“ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้ ข้าเพียงทำตามคำสั่งเถ้าแก่เท่านั้น หากพวกท่านอยากรู้อะไรให้ไปถามเขา ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น” ลูกจ้างส่ายศีรษะไปมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนซิ่วอิงจะหันกลับไปยังิเยว่ ที่จับจ้องมองชายชรารอคำตอบด้วยท่าทางจริงจัง
“เอาล่ะ...ข้าจะถามเ้าเป็ครั้งสุดท้าย หากเ้ายังเก็บปากเงียบไม่ตอบล่ะก็ ข้าจะเผาโรงเตี๊ยมของเ้าซะ” เพียงแค่หญิงสาวทำท่าหันไปยังเทียนที่ส่องสว่าง เ้าของโรงเตี๊ยมก็รีบวิ่งมาดักหน้าแล้วค้อมตัวลงซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว ข้ายอมรับก็ได้ ที่ข้าเข้ามาในห้องพวกท่าน ข้าเพียง้ามุกเม็ดงามพวกนั้นมาเป็ของตัวเอง ข้าสำนึกแล้ว ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว พวกท่านอย่าได้ถือโทษข้าเลย” เขาค้อมตัวลงซ้ำ ๆ แล้วพูดด้วยความหวาดหวั่น ิเยว่และซิ่วอิงหันมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย
“ที่แท้ เ้าทำเช่นนี้เพราะความโลภอยากได้ในสิ่ง ที่ไม่ใช่ของตนงั้นเหรอ หากข้าเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา ก็คงโดนเ้าขโมยของมีค่าไป อายุขัยของเ้ามีไม่มากแทนที่จะสร้างความดีไว้ เ้ากลับหลงยึดกับความโลภทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเ้าไปง่าย ๆ งั้นเหรอ” สิ้นเสียงของหญิงสาว ชายชราถึงกับทรุดลงนั่งที่พื้นแล้วค้อมตัวลงด้วยความหวาดหวั่น
“ข้าผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด พวกท่านให้ข้าทำอะไร ข้ายอมทั้งนั้น ส่วนมุกเม็ดที่ท่านให้ข้ามาแล้ว ข้าไม่เอาก็ได้ ข้าคืนให้พวกท่านหมดเลย ขอเพียงอย่าเอาชีวิตข้าก็พอ” ชายชรายื่นเม็ดมุกสีขาวคืนมา พลางอ้อนวอนขอชีวิต นางหยิบเม็ดมุกกลับคืนแล้วยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ข้าไม่เอาชีวิตพวกเ้าก็ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน” ชายชราชะงักนิ่ง ปาดน้ำตาด้วยความดีใจแล้วเอ่ยขึ้น
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรข้ายอมทั้งนั้น ขอแค่พวกท่านไม่เอาชีวิตข้าก็พอ” หญิงสาวหันไปยังซิ่วอิงแล้วค่อย ๆ เดินไปรินชาลงถ้วยช้า ๆ พร้อมความคิด
“ข้อแลกเปลี่ยนก็คือ พรุ่งนี้ท่านจะต้องให้ทุกคนที่ผ่านมาแถวนี้ ได้เข้ามากินอาหารที่โรงเตี๊ยมของท่านโดยไม่คิดค่าตอบแทน รวมถึงท่านต้องแจกจ่ายข้าวสาร ปลาแห้ง พันธ์ุพืชต่าง ๆ ให้ชาวบ้านและผู้ยากไร้ด้วย” ิเยว่พูดจบจึงย่อตัวลงนั่งยังเก้าอี้ พลันจับจ้องมายังเถ้าแก่ร้านด้วยสายตาจริงจัง
“ได้ ข้าทำได้ ขอเพียงพวกท่านไว้ชีวิตข้าก็พอ” เขาน้อมกายลงแล้วรีบรับปาก
“อีกอย่างที่ข้า้า คือให้พวกท่านเก็บเื่ที่ข้าไม่ใช่มนุษย์ไว้เป็ความลับ” ลูกจ้างที่ฟังอยู่ หัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ หลุดพูดขึ้นด้วยความตกตะลึง
“ตกลงพวกท่านไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ หรือนี่ พวกท่านเป็ผี หรือิญญาประเภทไหนกันแน่ ที่มาให้พวกเราเห็นตัวเป็ ๆ เช่นนี้” ซิ่วอิงหลุดยิ้มแล้วปั้นหน้าเล็กน้อย
“พวกข้าจะเป็อะไรก็ช่าง แต่ถ้าผู้ใดรับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ นายหญิงของข้าจะไม่เก็บพวกเ้าไว้อย่างแน่นอน เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มรีบค้อมตัวรับ แล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปเป็คนแรก ตามด้วยเถ้าแก่ร้านวิ่งตามไปติด ๆ ก่อนเสียงหัวเราะของซิ่วอิงและิเยว่จะหลุดลอดออกมาเป็ระยะ
“มนุษย์ผู้นี้โลภนัก ธิดาทำถูกแล้วเ้าค่ะที่ดัดนิสัยเขา หาไม่ ก็คงติดนิสัยเช่นนี้ไปจนสิ้นอายุขัย” ซิ่วอิงพาธิดาเผ่าวิหคเดินกลับมายังเตียงนอน ก่อนหญิงสาวจะหันใบหน้าสวยหวานกลับไปยังสาวใช้คนสนิท
“มองหน้าข้า ท่านคิดสิ่งใดอยู่หรือเ้าคะ” ซิ่วอิงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“พรุ่งนี้เราจะอยู่ต่ออีก ข้าอยากเห็นเถ้าแก่ร้านแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้าน คนยากลำบากยังมีมาก แม้เราจะอยู่ข้างบนอย่างสุขสบาย แต่แดนมนุษย์แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ข้ารู้แล้วล่ะว่าทำไมประมุขมารจึงกลับใจเป็ผู้มีคุณธรรม” ซิ่วอิงขมวดคิ้วแปลกใจในคำพูดของธิดาิเยว่มากขึ้นไปอีก
“เหตุใดหรือเ้าคะ”
“ในอดีตประมุขมารชอบมาแดนมนุษย์ เขาคงได้เห็นทุกสรรพชีวิตที่แตกต่างจาก้า คุณธรรมค่อย ๆ ก่อเกิดขึ้นจากความมืดดำในจิตตามชาติกำเนิด ถูกความจริงตรงหน้าหลอมรวมให้โอรสมารเช่นเขาในตอนนั้นกลับใจก็เป็ได้” ซิ่วอิงปล่อยยิ้มกว้าง จับกายของิเยว่นอนลง พลันยกผ้าขึ้นมาห่มอย่างถนอม
“ดูเหมือนทุกลมหายใจของธิดา จะมีแต่ประมุขมารตงหยาง หากถึงเวลาพบกันจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้แสนดีอย่างที่คิดท่านจะผิดหวังเอาได้นะเ้าคะ” ซิ่วอิงพูดเตือน ก่อนรอยยิ้มของหมิงเยว่จะปล่อยกว้าง
“ข้าแค่รู้ว่าจิตใจของเขามีคุณธรรมเพียงใด ต่อให้เขาไม่ดีกับข้า ข้าก็จะไม่ทุกข์ใจ” ซิ่วอิงส่ายศีรษะพลันถอนหายใจออกมา
“นอนเถอะเ้าค่ะ พรุ่งนี้เช้าจะเราจะได้ไปดูเถ้าแก่ร้านแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้าน”
“อื้ม” ิเยว่พยักหน้ารับ แล้วนอนหลับไปพร้อมความหวัง ว่าสักวันจะมีโอกาสได้พบกับประมุขมารอย่างตงหยางสักครั้ง
