“อย่าเพิ่งออกไปเลย ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเ้าบ้าง ปราณมรณะมากขนาดนั้น กลับเข้าไปในแดนสุสานอัมพรเท่ากับฆ่าตัวตาย” สือจึกล่าว
“แต่ข้าอยู่โลกหินโลหิต์ตลอดไปไม่ได้” จูชิงยิ้มขมขื่น
สือจึนิ่งงันไป “บางทีข้าอาจช่วยเ้าได้ แต่เ้าจะทำได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวเ้าเอง!”
“อะไรนะ?” จูชิงเป็ปีติ ถ้าสามารถต้านทานปราณมรณะได้บ้าง เขาก็ยังพอมีโอกาสที่จะออกไปจากแดนสุสานอัมพร
ข้อความหนึ่งประจักษ์บนศิลา
เอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิต์ รางวัลคือเสื้อคลุมหงส์แดง!
เสื้อคลุมหงส์แดงทำขึ้นมาจากขนของหงส์แดง เมื่อสวมใส่เปลวเพลิงหงส์แดงจะแผดเผาทั่วสรรพางค์กาย ปราณมรณะที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศจะถูกไฟผลาญเผาไม่เหลือซาก
หงส์แดงเป็สัตว์อสูรในตำนานระดับเดียวกับั ทว่ามันเป็เพียงแค่ตำนานที่เล่าขานต่อกันมาในสมัยโบราณ ซึ่งไม่เคยมีใครเห็นหงส์แดงจริงๆ
มูลค่าของเสื้อคลุมหงส์แดงที่ทอจากขนหงส์แดงนั้นเหลือล้ำเกินพรรณนา แม้แต่จอมยุทธ์ขั้น์ปฐียังตาแดงก่ำ!
จูชิงเองก็ตาเป็มันเช่นกัน แต่การที่จะได้เสื้อคลุมหงส์แดงมาจะต้องเอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิต์ให้ได้เสียก่อน ผู้พิทักษ์หินโลหิต์เป็จอมยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ คิดจะเอาชนะแทบเป็ไปไม่ได้เลย
เดิมทีเสื้อคลุมหงส์แดงเป็ของรางวัลอย่างสุดท้าย ทว่าสือจึใช้อำนาจของตัวเองทำให้เสื้อคลุมหงส์แดงประจักษ์ก่อนที่ควรจะเป็
นั่นคือทั้งหมดที่สือจึสามารถทำได้แล้ว ผู้ยิ่งใหญ่ตระกูลจูเป็ผู้สร้างกฎของโลกหินโลหิต์ แม้ว่าสือจึจะเป็คนดูแล หากแต่ก็ไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงกฎ
“ถ้าเ้าฝึกฝน《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ถึงกระบวนท่าที่สามก็น่าจะเอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิต์ได้” สือจึกล่าว
ยามนี้จูชิงสำเร็จโกลาหลผกผันกระบวนท่าที่หนึ่งของ《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》สามารถประมือกับผู้พิทักษ์หินโลหิต์หลายร้อยกระบวนท่า หากโชคดีก็น่าจะสร้างาแให้กับผู้พิทักษ์หินโลหิต์ได้ไม่มากก็น้อย
เมื่อจูชิงยกกระบี่ ผู้พิทักษ์หินโลหิน์ก็ยกกระบี่เช่นกัน ทันใดนั้นแสงโลหิตเส้นหนึ่งพุ่งทะยานผ่าน เสี้ยวพริบตาจูชิงก็เกิดใหม่ข้างศิลา
《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》กระบวนท่าที่สอง มลายสูญ!
เมื่อครู่ขณะที่จูชิงสำแดงโกลาหกผกผันก็ถูกมลายสูญทำลายในพริบตา
วิธีการสอนของผู้พิทักษ์หินโลหิต์เรียบง่ายแต่ดุดัน นั่นคือใช้ความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าบังคับให้ร่างกายจดจำ
เมื่อมีโกลาหลผกผันก่อนหน้านี้เป็พื้นฐาน จูชิงจึงเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจอกับวิธีการสอนเฉกเช่นนี้อีกครั้ง
ทว่าถึงเตรียมใจอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของจูชิงที่มีต่อผู้พิทักษ์หินโลหิต์ได้ ไม่ว่าจูชิงจะตั้งท่าป้องกันอย่างไรล้วนถูกทำลายด้วยกระบวนท่ามลายสูญในครั้งเดียว!
มลายสูญและโกลาหลผกผัน การเปลี่ยนแปลงเสมือนจริงยากหยั่งถึงซึ่งทำให้อีกฝ่ายถูกทำลายด้วยพลังน่าพรั่นพรึงหาใดเทียม!
“มลายสูญ!” จูชิงเหวี่ยงกระบี่เหมือนกับผู้พิทักษ์หินโลหิต์ เขาตระหนักรู้เป็อย่างดี ถ้าอยากเอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิต์มีเพียงต้องใช้วิชาที่ผู้พิทักษ์หินโลหิต์ถ่ายทอดให้เท่านั้น เพราะจูชิงไม่มีวิชาใดที่สูงกว่า《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》แล้ว!
แสงโลหิตทั้งสองพุ่งปะทะกันในอากาศ แสงโลหิตของจูชิงถูกแสงของผู้พิทักษ์หินโลหิตกลืนกินในเสี้ยววินาที จากนั้นร่างของเขาก็ถูกฟันขาดเป็สองส่วน
จูชิงพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยิ่งตายมากเท่าไหร่ ความหยั่งรู้ที่มีต่อมลายสูญก็ยิ่งลึกล้ำมากขึ้นเท่านั้น พลานุภาพเริ่มใกล้เคียงกับของผู้พิทักษ์หินโลหิต์แล้ว
“มลายสูญ!” แสงโลหิตทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง ฉากนี้เกิดขึ้นเป็ร้อยๆ รอบแล้ว ทว่าสุดท้ายก็จบลงด้วยความล้มเหลวของจูชิง แต่คราวนี้ดูเหมือนผลลัพธ์จะต่างออกไปเล็กน้อย
“ครืนน!” แสงโลหิตของจูชิงกลืนกินแสงโลหิตของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ ครั้งนี้จูชิงเป็ฝ่ายชนะ!
ดวงตาของจูชิงเป็ประกาย ถ้ามลายสูญโจมตีโดนผู้พิทักษ์หินโลหิต์ ผู้พิทักษ์หินโลหิต์จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย บางทีไม่ต้องเรียนถึงกระบวนท่าที่สามก็อาจได้เสื้อคลุมหงส์แดงมาแล้วก็เป็ได้
ทว่าจูชิงคิดง่ายเกินไป ่พริบตานั้น ผู้พิทักษ์หินโลหิต์ก็ตวัดกระบี่ที่อยู่ในมือ!
“สังสารวัฏ!” หนึ่งกระบี่พิชิตสังสารวัฏ แสงโลหิตดับสูญถูกฟันแหลกสะบั้น!
“กระบวนท่าป้องกัน!” จูชิงเบิกตากว้าง
กระบวนท่าของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ป้องกันกระบวนท่ามลายสูญได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
“เ้าต้องเรียนรู้สามกระบวนท่าโกลาหลผกผัน มลายสูญและสังสารวัฏ ถ้าเ้าไม่สามารถใช้สามกระบวนท่านี้ได้ดั่งใจนึก เ้าก็ไม่มีทางเอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิต์ได้!” สือจึกล่าว
แม้ว่าเคล็ดกระบี่พื้นฐานจะมีแค่สามกระบวนท่า แต่เมื่อรวมกระบวนท่าทั้งสามเข้าด้วยกันแล้ว พลานุภาพไม่ด้อยไปกว่าวิชายุทธ์ขั้นสูงเลย
อย่างไรเสีย《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ก็คือแก่นแท้ของวิถียุทธ์ที่ตระกูลจูรวบรวมมาั้แ่สมัยโบราณกาล ทุกกระบวนท่าได้รับการขัดเกลาหลายร้อยหลายพันครั้ง ผ่านการทดสอบจากจอมยุทธ์นับไม่ถ้วน
เดิมที《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》มีทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดกระบวนท่า เมื่อเวลาผ่านไปกระบวนท่าเ่าั้ถูกปรับเปลี่ยนพัฒนา ในที่สุดก็เหลืออยู่เพียงสามกระบวนท่า!
ที่อีกด้าน เมื่อไม่มีปราณมรณะของจูชิงเป็ตัวดึงดูด หลังจากที่พวกจินหลิงเอ๋อร์บุกบั่นผ่าดงผีดิบไปไกลก็ไม่มีผีดิบไล่ตามมาแล้ว
ในแดนสุสานอัมพร มีหลุมศพอยู่ทั่วทุกหนแห่ง หลุมศพบางหลุมยังบันทึกวีรกรรมของจอมยุทธ์เ่าั้ใน่ชีวิตของพวกเขาเอาไว้ บางคนเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์น่าพรั่นพรึงในยุคสมัยนั้น
“ครืนน!” ณ โลกหินโลหิต์ จูชิงเหวี่ยงกระบี่ปะทะกับผู้พิทักษ์หินโลหิต์ครั้งแล้วครั้งเล่า
โกลาหลผกผัน มลายสูญ สังสารวัฏ ผู้พิทักษ์หินโลหิตสำแดงสามกระบวนท่าประมือกับจูชิงไม่ขาดสาย แม้ว่าจูชิงจะตามหลังอยู่ครึ่งหนึ่งเสมอ ทว่าก็นับว่าพอตามผู้พิทักษ์หินโลหิต์ทันอยู่บ้างเล็กน้อย
จูชิงเชี่ยวชาญสามกระบวนท่ามากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ได้ถูกกดขี่อยู่ฝ่ายเดียว มีบางครั้งก็โต้กลับไปบ้าง สร้างความกดดันให้กับผู้พิทักษ์หินโลหิต์
ถึงผู้พิทักษ์โลหิต์จะได้ชื่อว่าเป็จอมยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่มีชีวิต ทุกครั้งที่จูชิงล้มเหลวเขาจะแข็งแกร่งมากขึ้น ต่างกับผู้พิทักษ์ที่ยังยืนอยู่จุดเดิม เมื่อเป็เช่นนั้น ช่องว่างระหว่างจูชิงกับผู้พิทักษ์หินโลหิต์ก็จะแคบลง ไม่นาน บางทีเขาอาจเหนือชั้นกว่าผู้พิทักษ์ก็เป็ได้
หนึ่งเดือนต่อมา การต่อสู้ในโลกหินโลหิต์พุ่งทะยานถึงจุดเดือด จูชิงสำแดงกระบวนท่าทั้งสามได้อย่างยอดเยี่ยม เหวี่ยงกระบี่ฟาดฟันผู้พิทักษ์หินโลหิต์
ทว่า่วินาทีที่กำลังปลิดชีพผู้พิทักษ์หินโลหิต์ อีกฝ่ายกลับใช้สังสารวัฏแก้ไขสถานการณ์ได้ทุกครั้ง เมื่อครึ่งเดือนก่อน จูชิงสามารถกดดันผู้พิทักษ์หินโลหิต์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เพราะสังสารวัฏ จูชิงจึงไม่สามารถเอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิตได้สักที
อย่างไรเสียจูชิงก็เป็คน ระหว่างการต่อสู้ย่อมมีจุดผิดพลาด และผู้พิทักษ์หินโลหิต์ก็จะเอาข้อผิดพลาดนั้นมาสังหารจูชิง!
ถ้าจูชิงคิดวิธีทำลายสังสารวัฏไม่ได้ ไม่ว่าจะสู้กันอีกกี่ครั้งก็ไร้ความหมาย
“ผสานกระบวนท่ากระบี่!” เมื่อผู้พิทักษ์หินโลหิต์ใช้สังสารวัฏ ดวงตาของจูชิงพลันเป็ประกาย สำแดงวิชาบางอย่างที่ไม่ใช่สามกระบวนท่าหลัก!
“สามกระบวนท่ารวมเป็หนึ่ง!” สือจึอุทาน ทั้งๆ ที่ไม่มีใครสอน ทว่าจูชิงกลับสามารถตระหนักรู้ความลึกลับสูงสุดของ《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》สำเร็จ!
《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》จะกล่าวว่ามีเพียงสามกระบวนท่าก็ย่อมได้ เพราะในตระกูลจูสืบทอดเพียงสามกระบวนท่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามในประวัติศาสตร์ของตระกูลจูมิได้ขาดแคลนอัจฉริยะ
กระบวนท่าทั้งสามถูกจอมยุทธ์ตระกูลจูปรับเปลี่ยนมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับเคล็ดวิชาพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม จอมยุทธ์บางคนสามารถผสานรวมกระบวนท่าทั้งสามเป็หนึ่งเดียว ทำให้พลานุภาพแกร่งกล้ายิ่งกว่ากระบวนท่าทั่วไป
การผสานกระบวนท่านั้นเป็ทักษะขั้นสูง แน่นอนว่าสามารถทลายสังสารวัฏได้โดยไม่ต้องสงสัย!
กระบี่แทงเข้าที่อกของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ ร่างกายของผู้พิทักษ์มลายหายกลายเป็เศษเสี้ยวลมปราณกระจายไปทั่วทุกหนแห่งในโลกหินโลหิต์!
หลังจากถูกผู้พิทักษ์ฆ่าตายเป็พันเป็หมื่นครั้ง ในที่สุดจูชิงก็แก้แค้นสำเร็จ!
เสื้อคลุมขนนกที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงพลันตกลงมาจากท้องฟ้า
เมื่อเสื้อคลุมหงส์แดงตกอยู่ในมือของจูชิง อุณภูมิในตัวอุ่นขึ้นโดยพลัน ปราณมรณะที่อยู่ในร่างกายสลายหายไปเกือบครึ่ง!
พอสวมใส่เสื้อคลุม เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ หลังจากที่ต่อสู้อยู่ที่นี่มานานหลายเดือน ในที่สุดก็จะได้ออกไปเสียที
นั่นคือจูชิง ถ้าเป็จอมยุทธ์คนอื่นถูกฆ่าตายอยู่ในโลกหินโลหิต์ครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าว่าแต่ตระหนักรู้วิชาผสานกระบวนท่ากระบี่เลย ลำพังแค่รักษาสภาพจิตใจให้ปกติได้ก็เหลือทนแล้ว!
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้น จูชิงก็ปรากฏกายข้างๆ จินหลิงเอ๋อร์ เปลวเพลิงหงส์แดงลุกโชนโชติ่ กำจัดปราณมรณะที่อยู่ใกล้ๆ ในพริบตา
พวกจินหลิงเอ๋อร์รู้สึกว่าตัวเบายิ่งกว่าเดิม แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงเท่ากับจูชิง ทว่าพอััปราณมรณะเป็เวลานาน ร่างกายก็ค่อยๆ เสียหายทีละเล็กทีละน้อย
แต่เพราะเปลวไฟหงส์แดง ปราณมรณะทำอะไรพวกเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“ท่านอาจารย์ ข้าคิดถึงท่านมาก ท่านหายไปอยู่ที่ไหนมา” จินหลิงเอ๋อร์ะโกอดจูชิง แขนทั้งสองโอบล้อมรอบคอของเขาแนบชิดสนิทสนม
จูชิงมองจินหลิงเอ๋อร์ด้วยความเขินอาย ยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยมือทิ้งข้างลำตัว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี!
“เ้าหนู เสื้อคลุมของเ้าไม่เลวเลยนี่!” เฒ่าปีศาจหัวเราะลั่น
“ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้น ไม่ได้ลาจากกันชั่วนิรันดร์เสียหน่อย!” จูชิงจับตัวจินหลิงเอ๋อร์ออกห่าง กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากจินหลิงเอ๋อร์ทำให้เขาใจสั่นไม่หยุด มีปฏิกิริยาบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย
จินหลิงเอ๋อร์หน้าแดงก่ำไม่กล้ามองหน้าจูชิง แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าทำเื่ที่น่าอายแบบนั้นไปได้ยังไง
“แดนสุสานอัมพรเข้าได้ออกไม่ได้ เ้าหนู ถึงเ้าจะต้านทานปราณมรณะของแดนสุสานอัมพรได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถไปจากแดนสุสานอัมพร!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“ข้ามีแผน!” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
จากคำบอกเล่าของสือจึ แดนสุสานอัมพรเป็ที่เพาะเลี้ยงที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มคนชั่วช้าสามานย์ พวกเขาเลี้ยงจอมยุทธ์เหมือนหมูเหมือนหมา พอขุนจนอ้วนได้ที่ก็จะมาเก็บเกี่ยวผลผลิต นั่นเป็โอกาสเดียวที่จะหนีไปจากแดนสุสานอัมพร
