บทที่ 154 จะเป็ใครก็ช่าง
ลองหลับตาััรับรู้ ฉินชูจึงมั่นใจว่าเสียงเรียกและการชักนำนั้นมีอยู่จริง
ฉินชูเริ่มมุ่งหน้าตามัันั้นไป
เมื่อมุ่งตรงไป ฉินชูเข้ามาภายในกลุ่มสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่โบราณแห่งหนึ่ง สิ่งปลูกสร้างถูกทำลายอย่างหนัก มีแต่ซากปรักหักพัง
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของฉินชูคือหอคอยสูงหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้
ฉินชูย่างเท้าอย่างแ่เบา จนอยู่เบื้องหน้าหอคอยสูง
ประตูใหญ่ของหอคอยถูกทำลายพังเสียหาย ฉินชูเดินตรงเข้าไป เขารู้สึกว่าััของเสียงเรียกมาจากที่นี่ ภายในหอคอยมีเพียงรูปปั้นวิหคแกะสลักขนาดใหญ่หนึ่งรูป ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
หลังจากตรวจสอบครู่หนึ่ง ฉินชูจึงขึ้นบันไดเพียงหนึ่งเดียวภายในหอคอย ขึ้นไปยังชั้นสอง เขาเห็นแค่รูปปั้นแกะสลักจำนวนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อไม่พบอะไร ฉินชูจึงกลับลงไปชั้นหนึ่ง เพื่อตรวจสอบภายในชั้นหนึ่งต่อ
หลังเดินวนหนึ่งรอบ ฉินชูพบว่าตอนเดินผ่านด้านซ้ายของรูปปั้นแกะสลัก เสียงใต้เท้าค่อนข้างผิดปกติ เหมือนมีช่องว่าง
เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของตน ฉินชูจึงเดินวนอีกหนึ่งรอบ ััของเขาถูกต้อง ใต้พื้นด้านซ้ายของรูปปั้นแกะสลักมีช่องว่างอยู่ ใต้พื้นนี้มีความลับ
แต่จะเปิดอย่างไร?
ภายในหอคอย นอกจากรูปปั้นวิหคแกะสลักขนาดใหญ่และเชิงเทียนเบื้องหน้า ก็ไม่มีสิ่งใดอีก เช่นนั้นความลับย่อมอยู่ที่เชิงเทียนและรูปปั้นแกะสลัก
แต่จะลบหลู่รูปปั้นแกะสลักตามอำเภอใจไม่ได้ ฉินชูจึงไปััตัวเชิงเทียน ลองโยกซ้ายโยกขวาดู
เมื่อลองแล้ว ฉินชูพบว่าเชิงเทียนโยกได้ แต่หยิบขึ้นไม่ได้ มันเชื่อมต่อเป็หนึ่งเดียวกับรูปปั้นแกะสลัก
โยกได้แต่กลับหยิบขึ้นไม่ได้ ฉินชูจึงลองหมุน เมื่อฉินชูใช้มือขวาหมุนไป เสียงกลไกดังขึ้น พื้นอิฐสีเทาทางด้านซ้ายของรูปปั้นแกะสลักพลันเคลื่อนออก เผยให้เห็นปากทางเข้า ภายในปากทางเข้ามีแสงสีแดงสาดส่อง ฉินชูเดินมาหน้าปากทางเข้า มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินลงไปตามขั้นบันได
ยามฉินชูเดินไปถึงบันไดขั้นที่หก ขณะที่ร่างกายลงไปใต้ดินแล้ว เสียงกลไกดังขึ้นอีกครั้ง ปากทางเข้าช่องทางใต้ดินปิดลง
ฉินชูเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเดินลงไปต่อ เขาไม่ได้กังวลเื่ปากทางเข้าช่องทางใต้ดินปิดลง เขารู้อยู่แล้วว่าบันไดขั้นที่หกเป็กลไก แค่เหยียบลงไปจะสามารถเปิดปิดกลไกได้
ฉินชูกำลังมุ่งหน้าไปในช่องทางใต้ดินที่เต็มไปด้วยแสงไฟ และในขณะเดียวกัน มีชายชุดดำสองคนเข้ามาเดินวนในหอคอยเก่าแก่รอบหนึ่ง ก่อนออกจากหอคอยไป
“เสียงดังขึ้นจากทางนี้นี่ แต่ไม่เห็นร่องรอยของใครเลย?” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยปาก เสียงเปิดปิดช่องทางใต้ดินดังจนพวกเขาได้ยิน
“ช่างเถอะ! อาจเป็หนูหรือตัวอะไรก็ได้ ตั้งใจดูไปก็ไร้ประโยชน์ สิ่งที่รอคอยพวกเรามีแต่ความตาย” ชายชุดดำอีกคนหนึ่งกล่าว
“ปล่อยไปตามชะตาเสีย หากคนของเผ่าหงส์เพลิงกลับมา เราก็ตาย แต่หากยื้อจนเปลี่ยนเวรได้ เราก็รอด” ชายชุดดำคนแรกกล่าว
คนเหล่านี้เป็คนที่เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวส่งมา คอยเฝ้าสังเกตสายสืบของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง
่หลายปีที่ผ่านมา คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเคยปรากฏตัวหลายครั้ง และทุกครั้งที่ปรากฏตัว พวกเขาจะสังหารคนที่มาเฝ้าแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงทั้งหมด กว่าผู้นำระดับสูงของเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวและเผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดชจะมาล้อมสังหารทัน พวกเขาก็หนีไปแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง การมาเฝ้าแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเป็ภารกิจเสี่ยงชีวิต แต่จะไม่รับภารกิจก็ไม่ได้ เพราะคนในครอบครัวถูกกักตัวอยู่ภายในเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาว ทั้งยังไม่กล้าหนี เพราะหากหนี อาจเกิดบางสิ่งกับครอบครัวของพวกเขา เช่นนั้นพวกเขาจึงได้แต่จำใจฝืนปฏิบัติภารกิจ ให้มีชีวิตรอดต่อไป
ระหว่างที่พวกเขากำลังตรวจสอบ อี้เฟิงเองก็เข้ามาภายในบริเวณแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงแล้ว เขาเห็นฉินชูเข้าไปก็จริง แต่ไม่มีโอกาสห้ามปราม เพราะเขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปส่งเดช ถึงมีพลังฝึกฝนสูง กระแสพลังปราณบนกายแกร่งกล้า แต่ก็ถูกฝ่ายตรงข้ามพบตัวได้ง่าย เว้นเสียแต่จะสังหารอีกฝ่ายให้สิ้น กำจัดเื่ยุ่งยากเขาเองไม่กังวลต่อความยุ่งยากนี้ แต่ไม่ก็อยากให้เขาฉิงชางโดนเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวและเผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดชเพ่งเล็ง
ฉินชูเดินไปตามเส้นทางใต้ดิน เดินไประยะหนึ่ง ก็มาถึงห้องขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็บ่อหินหลอมเหลว บนผิวบ่อหินหลอมเหลวเต็มไปด้วยเปลวเพลิง
ตรงกลางเปลวเพลิง ฉินชูเห็นโครงกระดูกขนาดใหญ่หนึ่งโครง บริเวณรอบข้างโครงกระดูกมีเปลวไฟโหมไหม้ไม่หยุด
มันร้อนแผดเผาอย่างมิอาจหาใดเปรียบ ฉินชูไม่รู้ว่านี้เป็สถานที่อะไร ไม่เข้าใจว่าอะไรเรียกตนมา ระหว่างที่ฉินชูกำลังครุ่นคิด เสียงวิหคพลันร้องดังขึ้น จากนั้นเปลวเพลิงสีแดงม่วงจึงปรากฏ พุ่งมาถึงตรงหน้าฉินชู ฉินชูคิดจะหลบหลีก แต่ไม่ทันการณ์ เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ถูกเปลวเพลิงสีแดงม่วงห่อหุ้มไว้
สิ่งที่ทำให้ฉินชูสงบลงคือเปลวเพลิงเพียงแค่ห่อหุ้มเขาไว้ ไม่ได้แผดเผาแต่อย่างใด
เปลวเพลิงสีแดงม่วงห่อหุ้มตัวฉินชูไว้ครู่หนึ่ง ก่อนกระดอนขึ้น แล้วจึงพุ่งเข้าไปภายในกายฉินชู ก่อนจะพุ่งไปยังกระดูกกระบี่ตรงอกเขา
อ๊าก!
ฉินชูแผดเสียงร้องดังลั่น เจ็บเหลือเกิน เป็ความเ็ปสุดใจ เ็ปถึงไขกระดูก ความเ็ปถูกส่งตรงมาจาก่อก เขาทนไม่ไหว จึงหมดสติไปทันที
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ฉินชูจึงค่อยๆ ฟื้นคืนสติ
ฉินชูลองตรวจสอบตัวเอง ก็พบว่าภายในตันเถียนมีเปลวเพลิงหนึ่งอันปรากฏขึ้น นอกจากนั้นกระดูกกระบี่เปลี่ยนไป รอบกระดูกกระบี่มีเปลวเพลิงที่โหมไหม้ แต่เปลวเพลิงไม่ได้ทำอันตรายต่อเขา เหมือนจะกลายเป็ส่วนหนึ่งในร่างกายเขา
ฉินชูลองขับเคลื่อนพลังปราณในตันเถียน การขับเคลื่อนพลังปราณไม่มีปัญหาใดๆ เขาลองขับเคลื่อนเปลวเพลิงภายในตันเถียน เปลวเพลิงเริ่มหมุนเวียนไปภายในกาย เคลื่อนไปพร้อมกับพลังปราณ ไม่ได้ทำอันตรายต่อเส้นลมปราณของเขา ฉินชูยื่นมือขวาออกมา เปลวเพลิงพลันปรากฏลอยอยู่กลางฝ่ามือของเขา
“หรือจะเป็เ้าที่เรียกข้ามาหา เ้าเป็เปลวเพลิงอะไรกัน?” ฉินชูกล่าวพึมพำ เขาไม่เข้าใจ แต่ก็รู้ว่าห้องใต้ดิน และเปลวเพลิงนี้ต้องสำคัญต่อเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงมากเป็แน่ หากแต่ตอนที่เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงต้องถอยร่น ไม่สามารถนำมันไปด้วยเท่านั้น
ฉินชูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยเก็บเปลวเพลิงกลับเข้าไปในตันเถียน จากนั้นตรวจดูภายในห้องใต้ดิน นอกจากบ่อหินหลอมเหลว เขาก็ไม่พบสิ่งใดอีก เขาตัดสินใจเดินกลับไปยังปากทางเข้า
ฉินชูเหยียบลงบนบันไดขั้นที่หกอย่างแ่เบา แผ่นอิฐปากทางเข้าค่อยๆ เปิดอย่างช้าๆ
เมื่อแสงสว่างลอดผ่านช่องเล็กๆ เข้ามากระทบใบหน้าฉินชู เขาก็ปิดปากทางเข้าห้องใต้ดินในทันใด ่กลางวันเช่นนี้เขาไม่กล้าออกไป ออกไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย!
ฉินชูนำสุราออกมาหนึ่งไห ดื่มไปสองคำก่อนพักผ่อน ต้องรอให้ฟ้ามืดก่อนแล้วค่อยออกไป จากนั้นเขาจะลองเดินดูในแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเพิ่ม แล้วจะไปจากที่นี่ สถานที่แห่งนี้เป็ที่ที่บิดามารดาเคยอาศัยอยู่ก็จริง แต่บัดนี้พวกเขาไม่อยู่แล้ว จะเศร้าเสียใจอยู่ที่นี่ไปก็ไร้ประโยชน์ มิสู้ไปพัฒนาพลังความสามารถให้แกร่งยิ่งขึ้นเสียดีกว่า
ออกมาคราวนี้ เป้าหมายของฉินชูคือเพื่อสืบหาเบาะแสชาติกำเนิดของตนเอง ไม่ใช่เพื่อล้างแค้น ด้วยพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ อยู่ในแคว้นจงโจว ก็เป็แค่พวกปลายแถว อีกฝ่ายอยากสังหารเมื่อไรก็สังหารได้
อี้เฟิงที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงรู้สึกคับข้องใจนัก เขาเห็นว่าฉินชูเข้ามาภายในแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง แต่กลับไม่มีการต่อสู้
เช่นนั้นคนเล่า? เขาหายไปที่ไหนแล้ว?
เมื่อฟ้ามืด ฉินชูก็ออกมา เขาออกสำรวจแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงต่อ แดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงกว้างเกินไป แม้จะพังเสียหายแล้ว แต่ทุกที่ล้วนทำให้รู้สึกสั่นสะท้าน
เขาเดินวนหนึ่งรอบ ในจังหวะที่ฉินชูกำลังจะออกไป กลับเกิดเหตุไม่คาดคิด นกฮูกตัวหนึ่งปรากฏตัว ส่งเสียงร้องดัง คนเฝ้าสังเกตหันขวับมามอง เมื่อพบเห็นฉินชู จึงพุ่งตรงเข้ามาหมายจะสังหารฉินชู
ในยามนี้อี้เฟิงที่สวมผ้าปิดหน้าเสร็จจึงปรากฏตัว ขัดขวางผู้เฝ้าสังเกตในชุดดำที่ไล่สังหารฉินชู
จะใครก็ช่าง หนีก่อน! ฉินชูไม่สนใจสิ่งอื่นใด แล้วรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เื่นี้ทำให้อี้เฟิงกล่าวอะไรไม่ออก เขาเพียงมาเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่เ้าตัวต้นเหตุกลับไม่สนใจสิ่งใด กลับลุกขึ้นวิ่งหนีเสียอย่างนั้น
