แต่ว่า...เขารู้อะไรกันแน่?
เมื่อคืนคนที่เอ้อเปี่ยวเกอจัดการสั่งให้ไปทำลายความบริสุทธิ์ของเหนียนยวี่คือคุณชายบุตรของเ้าเมืองงั้นหรือ?
เช่นนั้นการตายของคุณชายจวนเ้าเมือง...
เหนียนอีหลานเรียบเรียงความคิดให้เป็ไปตามเหตุตามผลจ้องมองเหนียนยวี่ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
เหนียนยวี่เป็คนลงมือสังหารจริงหรือ?
เหนียนยวี่นางเป็แค่สตรีเหตุใดถึงได้...
เหนียนอีหลานใอย่างสุดจะพรรณนายิ่งนางไม่เข้าใจน้องสาวของตนมากเท่าใดนางก็ยิ่งไม่เข้าใจความรู้สึกคุกคามที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น
เหนียนอีหลานตกตะลึงกับการค้นพบของตนเองในครั้งนี้ ในใจรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นเรื่อยๆ และในตำหนักยามนี้ คำถามบีบคั้นของฮ่องเต้หยวนเต๋อก็ยังคงดำเนินต่อไป
“ฉินเฟิงบุตรชายเ้าละเมิดกฎบ้านเมือง มิอาจให้อภัยโทษได้แม้ว่าเขาจะไม่ถูกใครบางคนลอบสังหาร เจิ้นก็จะต้องสั่งตัดหัวแน่”ฮ่องเต้หยวนเต๋อตรัสออกมาด้วยสุรเสียงเฉียบขาดแม้ว่าเขาจะไม่ใช่กษัตริย์ที่มีคุณธรรมโดดเด่นที่สุดในราชวงศ์เป่ยฉีทว่าก็ยังมีสติปัญญาของการเป็ฮ่องเต้
ฉินอันเพิ่งถูกสังหาร ยังต้องมาเจอเื่ราวความผิดทางกฎหมายร้ายแรงอีกเื่ราวทั้งสองเื่นี้ เป็ไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีความเชื่อมโยงกัน
เป็ไปได้มากว่ามีใครบางคนกำลังเล่นบทบัญชาจาก์
เป่ยฉีของเขายัง้าคนแบบนี้จริงๆ หรือแล้วเขาจะไปสืบสวนหาว่าผู้ใดเป็คนสังหารฉินอันได้อย่างไร?
แม้ว่าเขาจะต้องสืบสวน ทว่าเขาก็ต้องไต่ถามตระกูลฉิน
ฮ่องเต้หยวนเต๋อแววตาเฉียบคมเหลือบมองฉู่ชิงแล้วเบนสายตาปราดมองแม่ทัพฉู่เพ่ย กล่าวด้วยสุรเสียงก้องกังวานตามมาว่า"ฉินเฟิง เ้าในฐานะเ้าเมืองชุ่นเทียน บุตรชายที่สั่งสอนมาอาจหาญประพฤติตนมิชอบเช่นนี้ เ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่าจะมีโทษอย่างไร?”
ฉินเฟิงที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ตัวสั่นสะท้านไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่แม่ทัพฉู่เพ่ยก็ยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
"ฝ่าากระหม่อม...กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ"ฉินเฟิงเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าวันนี้ที่เขาเข้าวังมาขอเข้าเฝ้าฝ่าาเพื่อทวงความยุติธรรมท้ายที่สุดแล้ว กลับเป็เขาเสียเองที่โดนลงโทษ
ทว่าเกี่ยวกับเื่นี้เขาเองก็เข้าใจ เป็เื่ที่แม่ทัพหลวง ''ฉู่ชิง'' สืบหาหลักฐานเอง เป็ไปไม่ได้เลยที่จะปัดตกไปยิ่งกว่านั้นพฤติกรรมของบุตรชายตนก็...
ความผิดของอันเอ๋อร์ เขาเองก็ไร้อำนาจยามนี้หากยิ่งทำให้ฮ่องเต้โกรธเกรี้ยว ยิ่งดูจะไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดนัก
"เอาล่ะในเมื่อรู้ความผิด เช่นนั้นก็จัดการง่ายได้หน่อย"ฮ่องเต้หยวนเต๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงผ่อนคลายทว่ากลับทำให้ใจผู้คนรู้สึกไม่สบายใจอย่างน่าแปลก
เป็ดังคาด เพียง่เวลาครู่เดียวเสียงของฮ่องเต้หยวนเต๋อก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง"เช่นนั้นเ้าก็ต้องออกจากตำแหน่งเ้าเมืองชุ่นเทียนทันที กลับไปพิจารณาความผิดพลาดของตนเองส่วนบุตรชายผู้นั้นของเ้า...ให้ทำการลงโทษโดยแขวนศพไว้ที่ประตูเมือง ตากแดดสามวันแขวนไว้เป็เยี่ยงอย่างเตือนผู้ที่คิดจะกระทำการชั่ว เจิ้นจะคอยดูภายใต้กฎหมายบ้านเมืองแคว้นเป่ยฉีของข้า ผู้ใดยังอาจหาญกล้าทำเื่ชั่วร้ายไร้ยางอายอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้อีก"
ภายใต้คำสั่งนี้ ทุกคนล้วนตื่นใต่างหันมองไปที่ฉินเฟิง ผู้ยากจะปิดบังความรู้สึกตระหนก ฝ่าาปลดฉินเฟิงลงจากตำแหน่งความรุ่งโรจน์ของตระกูลฉินยามนี้ เกรงว่าคงจะมาถึงจุดจบแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการแขวนศพไว้ที่ประตูเมือง สำหรับตระกูลฉินแล้วเกรงว่านี่คงเป็เื่ที่กระทบกระเทือนไม่น้อย!
ทว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของฝ่าา้าให้กระทบแค่ตระกูลของฉินเฟิงเพียงผู้เดียวหรือไม่?
แม่ทัพฉู่เพ่ยเลิกคิ้ววันนี้เขาไม่ควรเข้าวังหลวงพร้อมกับตัวซวยผู้นี้เลยจริงๆ
ถึงแม้ฉินเฟิงจะรู้ว่าตนน่าจะต้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วยทว่าเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียจะมากถึงเพียงนี้
ปลดตำแหน่ง......
“ฝ่าา ขอฝ่าาโปรดเมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”ฉินเฟิงพูดจาสะเปะสะปะ รับรู้ได้ถึงความเ็าของฮ่องเต้หยวนเต๋อในใจก็รู้สึกเย็นเยือกขึ้นมาทันใด ทว่าฉับพลันนั้น ราวกับว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้รีบหันไปมองฉู่เพ่ยข้างๆ “ท่านแม่ทัพ ได้โปรดช่วยข้าขอร้องฝ่าาด้วย ข้า…”
"ฉินเฟิง"ฉู่เพ่ยตัดบทคำพูดของฉินเฟิงอย่างเ็า "ความผิดของฉินอันเป็เื่ที่ยกโทษให้ไม่ได้และเ้า...ไม่รู้จักสั่งสอนบุตรของตนเอง สมควรได้รับโทษแล้ว"
คำพูดราบเรียบไม่กี่ประโยค แสดงถึงความคิดของเขาออกมาอย่างแจ่มแจ้งและยังดับความหวังของฉินเฟิงลงทันที
"ทหารพาตัวฉินเฟิงออกไป ส่วนเื่ของฉินอัน ฉู่ชิงเ้าไปจัดการเสีย"ฮ่องเต้หยวนเต๋อเหลือบมองฉู่ชิง ตรัสสั่งด้วยสุรเสียงดังกังวานราวกับพึงพอใจในท่าทีของเขาอย่างมาก
ในตำหนัก ทุกคนที่กำลังมองดูละครฉากนี้ล้วนมีความคิดแตกต่างกันไป
ฮ่องเต้หยวนเต๋อจัดการเื่ราวพวกนี้ในความคิดของเหนียนยวี่ นางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยฮ่องเต้หยวนเต๋อทรงเน้นหนักไปที่ฉินเฟิงเช่นนี้เพื่อตัดอำนาจของจวนแม่ทัพหรือเพื่อปกป้องจวนแม่ทัพกันแน่?
เหนียนยวี่ขมวดคิ้ว ความคิดของฮ่องเต้ไม่ว่าเมื่อใดก็ยากจะทำให้ผู้ใดคาดเดาออกมาได้
ฉู่ชิงรับคำสั่ง ฉินเฟิงถูกนำตัวออกไปฉู่เพ่ยเองก็ขอตัวลากลับไปก่อน ดูเหมือนว่าเื่นี้จะจบลงเรียบร้อยแล้วทว่าในใจของผู้คนกลับยังคงมิอาจสงบนิ่งลงได้ เพราะเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
องค์หญิงใหญ่ชิงเหออยากจะกลับไปที่สวนยวี่ฮวานางให้เหนียนยวี่ไปเป็เพื่อน ทั้งสองออกไปพร้อมกัน ส่วนมู่อ๋องจ้าวอี้อยากจะติดตามไปด้วยทว่าฮองเฮาอวี่เหวินกลับรั้งตัวไว้
ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงนั่งอยู่ครู่หนึ่งและออกมาจากตำหนักชีอู๋โดยมีหนานกงฉี่ช่วยประคองแม้เหนียนอีหลานอยากจะใกล้ชิดกับมู่อ๋องจ้าวอี้มากกว่านี้ ทว่าเมื่อนึกถึงการคาดเดาของตนนางก็อยากจะเร่งรีบหาหลักฐานมาพิสูจน์ความจริง
ทันทีที่เพิ่งออกจากตำหนักชีอู๋ เหนียนอีหลานก็เดินไปรั้งหนานกงฉี่ไว้
เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าหนานกง เหนียนอีหลานกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่างก็หยุดชะงักไปฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงอย่างไรก็เป็คนฉลาด อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างขำขัน"ได้ๆๆ พวกเ้าคงรังเกียจยายแก่ที่เกะกะอย่างข้า เยวี่ยเอ๋อร์เ้ามาประคองข้า ให้พวกลูกพี่ลูกน้องเขาคุยเื่ส่วนตัวกัน"
เหนียนอีหลานยิ้มๆหนานกงเยวี่ยเข้าไปประคองต่อจากหนานกงฉี่และเดินไปข้างหน้าหนานกงฉี่และเหนียนอีหลานยืนอยู่ที่เดิม เหนียนอีหลานจ้องหนานกงฉี่แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
"อีหลานเ้ามีคำถามอะไรก็ถามมาเถิด" หนานกงฉี่เลิกคิ้ว เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ
เหนียนอีหลานกัดริมฝีปาก สบตาหนานกงฉี่ตรงๆ"เอ้อเปี่ยวเกอ ท่านบอกข้าว่าเมื่อคืนท่านจัดการให้คนไปทำลายความบริสุทธิ์เหนียนยวี่แล้ว ใช่คุณชายฉินอันผู้นั้นหรือไม่?"
หนานกงฉี่ดูเหมือนคิดไว้แล้วว่านางจะถามคำถามเช่นนี้ก็ไม่หลีกเลี่ยงที่จะตอบ "ข้าคิดไว้แล้ว เ้าเองก็คงไม่โง่เง่านัก"
ความหมายในคำพูดนี้นับว่าเป็การบอกนัยๆ ว่าใช่
เหนียนอีหลานรู้สึกในางก้าวไปข้างหน้า "การตายของคุณชายสกุลฉินผู้นั้นหรือว่าจะเป็เหนียนยวี่..."
แม้จะคาดเดามาก่อนแล้ว ทว่าคำยืนยันเื่ที่คาดเดาครั้งนี้ ก็ยังคงกระทบกระเทือนจิตใจเหนียนอีหลานไม่น้อยดวงตาของนางสั่นไหวไม่สบายใจ "เหนียนยวี่...จะเป็นางไปได้อย่างไร? นางเป็แค่สตรีอ่อนแอแม้แต่แรงจะมัดไก่ก็ไม่มี ไหนเลยจะทำเื่นี้ได้สังหารบุรุษน่ะหรือ"
เหนียนอีหลานกล่าวพึมพำ หนานกงฉี่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ "อีหลานดูเหมือนว่าเ้าจะไม่รู้จักน้องสาวของเ้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนพอนะ"
สตรีก็คือสตรี อ่อนแอไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่เหอะ...
ฝีมือการขี่ม้าของนางวันนั้น ไม่สอดคล้องกับคำนี้เลย''อ่อนแอ ไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่'' ไม่เลยสักนิด
เขากลับรู้สึกว่าบางทีในเื่การฝึกม้า ตนไม่ใช่คู่มือนางเลยสักนิด และเื่อื่นๆที่ไม่รู้ว่านางยังฝีมืออะไรที่ไม่มีผู้ใดรู้อีก
อีหลานกำผ้าเช็ดหน้าลายปักรู้จักงั้นหรือ ใช่ นางรู้จักเหนียนยวี่น้อยลงเรื่อยๆ ั้แ่เมื่อไหร่
ทันใดนั้น เหนียนอีหลานก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้สีหน้าตื่นใ "เอ้อเปี่ยวเกอ หากเหนียนยวี่สังหารคุณชายฉินจริงๆเช่นนั้นนางจะรู้หรือไม่ว่าเมื่อคืนเป็แผนที่ท่านวางไว้ทั้งหมด?"
คำถามนี้ทำให้ใบหน้าผ่อนคลายของหนานกงฉี่เลือนหายไปชั่วครู่หนึ่งร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ ดวงตาคู่นั้นราวกับกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง