เมื่อถูกเปิดเผยในที่สาธารณะ มู่หลิวเยวี่ยก็ถึงกับตื่นตระหนก “เ้า...ข้าแค่เป็ห่วงความปลอดภัยของพี่ชายข้า ในสถานการณ์แบบนั้น ใครจะรู้ว่าเ้ามีเจตนาดีหรือเจตนาร้าย...เ้าเองก็เป็สตรี อย่าถือสาความผิดพลาดเล็กน้อยเลย!”
“เด็กดื้อ ยังไม่หุบปากอีก!”
เสียง “เพียะ” ที่แหลมคมของแส้ได้ทำให้มู่หลิววี่ยต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงไป
“อ๊าย...ท่านพ่อ! ท่านตีข้า!” แขนของมู่หลิวเยวี่ยเป็รอยพร้อมกับาแ ซึ่งลึกกว่าาแของหานอวิ๋นซีในวันนั้น
แม่ทัพมู่โกรธอย่างมาก “ใช่ ข้าตีเ้าอย่างไรล่ะ! อายุยังน้อยแต่กลับมีจิตใจชั่วร้ายเสียแล้ว ฉินหวังเฟยช่วยผู้คนด้วยใจจริง แต่เ้ากลับคาดเดาไปมั่วซั่ว และคิดร้ายกับหวังเฟย จนเกือบจะทำให้พี่ชายของเ้าตาย สาวน้อยที่ดื้อรั้นเช่นนี้ ก็ควรถูกตีแล้วไม่ใช่หรือ?”
หลังจากพูดจบ แส้ก็ถูกฟาดลงไปอีกครั้งที่ตัวของมู่หลิวเยวี่ยจึงมีรอยแผลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแผล นางใจนยกมือสองข้างขึ้นมากุมศีรษะและร้องไห้อย่างขมขื่น
“ท่านพ่อ หยุดตีได้แล้ว! ข้าสำนึกผิดแล้ว! ฮึกฮึก...ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ไม่กล้าแล้ว!”
แม่ทัพมู่โยนแส้ลงและคุกเข่าต่อหน้าหานอวิ๋นซี “หวังเฟย ท่านช่วยบุตรชายกระหม่อมไว้ กระหม่อมขอบคุณท่านเหลือเกิน!”
ขณะที่เขาพูดก็ก้มคำนับลงจนศีรษะกระแทกพื้นเสียงดังแล้วพูดว่า “กระหม่อมเป็คนใส่ร้ายท่าน กระหม่อมสมควรได้รับโทษ โปรดฉินอ๋องทรงลงโทษกระหม่อม โปรดหวังเฟยลงโทษกระหม่อมด้วย”
ชายชราที่ท้้งหยาบคาย ป่าเถื่อน และไม่คิดอะไร แต่กลับเป็คนที่ตรงไปตรงมาเหลือเกิน เขายอมรับความผิดพลาด ซึ่งแตกต่างจากขุนนางเป่ยกงและมู่หลิวเยวี่ยที่มีข้อแก้ตัวมากมาย
อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาพ้นผิด สาเหตุหลักของเื่นี้คือเขา! หานอวิ๋นซีไม่ได้ใจดีขนาดนั้นมาั้แ่ไหนแต่ไร
เมื่อเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยไม่ได้เอ่ยอะไรเป็เวลานาน หานอวิ๋นซีจึงทำตัวเป็นายใหญ่อย่างหาญกล้า “แม่ทัพมู่ ท่านเองก็อายุมากแล้ว กินข้าวมากกว่าพวกเราที่อายุน้อยกว่ามาตั้งเท่าไรกัน เหตุใดท่านถึงแยกแยะเื่ถูกผิดไม่ได้ ดูไม่ออกเลยหรือไร?”
ทุกคนที่ได้ยินคำว่า “ถูกผิด” ต่างเข้าใจดีว่าเป็การพาดพิงถึงองค์หญิงฉางผิงและมู่หลิวเยวี่ย องค์หญิงฉางผิงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธและ้าโต้เถียง ทว่าพวกนางไม่ได้ถูกเอ่ยถึง ดังนั้นนางจึงเถียงไม่ได้
แม่ทัพมู่พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “เป็กระหม่อมที่แก่สมองเลอะเลือนเอง แก่แล้วสมองก็เลอะเลือนเช่นนี้แหละ”
“ในภายภาคหน้า เมื่อท่านมองผู้คนและสิ่งของ จงมองให้ทะลุปรุโปร่ง ท่านเป็คนมีคุณธรรมสูง ข้าจะไม่ลงโทษท่าน ข้าแค่หวังว่าท่านจะจำไว้ว่าข้าไม่ใช่คนไร้ประโยชน์”
ทันทีที่หานอวิ๋นซีพูดคำนี้ออกไป ดวงตาเ็าของหลงเฟยเยี่ยก็มืดลง
ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก แม่ทัพมู่แตกต่างจากขุนนางเป่ยกง แม่ทัพมู่เป็แม่ทัพที่มีกองทหารมากมายอยู่ในมือ! ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ใช่คนที่ยื่นฟ้องต่อศาล และไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องกับหานอวิ๋นซี ให้นางสั่งสอนเช่นนี้ก็ไม่เลว จะไปลงโทษจริงๆ ได้อย่างไรกัน
การที่หานอวิ๋นซีที่ทำเช่นนี้ กลับเป็การมอบความเมตตามหาศาลให้กับแม่ทัพมู่
และถือว่าตระกูลมู่เป็หนี้บุญคุณหานอวิ๋นซี
“พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมน้อมรับคำสั่ง” ประกายความชื่นชมฉายในดวงตาของแม่ทัพมู่ชัดเจน พร้อมกับตกลงอย่างง่ายดาย
หลังจากพูดกับแม่ทัพมู่เสร็จแล้ว หานอวิ๋นซีก็หันไปหาองค์หญิงฉางผิง ั้แ่เื่นี้เกิดขึ้น ความคับข้องใจและความทรมานทั้งหมดที่หานอวิ๋นซีได้รับนั้นล้วนเป็เพราะองค์หญิงผู้โเี้และชั่วร้ายผู้นี้ หากไม่ได้สั่งสอนนาง หานอวิ๋นซีจะไปหายโกรธแค้นได้อย่างไร
อย่างไรตาม ฉางผิงก็เป็องค์หญิง ดังนั้นการลงโทษนางจึงไม่ใช่สิ่งที่เสด็จอาหญิงอย่างหานอวิ๋นซีจะทำได้
หานอวิ๋นซีมองไปที่หลงเฟยเยี่ยพลางคิดในใจว่า เ้าก้อนน้ำแข็งใหญ่นี่ จะช่วยนางพูดสักสองสามคำไม่ได้เลยหรือ?”
ตอนนี้เอง องค์หญิงฉางผิงแอบชำเลืองมองหลงเฟยเยี่ยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก นางจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย จึงเดินไปข้างหน้าและโค้งคำนับ “เสด็จอา ฉางผิงเองก็เป็ห่วงพี่ชิงอู่เช่นกันเลยสับสนไป พอได้ยินคำพูดใส่ร้ายแล้วจึงได้คล้อยตามขุนนางเป่ยกง ได้โปรดท่านยกโทษให้ข้าด้วย”
“เสด็จอาหญิงของเ้าต่างหากที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่ใช่ข้า” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเ็า
คำพูดเหล่านี้อยู่เหนือความคาดหมายของหานอวิ๋นซีจริงๆ บุรุษผู้นี้มาที่นี่ ทั้งยังจัดการทุกอย่างจนคลี่คลาย ท่าทางที่คลุมเครือเช่นนี้ แล้วใครจะไปรู้ความคิดที่แท้จริงของเขาได้?
ก้อนน้ำแข็งใหญ่ก้อนนี้มาช่วยนางเพื่อรักษาหน้าของจวนฉินอ๋อง แล้วก็เพื่อล้างพิษ เื่นี้เป็สิ่งที่หานอวิ๋นซีมั่นใจ
คำพูดนี้ องค์หญิงฉางผิงคงไม่มีทางเข้าใจ อย่างไรก็ตาม นางคงไม่เชื่อว่าเสด็จอาจะมาเพราะหานอวิ๋นซี เหตุผลที่เสด็จอามาก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของจวนฉินอ๋องเสียมากกว่า
ต่อหน้าฉินอ๋อง องค์หญิงฉางผิงไม่กล้าอวดดี แม้ว่าในใจจะมีความไม่พอใจเป็ร้อยเป็พัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงก้มศีรษะ “เสด็จอาหญิง ฉางผิงเข้าใจท่านผิดไปแล้ว...”
คำขอโทษที่พูดออกมาเพียงลมปาก นางไม่เต็มใจเสียเท่าไร สองมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำไว้แน่นจนเล็บเกือบจะเจาะทะลุฝ่ามือ นางรู้สึกละอายใจขายขี้หน้าไปจนถึงตระกูล เมื่อแอบมองมู่ชิงอู่ที่อยู่ด้านข้าง ก็เห็นเพียงพี่ชิงอู่กำลังมองนางด้วยความรังเกียจ
องค์หญิงฉางผิงกำลังจะคลุ้มคลั่งด้วยความโกรธ และแอบเกลียดอยู่ในใจ หานอวิ๋นซี ทั้งหมดเป็เพราะผู้หญิงชั่วร้ายอย่างเ้า ครั้งนี้ถือว่าเ้าโชคดีไป ครั้งต่อไปเ้าไม่โชคดีเช่นนี้อย่างแน่นอน!
ในขณะเดียวกัน มู่ชิงอู่ก็ยกมือขึ้นมาปิดาแและคุกเข่าลง “ขอบพระทัยฉินอ๋อง ฉินหวังเฟยที่ช่วยชีวิตพ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวิ๋นซีรีบยื่นมือออกไปช่วยเขา “แม่ทัพใหญ่ แผลท่านยังไม่หายดี รีบลุกขึ้นเถิด ถ้าแผลเปิด ท่านต้องนอนไปอีกแปดวันสิบวันเลยนะ!”
มู่ชิงอู่ไม่กล้าให้หานอวิ๋นช่วยเขา ดังนั้นจึงรีบหลีกเลี่ยง อันที่จริงหากสามารถทำได้ เขาหวังว่าจะได้คุยกับสตรีผู้นี้สักพักแล้วค่อยเปิดประตู
ในวันนั้นที่เขาเห็นสตรีผู้นี้เดินเข้าไปในประตูจวนฉินอ๋องเพียงลำพัง เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าสตรีผู้นี้ไม่เหมือนคนอื่น!
อย่างไรก็ตาม เขาได้รับาเ็สาหัส ทันทีที่ขยับตัว วิสัยทัศน์ตรงหน้าก็มืดลง สูญเสียการทรงตัวและล้มลงไปหาหานอวิ๋นซี
“พี่ชิงอู่!”
องค์หญิงฉางผิงะโและพุ่งไปราวกับลูกธนู มู่ชิงอู่ที่หน้ามืดและหมดสติไปแล้วก็ถูกนางรับไว้ได้ทันเวลา
องค์หญิงฉางผิงมองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว “หานอวิ๋นซี...เหตุใดพี่ชิงอู่ถึงหมดสติไปอีกแล้ว? เ้าทำอะไรผิดหรือไม่?”
หานอวิ๋นซีไม่สนใจองค์หญิงฉางผิงและเรียกแม่ทัพมู่ให้มาช่วยพยุง ยกมู่ชิงอู่ไปนอนที่เตียง
หานอวิ๋นซีจับชีพจร จากนั้นก็พูดว่า “เขาหมดสติมาหลายวันแล้ว ร่างกายจึงมีแรงไม่เพียงพอ ให้เขาพักผ่อนเถอะ พอฟื้นขึ้นมาก็เอาข้าวต้มให้กิน สามวันหลังจากนี้ก็จะเริ่มแข็งแรงขึ้น ทำไปทีละขั้นตอนล่ะ อย่าหักโหมเด็ดขาด”
แม่ทัพมู่พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “ขอบพระทัยฉินหวังเฟย ทุกคนในตระกูลมู่จะจดจำพระคุณของท่านไว้”
ทันทีที่องค์หญิงฉางผิงเห็นฉากนี้ ในใจก็รู้สึกโกรธมากขึ้นและพูดอย่างโกรธเคืองว่า “แม่ทัพมู่ เหตุใดท่านถึงฟังสตรีนางนี้ล่ะ พี่ชิงอู่เพิ่งจะหายดี แต่ตอนนี้กลับหมดสติไปอีกแล้ว ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน!”
แม่ทัพมู่ที่ได้ยินเช่นนี้ก็โกรธอย่างมาก อยากจะเฆี่ยนองค์หญิงฉางผิงเหมือนที่ทำกับมู่หลิวเยวี่ยเหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่ฉางผิงเป็องค์หญิง จึงไม่สามารถสั่งสอนได้ ทำได้แค่อดทนฝืนใจเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าองค์หญิงฉางผิงนั้นดื้อรั้นและเอาแต่ใจ หากมีนางอยู่ ในจวนจะไม่มีวันสงบสุข และไม่ว่าอย่างไร เขาจะไม่ยอมให้องค์หญิงฉางผิงแต่งงานกับมู่ชิงอู่อย่างแน่นอน!
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม่ทัพมู่ก็สงบสติอารมณ์และพูดอย่างเ็าว่า “องค์หญิง ตอนนี้ชิงอู่ไม่เป็อะไรแล้ว เชิญท่านกลับไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงฉางผิงส่ายหน้าทันที “ไม่ ข้าอยากดูแลเขา ถ้าเขาไม่ฟื้น ข้าก็ไม่กลับไป ข้าอยากดูแลเขา!”
“องค์หญิง ท่านเป็เชื้อพระวงศ์สูงส่ง ท่านพูดเพียงคำเดียวก็สามารถเอาชีวิตของชิงอู่เราไปได้แล้ว ชิงอู่ไม่สามารถจ่ายค่าดูแลของท่านได้หรอก”
อาจกล่าวได้ว่าหากแม่ทัพมู่ไม่พูดออกมากคงรู้สึกอึดอัดใจอย่างที่สุด ถึงจะทุบตีองค์หญิงไม่ได้ แต่พูดไปสักสองสามคำคงไม่เป็ไรหรอกใช่หรือไม่
องค์หญิงฉางผิงเองก็ไม่ได้โง่ นางได้ยินเสียงเย้ยหยันในน้ำเสียงของเขา นางเม้มปากและกำลังจะร้องไห้ “แม่ทัพมู่กำลังตำหนิข้างั้นหรือ? ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย!”
“องค์หญิงเข้าใจผิดแล้ว กระหม่อมมิบังอาจหรอก กระหม่อมแค่รู้สึกว่าชายหญิงไม่ควรสนิทกัน และองค์หญิงจะกลายเป็ขี้ปากชาวบ้านหากอยู่ที่นี่ต่อ เช่นนั้นเชิญท่านกลับไปเสียดีกว่า” แม่ทัพมู่พูดอย่างเ็า
หานอวิ๋นซีที่อยู่อีกด้านหนึ่งเกือบจะหัวเราะออกมา ใครๆ ก็มองออกว่าองค์หญิงฉางผิงชื่นชอบมู่ชิงอู่ ด้วยสถานะของนาง การแต่งงานจะต้องสำเร็จแน่นอน ทว่าการที่นางทำพลาดในครั้งนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจที่แม่ทัพมู่จะโทษนาง หากแม่ทัพมู่ไม่เห็นด้วย แม้แต่ฮ่องเต้หรือไท่เฮาก็บังคับไม่ได้ การที่ฉางผิงคิดอยากจะแต่งงานกับตระกูลมู่ เรียกได้ว่าเป็เื่เพ้อเจ้อเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นี่เป็ความผิดของนางเอง ดังนั้นหานอวิ๋นซีจึงไม่รู้สึกเสียใจกับนางแม้แต่น้อย
องค์หญิงฉางผิงก็รู้เช่นกันว่าแม่ทัพมู่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของพวกเขา แต่ถึงกระนั้นก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดกับนางเช่นนี้มาก่อน
นางที่อยากจะพูด แต่เมื่อเห็นสีหน้าของแม่ทัพมู่ที่เต็มไปด้วยความเ็า แววตาก็ฉายแววความโศกเศร้าออกมา และเมื่อหันหน้าไปก็เห็นหานอวิ๋นซียิ้มให้นาง นางจึงยิ่งโกรธมากขึ้น “ยิ้มอะไรกัน ไม่ช้าก็เร็วเ้าได้ร้องไห้แน่!”
องค์หญิงฉางผิงะโออกไปอย่างดุร้าย กระทืบเท้า หันหลังแล้ววิ่งหนีไปทั้งน้ำตา
หานอวิ๋นซีไม่สนใจ เมื่อมองไปที่ด้านหลังขององค์หญิงฉางผิง รอยยิ้มที่ร่าเริงปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของนาง
องค์หญิงฉางผิง ข้าจะรอดูว่าเ้าจะอยู่ได้นานแค่ไหน? พิษในห้องขังศาลต้าหลี่ในวันนั้นจะปะทุขึ้นมาในไม่ช้า พิษนี้เป็ไวรัสสมัยใหม่ ไม่มีใครในสมัยโบราณสามารถรักษาเ้าได้!
เมื่อถึงเวลานั้น มาดูกันว่าใครจะร้องไห้!
หานอวิ๋นซีไม่พูดอะไรมาก นางทิ้งสมุนไพรไว้สองสามห่อและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการให้ยาให้กับแม่ทัพมู่อย่างละเอียด รวมไปถึงสิ่งต้องห้ามทั้งหมด แม่ทัพมู่เองก็เขียนลงไปทีละอย่าง
ที่หน้าประตู หลงเฟยเยี่ยเห็นทุกอย่างในดวงตาที่สงบ ในที่สุดก็ได้ถึงเวลาพูดเสียที น้ำเสียงของเขาอบอุ่นไม่น้อย “หานอวิ๋นซี เ้าเองก็ควรจะกลับได้แล้วหรือไม่?”
เอ่อ…
เมื่อสักครู่ข้ารีบร้อนเกินไป จนทิ้งเทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่นี้ไว้ที่ประตู
“อืม กลับกันเถอะ” นางวิ่งออกไปด้วยรอยยิ้ม และดูเหมือนชายหนุ่มคนนี้ไม่ค่อยมีความสุขนัก
เอาเถอะ นางติดคุกเพียงไม่กี่วันหลังจากอภิเษก ในฐานะสามี เขาก็คงไม่ดีใจหรอก
แม่ทัพมู่และคนอื่นๆ รีบออกไปดูพวกเขา แต่หลงเฟยเยี่ยก็หันหลังกลับและจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เขามีอารมณ์เ็าราวกับูเาน้ำแข็ง ทั้งยังเป็คนลึกลับ ทุกคนต่างหวาดกลัวและอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตัวเขา
หานอวิ๋นซีทำตามอย่างเชื่อฟัง เมื่อนึกถึงสิ่งที่นางเคยเตือนองค์หญิงฉางผิงก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกว่ามันเป็เื่ตลก สิ่งที่นางจะพูดจริงๆ คือขอให้หลงเฟยเยี่ยพานางกลับบ้าน
หลงเฟยเยี่ยที่ขายาวและเดินเร็วจนหานอวิ๋นซีต้องวิ่งเหยาะๆ เพื่อให้ทัน และสุดท้าย ขณะที่นางออกจากจวนแม่ทัพมู่ก็นึกบางอย่างขึ้นได้
กู้เป่ยเยวี่ย!
กู้เป่ยเยวี่ยยังคงถูกขังอยู่ในคุก ชายคนนั้นถูกขุนนางเป่ยกงขังไว้อย่างลับๆ มีไม่กี่คนที่รู้เื่นี้ เขาคงไม่ถูกลงโทษใช่หรือไม่?
เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยเข้าไปในรถม้าแล้ว หานอวิ๋นซีก็พูดว่า “ท่านอ๋อง ข้า...ข้าลืมบางอย่าง รอข้าสักครู่ได้หรือไม่?”
ทันทีที่พูดออกมา หานอวิ๋นซีก็รู้สึกเสียใจ หลงเฟยเยี่ยจะรอนางได้อย่างไร ขณะที่หลงเฟยเยี่ยที่กำลังจะพูด นางก็รีบพูดขึ้นว่า “ท่านอ๋อง เช่นนั้นท่านกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไป”
โดยไม่คาดคิด หลงเฟยเยี่ยที่ไม่ได้มองนางด้วยซ้ำ ปิดม่านรถและพูดอย่างเ็าว่า “อีกครึ่งชั่วยาม หากข้าไม่เจอเ้าที่ลานดอกบัว รับผิดชอบกับผลที่ตามมาด้วย!”
เขาพูดอย่างเฉยเมยและไม่ได้ถามอะไรนางอีก และสั่งให้คนขับรถม้าออกรถทันที
หานอวิ๋นซีผงะเล็กน้อย เ็าเหลือเกิน! นางกระแอมและรีบหันหลังกลับไปหารือเกี่ยวกับสัญญามอบชีวิตกับแม่ทัพมู่ และขอให้แม่ทัพมู่ไปที่ศาลต้าหลี่เพื่อปล่อยกู้เป่ยเยวี่ยออกมา