“ไม่โกรธพี่แล้วเหรอ” เทวทิณณ์เท้าคางแล้วเอ่ยถามหญิงสาว ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเคย ก่อนที่พิมพ์มาดาจะเลื่อนสายตามองเขา
“เื่อะไรคะ”
“ก็....ที่พี่ลืมนัดไง”
“ที่แรกก็โกรธ แต่พอได้กินอาหารแล้ว ความโกรธก็หายไปไหนไม่รู้เหมือนกันค่ะ ที่สำคัญพิมพ์ไม่มีสิทธิ์โกรธด้วย เพราะพี่กันต์บอกให้พิมพ์ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี ให้สมกับเงินสามแสน” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ยังคงเท้าคางแล้วมองตรงมายังหญิงสาวตรงหน้า
“กันต์ได้บอกอะไรอีกไหม” น้ำเสียงราบเรียบของเขาเอ่ยถาม
“บอกค่ะ”
“บอกอะไร” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย
“บอกว่า ถ้าพิมพ์เชื่อฟังพี่ทิณณ์มาก ๆ พิมพ์ก็จะได้รับอิสระเร็วขึ้น เพราะพี่ทิณณ์เป็คนเบื่อง่าย ไม่เคยเก็บใครไว้ข้างกายนานเกินไป”
“เธอโดนกันต์หลอกแล้วล่ะ” หญิงสาวยู่หน้าเล็กน้อย
“หมายความว่ายังไงคะ”
“เหตุผลที่พี่ไม่เคยเก็บใครไว้ข้างกาย เพราะอะไรที่พี่ควบคุมไม่ได้ พี่มักจะเขี่ยทิ้งเสมอ แต่สำหรับสิ่งไหนที่พี่ควบคุมได้...” สายตาของเทวทิณณ์ทอดมองตรงมายังหญิงสาว แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม
“พี่ก็ชอบที่จะควบคุม จนกว่าจะพอใจ” พิมพ์มาดานิ่งเงียบ วางช้อนลงพลางยกน้ำขึ้นดื่ม
“อิ่มแล้วเหรอ”
“เปล่าค่ะ แค่ไม่เข้าใจความหมายที่พี่ทิณณ์พูดเท่านั้นเอง”
“ไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจกันแน่” สายตาหล่อเหลาทอดมองตรงมายังหญิงสาว ให้เธอต้องเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ก่อนจะเปลี่ยนเื่
“ฉายาของพี่ทิณณ์คือัเขี้ยวทอง...”
“แล้วยังไง” พิมพ์มาดายังพูดไม่ทันจบเขาก็สวนขึ้น
“เปล่าค่ะ พิมพ์แค่คิดว่าคนที่ได้ฉายาแบบนี้จะต้องเ้าชู้สุด ๆ ไปเลย ไม่มีทางเก็บใครไว้ข้างกายนาน ๆ แน่ค่ะ”
“พี่เป็แบบนั้น” เขายอมรับ ก่อนที่หญิงสาวจะปล่อยยิ้มออกมา
“ในเมื่อเ้าชู้แล้ว จะเก็บใครไว้ข้างกายนาน ๆ ให้เสียเวลาทำไม สู้เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ” เทวทิณณ์ได้ยินแบบนั้นจึงเผลอปล่อยยิ้มออกมาให้กับความกล้าหาญของเธอ พร้อมกับจ้องมองดวงตากลมใสนั้นอย่างคนรู้ทัน
“ที่เกริ่นมาแบบนี้ เพื่อให้เธอได้เป็อิสระเร็ว ๆ ใช่ไหม” พิมพ์มาดาหน้าชาขึ้นมาทันที เมื่ออีกฝ่ายจับได้
“เปล่าค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธ พร้อมกับตักอาหารเข้าปาก ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วไม่พูดสิ่งใดต่อ เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างตรงหน้าก็ถูกเธอกวาดเรียบจนหมด เทวทิณณ์ปล่อยยิ้มออกมาแล้วหันไปจ่ายเงินกับพ่อค้า
“รีบกลับกันเถอะ ถึงเวลาที่เธอต้องดูแลพี่แล้ว” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวเสียวสันหลังวาบ ทำได้แต่มองมือของเขาที่จูงเธอกลับมายังรถคันหรูที่จอดอยู่
มือหนาลากหญิงสาวมายังเตียงนอน แล้วค่อย ๆ ปลดเสื้อเธอออกช้า ๆ พร้อมสายตาเป็ประกาย กลิ่นหอมจากสบู่พึ่งอาบน้ำเสร็จโชยมาเตะจมูก ทำให้เขาไม่อาจห้ามใจต่อไปได้
“พี่ไม่ปล่อยเธอเป็อิสระง่าย ๆ หรอก” เขากระซิบ แล้วจูบเรียวปากเล็กนั้นอย่างช่ำชอง พิมพ์มาดาทำหน้าที่เป็คู่นอนให้เทวทิณณ์อย่างดีไม่ขัดขืนให้เขาต้องลำบากใจ สาวน้อยไร้เดียงสาทำตามคำสั่งของชายหนุ่มอย่างดี จนเขาอดแปลกใจไม่ได้ ก่อนจะขมวดคิ้ว แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอด
“เธอเป็คนแรกเลยนะ ที่ไม่ยึดติดกับพี่ นิ่งเงียบไม่คิดแสดงตัว ให้ใครรู้ว่าเราเกินเลยกันแค่ไหน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“เหรอคะ” คำตอบของพิมพ์มาดาทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“เธอเป็คนยังไงกันแน่ พี่มองไม่ออกจริง ๆ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
“พิมพ์ทำอะไรผิดเหรอคะ ทำให้พี่ทิณณ์ไม่พอใจตรงไหน พิมพ์เปลี่ยนคำตอบให้ได้นะ” หญิงสาวหันดวงตากลมแป๋วกลับมายังชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วปล่อยผ่าน
ท่ามกลางเตียงนอนในคอนโดฯของชายหนุ่ม ที่มักจะมีงานสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง ทว่าเวลานี้มีเพียงร่างสูงที่โอบกอดหญิงสาวไว้ข้างกาย พร้อมหัวใจของเขาสงบเงียบมั่นคงอย่างน่าประหลาด พลันหวนนึกถึง่เวลาที่พิมพ์มาดายืนเถียงเขาที่หน้ามหาวิทยาลัย
“ซื่อบื้อแล้วยังไม่เจียมตัวอีก” เขาเผลออุทานออกมา แล้วค่อย ๆ ก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน
เช้าวันรุ่งขึ้น เทวทิณณ์ขับรถมาจอดหน้ามหาวิทยาลัยที่เดิม เพื่อส่งพิมพ์มาดา ก่อนที่หญิงสาวเตรียมเบี่ยงตัวลงจากรถ พร้อมมือหนาได้คว้าเธอไว้
“พี่ยังไม่เบื่อเธอง่าย ๆ หรอกนะ ดังนั้นเธอยังต้องฟังคำสั่งพี่ไปอีกนาน” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้น จึงส่งยิ้มอ่อนให้เขา แล้วเบี่ยงตัวเดินลงจากรถ ด้วยใบหน้าที่เทวทิณณ์ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเธอกำลังคิดสิ่งใดอยู่
หญิงสาวเดินตรงไปยังมหาลัย ก่อนเสียงฝีเท้าของใครบางคนจะวิ่งเข้ามาจากด้านหลัง
“พิมพ์ พิมพ์”
“ดาว” พิมพ์มาดาหันมองเพื่อนรักที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับอาการเหนื่อยหอบ
“เมื่อคืนฉันโทรหาเธอทั้งคืน แต่โทรไม่ติด”
“พอดีแบตฉันหมดน่ะ” แววดาวหยุดพักเหนื่อยครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาของพิมพ์มาดาจะมองเพื่อนรักด้วยความแปลกใจ
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ในเฟซบุ๊ก มีการแชร์เื่พี่ทิณณ์เต็มไปหมดเลย ว่าตอนนี้พี่ทิณณ์แอบซุกผู้หญิงไว้ ว่ากันว่าพี่ทิณณ์ซื้อมาในราคาสามแสนเลยนะ” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบไป พลันหลบตาแววดาว แล้วรีบหันตัวเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยทันที
“เธอไม่ใเหรอ” แววดาวเดินตาม แล้วเอ่ยถาม ก่อนที่พิมพ์มาดาชะงักนิ่ง
“ก็...ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”
