แสงตะวันยามสายส่องกระทบกระเื้ัคาสีทองของพระราชวังต้องห้ามจนเกิดเป็ประกายระยิบระยับแสบตา ทหารองครักษ์นับพันนายยืนเรียงแถวราวกับรูปปั้นหินตลอดทางเดินเข้าสู่ ตำหนักหยางซิน ซึ่งเป็ที่ประทับของโอรส์
เซียวหลันเดินเชิดหน้าก้าวผ่านประตูวังอย่างมั่นคง นางไม่ได้สวมชุดขุนนางชายโคร่งๆ ที่ถูกแกล้งให้มาเมื่อคืนแต่เป็ชุดที่นางปรับปรุงใหม่ เสื้อคลุมตัวนอกถูกตัดชายให้สั้นลงและเข้ารูปจีบเอวพอดีตัว แขนเสื้อที่ยาวรุ่มร่ามถูกเย็บเก็บให้กระชับพร้อมสำหรับการรักษาแล้วสวมทับด้วยกระโปรงจีบรอบสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆสีเงิน ผมยาวสลวยถูกรวบตึงเป็มวยสูงปักด้วยปิ่นเงินเรียบง่าย ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสง่างามและเด็ดเดี่ยว
เหล่าขุนนางและนางกำนัลที่เดินสวนมาต่างพากันเหลียวมองด้วยความตะลึงพรึงเพริด ไม่เคยมีสตรีคนใดกล้าแต่งกายเช่นนี้ในวังหลวง มันดูแปลกตาแต่กลับดูทะมัดทะแมงและน่าเกรงขาม
ด้านหลังนางคือหลี่หยางในชุดผู้ช่วยหมอสีเทา เขาแบกกล่องเครื่องมือแพทย์ใบใหญ่เดินก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาคมกริบ แต่ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและไร้เสียงฝีเท้าก็ไม่อาจปิดบังรังสีนักฆ่าได้มิดชิด
"จำไว้นะ" เซียวหลันกระซิบโดยไม่ขยับปาก "ห้ามชักดาบ ห้ามฆ่าใครจนกว่าข้าจะสั่ง"
"ข้ารู้" หลี่หยางตอบเสียงเบา “แต่ถ้าใครแตะตัวเ้า ข้าไม่รับปาก"
ภายในห้องบรรทมฮ่องเต้
กลิ่นกำยานหอมฉุนกึกตลบอบอวลจนเซียวหลันต้องย่นจมูก มันไม่ใช่กลิ่นหอมเพื่อความผ่อนคลาย แต่เหมือนกลิ่นที่ใช้กลบกลิ่นเหม็นเน่าบางอย่าง บนเตียงัขนาดมหึมาร่างของชายชราผู้ครองแผ่นดินนอนหายใจรวยริน ิัเหี่ยวย่นและแห้งกรังเหมือนเปลือกไม้ สีหน้าหมองคล้ำ ดวงตาเหลือกตาลอยและมือสั่นเทาตลอดเวลา รอบเตียงมีหมอหลวงาุโ 5-6 คน รวมถึงหมอหลวงหลิวคู่ปรับเก่าของนางก็ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่ด้วย
"ฝ่าา ได้เวลาเสวยพระโอสถแล้วพะยะค่ะ" ขันทีคนสนิทประคองถ้วยยาเข้าไป
"ออกไป! พวกเ้าจะวางยาข้า!!” ฮ่องเต้ตวาดเสียงแหบพร่าพลางปัดถ้วยยาจนหกเลอะเทอะ "ไปตามราชครูมา ข้าจะกินแค่ยาของราชครูเท่านั้น!"
องค์ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียงรีบเข้ามากอดพระบาท "เสด็จพ่อโปรดระงับโทสะ หมอหลวงเซียวมาถึงแล้วพะยะค่ะ นางคือหมอเทวดาที่ปราบโรคระบาดที่ชายแดน นางอาจจะช่วยเสด็จพ่อได้"
เซียวหลันมองชายหนุ่มผู้นั้น รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความเ้าเล่ห์ในดวงตาเรียวรี
องค์ชายสาม
ศัตรูตัวฉกาจที่นางรอคอย
"หมอเทวดารึ" องค์ชายสามหันมามองเซียวหลันก่อนที่รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น “ได้ยินชื่อเสียงมานาน ไม่นึกว่าจะงดงามและเยาว์วัยเพียงนี้"
"ถวายบังคมเพคะ" เซียวหลันคุกเข่าลง "หม่อมฉันเซียวหลันขอพระราชทานอนุญาตตรวจพระอาการ"
ฮ่องเต้มองนางด้วยสายตาหวาดระแวง “เ้ามียาอายุวัฒนะไหม"
“หม่อมฉันไม่มียาอายุวัฒนะเพคะ มีแต่ยาที่จะทำให้ฝ่าาตื่นจากฝันร้าย"
คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ หมอหลวงหลิวแสยะยิ้มรอสมน้ำหน้า
"บังอาจ!" ขันทีะโ
"ปล่อยนาง..." ฮ่องเต้ยกมือสั่นเทาห้าม “เข้ามาเถอะ ถ้าเ้ารักษาไม่ได้ ข้าจะสั่งตัดหัวเ้าเสียบประจานหน้าวัง"
เซียวหลันลุกขึ้นเดินเข้าไปที่เตียงั นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงแล้วเริ่มทำการตรวจโดยเริ่มจากการสังเกต นางจึงได้เห็นว่ามือของฮ่องเต้สั่นไม่หยุด ขอบเหงือกมีสีคล้ำดำ และฟันโยกหลุดร่วงไปหลายซี่ นางจึงตัดสินใจทำการซักถามประวัติและอาการต่อไปเพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย
"ฝ่าาทรงรู้สึกมีรสเฝื่อนเหมือนเหล็กในปาก ทรงหงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ และขี้ลืมใช่หรือไม่เพคะ”
“ใช่”
“งั้นหม่อมฉันขอพระราชทานอนุญาตตรวจร่างกายหน่อยนะเพคะ” นางขออนุญาตเปิดเปลือกตาแล้วพบว่าเส้นเืฝอยขยายตัวผิดปกติ “หลี่หยาง ขอกล่องเครื่องมือหน่อย"
หลี่หยางยื่นกล่องให้ นางหยิบถุงมือผ้ามาสวมแล้วหยิบช้อนเงินออกมา "อ้าพระโอษฐ์เพคะ"
เซียวหลันใช้ช้อนเงินกดลิ้นฮ่องเต้แล้วส่องดูในลำคอ กลิ่นปากเหม็นเน่ารุนแรงโชยออกมา นางใช้สำลีพันปลายไม้กวาดเก็บตัวอย่างน้ำลายแล้วหยดน้ำยาเคมีลงไป
ฟู่...
สำลีเปลี่ยนเป็สีดำสนิท
เซียวหลันวางไม้ลง สีหน้าเคร่งเครียด นางลุกขึ้นยืนแล้วหันมาเผชิญหน้ากับทุกคนในห้อง
"ฝ่าาไม่ได้ประชวรด้วยโรคธรรมชาติ" นางประกาศเสียงดังฟังชัด "แต่ฝ่าาทรงได้รับพิษโลหะหนักสะสมมาเป็เวลานาน"
"สามหาว!" หมอหลวงหลิวะโ "หมอหลวงตรวจสอบอาหารทุกมื้อด้วยเข็มเงิน ไม่เคยพบพิษ เ้ากล้ากล่าวหาว่ามีการลอบปลงพระชนม์รึ"
"เข็มเงินตรวจสอบได้แค่สารหนูและพิษพื้นบ้านบางชนิดเท่านั้น" เซียวหลันสวนกลับ "แต่พิษที่ฝ่าาได้รับคือปรอทและตะกั่วซึ่งเข็มเงินตรวจสอบไม่ได้"
นางหันไปจ้องตาองค์ชายสาม "และพิษพวกนี้มักจะพบมากที่สุดในสิ่งที่เรียกว่ายาอายุวัฒนะของพวกนักพรตจอมปลอม"
"เ้าหมายความว่ายาของท่านราชครูเป็พิษงั้นรึ" องค์ชายสามถามเสียงเย็น "ท่านราชครูปรุงยานี้จากเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์ ใช้สมุนไพรล้ำค่า เ้ากล้าดียังไงมาลบหลู่"
“สมุนไพรอาจจะใช่ แต่ส่วนผสมหลักคือชาด ซึ่งมีสารปรอทสูงมาก" เซียวหลันอธิบายหลักวิทยาศาสตร์ "การกินเข้าไปทุกวัน ปรอทจะไปสะสมที่สมองและไต ทำให้มือสั่น ประสาทหลอน และไตวาย ฝ่าาไม่ได้กำลังจะเป็ะแต่กำลังถูกเร่งให้ไป์ต่างหาก"
"ทหาร! จับนังหมอวิปลาสไปตัดหัว!!” องค์ชายสามหมดความอดทนจึงออกคำสั่งทันที
ทหารองครักษ์กรูกันเข้ามา
เคร้ง!
ดาบของทหารคนแรกถูกหยุดไว้ด้วยกล่องเครื่องมือแพทย์ที่หลี่หยางยกขึ้นรับ เขายืนขวางหน้าเซียวหลันไว้ แววตาเปลี่ยนเป็นักฆ่าพร้อมจะสังหารทุกคนที่ขยับ
"ใครแตะนาง... ตาย!" หลี่หยางคำรามเสียงต่ำ
"หยุด!" เสียงฮ่องเต้ะโแทรกขึ้นมา แม้จะเบาหวิวแต่ก็เปี่ยมด้วยอำนาจ "ข้า... ข้าอยากลองเชื่อ... นาง"
"เสด็จพ่อ!" องค์ชายสามหน้าเสีย
ฮ่องเต้มองมือที่สั่นเทาของตัวเอง “ข้ากินยาของราชครูมาสามปี อาการมีแต่แย่ลง ถ้าเ้ารักษาข้าได้จริง ข้าจะให้ทุกอย่างที่เ้าขอ แต่ถ้าไม่..."
"ถ้าภายใน 7 วัน ฝ่าาไม่ดีขึ้น" เซียวหลันเชิดหน้าขึ้น "หม่อมฉันยินดีมอบศีรษะให้องค์ชายสามใช้ต่างลูกบอลเตะเล่นเพคะ"
"ดี!" องค์ชายสามแสยะยิ้มเหี้ยม "7 วัน ข้าจะรอดูวันที่หัวเ้าหลุดจากบ่า นังหมอเทวดา” เขาจ้องหน้าเซียวหลันและหลี่หยางเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรังสีสังหาร
เมื่อลับหลังคนนอกเซียวหลันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาของนางสั่นพับๆ
"เ้าบ้าไปแล้วหรือ!" หลี่หยางกระซิบดุ "พิษปรอทสะสมขนาดนี้ หมอเทวดาที่ไหนก็ขับออกไม่หมดใน 7 วันหรอก"
“ขับออกไม่หมด แต่ทำให้อาการดีขึ้นจนเห็นได้ชัดน่ะทำได้แน่" เซียวหลันหยิบขวดแก้วที่บรรจุผงถ่านกัมมันต์และไข่ขาวออกมา "เราต้องล้างท้องแล้วขับพิษทางิั และหยุดกินยาบ้านั่นทันที” นางมองไปที่ฮ่องเต้ที่นอนรอความหวัง “ศึกนี้ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่เป็การชิงไหวชิงพริบกับราชครู"
“หลี่หยาง คืนนี้เ้าต้องไปขโมยตัวอย่างยาอายุวัฒนะจากตำหนักราชครูมาให้ข้า ข้าต้องรู้ส่วนผสมทั้งหมดเพื่อปรุงยาแก้พิษที่ตรงจุดที่สุด"
หลี่หยางถอนหายใจ "เพิ่งมาถึงเมืองหลวงวันแรกก็ใช้ข้าไปเป็โจรย่องเบาซะแล้ว"
"ก็เ้าเป็โจรคนเดียวที่ข้ารู้จักนี่นา" เซียวหลันยิ้มหวานประจบ
"เฮ้อ... ก็ได้" หลี่หยางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “เตรียมยาทำแผลรอไว้ด้วยล่ะ ตำหนักราชครูคงไม่ได้เข้าง่ายเหมือนสวนหลังบ้านแน่”
