ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

บทที่ 135 เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี

        ลู่จิ่งซานนั่งบนรถเข็น แววตาเลื่อนลอย มือที่ถือโทรศัพท์ส่งเสียงดัง ‘ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด’

        “พี่ซาน” กู้เสวียหมินมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วอดถามไม่ได้ว่า “มี…ใครเป็๲อะไรเหรอ?”

        ในโทรศัพท์พวกเขาได้ยินไม่ชัด แค่คลับคล้ายว่าเหมือนมีใครหายไป

        “ฉันต้องกลับไป” ลู่จิ่งซานพูด “จือจือหายตัวไป”

        “พี่สะใภ้สามหายไปเหรอ?” ลู่จิ่งเหนียนพูด “หรือจะเข้าใจผิด? พี่สะใภ้สามไม่ได้อยู่บ้านเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ?”

        ลู่จิ่งซานนิ่งเงียบ ไม่ตอบ

        “แล้วผู้หญิงในโกดังจะช่วยไหม?” เอ้อร์เหมาถามเบาๆ

        “แปลกจัง” เขาพูดต่อทันทีว่า “ทำไมผู้หญิงหายตัวไปเยอะขนาดนี้?”

        ผู้หญิงในโกดังก็คนหนึ่ง ที่นี่ก็มีผู้หญิงหายตัวไปอีก หรือว่าจะเป็๞คนเดียวกัน?

        แต่คำพูดนี้เขาคิดได้แค่ในใจเท่านั้น เพราะในโลกนี้จะมีเ๱ื่๵๹บังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง?

        “ช่วย” ผ่านไปพักใหญ่ เอ้อร์เหมาได้ยินเสียงลู่จิ่งซานที่พูดออกมาอย่างยากลำบากว่า “ช่วยเธอออกมาแล้วกลับเมืองฉินทันที”

        จริงๆ จะไม่ช่วยก็ได้ แต่แค่คิดว่ามีคนถูกจับตัวไปเหมือนสวี่จือจือ ลู่จิ่งซานก็ไม่สามารถมองข้ามเ๱ื่๵๹นี้ไปได้ เขาสั่งทันทีว่า “เสวียหมิน นายไปจองตั๋ว หังจื่อ พวกเราไปช่วยคน”

        “พี่ซาน ให้จิ่งเหนียนไปซื้อตั๋ว ฉันกับหังจื่อไปช่วยคน ส่วนนายอยู่บ้าน…”

        คำพูดของกู้เสวียหมินยังไม่ทันจบ ก็ถูกเซียวหังขัดว่า “นายคุ้นเคยกับเมืองหลวง จิ่งเหนียนซื้อตั๋วรอบเร็วที่สุดไม่ได้หรอก”

        ตอนนี้แม้นโยบายจะผ่อนปรนแล้ว แต่การซื้อตั๋วยังต้องใช้จดหมายแนะนำ และแน่นอนว่าพวกเขา๻้๪๫๷า๹ตั๋วรอบที่เร็วที่สุด ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะต้องหานายหน้า ลู่จิ่งเหนียนเพิ่งมาเมืองหลวงครั้งแรก ไม่ถนัดเ๹ื่๪๫นี้จริงๆ

        ยิ่งไปกว่านั้น ลู่จิ่งซานเป็๲ใคร?

        ให้เขารอที่บ้าน นั่นไม่ใช่การดูถูกเขาเหรอ?

        ถึงจะนั่งรถเข็น ลู่จิ่งซานก็ไม่ใช่คนที่ใครจะรับมือได้ง่ายๆ

        หลายปีต่อมา เมื่อกู้เสวียหมินนึกถึงเ๹ื่๪๫นี้ ก็ต้องขอบคุณคำเตือนของเซียวหัง

        “ตกลง ฉันไปจองตั๋ว” กู้เสวียหมินตอนแรกไม่ทันคิด พอตอนนี้เข้าใจความหมายในคำพูดของเซียวหัง จึงพูดว่า “พี่ซาน อย่ากังวล ฉันจะหาตั๋วรอบที่เร็วที่สุดให้ได้แน่นอน”

        ตอนนั้นยังไม่มีเครื่องบินจากเมืองหลวงไปเมืองฉิน

        ฝั่งเซียวหังก็เคลื่อนไหวเร็ว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาแตกหักกับตระกูลหวง ทั้งยังต้องไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น แน่นอนว่าต้องเตรียมการให้ดี

        ลู่จิ่งซานที่ผ่านการฝึกฝนพิเศษมา พอได้ผังโกดังก็วางแผนช่วยคนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลู่จิ่งเหนียนที่อยู่ข้างๆ อึ้งไปเลย

        ดังนั้น พี่ชายก็ยังเป็๲พี่ชาย เป็๲พี่ชายตลอดไป นายไม่มีวันแซงได้!

        ตอนนั้นลู่จิ่งซานไม่ได้คิดมาก แค่อยากช่วยผู้หญิงในโกดังออกมาให้เร็วที่สุด

        ส่วนสวี่จือจือ เมื่อเธอรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติก็สายไปแล้ว

        ตอนที่อีกฝ่ายใช้ผ้าฝ้ายปิดปาก เธอพยายามกลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ แต่สุดท้ายก็สูดเข้าไปนิดหน่อย ตื่นมาอีกทีเธอก็อยู่ในรถยนต์แล้ว

        ไม่ใช่เกวียน ไม่ใช่รถแทรกเตอร์ แต่เป็๲รถเก๋งคันหนึ่ง

        สมัยนี้มีจักรยานสองล้อหนึ่งคันก็เทียบได้กับการขับเบนซ์หรือบีเอ็มดับเบิลยูในยุคหลัง ยิ่งเป็๞รถเก๋งด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง

        สวี่จือจือถูกวางไว้ที่เบาะหลัง เธอตื่นเพราะรถสั่น๼ะเ๿ื๵๲ คนที่นั่งข้างคนขับกำลังพูดว่า “ขับนิ่งๆ หน่อย ระวังอย่าให้พลาด”

        “อืม” คนขับตอบ

        “หวังนังหนูนี่จะเข้ากันได้” คนข้างคนขับถอนหายใจพูด

        “พี่ขุย ตามหลักแล้วเป็๞ลูกสาวบ้านเซียวเหล่าเอ้อร์ พวกหวงซานเกอใส่ใจเกินไปหรือเปล่า?” คนขับพูดอย่างระวัง

        “แกจะเข้าใจอะไร?” คนข้างคนขับจ้องอีกฝ่าย “ทำหน้าที่ของแกให้ดี” แล้วหันมาพูดกับสวี่จือจือด้านหลังว่า “ตื่นแล้วก็ไม่ต้องแกล้งหลับอีก”

        คนคนนั้นบอกว่านังหนูนี่เ๯้าเล่ห์มาก เป็๞อย่างนั้นจริงด้วย โชคดีที่เขาเผลอมองกระจกมองหลัง แล้วเห็นสวี่จือจือขยับมือ

        สวี่จือจือเห็นท่าไม่ดี จึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พวกคุณ…เป็๲ใครกันแน่? ทำไมต้องจับฉันมาที่นี่?”

        “อันนี้เธอไม่ต้องรู้มาก” จ้าวขุยยิ้มจางๆ พูดว่า “สาวน้อยไม่ต้องกลัว แค่ชวนเธอไปเป็๞แขกที่เมืองหลวงเท่านั้นเอง”

        เมืองหลวง?

        สวี่จือจือใจเต้นแรง พูดตะกุกตะกักว่า “ฉัน…พวกคุณจับฉันไปทำอะไรที่เมืองหลวง?”

        “อ้อ แค่ชวนไปเป็๲แขก” จ้าวขุยพูด

        “เป็๞แขก? ฉันไม่รู้จักคนในเมืองหลวงสักหน่อย” สวี่จือจือพูด

        “เขารู้จักเธอก็พอ” จ้าวขุยพูด พูดจบไม่รอให้สวี่จือจือพูดต่อ เขายื่นถุงให้เธอ “ข้างในมีน้ำกับขนมปัง กินไปก่อน เดี๋ยวถึงเมืองข้างหน้า พี่จะพาเธอไปกินของดีๆ”

        ดีกับเธอขนาดนี้เชียว?

        “แต่ถ้าอยากสบายหน่อยก็อย่าคิดอะไรแผลงๆ ไม่อย่างนั้นพี่ขุยจะไม่พูดดีๆ แล้วนะ”

        นึกถึงคำสั่งจากฝั่งนั้นว่าต้องพาคนมาและดูแลให้ดี ห้ามพลาดเด็ดขาด จ้าวขุยจึงผ่อนน้ำเสียงลงว่า “ถ้าเธอร่วมมือดีๆ พี่ขุยรับรองว่าไม่มีอะไรแน่นอน”

        อย่างน้อยก่อนถึงเมืองหลวง จะไม่มีเ๱ื่๵๹อะไร

        สวี่จือจือพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว

        จ้าวขุยร้องอืมด้วยความพึงพอใจ

        เด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่งจะฉลาดได้แค่ไหนกัน?

        แต่ในใจก็ไม่ประมาท เพราะต้องส่งคนให้ถึงมือหวงซาน งานนี้ถึงจะสำเร็จ

        สวี่จือจือแน่นอนว่าไม่ยอมไปเมืองหลวงตามคำพูดง่ายๆ คำพูดสวยหรูว่าไม่มีอะไร การเป็๞แขกเขาชวนกันแบบนี้เหรอ?

        พอถึงเมือง เธอก็ฉวยโอกาสหนี แต่จ้าวขุยคนนี้ก็เก่งกาจ เธอถูกจับกลับมาถึงรู้ว่าเขาเคยเป็๲ทหารลาดตระเวน ทักษะตามรอยและป้องกันการหนีนั้นสุดยอด

        สวี่จือจือหนีไปไม่นานก็ถูกเขาจับตัวได้

        สวี่จือจือ “…” น่าจะบอกก่อนสิ

        แต่ถึงรู้ว่าจ้าวขุยเก่งขนาดนี้ เธอก็ยังจะหนีอยู่ดี ถ้าสมมติเธอหนีได้ล่ะ?

        ตอนนี้ลู่จิ่งซานอยู่ที่เมืองหลวง แต่สวี่จือจือไม่ได้หวังว่าเขาจะมาช่วยได้

        ข้อแรก เขามารักษา ขายังไม่หายดี

        ข้อสอง เมืองหลวงกว้างใหญ่ จะบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง?

        ดังนั้นตอนนี้เธอทำได้แค่ช่วยตัวเองเท่านั้น

        แต่โชคร้าย พอใกล้ถึงเมืองหลวง เธอยังคงหาโอกาสหนีไม่ได้

        จ้าวขุยคนนี้เ๯้าเล่ห์เกินไป!

        เพียงเธอขยับนิดหน่อย เขาก็รู้ทันที

        สุดท้ายพอถึงเมืองหลวง เธอมองจ้าวขุยส่งตัวเธอให้หวงซาน และถูกหวงซานขังไว้ในโกดังที่ไม่รู้จัก

        ที่น่ากลัวกว่านั้นคือจนถึงตอนนี้ เธอยังไม่รู้ว่าคนพวกนี้จับเธอมาทำไม?

        และที่ทำให้สวี่จือจือรู้สึกแปลกยิ่งกว่านั้นคือ หวงซานจัดเธอไว้ในโกดัง ไม่เพียงไม่ทรมานเธอ แต่ยังเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีด้วยของกินของใช้ชั้นเลิศ!

        ทุกอย่างดีเยี่ยมสุดๆ!

            .............................

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้