เช้าวันรุ่งขึ้น
เฉินเฟิงออกมาฝึกวิชาหมัดมวยที่ระเบียงด้านนอก
แม้ว่าความสามารถด้านวิชาการต่อสู้ที่ได้มาจากสองชีวิตในโลกคู่ขนานนี้จะถูกส่งตรงมายังตัวเขาผ่านระบบแล้วก็ตาม
แต่บนเส้นทางแห่งการต่อสู้นี้ ความล้มเหลวเพียงอย่างเดียวคือการล้มเลิกกลางคัน
เฉินเฟิงจึงต้องฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อขัดเกลาฝีมือให้กล้าแกร่งยิ่งขึ้น
หลังจากฝึกฝนเป็เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเศษ หญิงสาวทั้งสี่ก็ทยอยตื่นขึ้น
หลังจากผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนร่วมกัน สาวทั้งสี่ตื่นเช้ามาพร้อมสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เป้าหมายหลักของเฉินเฟิงในวันนี้คือการเดินทางไปยังเขตชานเมืองของโม๋ตูเพื่อทำพิธีเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ของปี้ตี้กรุ๊ป
ในทางเทคนิคแล้ว โครงการนี้ถือเป็ของบริษัทอสังหาฯ เฟิงฮวาเจว๋ต้ายซึ่งรายได้ส่วนใหญ่จะตกเป็ของเฉินเฟิง
อย่างไรก็ตาม ปี้ตี้กรุ๊ปและทางฝั่งรัฐบาลโม๋ตูก็จะได้รับส่วนแบ่งกำไรห้าเปอร์เซ็นต์
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวและรับประทานอาหารกับสาวๆ ทั้งสี่เสร็จ เฉินเฟิงก็มุ่งหน้าไปยังโชว์รูมรถ 4S สุดหรู
ด้วยสถานะของผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็มหาเศรษฐีพันล้าน การเดินทางของเขาในตอนนี้ไม่ควรเป็การนั่งรถภรรยาอีกต่อไป
เฉินเฟิงจึงตัดสินใจซื้อรถหรูให้ตัวเองสักคัน
ทว่าด้วยความที่ตอนนี้เป็ปี 1995 ตัวเลือกสำหรับรถหรูยังมีไม่มากนัก
สุดท้ายเฉินเฟิงก็เลือกซื้อรถหงฉีรุ่นท็อป
ในฐานะชาวเหยียนหวง เขาอยากสนับสนุนรถยนต์ของประเทศตัวเองมากกว่าซื้อรถจากต่างประเทศ
จากนั้น เฉินเฟิงขับรถหงฉีคันใหม่ มุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง
เมื่อเทียบกับหนุ่มน้อยเฉินเฟิงที่ขี่เพียงมอเตอร์ไซค์บุโรทั่งเก่าๆ ไปเรียนเมื่อห้าเดือนก่อน
ตอนนี้สถานะของเขาพลิกผัน กลายเป็มหาเศรษฐีที่มีเงินทองมากมาย
แต่สำหรับเฉินเฟิงแล้ว เื่แค่นี้ไม่นับเป็อะไร
ในเมื่อชาติก่อนเขาเคยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับสี่ของโลกมาแล้ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถของเฉินเฟิงก็เดินทางมาถึงหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตชานเมือง
เหล่าผู้นำจากโม๋ตู ผู้บริหารระดับสูงของปี้ตี้กรุ๊ป รวมไปถึงเ้าสัวอสังหาริมทรัพย์หลายคนที่เคยเข้าร่วมการประมูล ต่างรวมตัวกันอยู่ที่นี่กันอยู่ก่อนแล้ว
พวกเขาอยากเห็นว่าไอ้เด็กใหม่คนนี้จะสามารถขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตชานเมืองที่ไม่มีใครสนใจได้หรือไม่
เมื่อพวกเขาเห็นเฉินเฟิงก้าวลงจากรถหงฉีคันใหม่ ทุกคนต่างต้อนรับเขาด้วยเสียงปรบมือดังกึกก้อง
แม้พวกเขาจะคาดหวังว่าจะได้ดูเื่น่าขายหน้าของเฉินเฟิงอยู่ก็ตาม แต่ด้วยสถานะเป็ผู้รับผิดชอบโครงการในเขตชานเมือง พวกเขายังคงต้องไว้หน้าเขาอยู่บ้าง
จางอวี่เลี่ยงรู้สึกประทับใจในตัวเฉินเฟิงเป็พิเศษ โดยเฉพาะเมื่อทราบข่าวว่าเฉินเฟิงนอนหลับเป็ผักติดต่อกันนานห้าเดือนและเพิ่งได้สติเมื่อวานนี้
เขาจึงเป็คนแรกที่เอ่ยปากทักทาย "เฉินเฟิง อากาศหนาวขนาดนี้ทำไมถึงใส่แค่เสื้อแขนสั้นล่ะ..."
เฉินเฟิงสบตาจางอวี่เลี่ยง ตอบยิ้มๆ
"ฮ่าๆ ผมฝึกวิทยายุทธ์มาได้ห้าเดือนแล้ว ผมเลยไม่กลัวความหนาว"
สิ้นเสียง เฉินเฟิงก็กวาดตามองรอบๆ เขาพบว่าเหล่าเ้าสัวอสังหาริมทรัพย์ต่างมีสีหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด
เฉินเฟิง้าข่มขวัญพวกเขา เพื่อไม่ให้พวกเขาคิดเล่นงานบริษัทอสังหาฯ เฟิงฮวาเจว๋ต้าย
เฉินเฟิงจึงสะบัดมืออย่างสบายๆ ใส่พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า
ทันใดนั้น รอยแยกขนาดั์ในรูปตัว '發' ปรากฏขึ้นบนพื้น สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนในงาน
เหล่าเ้าสัวอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายต่างใกับพลังอำนาจของเฉินเฟิง
ตอนนี้ ต่อให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ของเขาขายไม่ดีอย่างไรก็คงไม่มีใครกล้าเยาะเย้ยเขาแล้ว
หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดโครงการ โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตชานเมืองโม๋ตูที่บริษัทของเฉินเฟิงรับผิดชอบจึงเริ่มเปิดขายอย่างเป็ทางการ
ทันใดนั้นเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กลุ่มคนงานก่อสร้างจำนวนมากจากหมู่บ้านรอบๆ แห่กันเข้ามาจับจองบ้านกันอย่างรวดเร็ว
อย่าดูถูกคนงานก่อสร้างในยุคนี้เชียว พวกเขาทำงานหนัก หาเงินด้วยแรงงาน ขายความชำนาญด้านฝีมือ และประหยัดอดออม
นอกจากนี้ โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตชานเมืองขายในราคาย่อมเยาเอื้อมถึงง่าย ส่งผลให้สามารถขายหมดในเวลาอันสั้น
