บทที่ 16 เข็มิญญาผีบอกคืนชีพ
การพัฒนาสำนักเป็ครั้งแรกสามารถกระตุ้นรางวัลได้รึ?
หลี่ชิงชิวมองดูการแจ้งเตือนตรงหน้าพลางจมดิ่งสู่ความคิด เขาพบว่าในอนาคตเขาสามารถใช้จุดนี้เป็แนวทางในการส่งเสริมการเติบโตของสำนักชิงเซียวได้
เขาหมุนตัวเดินกลับเข้าสู่ส่วนในของสำนัก แทบรอไม่ไหวที่จะดูว่ารางวัลการสืบทอดครั้งนี้จะเปิดได้สิ่งใด
ในขณะเดียวกัน ฉินเจวี๋ยที่เดินเข้าสู่ป่าละเมาะหันมามองหยางเจวี๋ยติ่งพลางทอดถอนใจ “เ้าสำนักของพวกท่านแม้จะเยาว์วัย ทว่าหัวใจช่างลุ่มลึกนัก เ้าเด็กที่ชื่อหลี่ซื่อเฟิงนั่นลงมือเหี้ยมเกรียมนัก เห็นชัดว่าเป็แผนที่เขาจัดวางไว้”
หยางเจวี๋ยติ่งหัวเราะร่า “เื่นั้นข้ามิอาจรู้ได้ ทว่าท่านก็มิได้าเ็มิใช่รึ? ความจริงทำเช่นนี้ประหยัดเวลาที่สุดแล้ว ทำให้ท่านได้ััถึงความแข็งแกร่งของสำนักชิงเซียวด้วยตนเอง”
ฉินเจวี๋ยพยักหน้า เขาเป็คนมีความทะเยอทะยานกว้างไกล ย่อมไม่ถือสาเล่ห์เหลี่ยมของหลี่ชิงชิว กลับกันก่อนจะมาที่นี่เขายังกังวลว่าสำนักชิงเซียวจะยืนหยัดได้ไม่นาน กลัวว่าการลงทุนของตระกูลฉินจะสูญเปล่า
ด้วยเหตุนี้เอง บิดาของเขาจึงมิได้เดินทางมาด้วยตนเองั้แ่แรก
สำนักชิงเซียวพอมีบารมีอยู่ในยุทธภพ เ้าสำนักสองรุ่นก่อนล้วนเป็ยอดฝีมือที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังชั่วระยะหนึ่ง เมื่อหลินสวิ่นเฟิงประกาศล้างมือ สำนักชิงเซียวย่อมต้องเผชิญกับการจับจ้องตาเป็มันจากหลายขุมกำลัง
ทว่าตอนนี้ เขาเลิกกังวลโดยสิ้นเชิงแล้ว ทั้งยังเริ่มคาดหวังว่าสำนักชิงเซียวจะสร้างตำนานอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นไรในยุทธภพต่อไป
“คุณชายฉิน ข้าจะบอกท่านให้ ที่จริงยอดฝีมือที่ร้ายกาจที่สุดของสำนักชิงเซียววันนี้ไม่อยู่ เ้าเด็กนั่นน่ากลัวยิ่งกว่านี้เสียอีก บอกตามตรงข้ายังกลัวจะไปล่วงเกินเขาเลย ที่ข้าแนะนำตระกูลฉินของท่าน ก็เพราะน้ำมิตรระหว่างข้ากับพ่อของท่าน ด้วยความสามารถของเหล่าอัจฉริยะในสำนักชิงเซียว ขอเพียงชื่อเสียงขจรขจายออกไป ย่อมมีตระกูลใหญ่และขุนนางมากมายแห่กันมาดึงตัว ถึงเวลานั้นตระกูลฉินของท่านคงไม่มีที่ว่างให้แทรกแถวหรอก”
หยางเจวี๋ยติ่งกล่าวอย่างจริงจัง เขาหาได้ลำเอียงเข้าข้างใคร ทว่าในสายตาของเขา นี่คือเื่ที่ได้ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
ฉินเจวี๋ยพยักหน้าเห็นพ้อง เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “นอกจากที่ตกลงกันเมื่อครู่ ข้าตั้งใจจะสนับสนุนเงินทองและเสบียงเพิ่มเติมเป็การส่วนตัว ข้าอยากให้บุตรชายของข้าได้เป็ศิษย์สืบทอดผู้นั้น”
หยางเจวี๋ยติ่งหัวเราะร่า “นี่ท่านกะจะหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองเลยรึ?”
“พี่น้องท้องเดียวกันมีมาก ย่อมเลี่ยงปัญหาไม่ได้” ฉินเจวี๋ยกล่าวเสียงเรียบ
หยางเจวี๋ยติ่งได้ยินดังนั้นก็นึกถึงอดีตของตนเองจนต้องจมดิ่งสู่ความเงียบ
ร่างของคนทั้งสองเลือนหายไปในส่วนลึกของป่าในไม่ช้า
...
หลังจากส่งฉินเจวี๋ยทั้งสองกลับไปแล้ว หลี่ชิงชิวรีบเดินกลับเข้าลานเรือน ตรงเข้าห้องพักของตนแล้วปิดประตูลงทันที
เหล่าศิษย์คนอื่นๆ ต่างแยกย้ายไปทำงานของตน จึงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา
หลี่ชิงชิวนั่งขัดสมาธิบนเตียง เปิดรับรางวัลการสืบทอดทันที
[รับรางวัลการสืบทอด]
[เปิดใช้งานมรดกเต๋า]
[ท่านได้รับวิชาลับ —— ‘เข็มิญญาผีบอกคืนชีพ’]
[ยืนยันการรับสืบทอดหรือไม่]
วิชาลับรึ?
ดวงตาของหลี่ชิงชิวฉายแววใคร่รู้ เขาเลือกรับการสืบทอดในทันที
ความทรงจำมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ทำให้เขาเริ่มเสพติด เขาหลับตาลงจมดิ่งสู่กระแสข้อมูลนั้น
ครั้นเมื่อเขาสติคืนมาและลืมตาขึ้น แสงตะวันรอนก็อาบชโลมอยู่ภายนอกหน้าต่างเสียแล้ว
เขาหวนนึกถึงความลี้ลับของ ‘เข็มิญญาผีบอกคืนชีพ’ ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มยินดี
เข็มิญญาผีบอกคืนชีพสามารถใช้ห้ามเื ขับพิษ กระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน มีสรรพคุณทางวิชาแพทย์ที่หลากหลายจนเรียกได้ว่าครอบจักรวาล ไม่เพียงเท่านั้น มันยังใช้สังหารศัตรูได้ด้วย ตัวเข็มรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ และวิถีทางนั้นลึกลับยากหยั่งถึงประดุจเทพเซียนหรือพรายผี
วิชาเข็มนี้ต้องอาศัย ‘ปราณิญญา’ การรักษาจะสิ้นเปลืองปราณมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับอาการป่วย ทว่าการใช้เพื่อต่อสังหารศัตรูนั้นกลับสิ้นเปลืองปราณิญญาไม่มากนัก
สิ่งนี้ใช้สอยได้ง่ายกว่า ‘วิชาควบคุมกระบี่ไท่เจวี๋ย’ เป็ไหนๆ
ปราณิญญาของเขาในยามนี้ยังไม่เหมาะจะใช้คาถาอาคมที่ดุดันอลังการอย่างวิชาควบคุมกระบี่ ทว่าการดีดเข็มปลิดชีพกลับเหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง สิ้นเปลืองปราณน้อย ทว่าอานุภาพทำลายล้างนั้นยากจะประเมิน
ยิ่งคิดหลี่ชิงชิวก็ยิ่งถูกใจ
แม้การสืบทอดมรดกเต๋าจะมิได้ทำให้เขาแตกฉานในอาคมทันที ทว่ามันทำให้เขาจดจำทุกรายละเอียดได้อย่างขึ้นใจโดยไม่มีวันลืมเลือน ความจำเช่นนี้จะช่วยให้เขาฝึกฝนอาคมที่ได้รับสืบทอดมาได้ง่ายขึ้นกว่าปกติมหาศาล
เขาลุกขึ้นจัดระเบียบเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปรับประทานอาหาร
แม้ขั้นบำรุงปราณระดับที่ 2 จะช่วยลดเวลาการนอนลงได้ ทว่ายังมิถึงขั้น ‘ปี้กู่’ (อิ่มทิพย์) เขาจึงยังจำเป็ต้องกินอาหารตามปกติ
เมื่อมาถึงลานเรือน เหล่าศิษย์กำลังเตรียมจัดโต๊ะอาหาร เขาเดินไปนั่งที่ม้านั่งประจำตำแหน่ง หลี่สื่อจิ่น, สวี่หนิง และศิษย์คนอื่นๆ กำลังถกเถียงกันเื่ตระกูลฉิน
หลี่สื่อจิ่นผู้ใจกล้าที่สุดถามหลี่ชิงชิวตรงๆ “ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเรากำลังจะมีศิษย์ใหม่มาเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่งแล้วใช่ไหมเ้าคะ?”
ศิษย์คนอื่นๆ ก็แสดงท่าทีสงสัยและคาดหวัง สำหรับเด็กๆ แล้ว การได้มีเพื่อนใหม่นับเป็เื่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งนัก
“อืม คนที่มาเยี่ยมเยียนวันนี้จะส่งบุตรหลานมาหกคน ไม่เพียงเท่านั้น ใน่ครึ่งปีหลังจากนี้ สำนักชิงเซียวจะรับศิษย์เพิ่มขึ้นอีก แผนการของข้าคือภายในสิ้นปีนี้ จำนวนศิษย์สำนักชิงเซียวต้องถึงห้าสิบคน”
หลี่ชิงชิวพยักหน้าตอบ คำพูดนี้ทำให้เหล่าศิษย์ยิ่งตื่นเต้น วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
หยางเจวี๋ยติ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะยาว เขายิ้มโดยมิได้ปริปากพูดอะไร ถือคติทำดีปิดทองหลังพระ
เขารู้สึกว่าเื่ในวันนี้คิอความชอบอันใหญ่หลวงของเขาจริงๆ!
ตอนนี้เขากำลังเฝ้ารอวันที่หลี่ชิงชิวจะถ่ายทอดวิชาพลังภายในลับเฉพาะของสำนักชิงเซียวให้เขา เขาอยากจะเห็นนักว่าวิชาประเภทไหนกันที่ทำให้เ้าเด็กพวกนี้เก่งกาจถึงเพียงนี้
รัตติกาลเริ่มปกคลุม โคมน้ำมันในลานเรือนถูกจุดขึ้น เมื่อมื้ออาหารถูกเก็บกวาดไปแล้ว ยังคงมีศิษย์บางส่วนวิ่งเล่นซนอยู่ในลานเรือน
หลี่ชิงชิวและหลีตงเยว่ช่วยกันใช้มีดเหลาไม้ไผ่ให้เป็แท่งเล็กแหลมจำนวนมาก แม้สำนักชิงเซียวจะมีอาวุธมาบ้างแล้ว ทว่ายังไม่มีเข็มเงินจริงๆ เขาจึงจำต้องใช้สิ่งนี้แก้ขัดไปก่อน
“ลำบากเ้าแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”
หลี่ชิงชิวหยิบไม้แหลมเ่าั้ขึ้นมา ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าห้องไป ฟ้ามืดเกินไปไม่เหมาะแก่การฝึกวิชาเข็มิญญาผีบอกคืนชีพ เขาตั้งใจว่าจะฝึกหลังจากชักนำปราณยามเช้าของวันพรุ่งนี้
หลีตงเยว่นั่งอยู่บนม้านั่ง มองตามแผ่นหลังศิษย์พี่ใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ในคืนนั้น จางยวี่ชุนแวะมาหาหลี่ชิงชิวที่ห้อง เขามีความกังวลเื่การรับบุตรหลานตระกูลฉินเข้ามา การมาทีเดียวหกคนอาจจะเกิดการรวมกลุ่มเป็พวกพ้องได้ง่าย โดยเฉพาะหนึ่งในนั้นจะได้เป็ศิษย์สืบทอดของหลี่ชิงชิวด้วย
หลี่ชิงชิวต้องปลอบประโลมอยู่นานกว่าจะส่งเขากลับไปได้
สำหรับบุตรหลานตระกูลฉิน เขาได้วางแผนไว้แล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้ศิษย์ใหม่มาถึงแล้วได้รับสิทธิพิเศษเท่าเทียมกับศิษย์รุ่นแรกเด็ดขาด
ภายในสำนักชิงเซียว ลำดับาุโต้องชัดเจน
ไม่เพียงเท่านั้น เส้นแบ่งระหว่าง ‘เซียน’ และ ‘บู๊’ ก็ควรจะถูกกำหนดขึ้นด้วย
เว้นแต่จะมีพร์โดดเด่นจริงๆ ศิษย์ทั่วไปต้องเริ่มจากการฝึกยุทธก่อน แล้วจึงอาศัยความชอบเพื่อรับการถ่ายทอดวิชาบำเพ็ญเซียน
รายละเอียดปลีกย่อยเขายังต้องตรึกตรองต่อ ทว่าในยามนี้ในหัวเขามีเพียงเื่ ‘เข็มิญญาผีบอกคืนชีพ’ เท่านั้น
คืนนี้แม้จะยังฝึกวิชาเข็มไม่ได้ ทว่าเขาสามารถทบทวนเคล็ดลับในหัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกจริงได้
สองวันถัดมา หลี่ชิงชิวใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกเข็มิญญาผีบอกคืนชีพ
ความก้าวหน้าไม่ถือว่าเร็วนัก สิ่งนี้ทำให้เขาโหยหาความรู้สึกยามฝึกเพลงกระบี่เหลือเกิน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะได้คัดลอกลิขิตชะตาที่สองเสียที
ในวันที่สามหลังจากฉินเจวี๋ยจากไป กลุ่มของเจียงจ้าวเซี่ยสามคนก็พากันพาช่างเย็บผ้ากลับมาถึงสำนัก ทางเดินเขาที่ขรุขระทำเอาช่างเย็บผ้าเหนื่อยหอบจนเหงื่อท่วมกาย ทันทีที่เข้าถึงลานเรือนก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
จางยวี่ชุนรีบรินน้ำส่งให้เขาดื่ม
หลี่ชิงชิวมิได้รีบร้อนสั่งทำชุดประจำสำนัก เขาพาเจียงจ้าวเซี่ยเข้าห้องเพื่อสนทนา โดยมีจางยวี่ชุนและหลีตงเยว่ตามเข้ามาด้วย
ภายในลานเรือนเหลือเพียงเหล่าศิษย์ที่ล้อมวงดูช่างเย็บผ้า ส่วนหยางเจวี๋ยติ่งนั้นกำลังจมดิ่งอยู่กับการฝึก ‘คัมภีร์หุ่นหยวน’ จนถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อเข้าห้องมา เจียงจ้าวเซี่ยก็เล่าเื่ราวระหว่างการเดินทางให้ฟังอย่างละเอียด นอกจากเื่ตามหาช่างและจัดซื้อผ้าแล้ว เขายังได้แอบสืบหาช่องทางทำเงินมาได้อีกด้วย
“ในเมืองมีการติดประกาศใบสั่งตาย อยู่ไม่น้อย ทั้งคดีปริศนาที่ต้องตามหาฆาตกร หรือคดีกวาดล้างโจรป่า ค่าตอบแทนสูงทีเดียว เื่พวกนี้เราสามารถรับทำได้ หรือแม้แต่รับจ้างคุ้มกันขบวนรถม้า แถวเทือกเขาไท่คุนนี้ก็ยังได้นะขอรับ”
เจียงจ้าวเซี่ยนั่งบนม้านั่งพลางยิ้มกล่าว เขาค่อนข้างมั่นใจในเื่นี้และคิดว่ามันจะช่วยให้สำนักชิงเซียวสั่งสมความมั่งคั่งได้ไว
จางยวี่ชุนถามถึงรายละเอียดค่าตอบแทน ทว่าเมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้ว เขาก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “น้อยเกินไป ไม่คุ้มที่จะทำหรอก เ้าเหนื่อยแทบตายก็ได้เงินไม่เท่าเศษเสี้ยวที่ตระกูลฉินจะมอบให้เราเป็รายปีเลยด้วยซ้ำ”
“ตระกูลฉินรึ?” เจียงจ้าวเซี่ยขมวดคิ้วถามอย่างประหลาดใจ
จางยวี่ชุนจึงเล่าเื่การเจรจาระหว่างหลี่ชิงชิวและฉินเจวี๋ยให้ฟังทั้งหมด
หลังจากฟังจบ เจียงจ้าวเซี่ยมิได้ดีใจ กลับจ้องมองหลี่ชิงชิวแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ พวกเราไม่จำเป็ต้องลดตัวไปง้อขอร้องคนอื่นเช่นนี้หรอก พวกเรามีฝีมือ การหาเงินมิใช่เื่ยาก”
หลี่ชิงชิวกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “หากเ้าเอาเวลาไปใช้กับการหาเงิน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกวิชา? จำไว้ พวกเ้าทุกคนคือ ‘ระดับบริหาร’ ของสำนักชิงเซียว หน้าที่ของพวกเ้ามิใช่เื่จิปาถะเหล่านี้ โดยเฉพาะเ้า เ้าต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกวิชา เมื่อใดที่เ้ากลายเป็อันดับหนึ่งของยุทธภพ เมื่อนั้นจะมีคนมากมายมาก้มหัวขอส่งเงินให้พวกเราเอง”
หลีตงเยว่พยักหน้าเห็นพ้อง “ศิษย์พี่ใหญ่พูดถูก ศิษย์พี่สาม อย่าลืมสิว่านิกายเจ็ดบรรพตหรือนิกายชิงอาจจะบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้ พวกเรายังไม่รู้เลยว่าคราวหน้าพวกมันจะพายอดฝีมือมามากขนาดไหน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วของเจียงจ้าวเซี่ยก็เริ่มคลายออก
นั่นสินะ ยังมีการต่อสู้นองเืที่ต้องเผชิญในอนาคต เขาจะเอาเวลาไปทิ้งกับการหาเงินได้อย่างไร?
“ขอเพียงเ้าแข็งแกร่งพอ ก็จะไม่มีใครสั่นคลอนสถานะของพวกเราได้” หลี่ชิงชิวกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เจียงจ้าวเซี่ยพยักหน้า “ตกลง นอกจากฝึกวิชาหลักแล้ว ข้าจะทุ่มเทเวลาให้กับการฝึก ‘วิชาควบคุมกระบี่ไท่เจวี๋ย’ ด้วย”
จางยวี่ชุนและหลีตงเยว่ต่างฉายแววตาอิจฉา หลี่ชิงชิวเคยนำวิชาควบคุมกระบี่ออกมาให้พวกเขาดูแล้ว ทว่าแค่อ่านพวกเขาก็ปวดหัวตึ้บ รู้สึกว่ามันยากเกินกว่าจะฝึกฝนได้
พร์ของหลี่ชิงชิวและเจียงจ้าวเซี่ยคือสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมถึงจริงๆ
“ต่อไปศิษย์พี่สามจงตั้งใจฝึกวิชา งานภายในสำนักให้ยวี่ชุนเป็คนดูแล ส่วนข้าตั้งใจจะหาเวลาอบรมสั่งสอนตงเยว่อย่างจริงจัง เพื่อปั้นตงเยว่ขึ้นมาเป็ขุมกำลังอีกคนหนึ่ง”
หลี่ชิงชิวกล่าวต่อ คำพูดนี้ทำให้หลีตงเยว่รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย กลัวว่าจะทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ผิดหวัง ทว่าด้วยนิสัยของนาง เมื่อเป็การตัดสินใจของศิษย์พี่ใหญ่ ต่อให้นางจะกังวลเพียงใดก็ไม่มีวันปฏิเสธ
จางยวี่ชุนมิได้รู้สึกเหนื่อยหน่าย กลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น ยิ่งศิษย์เยอะเขาก็ยิ่งมีโอกาสแสดงฝีมือในการบริหารจัดการมากขึ้น และหลี่ชิงชิวยังบอกให้เขาเตรียมตัวรับสมัครศิษย์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
เจียงจ้าวเซี่ยทิ้งท้ายไว้ว่า “เมื่อบุตรหลานตระกูลฉินมาถึง ข้าจะเป็คนตรวจสอบพวกเขาด้วยตนเอง”
หลี่ชิงชิวหัวเราะร่าพลางพยักหน้าเห็นชอบ
ทั้งสี่คนสนทนากันอีกครู่หนึ่งจึงแยกย้ายกันออกจากห้อง วันนี้ให้ช่างเย็บผ้าพักผ่อนเสียก่อน พรุ่งนี้จึงค่อยเริ่มลงมือทำชุดประจำสำนัก
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ชิงชิวมอบภาพวาดที่เขาเตรียมไว้ให้แก่ช่างเย็บผ้า มันคือแบบร่างชุดประจำสำนักที่เขาออกแบบเองกับมือ เนื่องจากมีเพียงหมึกสีดำ เขาจึงต้องคอยกำชับช่างว่าส่วนไหนควรใช้สีอะไร
หลังจากสั่งงานเรียบร้อย เขาจึงพาหลีตงเยว่ลงเขาไป ตั้งใจจะถ่ายทอด ‘เข็มิญญาผีบอกคืนชีพ’ ให้แก่นาง
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังฝึกไม่สำเร็จ ถือโอกาสลากหลีตงเยว่มาฝึกด้วยกัน จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันได้
ในความคิดของเขา ศิษย์น้องทั้งหกควรจะแตกฉานในอาคมเซียนที่แตกต่างกัน เพื่อที่แต่ละคนจะได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและส่งเสริมซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
