“เ้าเก่งมาก ที่สามารถนับเลขหลักร้อย ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้” เขาเอ่ยชมหญิงสาวในทันที นางจึงเผลอยิ้มหวานออกมาเพราะคำชมนั้น ก่อนชายหนุ่มจะคลายกอดออก ปล่อยร่างบางเป็อิสระ พลันทอดสายตามองความงามของนางจนพอใจ
“เหตุใดท่านจึงมองข้าเช่นนั้น” ดวงตากลมแป๋วของนางเอ่ยถาม พร้อมกับหวงซีเหรินได้สติกลับมาจึงปั้นหน้านิ่ง พลันเดินกลับไปนั่งยังเก้าอี้ แล้วทำทีรินน้ำชาขึ้นดื่ม
“เมื่อครู่..อู่เจ๋อว่าไงบ้าง”
“เื่อะไรฤาเ้าคะ”
“ก็เื่ที่เ้า ให้เขาสอนนับเลขไง” ก่อนรอยยิ้มหวานของหลันฮวาจะคลี่ออก
“อู่เจ๋อสอนข้านับเลข เขายังบอกอีกด้วยว่าจะสอนข้าอ่านหนังสือในทุกวัน” หวงซีเหรินได้ยินดังนั้น ถึงกลับพ่นน้ำชาออกมาทันที
“กลับไปบอกอู่เจ๋อ ว่าทั้งหมดเป็หน้าที่ของข้า หาใช่หน้าที่ของเขา” เสียงเข้มพูดเป็คำสั่ง ขณะที่สายตาของหลันฮวามองตรงมายังชายหนุ่มด้วยความสงสัย
“หากท่านไม่อนุญาตให้อู่เจ๋อ สอนหนังสือข้า พรุ่งนี้ข้าจะรีบไปบอกเขา” หวงซีเหรินได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าขึ้นลงอย่างพอใจ ก่อนจะนึกบางอย่างได้ จึงรีบห้ามในทันที
“เช่นนั้นเ้าไม่ต้องแล้ว ข้าจะเป็คนไปคุยกับอู่เจ๋อเอง ส่วนเ้าหากไม่จำเป็ อย่าได้พบอู่เจ๋อตามลำพังอีก” หวงซีเหรินพูด พร้อมกับรินน้ำชาขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนที่หลันฮวาจะนั่งมุ่ยหน้าไม่เข้าใจเหตุผลของเขาสักนิด
“ท่านทำราวกับไม่ไว้ใจข้า ตอนนี้ข้าเป็โจรกลับใจแล้ว ข้าไม่หลอกลวงผู้ใดแล้ว ข้าสัญญา..แต่อย่าเหมือนข้าเป็ตัวอันตรายที่ไม่สามารถเข้าใกล้ผู้ใดได้” หวงซีเหรินเลื่อนสายตามองหญิงสาวที่มุ่ยหน้า กำลังทำท่าน้อยใจ
“โจรกลับใจในเวลาเพียงเท่านี้ ข้าจะเชื่อได้อย่างไร”
“แล้วนับจากวันนั้น ท่านเห็นข้าขโมยของผู้ใดอีกฤาไม่เล่า” นางยังคงเงยหน้าเถียงเขา ก่อนที่หวงซีเหรินจะยอมแพ้ แล้วปล่อยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่อยากเถียงกับเ้าแล้ว ในเมื่อวันนี้เ้านับเลขหลักร้อยได้แล้ว ก็กลับไปพักผ่อนเถอะ หลังจากนี้ข้าจะค่อย ๆ สอนเ้านับเลขหลักพัน และสอนเ้าอ่านหนังสือไปพร้อม ๆ กัน แล้วเ้าจงจำไว้ ว่าเ้ามาอาศัยจวนตระกูลหวงในฐานะคนรักของข้า ดังนั้นคนที่จะอยู่เคียงข้างเ้าตลอดเวลาก็คือข้า”
“เ้าค่ะ..” หลันฮวาพูดพร้อมทำหน้ามุ่ยเช่นเดิม ก่อนนางจะเลื่อนสายตามองเขาเป็ครั้งสุดท้าย แล้วเตรียมลุกขึ้นเดินกลับไป ยังไม่ทันที่ประตูจะเปิด หวงซีเหรินก็กล่าวรั้งนางไว้อีกครั้ง
“ยู่จิน”
“เ้าคะ” ร่างสูงเดินเข้ามาหา แล้วยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้นาง
“พรุ่งนี้ เ้าจำเป็ต้องเอาไปซื้อวัตถุดิบทำขนม กับแม่นางไป่หลาน เท่านี้ก็น่าจะพอ” หลันฮวาก้มมองเงินจำนวนหนึ่งในมือเขา แล้วยกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ท่านให้ข้าจริง ๆ ฤา” รอยยิ้มสวยยังคงแย้มค้างไว้แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยความประทับใจ จนชายหนุ่มต้องทำทีเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“คุณชายซีเหรินใจดีที่สุด” นางกล่าวชมพร้อมหยิบเงินจากเขา ก่อนจะหันกลับมาแล้วปล่อยยิ้มหวานให้ พลันหันตัวเดินจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนมองนางจนลับสายตา พร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอิบที่อยู่ภายใน
ภายในตลาดที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน ชาวเมืองต่างมาจับจ่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนซื้อสินค้ากันอย่างคับคั่ง หญิงสาวสองคนเดินจูงมือกันมาเลือกซื้อวัตถุดิบเพื่อทำขนม
“จริงสิ ขนมที่เ้าทำให้ข้ากินนั้นเรียกว่าอะไรฤา” หลันฮวาเอ่ยถาม ก่อนทีไป่หลานจะแย้มยิ้มออกมา
“เรียกว่าขนม ถังเซาเหมย ข้าเชื่อว่าพี่หลันฮวาได้กินขนมชนิดนี้เป็ครั้งแรกใช่ฤาไม่” ไป่หลานเอ่ยถาม ก่อนที่หลันฮวาจะพยักหน้าขึ้นลง ความจริงแล้วนางไม่ค่อยได้กินขนมหรือของดี ๆ เท่าใดนัก เพราะชีวิตต้องปากกัดตีนถีบตลอดเวลา หลันฮวาสลัดความคิดในอดีตทิ้ง แล้วหันไปตั้งใจฟังหญิงสาวด้านข้างอธิบายถึงที่มาอย่างเงียบ ๆ
“ถังเซาเหมย คือขนมที่ท่านแม่ของข้า เป็ผู้คิดค้นขึ้นมา นางมักจะทำขนมชนิดนี้เวลาคิดถึงลูกสาวของนาง” หลันฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แล้วเหตุใดต้องคิดถึงเ้าด้วย ในเมื่อเ้าก็มิได้อยู่ห่างไกล” หลันฮวาเอ่ยถามด้วยความไม่รู้ ก่อนไป่หลานยกยิ้มพลางก้าวเดินต่อไปยังเบื้องหน้า
“ความจริงแล้วข้ามิใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของท่านพ่อกับท่านแม่หรอก ข้าถูกท่านพ่อท่านแม่เก็บมาเลี้ยงั้แ่เด็ก ๆ” หลันฮวาสังเกตแววตาเศร้า ของไป่หลานแสดงออกมาผ่านสายตา ก่อนที่นางจะพยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มแล้วพูดต่อ
“ขนมถังเซาเหมย ข้ามักได้กินเสมอ ๆ ในตอนเด็ก เพราะท่านแม่ชอบทำ และข้าเองก็ชอบรสชาติของมันมากด้วยเช่นกัน จนถึงขนาดเรียนทำขนมกับท่านแม่ตอนอายุได้แปดขวบ แต่ก็มารู้ความจริงทีหลัง ว่าเมื่อใดที่ท่านแม่ทำขนมนี้ ท่านแม่จะคิดถึงลูกสาวของนาง เพราะตอนท่านแม่ตั้งครรภ์ ท่านพ่อบอกว่านางอยากกินขนมมาก ๆ แต่ไม่ว่าขนมชนิดใดก็ไม่ใคร่ถูกใจนาง ท่านแม่จึงยอมลงมือคิดค้นขนมสูตรนี้ขึ้นมา จนในที่สุดก็ได้เป็ขนมถังเซาเหมยอย่างที่พี่หลันฮวาชอบนั่นล่ะ”
“ข้าอิจฉาชีวิตของนางจัง ขนาดไม่ได้เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูล พวกเขายังดูแลนางได้ดีถึงเพียงนี้ หากแต่ข้าเป็หลานสาวของยายฝูแท้ ๆ แต่เหตุใดนางจึงไม่เคยมอบความรักให้ข้าเลยสักครั้ง เหตุใดนางจึงทำกับข้าถึงเพียงนั้น” หลันฮวาลอบน้อยใจในชะตาชีวิตของตัวเอง ก่อนที่เสียงเรียกของแม่นางไป่หลานจะดังขึ้น
“พี่หลันฮวารู้ฤาไม่ว่า ใส้ของขนมถังเซาเหมยนั้นทำมาจากอะไร” หลันฮวาส่ายศีรษะ ก่อนไป่หลานจะหันไปยังกองเผือกและมันที่อยู่ด้านหน้า พลางเดินเข้าไปแล้วหยิบเลือกใส่ห่อกระดาษ
“ใส้ของขนมทำมาจากเผือกและมันบดผสมรวมกัน จะให้รสชาติหวานและมัน” หลันฮวามองวิธีการเลือกของไป่หลานแล้วพยายามจำ ก่อนจะควักเงินที่หวงซีเหรินให้มายื่นจ่ายกับพ่อค้า
และสองสาวก็พากันเดินไปซื้อวัตถุดิบอื่น ๆ ต่ออีกหลายอย่าง ก่อนหลันฮวาจะหันไปเห็นไม้ไผ่หมุน นางยืนมองพลันหวนนึกถึงเื่ราวในอดีต
ยามเป็เด็กหญิงตัวเล็ก นางนั่งขอทานอยู่ตรงข้ามกับร้านขายไม้ไผ่หมุน เวลาลมพัดมาไม้ไผ่ที่ว่า ก็จะหมุนพร้อมกับส่งเสียงออกมาอย่างไพเราะ เป็ของเล่นชนิดเดียวที่นางอยากได้ แต่ก็ทำได้เพียงมองผ่าน ๆ ไม่อาจเอื้อมได้ัั หลันฮวายืนเหม่อมองอยู่เช่นนั้นจนไป่หลานผิดสังเกต
