พอะโไปเท่านั้น หลิวเฮยชีก็ได้ยินเสียงม้าร้องจากด้านล่าง เขาจึงก้มลงดู บนผืนหิมะสีขาวด้านล่างปรากฏมือเน่าเละข้างหนึ่งกำลังดึงขาม้าของพวกเขาไว้
ตัวอะไรบางอย่างนั่นกำลังโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน…
แม่เ้า นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?!
จนถึงเวลานี้แล้ว ไหนเลยจะยังมีเวลาคิดถึงเื่การปล้นชิงหมู่บ้านหรือความร่ำรวย? ขืนเขายังไม่หนีไปอีก คงไม่มีชีวิตรอดแน่!
มีคนแหกปากะโ “ช่วยด้วย! รีบหนีเร็ว! ตัวประหลาดจะออกมาแล้ว!”
พอสิ้นคำนี้ หลิวเฮยชีตัวสั่นขนลุก จากนั้นบังคับม้าหันหลังและควบหนีไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด
บนพื้นมี ‘คน’ ใบหน้าดุร้ายยังคงผุดขึ้นมาไม่หยุด พอผุดขึ้นมาเหนือพื้นก็จู่โจมใส่กลุ่มโจรทั้งหลาย โจรไม่น้อยถูกกระชากลงจากหลังม้า จากนั้นก็ถูกจับฉีกร่าง กลายเป็อาหารอันโอชะของพวกมัน
หลิวเฮยชีหวาดกลัวจนไม่รู้ควรวิ่งไปทางใด ข้างหูมีเพียงเสียงร้องอนาถของเหล่าลูกน้อง เขาได้แต่ควบม้าหนีอย่างบ้าคลั่งไปยังทิศทางที่ไร้ซึ่งผู้คน
ครั้นแล้วก็ยังมีผีดิบตามเขาทันและปีนขึ้นหลังม้า มันจับศีรษะของเขาและเริ่มกัดกิน หลิวเฮยชีร้องอย่างน่าสมเพช ร่วงจากหลังม้าลงไปบนกองหญ้า…
ก่อนหน้านี้เขาเป็ถึงหัวหน้ากลุ่มโจรที่จองหองเกรี้ยวกราด ขณะนี้กลับแพ้ย่อยยับไม่เหลือสภาพ
เสิ่นม่านเคี้ยวข้าวโพดคั่วอย่างตื่นเต้น ขณะที่เคี้ยวไปก็ทอดถอนใจ โหมดเสมือนจริงนี่ช่างสมจริงเหลือเกิน โดยเฉพาะััที่ผู้ชมได้รับ สภาพแวดล้อมสมจริงชะมัด!
นางยัดข้าวโพดคั่วใส่ปากอีกหนึ่งคำ ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งมาวางบนไหล่ของนาง ทำเอาเสิ่นม่านสะดุ้งโหยง ฉับพลันนั้นก็คว้าไหล่ของอีกฝ่ายและทุ่มลงพื้น
“โอ๊ย!”
เสียงอนาถที่คุ้นเคยดังขึ้น เสิ่นม่านอาศัยแสงสะท้อนจากพื้นหิมะจึงเห็นว่า ผู้มาเยือนคือเยี่ยนชี
โชคยังดีที่บนพื้นมีหญ้ารองไม่น้อย เขาจึงไม่เป็อะไร
เยี่ยนชีนวดบ่าที่ถูกทุ่มจนเจ็บ จากนั้นเงยศีรษะขึ้นด้วยท่าทางไร้เดียงสา “แม่นางเสิ่น นี่ข้าเอง ต้องรุนแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เสิ่นม่านดึงเยี่ยนชีขึ้นจากกองหญ้าและช่วยปัดหิมะบนตัวเขา “เ้ามาทำอะไรที่นี่? ข้าให้เ้าอยู่ปกป้องทุกคนในหมู่บ้านไม่ใช่หรือ?”
เยี่ยนชีอธิบาย “วางใจได้ ชาวบ้านยังอยู่ดี ข้าแค่เป็ห่วงเ้าจึงตามมาดู แต่คนเ่าั้…”
จุดเดียวกับทิศทางที่เยี่ยนชีมองไป ท่ามกลางความโกลาหลนั้น โจรแต่ละคนล้มกองกับพื้นและแหกปากร้องโอดโอยอย่างน่าอนาถ พร้อมกับวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งราวกับเจอผีหลอก
เหมือน… ถูกมนตร์ดำอย่างไรอย่างนั้น
เยี่ยนชีขมวดคิ้วถาม “คนเ่าั้เป็อะไรไป?”
เสิ่นม่านทำเสียงจึ๊และยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้ “ข้าก็ไม่รู้ พอข้ามาถึงนี่ พวกเขาก็เป็เช่นนั้นแล้ว พูดตามตรง มันน่ากลัวเหลือเกิน ข้ากลัว…”
เยี่ยนชีหรี่ตาชี้ไปทางข้าวโพดคั่วในมือนาง “เ้าแน่ใจนะว่ากลัว? เมื่อครู่ข้ายังเห็นเ้าดูสนุกสนานอยู่เลยนี่นา”
เสิ่นม่าน: ชีวิตยากลำบากพอแล้ว ได้โปรดอย่าเปิดโปงกันมากกว่านี้
เหมือนเกิดความละอายใจ นางจึงลุกขึ้นปัดเศษหิมะที่ติดก้นพร้อมย่ำเท้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อือ ข้าเริ่มหนาวแล้ว ให้พวกเขาเล่นสนุกอยู่ตรงนี้ไป ส่วนเรากลับหมู่บ้านดีกว่า”
เยี่ยนชีมองไปทางกลุ่มโจรที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่นานสักพักใหญ่ จากนั้นตามเสิ่นม่านไปติดๆ
บนกองหิมะ กลุ่มโจรร้องโอดครวญอยู่นาน ในที่สุดรอบทิศก็สงบ ‘ตัวประหลาด’ เ่าั้หายวับไปทันใด กลุ่มโจรที่ถูกกัดจนร่างแหลกเืสาดและหมดสติไปก็ฟื้นขึ้นมา มองดูตนเองและพวกพ้องที่อยู่รอบข้าง
ไม่มีเืและไม่มีผู้าเ็
นอกจากคนที่ถูกม้าใเหยียบจนาเ็แล้ว คนอื่นๆ ไม่มีาแแม้แต่น้อย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? แล้วตัวประหลาดกินคนเ่าั้ล่ะ?
พวกพ้องที่ได้สติหลังจากผ่านความระทึกช่วยกันควานหาหลิวเฮยชีที่ศีรษะครึ่งหนึ่งจมอยู่บนกองหิมะ
เขาหมดสติไป สีหน้าซีดขาวราวกับเสียชีวิตแล้ว
ลูกน้องเขากดจุดเหรินจงอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะทำให้เขาฟื้น พอหลิวเฮยชีลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ร้องออกมาก็คือ “อ๊าก! อย่ากัดข้า! อย่ากัดข้า!”
ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ ถึงกับหูดับเพราะเสียงร้องนี้ จากนั้นพยุงลูกพี่ใหญ่และอธิบายเสียงค่อย “หัวหน้า ตัวประหลาดเ่าั้หายไปแล้ว”
หลิวเฮยชีแววตาล่องลอยอยู่นานพักใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเขา
“หาย หายไปแล้ว?” ตัวประหลาดที่โผล่มาจากใต้พื้นดินเพื่อกินคน หายไปแล้วหรือ?
ลูกน้องที่กล้าหาญคนหนึ่งเอ่ยถาม “หัวหน้า เช่นนั้นเรายังจะไปหมู่บ้านโม๋ผานหรือไม่?”
หมู่บ้านโม๋ผาน? เกือบลืมไปแล้วว่า วันนี้จะไปปล้นฆ่าหมู่บ้าน
ครั้นแล้ว หลิวเฮยชีเกิดความหวาดกลัว
สถานที่แห่งนี้มีสิ่งอาถรรพ์รุนแรง หลายปีก่อนหน้านี้เคยได้ยินคนเล่าว่าที่นี่เคยเป็สนามรบโบราณ พวกเขาคงไม่ได้บังเอิญมาเจออาถรรพ์เข้าให้หรอกนะ?
เขาเพียงแค่ย้อนนึกถึงภาพเมื่อครู่ก็สยองจนเสียวสันหลัง หลิวเฮยชีหดคอ ลูกน้องพยุงเขาลุกขึ้นอย่างยากเย็น ก่อนจะพบว่ากางเกงของตนเปียกเป็วงกว้าง
แน่นอนว่าเกิดจากความระทึกขวัญเมื่อครู่
ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น จึงเอ่ยอย่างเห็นอกเห็นใจ “หัวหน้า ไม่เป็ไร เราเองก็ฉี่ราดเช่นกัน” อย่าว่าแต่ปัสสาวะเลย ตอนนี้ขาสองข้างยังคงสั่นระริกด้วยซ้ำ
หลิวเฮยชีเขินอายและถีบเขาหนึ่งที เขาด่ากราด “ฉี่! ฉี่ราดอะไรกัน! รีบกลับค่าย! ที่ตรงนี้อาถรรพ์นัก กลับไปถามผู้ว่าจ้างก่อนว่าเราควรทำอย่างไรต่อ!”
พูดจบก็รีบปีนขึ้นหลังม้าและควบหนีไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง
เหล่าลูกน้อง “…”
ไม่ว่ากัน เมื่อครู่เพิ่งผ่านการหนีตายมา พวกเขาเองก็อยากรีบไปจากที่นี่
ชาวบ้านหมู่บ้านโม๋ผานเฝ้าอยู่หน้าหมู่บ้านนานค่อนคืน แต่ก็หาได้มีโจรมาแม้แต่คนเดียวไม่ เมื่อไปสอบถามสถานการณ์กับชาวบ้าน อีกฝ่ายกลับบอกว่ากลุ่มโจรควบม้าหนีกลับไปกลางดึกแล้ว
สิ่งนี้ทำให้ผู้ใหญ่บ้านหลี่เถี่ยโถวงุนงง ไหนบอกว่าจะมาปล้นฆ่าล้างบางหมู่บ้านไม่ใช่หรือ?
เหตุใดมาได้เพียงระยะไม่กี่ลี้ก็กลับไปเสียแล้ว? หรือว่าจู่ๆ พวกโจรเกิดความเห็นใจ จึงตัดสินใจกลับค่าย?
หรือว่าเพราะเมื่อคืนมีการเปลี่ยนแปลง โจรเ้าเล่ห์เ่าั้อาจจะอ่านแผนการออกจึงแสร้งถอยให้ตายใจ จากนั้นค่อยจู่โจมกะทันหัน?
เมื่อนึกถึงความเป็ไปได้นี้ หลี่เถี่ยโถวจึงพาทุกคนเฝ้าอยู่ที่หน้าหมู่บ้านจนฟ้าสาง
กระทั่งกองกำลังช่วยเหลือของทางการมาถึง พวกเขาถึงโล่งอก
ค่ำคืนที่อกสั่นขวัญแขวนได้ผ่านพ้นไป เหล่ามือปราบได้นำข่าวร้ายที่แน่ชัดมาให้ว่า หมู่บ้านสุ่ยหนิวที่อยู่ข้างกันถูกปล้นฆ่าแล้วจริงๆ มีคนไม่น้อยที่ถูกฟันเสียชีวิตขณะที่นอนหลับบนเตียง ไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขืนต่อต้าน
เหล่าสตรีทั้งที่แต่งงานแล้วและเป็สาววัยสะพรั่ง ส่วนมากถูกกลุ่มโจรขืนใจ แล้วยังมีสตรีอีกไม่น้อยที่หายตัวไปยังไม่พบศพ
แต่น้อยมากที่จะมีไหวพริบและรีบซ่อนตัวเมื่อได้ยินความเคลื่อนไหว ถึงได้รอดพ้นจากการถูกข่มเหง ส่วนที่เหลือ…
มือปราบไม่ได้เอ่ยถึง
แต่สภาพการณ์ที่น่าเศร้าใจของหมู่บ้านสุ่ยหนิว ราวกับเกิดขึ้นตรงหน้าของทุกคน
ทางการกังวลว่ากลางดึกกลุ่มโจรจะจู่โจมหมู่บ้านโม๋ผานอีก จึงส่งทหารยี่สิบกว่านายมาช่วยเฝ้ายามให้หน้าหมู่บ้าน เมื่อเป็เช่นนี้ ชาวบ้านเองก็โล่งใจไม่น้อย
หลังจากเฝ้าอยู่สองคืน ละแวกนั้นหาได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น นี่จึงทำให้คนไม่น้อยเริ่มวางใจ ผู้คนที่เดิมทีหลบซ่อนอยู่หลังเขาก็ค่อยๆ พากันกลับเข้าหมู่บ้าน
อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ ผู้ใดเล่าจะยินดีอยู่บนเนินเขา? นอนตัวอุ่นอยู่บนเตียงคั่งที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ?
นอกจากนี้ ใต้เท้าจางกำลังปราบโจรอยู่ที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หน้าหมู่บ้านก็มีคนของทางการคอยเฝ้า โจรเ่าั้จะกล้ากลับมาได้อย่างไร?
ไม่แน่ว่าคงจะหายไปในเร็ววันนี้
ทุกคนเริ่มคลายความระมัดระวัง เว้นแต่ครอบครัวของเสิ่นม่าน
นางกับเยี่ยนชียังคงออกลาดตระเวนรอบบริเวณคืนละหลายหน เพื่อตรวจสอบว่ามีบุคคลต้องสงสัยหรือไม่
คืนนั้น เหล่าโจรแค่ได้ดูภาพยนตร์เสมือนจริง คงไม่ถึงกับกลัวจนหัวหด ยิ่งไม่มีทางยอมถอดใจแน่…
-----
