"งั้นมาพนันกันไหมคะ?" ซูเหยายิ้มที่มุมปาก "ถ้าภายในหนึ่งเดือน สวนของฉันเขียวขจีและมีผลผลิตมากกว่าบ้านใหญ่ พี่ต้องเลิกมายุ่งกับฉันและเสี่ยวเถาอีกตลอดไป และต้องขอโทษที่กล่าวหาว่าฉันขโมยของด้วย"
"ได้! ฉันรับคำท้า! ถ้าแกแพ้ แกต้องไสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไป!" นางหวังตอบตกลงอย่างรวดเร็ว เพราะมั่นใจว่าดินแข็งๆ แบบนั้นไม่มีทางปลูกอะไรได้
เมื่อกลุ่มของนางหวังเดินกลับไปอย่างหัวเสีย ความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง เสี่ยวเถาเงยหน้ามองแม่ด้วยสายตาเทิดทูน
"แม่จ๋า... น้ำนั่นเป็พิษจริงๆ เหรอจ๊ะ?"
ซูเหยาเทน้ำที่เหลือในถังทิ้งแล้วยิ้มกว้าง "มันคือน้ำล้างถั่วงอกธรรมดานี่แหละจ้ะเสี่ยวเถา แต่สำหรับคนที่จิตใจไม่ดี ความกลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ คือพิษที่ร้ายแรงที่สุด"
เสี่ยวเถาหัวเราะร่า "แม่ฉลาดที่สุดเลย!"
ซูเหยามองไปที่แปลงผักที่เธอเตรียมไว้ เธอรู้ดีว่าการเดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ ในยุค 70 การพิสูจน์ตัวเองด้วย "ผลลัพธ์" คือทางเดียวที่จะทำให้เธอมีที่ยืนในสังคมที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และการกดขี่
"มาเถอะเสี่ยวเถา เรามีงานต้องทำอีกเยอะ เราต้องไปเก็บ 'มูลค้างคาว' ในถ้ำท้ายหมู่บ้านมาทำปุ๋ยไนโตรเจนสูงกัน"
ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังวางแผนการใหญ่อยู่ในสวนนั้นเอง ที่มุมหนึ่งของรั้วบ้านที่มีต้นหลิวบังตา ผู้กองลู่เฉิง ยืนพิงต้นไม้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ เขาแอบขำกับอุบาย "น้ำพิษ" ของเธอ
หลินซูเหยา... คุณนี่มันเ้าเล่ห์และน่าสนใจจริงๆ เขากระชับปืนพกข้างกาย พลางมองแผ่นหลังที่แน่วแน่ของหญิงสาวคนนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม
หลังจากาประสาทกับสะใภ้ใหญ่ผ่านพ้นไป บรรยากาศในบ้านดินหลังเล็กเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็ความกระตือรือร้น ทว่าสิ่งที่ หลินซูเหยา กังวลที่สุดไม่ใช่เื่ดินหรือเื่ผัก แตคือ "สภาพจิตใจ" ของ เสี่ยวเถา เด็กน้อยยังคงมีนิสัยสะดุ้งโหยงทุกครั้งที่ซูเหยาขยับตัวเร็วๆ หรือมักจะรีบทำงานจนมือสั่นเพียงเพราะกลัวว่าจะทำไม่ทันใจแม่
ในฐานะนักพฤกษศาสตร์ เธอรู้ดีว่าพืชที่ถูกเร่งปุ๋ยเคมีมากเกินไปจะโตเร็วแต่เปราะบาง... เด็กก็เช่นกัน ถ้าโตมาด้วยความหวาดกลัว รากแก้วในใจจะไม่มีวันแข็งแรง
เช้าวันนี้ ซูเหยาจึงตัดสินใจวางจอบลงชั่วคราว เธอเดินเข้าไปหาเสี่ยวเถาที่กำลังพยายามใช้มือเล็กๆ ถอนหญ้าอย่างเอาเป็เอาตาย
"เสี่ยวเถา หยุดก่อนจ้ะ" ซูเหยาพูดพลางนั่งลงข้างๆ
เด็กน้อยชะงักกึก หน้าซีดลงทันที "แม่...หนูถอนหญ้าช้าไปเหรอจ๊ะ? หนูจะรีบทำจ้ะ อย่าโกรธหนูนะ"
ซูเหยาถอนหายใจเบาๆ เธอยื่นมือไปกุมมือน้อยๆ ที่เลอะโคลนไว้ "แม่ไม่ได้จะดุ แต่แม่จะบอกว่า วันนี้เราจะไม่ทำงาน"
"ไม่ทำงาน... แล้วเราจะเอาอะไรกินจ๊ะแม่? เดี๋ยวป้าสะใภ้ก็มาว่าอีก"
"เราจะเล่นกันจ้ะ" ซูเหยายิ้มมุมปาก พลางหยิบตะกร้าใบเล็กที่เธอถักจากเครือเถาวัลย์เมื่อคืนออกมา "วันนี้แม่จะเป็หัวหน้าหน่วยสำรวจ ส่วนเสี่ยวเถาจะเป็ผู้ช่วยศาสตราจารย์ตัวน้อย เรามีภารกิจตามหาสีสันของป่ากัน"
เธออธิบายโดยเริ่ม ภารกิจที่หนึ่ง คือ นักสืบสีรุ้ง ซูเหยาพาเสี่ยวเถาเดินไปที่ชายทุ่งหลังบ้าน แทนที่จะสั่งให้ขุดดินเหมือนทุกวัน เธอเริ่มชี้ให้ดูความมหัศจรรย์เล็กๆ ที่คนมองข้าม
"เสี่ยวเถา ดูนี่สิ" ซูเหยาชี้ไปที่ดอกพืชล้มลุกเล็กๆ สีน้ำเงินเข้ม "นี่คือ ดอกอัญชันป่า ถ้าเราหยิบมันมาขยี้ที่ปลายนิ้ว หนูเห็นไหม? นิ้วแม่กลายเป็สีฟ้าแล้ว"
เสี่ยวเถาเบิกตาโต "ว้าว! เหมือนเวทมนตร์เลยจ้ะแม่"
"มันไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือสารสีธรรมชาติที่พืชสร้างขึ้น" ซูเหยาส่งดอกไม้ให้เด็กน้อย "ลองดูสิ ลองหาดอกไม้สีอื่นๆ มาให้แม่ดูหน่อย ใครหาได้เยอะที่สุด คนนั้นจะได้กินขนมแป้งจี่หัวจักรพรรดิคำใหญ่ที่สุดเย็นนี้"
คำว่า 'เล่น' และ 'ขนม' ทำให้อะดรีนาลีนในตัวเด็กสี่ขวบทำงาน เสี่ยวเถาลืมความกลัวแล้วเริ่มออกวิ่งไปตามพุ่มไม้ เสียงหัวเราะเล็กๆ เริ่มดังขึ้นเป็ระยะ
"แม่จ๋า! หนูเจอสีเหลืองแล้ว! นี่คือดอกอะไรจ๊ะ?" เสี่ยวเถาชูช่อดอกไม้สีเหลืองสดขึ้นมา
"นั่นคือ ดอกผักเสี้ยน จ้ะ นอกจากสีสวยแล้ว ใบของมันยังเอามาทำผักดองอร่อยๆ ที่เรากินเมื่อวานไง" ซูเหยาชม "เก่งมากผู้ช่วยศาสตราจารย์เสี่ยวเถา!"
การเปลี่ยนวิธีสอนจากการ "สั่ง" เป็การ "สร้างแรงจูงใจ" ทำให้ซูเหยาเห็นตัวตนที่แท้จริงของลูกสาว เสี่ยวเถาเป็เด็กช่างสังเกตและมีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มจดจำชื่อพืชที่แม่บอกได้อย่างรวดเร็ว ต่อไปจึงเริ่ม ภารกิจที่สอง เรียกว่าดนตรีจากใบไม้ เมื่อแดดเริ่มแรงขึ้น ทั้งคู่ก็นั่งพักใต้ต้นไทรใหญ่ริมลำธาร ซูเหยาเด็ดใบไม้ใบหนึ่งมา แล้วประกบเข้ากับริมฝีปาก เธอเป่าออกมาเป็เสียงนกหวีดสั้นๆ แหลมสูง
เสี่ยวเถาอ้าปากค้าง "แม่ทำได้ยังไงจ๊ะ! สอนหนูหน่อย"
"การจะทำให้ใบไม้ร้องเพลงได้ เราต้องเลือกใบที่มีความหนาและความยืดหยุ่นพอดี" ซูเหยาอธิบายอย่างใจเย็น เธอจัดท่าทางการวางมือให้ลูกสาวอย่างนุ่มนวล "ลองดูนะ... เป่าเบาๆ เหมือนลมพัดผ่านซอกเขา"
ฟิ้ว... พรืด... เสียงลมรั่วออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ เสี่ยวเถาทำหน้ามุ่ย แต่ซูเหยาไม่ได้ดุเหมือนเดิม
"ไม่เป็ไรจ้ะ ลองใหม่ พืชแต่ละชนิดให้เสียงไม่เหมือนกันนะ ใบไผ่จะเสียงแหลม ใบโพธิ์จะเสียงทุ้ม ชีวิตก็เหมือนกันเสี่ยวเถา เราไม่ต้องทำได้ดีทุกอย่างในครั้งแรกหรอก"
เป็ครั้งแรกที่เสี่ยวเถามองหน้าแม่แล้วไม่หลบสายตา "แม่... ตอนนี้แม่ใจดีจัง หนูชอบแม่ตอนที่อยู่กับต้นไม้ที่สุดเลย"
ซูเหยาชะงักไป ความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นในใจ มันคือความอุ่นซ่านที่เธอไม่เคยได้รับจากห้องแล็บวิจัยราคาแพงที่ไหน "แม่ก็ชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอเหมือนกัน"
เธอกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนเริ่มภารกิจที่สาม เรียกว่า ศิลปะดินโคลน ก่อนกลับบ้าน ซูเหยาพาเสี่ยวเถาไปที่แปลงผักที่เตรียมไว้ ดินตรงนี้เริ่มร่วนซุยจากการหมักปุ๋ยมาหลายวัน
"วันนี้เราจะปลูกถั่วฝักยาวกัน แต่เราจะไม่ปลูกแบบเดิม" ซูเหยาขีดเส้นเป็รูปตัวการ์ตูนบนดิน "เราจะปลูกตามรอยเส้นนี้ เมื่อมันโตขึ้น ถั่วของเสี่ยวเถาจะกลายเป็กำแพงเมืองลับที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากเราสองคน"
"กำแพงเมืองลับเหรอจ๊ะ! หนูจะปลูกให้แข็งแรงที่สุดเลย จะไม่ให้ป้าสะใภ้เข้ามาได้เลยจ้ะ!"
