แผนการที่นางจะหนีออกจากจวนอ๋องเพื่อไปใช้ชีวิตใหม่มันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ?
เหยาเชียนเชียนรู้สึกร้อนรนอยู่ครู่หนึ่ง เป็ไปได้หรือไม่ว่านางอาจจะทำเกินกว่ายามปกติมากเกินไป หรือว่ามีคนพบเห็นเมื่อยามที่นางนำสมบัติไปขายเพื่อแลกเป็เงินหรือ?
ไม่ดีแล้ว เหยาเชียนเชียนลอบมองเขา
เป็หวังเฟยอยู่ดีๆ แต่กลับคิดอยากหนีไปอยู่เรื่อย หากนางเป็ชิงผิงอ๋องก็คงจะไม่พอใจเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาปฏิบัติต่อนางเป็อย่างดี เป็เช่นนี้แล้วยังคิดอยากหนีไปอยู่อีก เช่นนั้นนางจะไม่ไร้มโนธรรมเกินไปหน่อยหรือ
“ท่านอ๋องทรงเข้าพระทัยอะไรผิดไปหรือไม่เพคะ” เหยาเชียนเชียนยิ้มแห้ง “หม่อมฉันไม่เคยคิดจะจากไปที่ใดเลย ท่านอ๋องได้ยินผู้ใดกล่าวถึงเื่นี้มา หรือว่าถ้อยคำใดของหม่อมฉันที่ทำให้ท่านอ๋องเกิดความหวาดระแวงในพระทัยหรือ ทว่าหม่อมฉันไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยนะเพคะ”
ในยามนั้นเป่ยเหลียนโม่ถึงเพิ่งตอบสนองขึ้นมาได้ เขาเผอเรอไปชั่วครู่จึงเผลอพูดความในใจให้นางได้ยินเข้า ทว่าโชคดีที่สตรีน้อยผู้นี้ดูเหมือนจะไม่มีการตอบสนองใดๆ กลับมา นางไม่สงสัยว่าเขารู้เื่นี้ได้อย่างไร และยิ่งจะไม่มีทางสงสัยไปถึงตัวเ้าแมวดำ
ยามนี้เขาควรตัดไฟั้แ่ต้นลมจึงจะถูก
“ก่อนหน้านี้เปิ่นหวังต่อว่าหวังเฟยไว้มากมาย จึงกังวลว่าความขุ่นเคืองในใจของหวังเฟยคงยากจะสลายไป ดังนั้นจึงได้กล่าวไปเช่นนั้น” เขาหัวเราะน้อยๆ “หวังเฟยแค่ฟังไว้ก็พอแล้ว”
พูดไปส่งเดชนี่เอง เหยาเชียนเชียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เช่นนั้นก็ดีแล้ว ก็ยังดีกว่าการที่เขารู้ว่านางวางแผนจะหลบหนีเป็ไหนๆ ไม่เช่นนั้นหากยังเป็เช่นนี้ต่อไปจะให้นางเผชิญหน้ากับความหวังดีของเขาได้อย่างไร นางคงละอายใจตายพอดี
“หม่อมฉันเคยกล่าวไว้นานมากแล้วว่าจะไม่ตำหนิท่านอ๋อง มันเป็ความผิดของหม่อมฉันั้แ่แรก หากท่านอ๋องจะกริ้วก็สมควรแล้วเพคะ อีกอย่างท่านอ๋องเคยบอกว่าให้ลืมเื่เ่าั้ไปเสีย หม่อมฉันจึงไม่อยากจดจำมันอีกต่อไปแล้ว”
เป่ยเหลียนโม่แสร้งทำเป็มองไปยังนางอย่างไม่จริงจังนัก เขาััถึงความรู้สึกผิดของสตรีน้อยผู้นี้ไม่ได้เลย ถ้านางบอกว่านางไม่ได้เจ็บแค้นใจ เช่นนั้นเขาก็จะเชื่อ แต่นางกล้าบอกว่าไม่เคยคิดที่จะจากไป
คำโกหกนี้นางกล่าวออกมาโดยไม่กะพริบตา ในยามนั้นที่เขาพาคนไปขนย้ายคลังสมบัติน้อยของนาง นางก็น้ำตาคลอเสียแล้ว นับั้แ่ที่แต่งเข้าจวนอ๋องมานางไม่เคยมองเขาด้วยแววตาเช่นนั้นมาก่อนเลย
ยังจะกล้าพูดว่าไม่เคยคิด ไม่เคยเตรียมอะไรเพื่อการนี้ ช่างไม่ซื่อสัตย์เอาเสียเลย
ทั้งคู่ต่างมีความกังวลในใจ ดังนั้นครึ่งหลังของมื้อเย็นนี้จึงสิ้นสุดลงด้วยความเงียบ
เหยาเชียนเชียนนอนอยู่บนเตียง โดยรู้ว่าเป่ยเหลียนโม่นอนอยู่ห้องถัดไป และการได้รับรู้เช่นนี้ทำให้นางรู้สึกสบายใจไม่น้อย เมื่อได้เห็นว่าเป่ยเหลียนโม่ปลอดภัยดี ความรู้สึกกังวลของนางใน่หลายวันมานี้จึงสามารถปล่อยวางลงได้เสียที
ไม่เช่นนั้นนางคงไม่สบายใจหากฟังจากแค่คำพูดของผู้อื่น นางจะต้องเห็นด้วยตาตัวเองจึงจะยืนยันได้
วันนี้หน้าต่างถูกปิดโดยผู้ใดไม่อาจทราบ ทั้งยังปิดเสียแ่า บางทีบ่าวไพร่อาจกลัวว่าจะมีลมเย็นพัดเข้ามาโดนตัวเหยาเชียนเชียน เพราะถึงอย่างไรวันนี้นางก็เพิ่งตกน้ำจนเสียขวัญมา หากโดนลมเย็นอีกนางจะต้องเป็หวัดอย่างแน่นอน
แมวดำเดินวนไปมาข้างนอกอยู่สองรอบก็ยังเปิดไม่ออก มันขยับอุ้งเท้าอย่างวุ่นวายใจ ลายฉลุหน้าต่างหักออกเสียงดัง ทำให้เหยาเชียนเชียนดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความใ เพียงชั่วครู่ในดวงตาอันสับสนของนางก็ปรากฏภาพแมวดำที่กำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบช้า
“เป็เ้านี่เอง” เหยาเชียนเชียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ทำเอาข้าใแทบแย่ คิดว่าเป็มือสังหารเสียอีก”
แมวดำะโขึ้นไปบนเตียงของนางในไม่กี่ก้าว อยากถามนางเหลือเกินว่าเหตุใดถึงต้องกังวลขนาดนั้น เรือนพักชิงหลิงแห่งนี้มีองครักษ์เฝ้าอยู่ ไม่จำเป็ต้องระแวดระวังตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ ผ่อนคลายสักหน่อยก็ได้
“นับั้แ่วันที่มาถึงที่นี่ ข้าก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ได้มาไม่ง่ายเลย แต่การรักษามันไว้นั้นยากยิ่งกว่า” เหยาเชียนเชียนลูบหัวแมวดำอย่างอ่อนโยน “และไม่รู้ว่าความกังวลนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด”
สังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายย่อมดีกว่าอยู่ดี ทั้งวิทยาการอันก้าวหน้า ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรล้วนมีหลักประกัน
“วันนี้ท่านอ๋องกล่าวถึงเื่นั้นกับข้า หมายถึงเื่ที่ข้าอยากจะออกจากจวนไปใช้ชีวิตใหม่น่ะ ข้าใเสียจนหัวใจแทบจะหลุดออกมาเลย” เหยาเชียนเชียนกลืนน้ำลาย “หวังว่าเขาจะพูดขึ้นมาส่งเดชจริงๆ อย่าได้เก็บเอาไปใส่ใจเด็ดขาด”
แมวดำมองนางเงียบๆ หากไม่้าให้เขาเก็บเื่นั้นไปใส่ใจ ก็อย่าคิดแต่จะจากไปสิ เดิมทีเขาก็ไม่ได้อยากคิดถึงเื่นี้อยู่แล้วเหมือนกัน
“เ้าหิวหรือไม่?” เหยาเชียนเชียนอุ้มมันไว้ “ตอนมื้อเย็นเ้าหนีไปที่ใดมา ไม่ง่ายเลยกว่าท่านอ๋องจะเสด็จมาที่นี่ได้ในวันนี้ สุดท้ายเ้ากับอาเหยียนก็ไม่อยู่กันทั้งคู่ เราจึงไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวเลย”
แมวดำเลียอุ้งเท้า อาเหยียนไม่อยู่เพราะเด็กคนนั้นรู้ว่าควรทำอะไร แต่แมวไม่อยู่ก็ไม่อยู่ไปสิ เ้าควรจะมองใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างามของเปิ่นหวังให้มากๆ ต่างหาก
ส่วนเื่พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว ตราบใดที่ใจยังอยู่ด้วยกัน พลาดไปแค่มื้อเดียวก็ไม่ใช่ปัญหาอันใด
เหยาเชียนเชียนกอดแมวดำและกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ นางถือโอกาสลูบพุงเ้าแมวดำไปด้วยเพื่อดูว่ามันหิวหรือไม่
“ข้าเก็บกุ้งไว้ให้เ้าอยู่ในห้องเครื่อง ข้าไปจับมาเองกับมือเลยนะ เ้ามาไม่ทัน ข้าจึงสั่งให้ทางห้องเครื่องเก็บไว้ให้เ้า หากทิ้งไว้จนถึงพรุ่งนี้ก็น่าจะสดอยู่ ไว้ข้าจะนึ่งให้เ้ากินนะ”
นางใส่ใจเ้าแมวตัวนี้มากจริงๆ ชิงผิงอ๋องในร่างแมวดำสะบัดหางไปมา แต่ในอนาคตเขาจะอธิบายกับนางอย่างไรว่าเขาก็คือแมวดำตัวนี้?
แล้วยังมีอาเหยียนอีก ชิงผิงอ๋องถอนหายใจ เขามีเื่ปิดบังนางอยู่มากมาย และไม่รู้ว่าในอนาคตจะต้องรอไปถึงเมื่อไรจึงจะมีโอกาสเหมาะสมที่สามารถเปิดเผยต่อนางได้
เหยาเชียนเชียนกอดแมวดำไว้พลางพร่ำบ่นเรื่อยเปื่อยไม่หยุดหย่อน นางพยายามจะพูดต่ออีกสองสามประโยค แต่ก็จนใจที่วันนี้ทั้งตกน้ำ ไหนจะไปจับกุ้งอีก จิตใจจึงอยู่ในสภาวะตื่นเต้นอยู่ตลอด ดังนั้นนางจึงฝืนทนอยู่ได้ไม่นานนักแล้วก็ผล็อยหลับไป
“ในใจของเ้า อย่างน้อยเปิ่นหวังกับแมวดำก็เสมอกันแล้วใช่หรือไม่?”
ชิงผิงอ๋องเอ่ยถามด้วยเสียงอันแ่เบา แน่นอนว่าเขาไม่ได้คำตอบใดๆ กลับมา แต่เขาก็เบียดเข้าไปในอ้อมแขนของอีกฝ่าย และใช้หางเกี่ยวพันข้อมือนางไว้ เช่นนี้จึงจะหลับตาลงได้อย่างสบายใจ
ก่อนหน้าเทียบไม่ได้ แต่ยามนี้นับว่าเสมอกันแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าในอนาคตเขาจะสามารถเหนือกว่าเ้าแมวดำได้แล้วน่ะสิ
เมื่อนางให้ใจกับเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เช่นนั้นก็...ก็ค่อยสารภาพรักกับนางก็แล้วกัน อาจจะไม่ทำให้นางใมากนัก
วันรุ่งขึ้นเหยาเชียนเชียนตั้งใจทำขนมเปี๊ยะกุ้งสด แต่เมื่อนางยกมากลับเห็นเพียงเป่ยเหลียนโม่เท่านั้น
แปลกจัง ตอนเช้าตื่นมาก็ไม่เห็นเสี่ยวไกวไกวแล้ว นางคิดว่าเ้าแมวดำไปรออยู่ที่ห้องอาหารก่อนแล้วเสียอีก ไฉนที่นี่มันก็ไม่อยู่เล่า
แน่นอนว่าชิงผิงอ๋องรู้ว่านางกําลังมองหาอะไร เขายกจอกน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยอย่างใจเย็น เปิ่นหวังอยู่ที่นี่ แล้วเ้ายังจะตามหาแมวตัวนั้นอีกนานเท่าใด?
“ท่านอ๋อง พระองค์เห็นเสี่ยวไกวไกวบ้างหรือไม่เพคะ?”
เหยาเชียนเชียนวางขนมเปี๊ยะกุ้งสดลงแล้วก้มตัวลงไปหาใต้โต๊ะ เมื่อวานตอนเย็นมันก็ไม่กินข้าว เช้าวันนี้หากไม่กินอีกจะต้องหิวตายแน่ แมวสมัยนี้เป็อะไรกันไปหมด
ชิงผิงอ๋องหยิบขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างเอื่อยเฉื่อย ทั้งยังเลือกเอากุ้งที่ตัวใหญ่เป็พิเศษไปอีกสามตัว เขาใส่มันเข้าไปในปากและเคี้ยวช้าๆ ก่อนจะกล่าวอย่างใสซื่อว่า “ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
เหยาเชียนเชียนมัวแต่ก้มหาแมว ใต้ตู้ก็หาแล้ว แม้แต่ขนแมวสักเส้นก็ไม่พบ นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้เล็กน้อยจึงบ่นพึมพำว่า
“ก็บอกแล้วว่าจะทำกุ้งให้กิน ข้าอุตส่าห์ทำขนมเปี๊ยะกุ้งสดไว้ตั้งหลายชิ้น ยามนี้ยังร้อนๆ อยู่ก็ไม่มากิน หนีไปเที่ยวเล่นที่ไหนเสียแล้วเล่า?”
กุ้งครึ่งตัวติดอยู่ในลำคอของชิงผิงอ๋อง ถึงว่าเล่าเหตุใดขนมเปี๊ยะนี้ถึงเหมือนกับไม่ได้ใส่เกลือ ที่แท้ก็ทำให้เ้าแมวดำนี่เอง
“ตายแล้ว ท่านอ๋อง” เหยาเชียนเชียนหันกลับมาเห็นใบหน้าแดงก่ำของเป่ยเหลียนโม่ก็อดใไม่ได้ “พระองค์เป็อะไรไป สำลักหรือ? รีบดื่มน้ำสิเพคะ”
่เวลาที่น่าอับอายเช่นนี้กลับถูกนางเห็นเข้าเสียแล้ว ใบหน้าของชิงผิงอ๋องเปลี่ยนเป็สีแดงและขาวสลับกัน หลังจากกลืนกุ้งครึ่งตัวนั้นลงไปก็ไม่พูดอะไรสักคำ เขาม้วนขนมเปี๊ยะแผ่นหนึ่งอีกครั้งและกินมันเข้าไปอีกหลายคำ
ถึงอย่างไรก็ทำให้เขากินอยู่แล้ว เป็อย่างไรเล่า มีแค่เขาที่กินได้!
เหยาเชียนเชียนคิดว่าเขาคงไม่ได้ยินสิ่งที่นางเพิ่งพึมพำเมื่อครู่ แต่เมื่อเห็นว่าเป่ยเหลียนโม่ชอบมากขนาดนี้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องบอกว่านี่เป็อาหารแมวจะดีกว่า นางสั่งให้คนจัดเตรียมสำรับเช้าไว้แล้ว แต่ชิงผิงอ๋องถูกสยบด้วยขนมเปี๊ยะกุ้งสดซึ่งทำขึ้นมาเป็พิเศษไม่กี่ชิ้น กระทั่งจังหวะการก้าวออกจากเรือนก็ช้าลงไปหลายส่วน
“ท่านอ๋องจะเสด็จกลับแล้วหรือเพคะ?”
เหยาเชียนเชียนลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ไหนเขาบอกว่าแจ้งลาไว้สองสามวันเลยไม่ใช่หรือ เช่นนั้นก็น่าจะอยู่ที่นี่ได้สักสองสามวันสิ
“เปิ่นหวังต้องกลับไปแก้ไขเื่นี้โดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป เมื่อ้ายกเื่นี้ขึ้นมาอีกครั้งก็จะยากยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าเรือนพักแห่งนี้จะไม่ได้ห่างจากนครหลวงมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สะดวกสบายเท่าจวนอ๋อง เขาไม่อาจปล่อยให้เหยาเชียนเชียนอาศัยอยู่ที่นี่ไปตลอดได้ หวังเฟยควรจะอาศัยอยู่ที่จวนอ๋องอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ใช่อาศัยอยู่ในเรือนพัก
“เช่นนั้นท่านอ๋องโปรดรักษาพระองค์ด้วยนะเพคะ” เหยาเชียนเชียนก้าวออกมาจากข้างหลังอีกครั้งพร้อมกับอุ้มไหเล็กใบหนึ่งไว้ นางกล่าวด้วยความขลาดเขินเล็กน้อยว่า “นี่เป็ผักดองที่หม่อมฉันทำไว้ยามว่างเพคะ ตอนเช้าท่านอ๋องไม่ค่อยอยากอาหาร พระองค์สามารถลองทานคู่กับโจ๊กขาวได้เพคะ”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ชิงผิงอ๋องมอบให้นางก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็สมบัติที่ประเมินราคาไม่ได้ทั้งสิ้น ทว่าเวลานี้นางกลับอุ้มผักดองไหหนึ่งมาให้เขา เหยาเชียนเชียนกอดมันไว้แน่นด้วยเพิ่งมานึกเสียใจทีหลัง นางอยากย้อนเวลากลับไปถอนคำพูดเ่าั้เสียเหลือเกิน
“หวังเฟยมีความตั้งใจเช่นนี้ เปิ่นหวังจะชิมอย่างดีแน่นอน”
เป่ยเหลียนโม่สะกดกลั้นความขบขันไว้ในใจและรับของมาอย่างจริงจัง เขาไม่ได้คิดว่าการที่อีกฝ่ายให้ผักดองแก่เขามันน่าขัน แต่เขาเพียงแค่รู้สึกว่าเหยาเชียนเชียนที่เป็แบบนี้น่ารักมากต่างหาก
สิ่งที่เขาไม่ขาดแคลนมากที่สุดั้แ่เด็กคือเงินทองและเครื่องลายครามพวกนั้น ทว่าน้ำใจอันเรียบง่ายเช่นนี้เขาเพิ่งเคยได้รับมันเป็ครั้งแรก
ดังนั้นเมื่อยามที่ชิงผิงอ๋องจากไป เขาจึงอุ้มไหเล็กๆ ใบนั้นไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้อง และอุ้มไว้เองตลอดทางกลับจวนอ๋อง
“ในระหว่างที่เปิ่นหวังไม่อยู่ เื่นี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง?”
เป่ยเหลียนโม่วางไหลงบนโต๊ะอย่างโดดเด่นเป็สง่า และก้าวช้าๆ ไปข้างหลังโต๊ะพลางเอ่ยถามขึ้น องครักษ์เงาไม่สนใจไหอันโดดเด่นใบนั้น เขากล่าวตอบว่าสถานการณ์ในวังหลวงยังคงเป็เช่นเดิม
ในความคิดของทุกคน เื่นี้มีข้อสรุปเป็ที่แน่นอนแล้ว เหยาเชียนเชียนลอบทำร้ายอวี๋เฟย เป็เหตุให้อวี๋เฟยสูญเสียบุตรและทำให้ฮ่องเต้กริ้ว ดังนั้นจึงถูกถอดยศและถูกเนรเทศออกจากนครหลวง
นี่เป็่เวลาที่ดีที่สุดในการพลิกคดี และจะจงใจมากเกินไปไม่ได้ จะทำให้ฮ่องเต้เกิดความเอือมระอาจากการหยิบยกเื่เก่ามาเสนอใหม่ไม่ได้
ดวงจันทร์สว่างลอยเด่น หนึ่งวันหลังจากที่คลื่นลมเงียบสงบ แม่นมหลี่กลับมาที่ห้องของนาง เดิมทีนางคิดว่าหลังจากล้างหน้าล้างตาแล้วจะพักผ่อนสักหน่อย แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีเงาดำสองร่างปรากฏขึ้นตรงหน้า จากนั้นก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าหมุนคว้าง นางถูกโยนเข้าไปในสถานที่มืดสนิทแห่งหนึ่ง
“ผู้ใด เป็ผู้ใดกัน?”
นางถูกปิดปากและขังไว้ที่นี่ ชายผู้นั้นจากไปทันทีหลังจากพานางมาโยนไว้ นางไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรบ้าง
“เ้ากล้าลักพาตัวข้ามา รู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร ระวังเอาไว้เถิด อวี๋เฟยเหนียงเหนี่ยงจะต้องจัดการพวกเ้า ยังไม่รีบปล่อยข้าไปอีก!”
ประตูถูกถีบจากข้างนอก จากนั้นคนในอาภรณ์สีดำสองสามคนก็ถือคบเพลิงเดินเข้ามา ดวงตาทั้งสองข้างของแม่นมหลี่ค่อยๆ เบิกกว้าง คนที่เดินเข้ามาจะเป็ผู้ใดไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เป่ยเหลียนโม่
“ท่านอ๋อง ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ” แม่นมหลี่รีบคุกเข่าลง “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเรียกบ่าวมาที่นี่กลางดึก มีเื่อันใดจะรับสั่งหรือเพคะ?”
คบเพลิงส่องสว่างจนสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งห้อง เครื่องมือทรมานที่แขวนอยู่บนผนังเพียงมองปราดเดียวก็ชวนให้รู้สึกหวาดผวา แม่นมหลี่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าจึงทำได้เพียงหมอบอยู่กับพื้นไม่กล้าลุกขึ้น
“หวังเฟยของเปิ่นหวังถูกใส่ความ เ้าน่าจะรู้เื่นี้ดีกระมัง”
หัวใจของแม่นมหลี่ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ เป็เพราะเื่นี้จริงๆ ด้วย ชิงผิงอ๋องกำลังเตรียมแผนการให้นางกลับคำอย่างนั้นหรือ เมื่อกวาดสายตามองเครื่องมือทรมานทั่วทั้งห้องแห่งนี้ เกรงว่าเขาคงหมายจะเสาะหาวิธีช่วยเหยาเชียนเชียนจากตัวนางเสียแล้ว
“ท่านอ๋อง พระชายาชิงผิงอ๋องทำร้ายองค์ชายของเ้านายบ่าว เื่นี้ฝ่าาทรงตรวจสอบจนชัดแจ้งแล้ว พระองค์จับตัวบ่าวไว้ก็ไม่มีประโยชน์อันใดหรอกเพคะ ความจริงเป็เช่นนี้ ไม่สามารถแก้ไขได้แล้วเพคะ”
“เช่นนั้นหรือ” เป่ยเหลียนโม่กล่าวเสียงเรียบ “ไฉนจึงด่วนสรุปเช่นนี้เล่า เปิ่นหวังยังมีเื่อยากสนทนากับเ้าอยู่”
