ผู้นำเฒ่ามองเห็นเต็มตาว่ามีเกล็ดัจำนวนมากโผล่ออกมาจากิัของหลงเหยียนอย่างต่อเนื่อง ที่บริเวณไหล่และกระดูกหลายแห่งก็มีหนามแหลมงอกขึ้นมาเช่นกัน เพื่อเพิ่มพลังแก่ร่างแห่งันี้ หลงเหยียนยังะเิพลังสายฟ้าทั้งหมดในร่างกายออกมาอีกด้วย
ระลอกสายฟ้ารายล้อมอยู่ตามร่างกายของชายหนุ่ม ให้ความรู้สึกเหมือนหลงเหยียนเป็เทพเ้าที่ลงมากอบกู้โลกอย่างไรอย่างนั้น พลังอำนาจที่น่าหวาดผวาทำให้ผู้นำเฒ่าหวาดกลัวและตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะดวงตาของหลงเหยียนในบัดนี้กลายเป็สีแดงฉาน บ่งบอกให้รู้ได้อย่างชัดเจนว่าเขาโกรธเกรี้ยวมากเพียงใด
กลิ่นอายที่น่าหวาดผวานี้ทำให้หลงเหยียนแลดูแข็งแกร่งปานดั่งเทพแห่งา
“ฮึ เ้าหนุ่ม เลิกเล่นลูกไม้เสียที ที่นี่เป็ถิ่นของข้า ไม่ใช่ที่ที่เ้าจะมาอวดเบ่งได้”
ในตอนที่ผู้นำเฒ่าเตรียมจะรวบรวมพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อโจมตีหลงเหยียน พลังโลหิตก็เริ่มทำงานเสียก่อน ละอองหมอกสีเืที่ปกคลุมอยู่รอบบริเวณทำให้ศิษย์แห่งสำนักมารทุกคนหยุดชะงัก และมองมาที่ร่างหลังการแปลงกายของหลงเหยียนอีกครั้ง
คล้ายจะมีบางสิ่งแหวกว่ายอยู่ในม่านหมอกสีโลหิตรอบกาย เมื่อมองชัดๆ คนทั้งหลายก็พบว่าลำพังแค่ดวงตาของสิ่งนั้น ก็เพียงพอจะทำให้พวกเขาใจนหัวใจวายได้แล้ว เพราะพวกเขายังไม่เคยเห็นัจำนวนมากขนาดนี้แหวกว่ายอยู่กลางนภามาก่อน ัเ่าั้ร้องคำรามแล้วพุ่งเข้าไปในร่างของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ก่อนัทั้งหลายจะคำรามและปั่นป่วนพลังในร่างกายของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อัที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงตัวหนึ่งพุ่งเข้าไปในร่างของผู้นำเฒ่า ชายชราก็หวาดผวาจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ชั่วพริบตา กลิ่นอายแห่งพลังัก็ปกคลุมเขามิวายชนม์เอาไว้เสียแล้ว
ัตัวนั้นกัดทึ้งและดูดกลืนร่างกายของผู้นำเฒ่าอย่างบ้าคลั่ง เขาที่เป็ถึงยอดฝีมือระดับชีพธรณีรีบข่มพลังและเืลมที่ถูกัปั่นป่วนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ น่าเสียดายที่มันไร้ประโยชน์
“นี่มันตัวประหลาดอะไรกันแน่?”
พายุหมุนขนาดั์ปรากฏขึ้นที่กลางนภา พายุหมุนดังกล่าวมีแรงดึงดูดและกลืนกินพลังของผู้คนได้มากกว่าัเ่าั้หลายเท่าตัว ในเวลาเดียวกัน ละอองหมอกสีเืที่ลอยอยู่กลางอากาศพากันซึมเข้าไปในร่างของศิษย์แห่งสำนักมารในพริบตา
การดูดกลืนและความปั่นป่วนมหาศาลทำให้คนทั้งหลายรู้สึกหวาดผวา ก่อนความรู้สึกเ่าั้จะกลายมาเป็เสียงกรีดร้องที่ดังสนั่น มันเป็เสียงกรีดร้องแห่งความเ็ปของศิษย์แห่งสำนักมารนั่นเอง
เมื่อศิษย์แห่งสำนักมารจำนวนมากสิ้นชีวิตแล้วล้มลงไปกองอยู่กับพื้น เหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมก็เกิดขึ้น เมื่อโลหิตจำนวนมากไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของพวกเขา และถูกดูดเข้าไปรวมกันที่พายุหมุนขนาดั์กลางอากาศ
เืเป็องค์ประกอบสำคัญของร่างกาย เมื่อไม่มีเื ศพของศิษย์แห่งสำนักมารทั้งหลายก็แห้งกรังไปหมด ในเวลาเดียวกัน หินวิเศษในร่างของหลงเหยียนปะทุหมอกโลหิตที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิมออกมา มันเป็การแสดงความตื่นเต้นที่มากจนล้นปรี่จากัที่อยู่ในร่างของหลงเหยียนนั่นเอง
ศิษย์แห่งสำนักมารมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยแววตาตกตะลึง พวกเขาสิ้นหวัง กรีดร้อง คำราม และถูกปกคลุมด้วยความหวาดกลัวอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่พวกเขา ทว่ายังรวมไปถึงวัยเยาว์ชายหญิงทั้งหลาย แม้แต่สือพั่วเทียนกับภรรยาก็ยังตกตะลึงกับม่านโลหิตตรงหน้าจนตาค้างไม่ต่างกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เมื่อเห็นว่ามีเืไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของศิษย์ที่ล้มลง คนทั้งหลายก็ประกายความตกตะลึงขึ้นมาทางแววตา ทว่าสิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือเืเ่าั้กลับขึ้นไปรวมตัวกันที่กลางอากาศ แล้วถูกดูดเข้าไปในพายุหมุนบนฟ้าในที่สุด
ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ล้วนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงตรงหน้าจนพูดไม่ออก มีเพียงหลี่เมิ่งเหยาที่เคยเห็นหลงเหยียนใช้พลังโลหิตมาก่อน ระหว่างการฝึกฝน ครั้งหนึ่งหลงเหยียนก็เคยใช้วิธีเดียวกันสั่งสอนเทียนหลาง ตอนนั้นเขาแทบจะเปลี่ยนให้เทียนหลางกลายเป็ศพแห้งๆ อยู่แล้ว
วินาทีนี้ สิ่งที่คนทั้งหลายได้รับจากหลงเหยียนก็มีเพียงกลิ่นอายแห่งพลังที่เืเย็น ดุดัน และอัดแน่นไปด้วยรังสีสังหารเท่านั้น
ศิษย์แห่งสำนักมารสามคนที่มีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำซึ่งกำลังต่อสู้กับสือพั่วเทียนและภรรยาที่กำลังพยายามทุกวิถีทาง
เพื่อยับยั้งไม่ให้เืในร่างถูกดูดออกไป สือพั่วเทียนมองพวกเขาด้วยแววตาเยือกเย็นพลางะโถาม “ฮึ! เมื่อครู่พวกเ้าผยองมากไม่ใช่หรือ?” เขารวบรวมพลังหมัดขึ้นแล้วซัดจนคนทั้งสามลอยกระเด็นออกไป เพราะได้รับผลกระทบจากภายนอก ทั้งสามจึงเสียสมาธิไปชั่วขณะ เืในตัวจึงถูกดูดออกไปจนหมดสิ้นด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาที
แม้ภาพตรงหน้าจะน่ากลัวและอำมหิต ทว่าสือพั่วเทียนกับวัยเยาว์ทั้งหลายที่ยืนอยู่เื้ัเขากลับััได้ว่าหมอกโลหิตเหล่านี้จะไม่เป็อันตรายต่อตน ซึ่งนั่นก็หมายความว่า หมอกโลหิตมีพลังคอยควบคุมอยู่
และผู้ที่ควบคุมหมอกเหล่านี้ก็คือชายคนนั้น... หลงเหยียน
ครั้งนี้ ถือเป็การสังหารหมู่ของหลงเหยียนเลยก็ว่าได้ ที่นี่มีศิษย์แห่งสำนักมารเหลืออยู่กว่าสี่ร้อยคน ทว่าเมื่อได้เห็นหมอกโลหิตของหลงเหยียน พวกเขากลับหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เอาแต่กรีดร้องและวิงวอนขอชีวิตอย่างสิ้นหวัง แน่นอน นั่นไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
พลังดูดกลืนที่น่าหวาดกลัวดึงเืจำนวนมากขึ้นไปรวมกันที่กลางอากาศ และดูดเข้าไปในพายุหมุนขนาดใหญ่อีกที เพียงไม่นานก็มีเสาโลหิตขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากพายุหมุน สักพักเสาโลหิตพร้อมกับสายลมรุนแรงก็พุ่งเข้าไปผสานเป็หนึ่งกับหลงเหยียนที่อยู่เบื้องล่างจนได้
หินวิเศษแสดงประโยชน์อันใหญ่หลวงขึ้น มันเก็บเืจำนวนมหาศาลจากพายุหมุนเข้าไปหินอย่างต่อเนื่อง
ผู้นำแห่งสำนักมารทนเห็นศิษย์ของตนถูกดูดเืจนกลายเป็ศพแห้งกรังต่อหน้าต่อตา ศิษย์แห่งสำนักมารล้มลงทีละคนๆ ไม่นานก็ถูกดูดเืออกไปจนหมด กลายเป็ศพแห้งๆ ที่กองเกลื่อนอยู่บนพื้น
เขาไม่กล้าขยับด้วยซ้ำ เพราะหากขยับ เือุ่นๆ ในร่างกายก็จะปั่นป่วนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทว่า... หลงเหยียนจะปล่อยให้เขารอดชีวิตหรือ?
หลงเหยียนมองไปที่เขาแล้วพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “เกรงว่าเ้าเองก็คงจะใมากกระมัง อย่างไรก็ตาม ข้ายังมีสิ่งที่น่าประหลาดใจกว่านี้รอเ้าอยู่”
พูดจบก็รวบรวมพลังจำนวนมหาศาลขึ้นที่นิ้วมือ เขาขับเคลื่อนพลังโลหิตพร้อมกับรวบรวมพลังในร่างกายขึ้น คิดไม่ถึงว่าหลงเหยียนจะทำทั้งสองอย่างได้พร้อมๆ กันเช่นนี้ ผู้นำเฒ่าตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น เขารู้ดีว่าหลงเหยียนกำลังจะทำอะไร
“วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นกลาง!”
“นิ้วเหมันต์ไร้เงา!” ฟึ่บ... พลังจากนิ้วพุ่งเข้าไปหาผู้นำเฒ่าด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
หลงเหยียนยกยิ้มมุมปาก “ตัวข้าจะคอยดูว่าครั้งนี้เ้าจะยังนิ่งได้อยู่หรือไม่!”
เป็อย่างที่คิด เพื่อหลบการโจมตี ผู้นำเฒ่าจำต้องร้องคำรามเสียงดัง เขาจ้องไปยังหลงเหยียนอย่างแค้นเคืองพลางเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง ทว่าเพราะเสียสมาธิ เืในตัวจึงเสียการควบคุม มันเริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง อีกเพียงนิดเดียวก็ถูกดูดออกไปจากร่างกายเสียแล้ว
“ครั้งนี้มาดูกันว่าเ้าจะหลบได้อีกหรือไม่... นิ้วเหมันต์ไร้เงา! นิ้วทลายมาร...”
ฟิ้ว... ฟิ้ว... ฟิ้ว…!
พลังนิ้วหกระลอกพุ่งเข้าไปที่ผู้นำเฒ่าพร้อมกับพลังทำลายล้างที่หนักอึ้ง
หลงเหยียนยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขารวบรวมพลังที่แข็งแกร่งขึ้นใหม่ อย่างไรเสีย ที่นี่ก็มีเือีกมากมายที่สามารถนำมาแปรเป็พลังได้ เช่นนี้แล้ว ยังต้องกลัวอะไรอีก?
“หมัดมายา! ทำลายที่นี่เสียเถิด”
“เคลื่อนสายธารดารา!” ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มขับเคลื่อนขึ้น พลังที่ยิ่งใหญ่จนะเืพิภพพุ่งตรงมาที่ร่างของผู้นำเฒ่าอย่างเต็มแรง
“และนี่ก็คือความประหลาดใจสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้เ้า” เมื่อหมอกโลหิตจางลง พื้นดินก็มีศพแห้งกรังนอนเกลื่อนกว่าห้าร้อยศพทีเดียว พวกเขาตายด้วยสภาพที่น่าหวาดกลัว บางคนยังเบิกตากว้าง ลูกตาทั้งสองข้างแทบจะถลนออกมาจากเบ้าด้วยความเหลือเชื่อ หากเป็ในยามปกติ วัยเยาว์ทั้งหลายต้องใจนิญญาแทบจะหลุดออกจากร่างแน่ๆ
ทว่าเมื่อคิดว่าก่อนหน้านี้ คนที่กลายเป็ศพพวกนี้ยังคิดจะนำตนไปเป็เครื่องบูชายัญ พวกเขาก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป กลับกัน สตรีทั้งหลายต่างก็มองมาที่หลงเหยียนด้วยแววตายกย่องและนับถือ หลี่เมิ่งเหยาเองก็อดตะลึงและประทับใจกับความแข็งแกร่งและสง่างามของหลงเหยียนไม่ได้
“หรือ... หรือว่าหลงเหยียนจะเอาชนะผู้นำแห่งสำนักมารได้จริงๆ?” ไม่ว่าอย่างไร สุดท้ายหลงเหยียนก็ยังเป็เทพนักรบที่ไม่มีวันพ่ายแพ้คนเดิมอยู่ดี เขากลายเป็บุรุษที่แข็งแกร่งเทียมเทพในสายตาของผู้คนมากมายไปแล้ว
ลำพังแค่พลังโลหิตกับวิชายุทธ์ที่น่าสะพรึงนี้ ก็เพียงพอจะทำให้สำนักมารม้วยมอดลงได้แล้ว และตอนนี้ คนเดียวในสำนักมารที่ยังรอดชีวิตอยู่ก็มีเพียงผู้นำเฒ่าเท่านั้น
--------------------
