามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “อวิ๋นซี ่นี้เ้าก็ดูแลตัวเองดีๆ อย่าออกไปนู่นมานี่”
หานอวิ๋นซีพยักหน้าด้วยรอยยิ้มครึ่งหนึ่ง “เพคะ”
หมอหลวงหลี่สั่งยาและอธิบายสองสามคำก่อนออกไป หานอวิ๋นซีเห็นว่าใบสั่งยาเป็ยาบำรุงที่ดี ดังนั้นนางจึงเก็บมันไว้
“หมู่เฟย การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิจะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า ถ้าเป็เช่นนี้ พี่สะใภ้ก็คงเข้าร่วมไม่ได้ใช่หรือไม่เพคะ?”
มู่หรงหว่านหรูมาที่นี่ในวันนี้เพื่อเื่นี้ การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิใน่เช็งเม้งเป็เหตุการณ์สำคัญในอาณาจักรเทียนหนิง จวนผิงเป่ยโฮ่วได้รับเชิญแล้ว และแน่นอนว่าก่อนหน้านี้จวนฉินอ๋องก็ได้รับแล้วเช่นกัน
การล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิถือว่าเป็โอกาสที่ดีที่สุด ไท่เฮาให้เวลานางเพียงสามเดือน ดังนั้นนางต้องรีบคว้ามันไว้
“อวิ๋นซี ในวันที่ห้าของเดือนหน้ามีการจัดการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิ นี่เป็ครั้งแรกที่เ้าเข้าร่วมการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิ เ้าจะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด ดูแลตัวเองดีๆ ถึงเวลานั้นจะได้ไม่พลาด” อี้ไท่เฟยอยู่ในอารมณ์แปรปรวนและพูดอธิบายอย่างส่งๆ
“เพคะ” หานอวิ๋นซีไม่พูดอะไรมาก แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
มีมู่หรงหว่านหรูอยู่ หานอวิ๋นซีจึงไม่ได้นั่งลงและออกไปพร้อมกับแม่นมจ้าว ตลอดทางแม่นมจ้าวเองก็ปลอบโยนนางอย่างมาก
“หวังเฟย อย่าเศร้าไปเลยเพคะ เื่แบบนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาด้วย ไม่ใช่พูดว่าจะมีก็มีได้เลย ก่อนอื่นท่านควรดูแลร่างกายให้ดี ตราบใดที่มีชีวิตก็ย่อมต้องมีความหวังนะเพคะ”
“หวังเฟย ค่อยๆ เดินนะเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่ามียาในหูหลางทางตะวันตกของเมือง นางสนมหลายคนในวังต่างไปขอมันมา แล้วมันก็ได้ผลจริงๆ กลับไปหม่อมฉันจะแอบไปเอามาให้ท่านนะเพคะ”
“หวังเฟย ท่านอย่าได้หงุดหงิดเช่นกันนะเพคะ เดิมทีร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว หากหงุดหงิดอีกจะทำร้ายร่างกายได้ เื่ลูก เป็เื่ที่ต้องใช้เวลา ท่านกับท่านอ๋องยังหนุ่มยังสาวอยู่ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกเพคะ!”
ในที่สุด หานอวิ๋นซีก็หยุดฝีเท้าลง นางมองไปที่แม่นมจ้าวด้วยความรำคาญและขำขัน แต่ในที่สุดนางก็รู้สึกถึงความอบอุ่น เป็เื่ดีที่ยังมีผู้คนในโลกนี้ที่ห่วงใยนางจริงๆ
หานอวิ๋นซีไม่อยากหลอกลวงแม่นมที่ใจดีผู้นี้ นางจึงเปลี่ยนเื่ “แม่นมจ้าว เ้าเล่าเื่น้องหว่านหรูให้ข้าฟังหน่อยสิ”
“หวังเฟยอยากจะรู้เื่ไหนหรือเพคะ? หม่อมฉันจะบอกท่านทุกอย่างที่หม่อมฉันรู้เลยเพคะ” แม่นมจ้าวกระตือรือร้นอย่างมาก
“อี้ไท่เฟยรับอุปการะนางมาอย่างไร แล้วพ่อผู้ให้กำเนิดนางอยู่ที่ไหน?” หานอวิ๋นซีถามอย่างจริงจัง
แม่นมจ้าวนึกและเล่าว่า “ในตอนนั้น ฮ่องเต้องค์ก่อนยังมีชีวิตอยู่ และยังไม่มีจวนฉินอ๋อง ไท่จื่อเฟยในเวลานั้นก็คือฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ที่้าเลือกนางกำนัลในวังให้เล่นเป็เพื่อนองค์หญิงฉางผิงเท่านั้น คุณหนูหว่านหรูเป็หนึ่งในตัวเลือก โชคไม่ดีที่ถูกอี้ไท่เฟยบังเอิญเจอเข้าเสียก่อน อี้ไท่เฟยไม่สามารถมีลูกได้อีกหลังจากให้กำเนิดฉินอ๋อง และนางก็อยากได้บุตรสาวมาโดยตลอด มันคงจะเป็โชคชะตาที่นางชอบพอคุณหนูหว่านหรู เลยรับเลี้ยงนางและเป็บุตรสาวบุญธรรมมาโดยตลอด ทว่าก็ไม่ได้รับตำแหน่งองค์หญิงแต่อย่างใด หลังจากฮ่องเต้องค์ก่อนสิ้นพระชนม์ ก็ยังไม่มีใครมอบตำแหน่งให้กับนาง”
หานอวิ๋นซีตั้งใจฟัง จากนั้นก็ถามว่า “แล้วพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของนางล่ะ? หลายปีที่ผ่านมานี้พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันเลยหรือ?”
แม้ว่าจะเข้าวังมาในฐานะคนรับใช้ ทว่าก็สามารถออกนอกวังเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวได้เป็ประจำ แต่หานอวิ๋นซีที่อภิเษกเข้ามานานแล้ว ก็ไม่เคยได้ยินว่ามู่หรงหว่านหรูมีญาติเลย
“ได้ยินมาว่านางเป็เด็กกำพร้า ถูกเลี้ยงดูโดยญาติ ติดต่อกับเขาสองสามครั้งในตอนที่ยังเด็ก ต่อมาญาติของเขาก็เสียชีวิตไปเพคะ” แม่นมจ้าวตอบตามความเป็จริง
หานอวิ๋นซีพยักหน้าอย่างครุ่นคิดแล้วถามว่า “ทำไมตอนนั้นนางถึงไม่ได้รับตำแหน่งให้เป็องค์หญิงล่ะ?”
หากมีพิธีาาภิเษก สถานะของมู่หรงหว่านหรูจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ แม้แต่คนในจวนเองก็ต่างเรียกนางว่าคุณหนูหว่านหรู
อี้ไท่เฟยรักมู่หรงหว่านหรูมากขนาดนั้น คงไม่น่าจะเป็เช่นนั้น
แม่นมจ้าวเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เลยเดาไปว่า “บางทีตอนแรกอี้ไท่เฟยอาจจะแค่อยากดูแลนาง ต่อมาเมื่อฮ่องเต้องค์ก่อนล่วงลับไปแล้ว ไท่จื่อก็สืบทอดบัลลังก์ต่อ การที่อี้ไท่เฟยพูดเื่นี้ก็คงจะไม่ดีสักเท่าไรเพคะ”
หานอวิ๋นซีรู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทว่ากลับบอกไม่ได้เช่นกัน นางพยักหน้าและไม่ถามคำถามอะไรอีก
