หลงเหยียนรู้ดีว่าแค่ล่อผู้เฒ่าทั้งสองคนออกไป สือพั่วเทียนกับเสี่ยวอวี้ก็จะปลอดภัยแล้ว ผู้นำแห่งสำนักมารไม่มีทางลงมือกับสือพั่วเทียนและเสี่ยวอวี้ในเวลาเช่นนี้ เพราะเขาเป็คนหยิ่งผยอง ทั้งยังรักศักดิ์ศรีเป็ที่สุด ไม่มีทางลดตัวลงไปสังหารคนที่เขามองว่ามีพลังต่ำต้อยแบบนั้นแน่
หลงเหยียนเคลื่อนที่ด้วยวิชาฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ ด้วยความเร็วที่น่าสยดสยองเช่นนั้น เกรงว่าในที่แห่งนี้คงมีแค่ผู้นำเฒ่าคนเดียวที่มองตามการเคลื่อนไหว และมองเห็นร่างของเขาได้อย่างชัดเจน
หลงเหยียนมุ่งหน้าไปที่พื้นที่ด้านหลังเขาของเขามิวายชนม์ เพียงไม่กี่อึดใจเขาก็มาปรากฏอยู่ในลานกว้างที่มีไหสุราวางเรียงรายอยู่แล้ว
ที่นี่เป็เขตหวงห้ามของสำนักมาร ทว่าหลงเหยียนก็หาได้ไม่สนใจไม่ สำหรับเขา แค่ได้ปลดปล่อยดวงิญญาเหล่านี้ออกไป ให้พวกเขากลายเป็อิสระ เท่านี้ก็พอแล้ว
ตอนเป็คน คนเหล่านี้ก็น่าสงสารมากพอแล้ว อย่าต้องทรมานต่อไปเลย หลงเหยียนมาถึงไหสุราที่ผนึกดวงิญญาของลูกสาวของสือพั่วเทียนกับเสี่ยวอวี้เอาไว้ จากนั้นก็เก็บมันเข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุน เมื่อทำเสร็จก็ส่งพลังออกไปเปิดฝาของไหสุราที่เหลือออกจนหมด ทันใดนั้น ดวงิญญาจำนวนมากก็ลอยขึ้นมาจนทั่วห้วงอากาศ
ผู้เฒ่าทั้งสองคนที่วิ่งตามหลงเหยียนมาล้วนเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น พวกเขามองมายังหลงเหยียนอย่างตกตะลึง น่าเสียดายที่ทั้งสองไม่สามารถเร่งความเร็วให้เท่ากับหลงเหยียนได้เสียที
ทว่าในเวลานี้เอง อยู่ๆ ทูตคุมิญญาก็ะเิพลังที่น่าสยดสยองออกมาจากไหสุราขนาดใหญ่อย่างกะทันหัน พลังนั้นทรงอำนาจจนน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว
มันเป็ปีศาจอสูรที่มีพลังมากกว่าระดับมายาขั้นที่สามอย่างแน่นอน ทว่าเพราะมีเวลาออกมาข้างนอกเพียงเล็กน้อย ทั้งยังมีหน้าที่กลืนกินศพและของเน่าเสียโดยเฉพาะ ปีศาจอสูรตนนี้จึงมีกลิ่นอายแห่งพลังที่เย็นะเืและกระหายเืเช่นนี้
“เ้าสิงโตน้อย พอจะรับมือไหวไหม?”
“วางใจเถิดพี่เหยียน มันก็เป็แค่ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สามเท่านั้น”
หากเป็เมื่อก่อน เ้าสิงโตน้อยไม่มีพลังมากพอจะรับมือกับมันได้แน่ ยังดีที่ตอนนี้มันมีพลังอยู่ในระดับมายาขั้นที่หนึ่งแล้ว จึงสามารถรับมือได้ไม่ยาก
หลายวันมานี้ เ้าสิงโตน้อยบำรุงร่างกายด้วยหญ้าวิเศษจนเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับมายาขั้นที่หนึ่งแล้ว ทั้งยังดูดกลืนพลังของปีศาจอสูรตนอื่นเข้าไปมากมาย ย่อมแข็งแกร่งขึ้นเป็ธรรมดา
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็ปีศาจอสูรตนใด สิงโตน้อยก็สามารถรับมือได้ทั้งนั้น กระทั่งปีศาจอสูรที่มีพลังแข็งแกร่งกว่าเ้าสิงโตน้อยถึงหนึ่งระดับก็ยังต้องหวั่นเกรงในพลังของมันเลย ซึ่งนั่นเป็ความหวาดกลัวจากส่วนลึกของดวงิญญา เป็ความหวาดกลัวซึ่งเกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณนั่นเอง
เ้าสิงโตน้อยร้องคำรามเสียงดัง และนี่ก็คือความแตกต่างของสัตว์เทพกับปีศาจอสูร แม้เ้าสิงโตน้อยจะมีพลังเพียงระดับมายาขั้นที่หนึ่ง ทว่ากลับแข็งแกร่งจนสามารถสังหารปีศาจอสูรที่แข็งแกร่งกว่าตนถึงสองขั้นได้
เดิมทีทูตคุมิญญายังมีท่าทีดุดันและน่าเกรงขาม ทว่าเมื่อได้เห็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตน ทั้งยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งพลังที่เข้มข้นเช่นนี้ อยู่ๆ ทูตคุมิญญากลับรู้สึกกลัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“โฮก...” เ้าสิงโตน้อยร้องคำรามเสียงดังสนั่น
ในขณะเดียวกัน หลงเหยียนหยุดลงในที่สุด เขานำกระบี่พิฆาตัออกมาแล้วพุ่งเข้าไปสู้กับยอดฝีมือระดับธรณีทั้งสองคน
“มาสิ เ้าหมารับใช้ของสำนักมาร พวกเ้ามันเป็ปีศาจชัดๆ”
หลงเหยียนแสร้งทำเป็หวาดกลัวยอดฝีมือทั้งสอง เขาหอบหายใจออกมาอย่างหนัก
“เ้าหนุ่ม เ้าเป็ใครกันแน่? มาจากที่ใด หนีต่อไปสิ เหตุใดไม่หนีแล้วเล่า เมื่อครู่ ที่ผู้เฒ่าหวงกับผู้เฒ่าหวังต้องตายก็เพราะพวกเขาประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปเท่านั้น อย่างไรเสีย วันนี้เ้าต้องตายที่นี่”
ระหว่างบทสนทนา ดูเหมือนสิ่งที่ทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองรู้สึกใมากยิ่งกว่าสิ่งอื่นกลับเป็การต่อสู้ของทูตคุมิญญากับเ้าสิงโตน้อยต่างหาก เพราะตอนนี้ ทูตคุมิญญาถูกเ้าสิงโตน้อยกดข่มจากทุกด้านเลยก็ว่าได้
หลงเหยียนไม่พูดให้เสียน้ำลายอีก กลับแสดงการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตนออกไปแทน ในเมื่อตนรวดเร็วกว่าศัตรู เช่นนั้นก็ต้องใช้ข้อนี้ให้เป็ประโยชน์มากที่สุด
เขาจับกระบี่พิฆาตัแน่น พลางเหวี่ยงเข้าไปใส่ผู้เฒ่าที่มีพลังระดับชีพธรณีทั้งสองอย่างเต็มแรง
พลังกระบี่ที่ทรงอำนาจบีบให้คนทั้งสองจำต้องถอยกลับไปด้านหลังเพื่อหลบหลีก น่าเสียดายที่หลงเหยียนรวดเร็วกว่านั้นมาก
กระบี่พิฆาตัเหวี่ยงตรงลงไปด้านล่าง อีกฝั่งหนึ่ง ผู้เฒ่าทั้งสองไม่ยอมแพ้เพียงเท่านั้น พวกเขารวบรวมพลังเอาไว้ที่มือทั้งสองข้างเพื่อเตรียมจะรับการโจมตี
เพราะเป็การปะทะซึ่งหน้า แล้วอีกฝ่ายยังมีกันถึงสองคน หลงเหยียนจึงไม่มั่นใจสักเท่าใดว่าตนจะเอาชนะอีกฝ่ายได้หรือไม่ ขณะที่กระบี่พิฆาตัะเิพลังที่น่าหวาดหวั่นออกมา หลงเหยียนกลับโยนกระบี่เล่มนั้นออกไปที่กลางอากาศเสียอย่างนั้น และกระบี่ที่เปล่งประกายไปด้วยพลังโจมตีอันร้อนแรงก็ดึงดูดความสนใจจากคนทั้งสองได้สำเร็จ
หลงเหยียนยิ้มมุมปาก เขาพุ่งไปยืนอยู่เบื้องหน้าของผู้เฒ่าทั้งสองด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า จากนั้นก็เหวี่ยงฝ่ามือออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งรอยแผลลงบนลำคอของคนทั้งสองในชั่วพริบตา
ยังไม่ทันที่เืจะไหลออกมา หลงเหยียนก็กลับไปยืนอยู่ที่เดิมเสียแล้ว แน่นอนว่า เขารับกระบี่พิฆาตักลับเข้าไปในมือได้อย่างมั่นคง
แผนโยนของเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจใช้ได้ผลเป็อย่างดี เมื่อเริ่มตั้งสติได้ ทั้งสองก็มองมาที่หลงเหยียนอย่างตกตะลึง พลางยกมือขึ้นไปจับแผลที่ลำคอของตนเอง พยายามกดห้ามเือย่างสุดความสามารถ
ทว่า...
น่าเสียดายที่ทุกอย่างสายเกินไป หลงเหยียนเริ่มใช้พลังโลหิตอีกครั้ง เืสีแดงไหลซึมออกมาทางซอกนิ้วของคนทั้งสอง ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในร่างของหลงเหยียนจนหมดสิ้น
เม็ดเืสีแดงไหลออกมาจากร่างของคนทั้งสองราวกับสร้อยไข่มุก หลงเหยียนอ้าปากออก ดูดเืพลางก้าวเข้าไปหาคนทั้งสองอย่างใจเย็น
“นี่มันอะไรกัน? เ้า... เ้าหนุ่มนี่กำลังดูดเืของข้าอยู่อย่างนั้นหรือ?” สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนในตอนนี้ทำให้ทั้งสองตั้งตัวไม่ทัน จึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าแววตาที่หลงเหยียนมองมาอำมหิตขึ้นเพียงใด
“ถูกต้อง ในเมื่อพวกเ้าฆ่าคนนับพันเพื่อใช้เืของพวกเขามาแช่ตัวเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองได้ แล้วเหตุใดข้าจะเอาคืนด้วยวิธีที่โเี้พอๆ กันไม่ได้ล่ะ”
ระหว่างที่หลงเหยียนกำลังพูดอยู่ เืสีแดงก็ไหลออกมาจากร่างของคนทั้งสองด้วยความเร็วที่น่าใ ยอดฝีมือทั้งสองเริ่มหน้ามืดตาลาย ก่อนจะล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้นในที่สุด
“อ๊าก... เ้าเดรัจฉานทั้งสองตัว ตายเสียเถิด”
กระบี่พิฆาตัถูกเหวี่ยงออกไปเบาๆ เพียงเท่านั้น หลงเหยียนก็ตัดศีรษะของพวกเขาออกมาสำเร็จแล้ว
ในเวลาเดียวกัน เ้าสิงโตน้อยเอาชนะทูตคุมิญญาได้สำเร็จแล้ว มันกัดไปที่ลำคอของอีกฝ่าย และจบชีวิตของทูตคุมิญญาลงอย่างสิ้นเชิง
“เ้านี่ตัวดำอย่างกับถ่าน ดูไม่น่ากินเอาเสียเลย”
“เ้าสิงโตน้อย พวกเราไปกันเถิด ไม่เช่นนั้นสถานการณ์ทางนั้นอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้”
หลงเหยียนหยิบหัวของผู้เฒ่าทั้งสองคนขึ้นมาพลางหลอมเืที่เพิ่งดูดเข้ามาเมื่อครู่ไปด้วย อย่างไรเสียนี่ก็เป็ถึงเืของยอดฝีมือระดับชีพธรณีเชียวนะ ในเืเหล่านี้มีพลังของยอดฝีมือทั้งหลายแฝงอยู่ หลงเหยียนรวบรวมพลังเ่าั้เข้าด้วยกัน จากนั้นก็หลอมมันเข้ากับพลังที่มีอยู่แต่เดิม ตอนนี้พลังของหลงเหยียนมีมากจนแทบจะก้าวข้ามระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำได้แล้ว
ท่ามกลางนภา จันทรากำลังจะถูกเมฆดำบดบังลงแล้ว ผู้นำเฒ่าไม่กล้าไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว ด้วยเกรงว่าหากตนออกห่างจากหลี่เมิ่งเหยาแม้เพียงเล็กน้อย ปราณหยินที่เพิ่งปรากฏขึ้นในรอบพันปีนี้จะถูกชิงไปนั่นเอง
“น่าหงุดหงิดจริงๆ เหตุใดพวกเขายังไม่กลับมาอีก เ้าหนุ่มนั่นรับมือด้วยยากขนาดนั้นเชียวหรือ?”
ในตอนที่ผู้นำเฒ่าร้อนใจจนแทบจะทนไม่ไหว ในที่สุดหลงเหยียนก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับศีรษะของยอดฝีมือทั้งสองคน แน่นอนว่า เมื่อคนทั้งหลายมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหลงเหยียนชัดๆ ก็อดตกตะลึงไม่ได้เลยจริงๆ
เพราะดูเหมือนหลงเหยียนจะมีอายุน้อยกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้มาก เขาอายุน้อยกว่าวัยเยาว์หนุ่มสาวบางคนที่ถูกจับมาบูชายัญเสียอีก
คนหนุ่มเช่นนี้น่ะหรือที่สังหารผู้เฒ่าทั้งสองคนได้ในพริบตา ในตอนนั้นเอง เมื่อได้เห็นศีรษะที่โชกเืทั้งสองที่หลงเหยียนถือมาด้วย คนทั้งหลายก็ตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ราชันทั้งสี่ถูกเ้าหนุ่มคนนี้สังหารลงแล้วหรือนี่
“แม่เ้า เ้าหนุ่มคนนี้เป็ใครกันแน่?”
เมื่อคิดย้อนไปถึงการโจมตีกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของหลงเหยียน ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ก็ใจนอธิบายเป็คำพูดไม่ได้ ศิษย์แห่งสำนักมารเองก็เช่นกัน เมื่อเห็นว่าหลงเหยียนเดินเข้ามาใกล้ พวกเขาก็รีบถอยหนีออกไปด้วยความหวาดกลัว ทำเหมือนหลงเหยียนเป็ปีศาจร้ายอย่างไรอย่างนั้น
ในที่สุดหลงเหยียนก็ปรากฏตัวพร้อมเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาจนได้ เพราะตอนนี้รอบด้านไม่มียอดฝีมือคนอื่นๆ ที่เป็เหมือนเขี้ยวเล็บของสำนักมารแล้ว อีกทั้งคนที่สมควรตายก็ยังตายลงจนแทบไม่เหลือแล้วด้วย หลงเหยียนจึงออกมาต่อสู้กับผู้นำเฒ่าตรงหน้าได้อย่างวางใจเสียที
--------------------
