หวงเทียนลู่ตบไหล่เบาๆราวกับกำลังปลอบใจ "เฮ้อ~ ชีวิตคนเราก็เป็เช่นนี้ ทุกผู้คนที่ได้ดิบได้ดีในปัจจุบันย่อมผ่านเหตุการณ์ที่น่าขมขื่นและฝันร้ายมาทั้งชีวิต"
ไป๋เฉินยิ้มจางๆราวกับไม่ใส่ใจ "ไม่จำเป็ต้องปลอบข้าหรอก เื่แค่นี้มันเป็เพียงเื่เล็กๆ"
หวงเทียนลู่ฉีกยิ้มก่อนจะปรับเปลี่ยนอารมณ์ "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! น้องชาย เ้า้ากลับไปยังเมืองเทียนเฟิงพร้อมกับพวกข้าหรือไม่? ข้าจะได้แนะนำเ้าให้พี่รองและพี่ใหญ่ของข้าได้รู้จัก"
"ย่อมได้ แต่ข้าต้องใช้เวลาเตรียมตัวเล็กน้อย" ไป๋เฉินพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่มีการปฏิเสธ
'หมายความว่าข้าจะได้เข้าหาหวงเทียนหลิงและหวงเทียนหลงงั้นรึ?'
'น่าสนใจ'
ทันใดนั้นหวงเทียนลู่ก็กล่าวขึ้นหลังจากหวนนึกถึงบางอย่างได้ "แต่ก่อนที่พวกเราจะจากไป ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่"
ไป๋เฉินแหงนหน้าชำเลืองมองด้วยรอยยิ้มลึกลับ "เป็ไปได้ไหมว่าท่านกำลังมุ่งเป้าไปยังสิ่งของมีค่าบางอย่าง?"
"เอ๊ะ? แล้วเ้ารู้ได้อย่างไร?" หวงเทียนลู่เผลอหลุดอุทาน
"ความโลภในสายตาของท่านบ่งบอกได้อย่างเด่นชัด" ไป๋เฉินเปล่งเสียงหัวเราะเยาๆในลำคอราวกับสามารถมองผ่านจิตใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ข้าปิดบังอะไรจากเ้าไม่ได้จริงๆ" หวงเทียนลู่ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ "เ้าเดาได้ถูกเผง ผู้ถือครองสมบัติที่ค่า้าคือไป๋เฉิน หากเ้า้า-"
แต่ไม่ทันที่หวงเทียนลู่จะกล่าวจบประโยค ไป๋เฉินรีบส่ายศีรษะอย่างหนัก "ข้าไม่สนใจ ไป๋เฉินเป็หนึ่งในเป้าหมายที่ข้าไม่อยากจะข้องแวะด้วย และข้าขอแนะนำว่าอย่าเสี่ยงเสียดีกว่า"
"หืม? เกิดอะไรขึ้น?" หวงเทียนลู่รีบสอบถาม แม้แต่บุคคลตรงหน้าที่เป็ลูกศิษย์ของาานักฆ่ายังไม่กล้าจะยืนมือเข้าไปยุ่ง มันต้องมีเื่ราวบางอย่างอยู่เื้ั
สีหน้าที่เรียบเฉยของไป๋เฉินกลับแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมโดยพลัน "แม้นตัวของไป๋เฉินจะไร้ประโยชน์ แต่บุคคลที่ซุ่มซ่อนอยู่รอบๆตัวมันกับเป็บุตคลที่อันตรายอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ข้าเห็นว่ามีนักฆ่าจิ้งจอกสองคนพยายามสังหารไป๋เฉิน แต่สุดท้ายพวกนางก็คว้าน้ำเหลว ซ้ำยังเกือบตายเสียด้วยซ้ำ"
สีบนใบหน้าหวงเทียนลู่แปรเปลี่ยนไป 'นักฆ่าจิ้งจอก ดูเหมือนที่ชิงเอ๋อร์บอกมาจะเป็ความจริง ที่นางบอกว่าภารกิจสังหารไป๋เฉินนั้นยากจนเกินไป'
"เ้ารู้ดีว่าข้ากำลังหมายถึงอะไร เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรข้าจะไม่เอาชีวิตของข้าไปเสี่ยงกับความตายเช่นนี้...แต่หากเ้า้าลงการลงมือ เ้าก็จงตามหามันด้วยตัวเอง" ไป๋เฉินค้านหลังชนฝาด้วยสีหน้าถมึงทึง
โดยหารู้ไม่ว่าเขาเกือบจะหลุดขำออกมาได้ทุกเมื่อ
'ไอ้โง่เอ้ย ก็ตรูนี่แหละไป๋เฉิน ต่อให้จะพลิกแผ่นดินหาอย่างไรก็ไม่มีวันเจอหรอก'
หวงเทียนลู่ลูบคางไตร่ตรองจนคิ้วขมวด มันกำลังคิดหาวิธี แต่สุดท้ายมันก็บอกว่า "เช่นนั้นข้าขอเวลาสักครู่เพื่อออกตามหาไป๋เฉิน เ้าคงไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่?"
ไป๋เฉินปรบมือเบาๆอย่างเห็นด้วย "ไม่มีปัญหา"
หวงเทียนลู่สลับสายตามองไป๋เฉินและหลิงซูก่อนจะตัดสินใจกล่าวว่า "เฟยเฉิน ระหว่างนี้เ้าว่างหรือไม่? ข้าอยากจะช่วยให้เ้าแนะนำสถานที่เดินทางให้แก่หลิงซูก่อนจะเดินทางกลับสักเล็กน้อย"
หวงหลิงซูที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง นางแอบชะม้ายชายตาไป๋เฉินอย่างเหนียมอาย
เห็นได้ชัดว่าหวงเทียนลู่กำลังสร้างโอกาสให้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
แต่ไป๋เฉินส่ายศีรษะโดยไม่มีแม้แต่รอฟังความเห็น "ข้ายังมีสิ่งที่ข้าต้องจัดการก่อนจากไป โดยปกติข้าไม่เปิดเผยตัวตนต่อหน้าสาธารณะชนสักเท่าใดนัก เ้าก็รู้ดีว่านักฆ่าควรจะทำอย่างไร"
ความผิดหวังฉายในรูม่านตาของหวงหลิงซูได้อย่างเด่นชัด แต่นางกลับมิได้กล่าวอันใด
หวงเทียนลู่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "เอาล่ะ ไม่เป็ไร"
ไป๋เฉินยืนขึ้นก่อนจะโบกมือเล็กน้อย "ยามพลบค่ำเจอกันหน้าประตูเมือง"
เมื่อร่างสีดำของไป๋เฉินหายลับตาไป หวงหลิงกงชำเลืองมองหวงเทียนลู่ด้วยคำถามที่ยังค้างคาใจ "ท่านลุง เราสามารถไว้ใจคนผู้นั้นได้จริงๆหรือ?"
เห็นได้ชัดว่าหวงหลิงกงยังมีความเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง
หวงเทียนลู่พยักหน้าก่อนจะให้คำอธิบายว่า "สายตามันหลอกกันไม่ได้ ในสายตาของมันเปี่ยมไปด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง หากข้ามองคนผิด มันต้องเป็บุคคลที่กลับกลอกได้เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์"
ดูเหมือนไป๋เฉินจะตรงกันกับคุณลักษณะที่สองเสียมากกว่า
เมื่อเห็นหวงหลิงซูมีสีหน้าเศร้าโศก หวงเทียนลู่ตบไหล่เบาๆ "หลิงซู ต่อจากนี้พวกเ้าจะได้เจอะเจอกันทุกวัน ดังนั้นไม่จำเป็ต้องทำหน้าผิดหวังเช่นนั้น"
หวงหลิงซูพยักหน้าอันอ่อนช้อยเบาๆ พร้อมทั้งเงยหน้ามอง "ท่านลุง ท่านคิดว่าคนผู้นี้เป็อย่างไร?"
หวงเทียนลู่ตอบโดยไม่จำเป็ต้องคิด "หากเกี่ยวกับการต่อสู้มันเป็ตัวอันตรายในรอบพันปีด้วยซ้ำ ข้าเชื่อว่าอย่างน้อยความอันตรายของมันไม่ต่างจากไป๋หนานเทียนสักเท่าใดนัก..."
"แต่อย่างน้อยมันก็มีบุคลิกที่จริงใจและซื่อสัตย์ บุคคลประเภทนี้เกลียดการทำอะไรลับหลัง กมลสันดานส่วนใหญ่จะถูกเปิดเผยออกมาและเป็คนเก็บความรู้สึกไม่เก่งนัก...ข้าเชื่อว่าพวกเราสามารถเชื่อใจเขาได้"
หากไป๋เฉินมาได้ยินการประเมินจากปากหวงเทียนลู่ เขาคงจะสำลักน้ำลายตายในที่เกิดเหตุ
'จริงใจและซื่อสัตย์? ใช้หัวแม่ตีนในการมองหรือไม่?'
'เกลียดการทำอะไรลับหลัง? ตรูนี่ถนัดเลย'
หวงเทียนลู่ออกจากภัตตาคารก่อนจะปลุกองครักษ์ทั้งสองพร้อมทั้งออกไปตามหาไป๋เฉินทั่วทุกมุมเมือง
.
.
.
ในเวลาเดียวกันที่ไป๋เฉินออกจากภัตตาคาร ฉินเหยียนที่เห็นว่าไป๋เฉินหายไปเนิ่นนานและยังไม่กลับมา เขาและฉินเหวินเทียนจึงรีบออกตามหาไป๋เฉินไปยังกระโจมหลังโทรมหลังเดิม
ั้แ่ไป๋เฉินออกจากห้องโถงไปยังไม่มีผู้ใดพบเห็นไป๋เฉินด้วยซ้ำ ฉินเหยียนจึงรู้สึกงงงวยว่าไป๋เฉินหายตัวไปได้อย่างไร
แต่หลังจากสอดส่องสายตาไปทั่ว ทั้งสองกลับไม่พบร่องรอยของไป๋เฉินในอาณาบริเวณแม้แต่น้อย
เมื่อไม่พบร่องรอยการแสดงออกของฉินเหยียนเริ่มหนักอึ้ง เขารีบพุ่งเข้าไปในห้องไป๋เฉินและค้นหาไปทั่วราวกับคนบ้า
แต่หลังจากแยกย้ายค้นหาอยู่นานสองนาน เขาพบเจอแค่เพียงม้วนกระดาษเล็กๆที่วางอยู่บนชั้นวางเท่านั้น
ฉินเหยียนตัดสินใจหยิบม้วนกระดาษมาคลี่ออก ปรากฏให้เห็นข้อความหนึ่งบรรทัดสั้นๆ
ข้อความในม้วนกระดาษเล็กๆนั้นเขียนไว้ว่า : ลุงฉิน,เหวินเทียน ขอขอบคุณสำหรับการดูแลที่ผ่านมาตลอดหลายปี แต่วันนี้ข้าจำต้องจากไปและอาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย ดูแลรักษาสุขภาพด้วย...ลาก่อน
เห็นได้ชัดว่าข้อความที่ไป๋เฉินเขียนทิ้งไว้หมายถึงการจากลา นั่นหมายความว่าไป๋เฉินได้ออกจากตระกูลฉินไปแล้ว!
แต่หากไป๋เฉินจากไปจะเกิดสิ่งใดขึ้น?
แน่นอนว่ามีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่
ไหนจะโอสถรักษาชีวิต รวมถึงความแค้นของเมืองเทียนเฟิงที่มีต่อตระกูลไป๋ พวกมันจะยอมไว้ชีวิตไป๋เฉินหรือไม่!?
แน่นอนว่าไม่!
ไม่มีใครคาดคิดว่าไป๋เฉินจะรอดชีวิตไปได้หากหวงเทียนลู่ยังคงอยู่ในเมืองเทียนหยุน!
ความรู้สึกเจ็บแค้นถาโถมจิตใต้สำนึกของฉินเหยียน ม้วนกระดาษหลุดจากมือ เขาแผดเสียงคำรามดุจดั่งัก้องไปทั่วตระกูลฉิน "ส่งคำสั่ง! ออกตามหาไป๋เฉินและคุ้มกันเขากลับมายังตระกูลฉิน! อย่าให้ผู้ใดทำร้ายเขาได้!"
หลังจากได้ยินเสียงคำรามอันโกรธแค้น เสียงของการเคลื่อนไหวมากมายกำลังหลั่งไหลออกจากตระกูลฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าราวกับว่าเหล่าผู้าุโได้เตรียมตัวไว้แล้ว
เหล่าผู้าุโทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลไป๋และไป๋เฉินมากเพียงใดพวกเขาย่อมรู้ดี
แต่การกระทำเช่นนี้ของไป๋เฉินบ่งบอกว่าเขาไม่อยากจะลากตระกูลฉินให้เข้ามาเกี่ยวข้อง
นี่เป็สาเหตุที่ทำให้ฉินเหยียนรู้สึกผิดจนอยากจะฆ่าตัวตาย
ฉินเหยียนกระอักเืสีแดงเข้มออกมาด้วยความสิ้นหวัง เข่าทรุดลงราวกับไร้เรี่ยวแรง ดวงตาที่เกรี้ยวกราดเปียกชื้นไปด้วยน้ำขังราวกับเขื่อนที่ใกล้จะพังทลายได้ทุกเมื่อ "ไป๋เฉิน ข้าขอโทษ..."
เมื่อนึกภาพไป๋เฉินออกเดินทางอย่างโดดเดี่ยว ซ้ำร้ายยังมีหวงเทียนลู่ที่ยังคอยปองร้ายอยู่ไม่ห่าง หัวใจของฉินเหยียนราวกับมีมีดนับพันแทงเข้ามาไม่หยุดยั้ง!
แม้นไป๋เฉินจะมีความเหนือกว่าในด้านสติปัญญาก็จริง แต่หากเป็การเผชิญหน้าด้วยพลังปราณ ไป๋เฉินคงจะไม่มีวันได้ออกจากเมืองเทียนหยุนไปแน่
ฉินเหวินเทียนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจึงรีบวิ่งเข้าไปหาบิดาก่อนจะสังเกตเห็นข้อความในม้วนกระดาษเฉกเช่นเดียวกัน
เมื่ออ่านลายมือนั้นริมฝีปากสั่นระเรื่อราวกับตกอยู่ในอาการช็อค ขาทั้งสองทรุดลงในท่านั่งพร้อมทั้งพึมพำด้วยความไม่เชื่อ "พะ-พี่เขย..."
ภาพความทรงจำเก่าๆรวมถึงรอยยิ้มอ่อนโยนที่ได้รับจากไป๋เฉินหวนกลับมา ไม่ว่าจะเป็ความใจดีรวมถึงสิ่งที่ไป๋เฉินกระทำให้ ไม่ว่าจะเป็การฝึกฝนและหรือการออกไปกับฉินเหวินเทียนทุกหนแห่ง
ั้แ่ฉินเหวินเทียนรู้จักไป๋เฉินมา ไป๋เฉินไม่เคยปฏิเสธคำขอของฉินเหวินเทียนแม้แต่ครั้งเดียว และในยามที่ไป๋เฉินอับจนหนทาง ไป๋เฉินกลับไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากตระกูลฉินแม้แต่น้อย
น้ำตาแห่งความไม่เต็มใจไหลพรากจากหางตา ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ดุจดรุณีแรกแย้มแปรเปลี่ยนเป็ความอาฆาตแค้นหยั่งรากฝังลึก!
