ไม่กี่ลมหายใจต่อมาเสียงะเิก็ดังออกมาจากหม้อปรุงยาของนักปรุงยาเจิ้ง เขาถูกแรงะเิกระแทกล้มลงกับพื้น โชคดีที่หม้อปรุงยาเป็หม้อคุณภาพดีจึงไม่เกิดรอยแตกร้าวจากการแรงะเิ
ในเวลาเดียวกันควันสีดำก็ลอยออกมาจากหม้อปรุงยา วัตถุดิบภายในเสียหายทั้งหมดและนักปรุงยาเจิ้งที่ล้มอยู่บนพื้นก็แสดงสีหน้าละอายใจออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจเป็อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะยาที่กินเข้าไปเขาคงสลบไปแล้ว
ปัง!
เซี่ยหมางใช้มือทุบโต๊ะอย่างรุนแรง คิดไม่ถึงว่าถังเหล่ยผู้นี้จะเ้าเล่ห์และสามารถหลอกนักปรุงเจิ้งได้แเีถึงเพียงนี้!
“เ้าคิดจะทำอะไร!”
ตี้เชียนเสวี่ยะโออกมาทันที นางกังวลว่าเซี่ยหมางจะลงมือรบกวนการปรุงยาของถังเหล่ย จึงลุกขึ้นยืนข้างกายถังเหล่ย
ในเวลาเดียวกันเซี่ยหมางก็คิดจะลงมือกับถังเหล่ยจริงๆ เขาคิดจะฉวยโอกาสตอนที่ถังเหล่ยกำลังปรุงยา แต่ก่อนจะได้ลงมือเขาก็ตระหนักได้ว่าในขณะนี้มีตี้เหยียนคอยจ้องมองอยู่ เขาจึงทำได้เพียงข่มความ้าเอาไว้ในใจ ไม่สามารถแสดงออกมาได้
ต่อให้อี้เฟิงซึ่งเป็องครักษ์ของเซี่ยหมางลงมือกะทันหันก็ไม่อาจทำร้ายถังเหล่ยต่อหน้าตี้เหยียนได้และที่สำคัญหากเื่ราวไปถึงขั้นนั้นจริงๆ คงไม่มีพื้นที่ให้เจรจาอีกแล้ว
“เ้าคนไร้ประโยชน์ เสียแรงที่ข้ามอบทรัพยากรมากมายเพื่อเลี้ยงดูเ้า!”
เซี่ยหมางทำได้เพียงระบายความโกรธไปที่นักปรุงยาเจิ้งเท่านั้น แม้ว่ายังเหลือวัตถุดิบอีกชุดหนึ่งแต่ก็สายเกินไปแล้ว และที่สำคัญในเวลานี้นักปรุงยาเจิ้งยังคงนอนอยู่ที่พื้นราวกับสุนัขข้างถนน ไม่ต้องกล่าวถึงปรุงยาต่อเพราะแม้แต่จะลุกขึ้นยืนก็ยังเป็เื่ยาก
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยไม่ได้กังวลหรือสนใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะขณะนี้เขากุมชัยชนะเอาไว้ในมือแล้ว และที่สำคัญตี้เหยียนต้องทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องเขาอย่างแน่นอน
ทันทีที่ถังเหล่ยััได้ว่าวัตถุดิบในหม้อปรุงยาหลอมกลั่นเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงเอาวัตถุดิบทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นเขาจึงใส่แก่นอสูรและพลังปราณทั้งหมดเข้าไปในหม้อปรุงยา หลังจากนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ยาสีแดงเม็ดหนึ่งลอยออกมาจากหม้อปรุงยาต่อหน้าต่อตาผู้คนที่อยู่ในเรือนใหญ่ ทันใดนั้นตี้เชียนเสวี่ยก็ยื่นมือเข้ามาคว้ายาไปทันที
“ฮ่าๆ ถังเหล่ยชนะแล้ว!” ตี้เชียนเสวี่ยจับมือของถังเหล่ยและะโโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับเม็ดยาในมือ
หลังจากนั้นถังเหล่ยก็หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาและยัดมันเข้าไปในปากทันที เขา้าฟื้นฟูพลังปราณในร่างกายที่เสียไป ไม่กี่ลมหายใจต่อมาเขาก็ส่งสายตาท้าทายไปให้เซี่ยหมาง
“มีท่านพ่อของข้าเป็พยาน หม้อปรุงยาใบนี้เป็ของถังเหล่ยแล้ว ถ้าเ้ากล้าผิดคำพูด ข้าจะไม่ให้เ้าเดินออกจากจวนอ๋อง!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวเสียงดัง
ในเวลานี้สีหน้าของเซี่ยหมางบิดเบี้ยวไปจากเดิมมาก เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองพ่ายแพ้ ที่สำคัญคือแพ้ให้กับชายหนุ่มไร้นามผู้หนึ่งต่อหน้าทุกคน นี่เรียกว่าเป็ความอัปยศครั้งใหญ่อย่างแท้จริง
“ไม่! องค์ชายหม้อปรุงยาใบนี้ท่านจะมอบให้เขาไม่ได้!” นักปรุงยาเจิ้งที่นอนอยู่บนพื้นกล่าวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าถังเหล่ยจะเอาหม้อปรุงยาของเขาไป
นักปรุงยาเจิ้งทุ่มเงินครึ่งชีวิตเพื่อสั่งทำหม้อปรุงยาใบนี้ขึ้นมา มันสำคัญต่อเขามาก นี่คือเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้เมื่อต้องเสียมันไป
“ไสหัวไปให้พ้น!” เซี่ยหมางก่นด่าออกมาทันทีพร้อมกับเตะนักปรุงยาเจิ้งกระเด็น
ในขณะนี้พลังปราณในร่างถังเหล่ยฟื้นฟูกลับมาบางส่วนแล้ว เขาจึงหยิบยาจากมือของตี้เชียนเสวี่ย
“ว่าอย่างไร จะมอบหม้อปรุงยาให้กับข้าหรือไม่?” ขณะที่ถังเหล่ยกล่าวเขาก็ได้จ้องเซี่ยหมางโดยตรง
ในฐานะที่เป็องค์ชายของจักรวรรดิต้าเซี่ย เซี่ยหมางไม่เคยก้มศีรษะให้กับผู้ใดมาก่อน โดยเฉพาะต่อหน้าคนนอก
“เ้าบอกว่ามันคือยาปีศาจคลั่งอย่างนั้นหรือ? ให้ข้าตรวจสอบหน่อยว่าเป็ของจริงหรือไม่?”
ทันทีที่เซี่ยหมางกล่าวจบเขาก็พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที ท่าทีของเขาราวกับว่า้าจะแย่งชิงยาในมือของถังเหล่ย แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็คือ้าจะสั่งสอนถังเหล่ย เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา ต่อให้แพ้เขาก็ไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายหยิ่งผยองได้
ถังเหล่ยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะหากศัตรูจนตรอกอาจจะลงมือได้โดยเฉพาะคนที่เ้าเล่ห์อย่างเซี่ยหมาง ทันใดนั้นตี้เชียนเสวี่ยก็ถูกถังเหล่ยผลักไปด้านข้าง จากนั้นถังเหล่ยก็ยัดยาปีศาจคลั่งเข้าไปในปาก
“เ้าอยากรู้ใช่หรือไม่ว่ายาเม็ดนี้เป็ของจริงหรือของปลอม?”
พลังอันบ้าคลั่งะเิในร่างกายของถังเหล่ยทันที ก่อนหน้านี้พลังปราณของเขามีเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่ในเวลานี้พลังปราณของเขากลับมาเต็มเปี่ยมแล้ว
ในเวลาเดียวกันฝ่ามือของเซี่ยหมางก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณ มันมีลักษณะคล้ายกับดาบเล่มหนึ่งโจมตีไปยังถังเหล่ยทันที หลังจากถังเหล่ยกลืนยาปีศาจคลั่งเข้าไปแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย และเลือกที่จะพุ่งเข้าไปปะทะกับอีกฝ่ายโดยตรง
ในคราวนี้เซี่ยหมางโจมตีโดยไม่ยั้งมือ แต่ถังเหล่ยก็ได้กลืนยาปีศาจคลั่งเข้าไปแล้ว ขณะนี้เพียงแค่พลังของถังเหล่ยก็สามารถข่มเซี่ยหมางได้แล้ว
ปัง ปัง ปัง!
ภายในเรือนใหญ่มีเสียงะเิจากการปะทะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ พวกเขาทั้งสองก็ต่อสู้กันเป็ร้อยกระบวนท่าแล้ว
ในการต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาทั้งสองไม่ได้ยั้งมือแม้แต่น้อย ร่างของพวกเขากะพริบไหวในเรือนใหญ่อย่างต่อเนื่อง เซี่ยหมางป้องกันหมัดของถังเหล่ยจนกระเด็นออกไปเล็กน้อย
จากนั้นเซี่ยหมางก็ปลดปล่อยิญญายุทธ์ออกมา เทพาตาเดียวปรากฏขึ้นตัวอีกครั้งและโจมตีอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันวิหคเพลิงิญญาตัวหนึ่งก็บินออกมาจากด้านข้างและตะปบกรงเล็บใส่เทพาตาเดียวทันที ตี้เชียนเสวี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ลงมือเช่นกัน
ถังเหล่ยส่ายหัว ในใจคิดว่าการกระทำของตี้เชียนเสวี่ยจะเป็การแกว่งเท้าหาเสี้ยนและก็เป็อย่างที่คิด เทพาตาเดียวหยุดโจมตีถังเหล่ยและหันไปจับกรงเล็บของวิหคเพลิงิญญาทันที
ตี้เชียนเสวี่ยเป็เพียงระดับผู้ทรงยุทธ์อีกทั้งระดับิญญายุทธ์ยังเทียบกับเซี่ยหมางไม่ได้ เมื่อต่อสู้กันจึงตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบทันที แต่นี่ทำให้ถังเหล่ยได้โอกาสโจมตี
พลังอันพลุ่งพล่านในร่างกายของถังเหล่ยถูกรวบรวมไว้ที่หมัดขวาและปล่อยออกไปทันที ทำให้ร่างของเทพาตาเดียวกระเด็นไปพร้อมกับปรากฏรูขนาดใหญ่ที่หน้าอก
ทันทีที่เซี่ยหมางััได้ว่าิญญายุทธ์ของเขาได้รับาเ็สาหัส เขาก็กระอักโลหิตคำใหญ่ออกมา ในเวลาเดียวกันร่างของเทพาตาเดียวก็หายไป
ในขณะนี้ร่างขององครักษ์อี้เฟิงหายไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว ถังเหล่ยรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงถอยไปหลายก้าว แต่ก็สายเกินไปแล้วร่างของเขาถูกพลังปราณสายหนึ่งตรึงเอาไว้ ลมหายใจต่อมาร่างของอี้เฟิงได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเขาพร้อมกับสายตาที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า แต่ก็มีอีกร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าถังเหล่ย
“หากคิดจะลงมือในจวนอ๋องแห่งนี้ ต้องถามข้าก่อน!” ตี้เหยียนมองอี้เฟิงและกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้าย
อย่างไรก็ตามองครักษ์อี้เฟิงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตี้เหยียน และในเวลานี้ตี้เหยียนไม่ไว้หน้าเขากับองค์ชายอีกต่อไปแล้ว เขาไม่มีทางเลือกจึงทำได้เพียงกัดฟันหันกลับไปพยุงเซี่ยหมางขึ้นมา
“ตี้เหยียน หากเ้าปล่อยให้ข้าลงมือสังหารมัน ข้ารับประกันว่าบุตรของเ้าจะปลอดภัย ไม่เช่นนั้นเ้าก็คือศัตรูของข้า!” เซี่ยหมางเช็ดเืที่มุมปาก ในขณะนี้เขาไม่สนใจหน้าตาตัวเองแล้ว เขาเพียง้าสังหารถังเหล่ยเท่านั้น!
“คุณชายถังคือแขกของข้า ถ้าองค์ชายเซี่ย้าลงมือก็ต้องขออนุญาตจากข้าก่อน!” ตี้เหยียนกล่าวเสียงเรียบ ในเวลานี้เขาได้แสดงจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว
“ดี ฝากไว้ก่อนเถอะ พวกเ้าจะต้องชดใช้!”
เซี่ยหมางรู้ว่าการเสียหน้าในวันนี้ไม่อาจละเลยได้ ทันใดนั้นเขาหันกลับไปเตะนักปรุงยาเจิ้งให้ลุกขึ้นจากพื้น
“ไป!”
นักปรุงยาเจิ้งลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล และมุ่งหน้าไปยังหม้อปรุงยาของตนเอง
“หม้อปรุงยาใบนี้ไม่ใช่ของพวกเ้าแล้ว พวกเ้าไม่มีสิทธิ์นำมันกลับไป” ตี้เหยียนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
……
