“เหตุใดจะไม่ได้เล่า?”
ในที่สุดหลีจิ้งก็หันหน้ากลับมา ใช้สายตาแสดงความสนใจมองมายังลี่ฝาน เม้มปากยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าััไม่ได้ถึงปราณใดๆ ของสำนักหลิงอวิ๋นบนตัวเนี่ยเทียน ตาแก่อูนั่นก็น่าจะไม่ได้ถ่ายทอดคาถาวิเศษของสำนักหลิงอวิ๋นให้กับเนี่ยเทียนเหมือนกัน”
หยุดชะงักไปครู่หนึ่งนางก็ยิ้มขึ้นมาแล้วพูดด้วยสีหน้าเบิกบาน “กลับกลายเป็ปราณของสำนักโลหิตของข้าเสียอีก ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเขา ข้ามั่นใจมากว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกล้ำกับสำนักโลหิตของข้า”
ปีนั้นตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต อวี๋ถงได้ใช้เวทลับ “ตาข่ายปฐี” นำเส้นเืนับหมื่นนับพันแทงทะลุเข้าไปในร่างของเนี่ยเทียน
และเนี่ยเทียนก็ใช้ความประหลาดของร่างกายตัวเองดูดดึงเส้นเืเ่าั้ให้เข้ามาหลอมละลายอยู่ในร่าง
บนร่างของเนี่ยเทียนจึงยังมีกลิ่นคาวเืของสำนักโลหิตหลงเหลืออยู่ ในฐานะที่หลีจิ้งเป็เ้าสำนักจึงเชี่ยวชาญในเวทลับทุกชนิดของสำนักโลหิต และแน่นอนว่าย่อมมีการรับััที่เฉียบไว
นางเชื่อมั่นว่าที่เนี่ยเทียนสามารถปลุกโครงกระดูกปีศาจเืให้ฟื้นตื่นได้ นอกจากการมอบพลังแห่งชีวิตแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับปราณสำนักโลหิตในร่างของเนี่ยเทียนด้วย
“เนี่ยเทียนไหว้เข้าเป็ศิษย์ของอาจารย์ปู่ข้าแล้ว” รอยยิ้มของลี่ฝานเห็นได้ชัดว่าฝืนใจ “อีกอย่างทุกคนในสำนักหลิงอวิ๋นของข้าก็ล้วนรู้เื่นี้ดี”
“แล้วเกี่ยวอะไรกันเล่า?” หลีจิ้งไม่สนใจแม้แต่นิด “ขอแค่ตาแก่อูยอมปล่อยมือก็พอ ลูกศิษย์สองคนที่เขารับไว้ก็ยิ่งใหญ่มากพอแล้ว อีกทั้งอายุขัยของเขากำลังจะหมดลง เกรงว่าคงไม่มีเวลาเหลือมาปกป้องดูแลให้เนี่ยเทียนเติบโตได้อีก สิ่งที่เขาไม่สามารถมอบให้เนี่ยเทียนได้ สำนักโลหิตของพวกเราและข้าหลีจิ้ง สามารถหามาให้เขาได้!”
ไม่รอให้ลี่ฝานโต้ตอบ หลีจิ้งก็แค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง กล่าวต่อไปว่า “โครงกระดูกปีศาจเืตนนั้นสำนักโลหิตของข้าต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจจนแทบล้มประดาตาย กว่าจะหลอมออกมาได้ก็ต้องใช้ความสามารถเกือบทั้งหมดที่มี ศักยภาพของโครงกระดูกปีศาจเืเ้าเองก็ได้เห็นแล้ว! ตอนนี้โครงกระดูกปีศาจเืฟังคำสั่งจากเขาของเพียงคนเดียว แล้วมีหรือที่ข้าจะยอมให้โครงกระดูกปีศาจเืกลับไปยังสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเ้า?”
“ข้าหลีจิ้งจะยอมส่งมอบอาวุธสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักโลหิตข้าให้กับมือสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเ้าเปล่าๆ อย่างนั้นหรือ?”
“แต่เนี่ยเทียนก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ของสำนักโลหิตได้แล้วมิใช่หรือ?” ลี่ฝานได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อน
“ไม่พอ! ยังห่างไกลกับคำว่าเพียงพอมากนัก!” หลีจิ้งยืนกรานเด็ดเดี่ยว “คนที่ควบคุมโครงกระดูกปีศาจเื ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม ข้าก็ล้วนไม่ปล่อยผ่านไปทั้งนั้น หากไม่ให้ข้าสังหารเนี่ยเทียนเพื่อให้โครงกระดูกปีศาจเืกลับคืนสู่อิสรภาพอีกครั้ง! ถ้าไม่อย่างนั้นนับแต่นี้เนี่ยเทียนก็ต้องลาจากสำนักหลิงอวิ๋นเข้ามาอยู่ในสำนักโลหิต กลายเป็คนของสำนักโลหิต!”
“เป็ไปตามนี้! ลี่ฝาน เ้ากลับไปบอกตาแก่อูว่าเด็กเนี่ยเทียนผู้นี้ เป็ของข้าแล้ว!”
หลีจิ้งโบกมือ แสงเืกลุ่มหนึ่งก็พลันตรงเข้ามาโอบล้อมลี่ฝานที่ยังทำท่าจะพูดอะไรต่อ แล้วจึงพาตัวเขาไปจากที่แห่งนี้ ไม่มอบโอกาสให้เขาเอ่ยอ้อนวอนไปมากกว่านั้น
หลังจากส่งลี่ฝานไปแล้ว ตอนที่นางหันมามองยังเนี่ยเทียนอีกครั้ง ดวงตาของนางก็เปล่งประกายตื่นเต้นขึ้นมา
“ตาแก่อูเข้าใจเลือกลูกศิษย์จริงๆ เด็กผู้นี้คือสิ่งล้ำค่าในการฝึกฝนเวทลับสำนักโลหิตของข้า ในเมื่อเ้าปลุกให้โครงกระดูกปีศาจเืฟื้นตื่นได้สำเร็จ ก็ถือว่ามีโชควาสนากับสำนักโลหิตของข้าแล้ว ขอโทษด้วยนะตาแก่อู...”
นางพึมพำอยู่กับตัวเองในใจ มองเห็นเนี่ยเทียนเป็ลูกศิษย์สำนักโลหิตไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เวลานี้เนี่ยเทียนได้นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นนานแล้ว กำลังใช้หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่ามาฟื้นฟูพลังของตัวเอง
หมัดพิโรธแทบจะเผาผลาญพลังทั้งหมดในมหาสมุทริญญาจุดตันเถียนของเขาไป เขาจำเป็ต้องฟื้นตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนของอาณาจักรหลีเทียน
ขณะที่เขากำลังใช้คาถาหลอมลมปราณมาดึงดูดพลังิญญาในหินวิเศษแต่ละก้อนนั้น แสงดาวหลายดวงก็ยังคงถูกชักนำให้ลอดผ่านปราณปีศาจเข้ามาสาดส่องลงบนร่างของเขา
เขาสังเกตดูมหาสมุทริญญาที่จุดตันเถียนก็พบว่าแสงดาวที่สาดส่องลงมานั้นทยอยกันเข้าไปปรากฏอยู่ในน้ำวนดวงดาว
เวลานี้เขามีความรู้สึกว่าเขากับทางช้างเผือกนอกโลกที่ไม่รู้ว่าห่างไกลกันมากเท่าไหร่นั้นได้สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกลับต่อกัน
ด้วยความสัมพันธ์นั้น แสงดาวจึงเป็ฝ่ายมารวมกันอยู่ที่ตัวเขา
แสงดาวเ่าั้เย็นกระจ่างและบริสุทธิ์ มีพลังลึกลับในการชำระล้างปราณปีศาจ
ไม่นานเมื่อแสงดาวสาดส่องลงมา ไม่เพียงพื้นที่ข้างกายเขาเท่านั้น แม้แต่ขอบเขตที่ห่างออกไปไกล ปราณปีศาจก็ได้เริ่มสลายหายไปด้วย
แน่นอนว่าการหนีไปของภูตผีปีศาจชั้นสูงและการกระจายตัวของภูตผีปีศาจชั้นต่ำได้ทำให้ปราณปีศาจที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่สลายหายตามไปด้วย
และแสงดาวที่สาดลงมาก็ช่วยให้ความเร็วในการสลายของปราณปีศาจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ไม่นานฟ้าดินที่ถูกปราณปีศาจกลบทับโดยมีเนี่ยเทียนเป็จุดศูนย์กลางก็ค่อยๆ กลับคืนมาเป็โล่งสว่าง
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นทางช้างเผือกแถบเล็กๆ ที่เผยตัวออกมา ในทางช้างเผือกนั้นดวงดาวแต่ละดวงสุกสกาว ปลดปล่อยแสงพริบพราวมากกว่าทุกวัน
คนของสำนักโลหิตยังคงไล่ฆ่าภูตผีปีศาจชั้นต่ำอยู่รอบด้าน เนื่องจากปราณปีศาจที่สลายไป ลูกศิษย์สำนักโลหิตมากมายที่มีขอบเขตต่ำต้อยซึ่งถูกม่านแสงสีแดงเพลิงปกคลุมเอาไว้ตรงกลางลานกว้างก็พากันถอนหายใจออกมายาวเหยียด แล้วเดินออกมาจากข้างใน
ส่วนเงาโลหิตขนาดั์ที่ลอยสูง เมื่อถูกจิตของหลีจิ้งเรียกขานจึงหดเล็กลงในฉับพลัน
“ฟิ้ว!”
เงาโลหิตกลายมาเป็แสงสีเืหนึ่งเส้นที่บินกลับเข้ามาในแหวนเก็บของของหลีจิ้ง หายวับเข้าไปอยู่ในแท่นดอกบัวสีเืด้านใน
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ปราณปีศาจทั้งหมดที่รวมตัวกันอยู่ตรงนี้ก็ค่อยๆ หายไปหมด
สำนักโลหิตที่ถูกปราณปีศาจกลบทับจึงเผยตัวขึ้นมาท่ามกลางราตรีกาลอีกครั้ง
“ผ่านเคราะห์มาได้แล้ว”
“ถือว่าผ่านไปได้เสียที”
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นฟ้าเห็นดิน ได้เห็นท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง”
“ภัยพิบัติของสำนักโลหิตถือว่าผ่านไปได้ชั่วคราวแล้ว ทว่าภัยของอาณาจักรหลีเทียนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดสิ้นสุด?”
คนสำนักโลหิตมากมายที่ขอบเขตต่ำต้อยต่างก็นอนหงายอยู่บนพื้น ลืมตากว้างมองท้องฟ้าราตรีที่มีดวงจันทร์และดวงดาวกระจ่างตา เคลิบเคลิ้มอยู่กับความงามของทางช้างเผือก ต่างฝ่ายต่างสนทนากันเบาๆ
“ตูม!”
โครงกระดูกปีศาจเืที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนคล้ายปกปักษ์พิทักษ์เขาด้วยความตั้งใจกลับล้มลงไปอย่างไม่มีลางบอกกล่าว
เนื่องจากการล้มตึงของมัน เืสดสีม่วงจึงสาดกระเซ็นไปทั่ว
เสียงดังกัมปนาททางฝั่งนี้จึงดึงดูดความสนใจจากลูกศิษย์สำนักโลหิตทุกคน หลีจิ้งที่อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนก็ยิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติก่อนใคร
หลีจิ้งขยับร่างหนึ่งครั้ง พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอกของโครงกระดูกปีศาจเื ข้อเท้าเรียวบางของนางยืนอยู่ตรงหน้าอกของมัน
นางค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ ใช้มือซ้ายที่สวมแหวนกดลงไปบนหัวใจขนาดั์ของโครงกระดูกปีศาจเื แสงสีเืที่ปลายนิ้วของนางแทรกซึมเข้าไปในหัวใจปีศาจเือย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
นางใช้เวทลับอย่างหนึ่งของสำนักโลหิตรับััอย่างละเอียด แล้วคิ้วดกดำก็ค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน
“พลังแห่งชีวิตหมดไปแล้ว ไม่มีพลังแห่งชีวิตประคับประคอง โครงกระดูกปีศาจเืตนนี้จึงได้แต่ตกอยู่ในสภาพหลับลึกอีกครั้ง หาก้าให้มันตื่นขึ้นมาใหม่ก็จำเป็ต้องปลุกพลังชีวิตของมันขึ้นมา...”
เส้นสายตาของนางย้ายจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเืไปยังเนี่ยเทียน มองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน
นางรู้ดีว่าโครงกระดูกปีศาจเืตนนี้จะสามารถตื่นขึ้นจากอาการหลับสนิทได้อีกครั้งหรือไม่นั้น การตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่สำนักโลหิตของพวกนางอีกแล้ว แต่สิทธิ์ทุกอย่างตกไปอยู่ที่ตัวของเนี่ยเทียน
และก็มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นถึงจะสามารถปลุกให้โครงกระดูกปีศาจเืตื่นขึ้นมาสำแดงพลังทั้งหมดของปีศาจเืได้
แม้ว่าโครงกระดูกปีศาจเืจะหลับสนิท แต่ก่อนหน้านี้มันได้ใช้เวทหลอมโลหิตของสำนักโลหิตมาดูดซับเอาเืของภูตผีปีศาจไป และเืเ่าั้ยังคงไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรที่มหัศจรรย์ในโครงกระดูกของมัน
ตอนนี้ปราณเืเนื้อที่ไหลกรากอยู่บนร่างของโครงกระดูกปีศาจเืจึงเข้มข้นกว่าตอนที่สำนักโลหิตหลอมมันก่อนหน้านั้นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
เืของสัตว์วิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดูเหมือนว่ายังไม่มีประโยชน์มากเท่าเืของภูตผีปีศาจที่โครงกระดูกปีศาจเืใช้เวทหลอมโลหิตของสำนักโลหิตดูดซับใน่ที่ผ่านมานี้
และก็มีเพียงโครงกระดูกปีศาจเืที่แปลกประหลาดเช่นนี้เท่านั้นเนื่องเพราะไม่ใช่เผ่ามนุษย์ จึงได้สามารถนำเืของภูตผีปีศาจมาทำให้ตัวเองแข็งแกร่งได้
“มันยังแข็งแกร่งได้มากกว่านี้ ยังคงมี่เวลาสำหรับการเติบโต ขอแค่มันได้ดูดซับปราณเืเนื้อมามากกว่าเดิม สักวันหนึ่งมันก็อาจปลุกสายเืเผ่าโครงกระดูกของตัวเองให้ตื่นขึ้นมาได้”
“ปีศาจเืเช่นนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสำนักโลหิตเรา”
“ปีศาจเืที่ฟื้นคืนสู่สายเืระดับแปดอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ในสำนักโลหิตของพวกเราเท่านั้น ต่อให้เป็อาณาจักรหลีเทียน หรืออาณาจักรอื่นๆ ก็ล้วนถือว่าเป็อาวุธสังหารที่ร้ายกาจชิ้นหนึ่ง!”
“อาวุธสังหารชิ้นนี้ต้องเป็ของสำนักโลหิตเราเท่านั้น ไม่ใช่ของสำนักหลิงอวิ๋น!”
หลีจิ้งใคร่ครวญอยู่ในใจครู่หนึ่งก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ต่อให้ต้องล่วงเกินอูจี้ ทำลายพันธมิตรเจ็ดสำนักของอาณาจักรหลีเทียนในตอนนี้ ก็จำเป็ต้องรั้งตัวเนี่ยเทียนให้อยู่ในสำนักโลหิตของนางให้ได้!
เวลาผ่านพ้นไป
คนของสำนักโลหิตที่ไล่ตามไปสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำ มีทั้งคนที่สังหารภูตผีปีศาจต่ำสำเร็จแล้วกลับมาด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย
และมีทั้งคนที่หน้าม่อยคอตกกลับมามือเปล่า
แม้แต่พวกอวี๋ถง เจียงหลิงจู อันซืออี๋และเจิ้งปินที่พอปราณปีศาจของที่แห่งนี้สลายไป ขณะที่คนของสำนักโลหิตไล่ตามไปสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำก็ได้รวมตัวกับพวกเขาแล้วเดินทางจากเขตนอกของสำนักโลหิตมาถึงที่แห่งนี้ด้วย
พอเจียงหลิงจูและอันซืออี๋มาถึงก็มองเห็นเนี่ยเทียนที่กำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญตบะอยู่ทันที พวกนางจึงรีบเดินรุดหน้าเข้ามาหา
ตอนที่พวกนางเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนเลยสังเกตเห็นว่าหลีจิ้งเ้าสำนักโลหิตก็อยู่ตรงนั้นด้วย จึงรีบหยุดชะงักฝีเท้าทันใด
“ผู้าุโหลี...”
หญิงสาวทั้งสองมีสีหน้าขลาดกลัว โค้งตัวคำนับแต่ไกลๆ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน
อันที่จริงแล้วหญิงสาวทั้งสองต่างก็ไม่รู้จักหลีจิ้ง ทว่าดูจากปราณเืน่าหวาดกลัวที่ไหลกรากอยู่บนร่างของหลีจิ้ง ทำให้พวกนางเข้าใจได้ว่าสาวสวยที่ท่วงท่าสง่างาม บุคลิกไม่ธรรมดาผู้นี้ก็คือหญิงสาวสำนักโลหิตที่น่ากลัวคนนั้น
เพราะเคยได้ยินถึงความร้ายกาจของหลีจิ้งมาก่อน พวกนางจึงดูกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด กลัวว่าหากไม่ระวังจะไปทำให้หลีจิ้งไม่พอใจเข้า
หลีจิ้งใช้สายตาตรวจสอบประเมินหญิงสาวทั้งสอง แล้วจึงพูดเสียงเรียบ “พวกเ้าเป็อะไรกับเขา?”
“ไม่...ไม่ได้เป็อะไรกัน เขาคืออาจารย์อาน้อยของข้า บิดาข้าคือเจียงจือซู” เจียงหลิงจูพูดอย่างคนไม่มั่นใจในตัวเอง
“ข้า...ข้าคือพี่สาวบุญธรรมของเขา” อันซืออี๋กล่าว
“ลูกสาวที่รัก ไข่มุกบนมือของเจียงจือซูนี่เอง” หลีจิ้งเหลือบมองเจียงหลิงจูหนึ่งครั้งจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “นับจากวันนี้เป็ต้นไป เนี่ยเทียนไม่ใช่อาจารย์อาน้อยของเ้าอีกแล้ว แต่เป็คนของสำนักโลหิต หลังจากที่เ้ากลับไปสำนักหลิงอวิ๋นสามารถนำคำพูดของข้าไปบอกบิดาเ้าได้ บอกเขาว่าข้า้าตัวเนี่ยเทียน”
นางไม่ได้สนใจอันซืออี๋ และไม่หยุดยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนอีก แต่เดินดิ่งจากไปทันที
“เนี่ยเทียนกำลังฟื้นพลัง พวกเ้าคอยอยู่ข้างๆ ดูแลเขาให้ดี ห้ามรบกวนเขาเด็ดขาด”
ร่างของนางจากไปไกลนานแล้วทว่าเสียงยังคงดังอยู่ที่เดิม
“คนของสำนักโลหิต?” เจียงหลิงจูหน้าเปลี่ยนสี นางมองเนี่ยเทียนที่กำลังหลับตาฝึกบำเพ็ญตบะ แล้วก็มองไปยังหลีจิ้งที่จากไปด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าที่นี่เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
อันซืออี๋ที่ถูกเมินก็ฉงนสนเท่ห์เช่นกัน เหม่อมองเนี่ยเทียนด้วยความสับสน
“คารวะเ้าสำนัก เสี่ยวถงไร้ความสามารถ มิอาจตามมาทันเวลา” อีกฝั่งหนึ่ง อวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตที่ยืนอยู่ข้างกายเสิ่นซิ่วด้วยความนอบน้อม เอ่ยขอโทษหลีจิ้ง
“เ้าทำได้ไม่เลว” หลีจิ้งตอบรับลวกๆ ไปหนึ่งประโยค แล้วก็ดูเหมือนจะรู้ว่าระหว่างเนี่ยเทียนกับอวี๋ถงเคยมีเื่กันมาก่อน จึงกล่าวว่า “ต่อไปเนี่ยเทียนก็คือศิษย์น้องของเ้าแล้ว ความเกลียดแค้นในใจเ้าที่มีต่อเขา จงรีบวางมันลงเสีย”
“อะไรนะ?” อวี๋ถงเองก็อึ้งงันไปเช่นกัน
-----
