เขาหยุดกัดทันทีแต่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด หญิงสาวได้แต่หอบหายใจกับเื่ตื่นตระหนกและแปลกประหลาดนี้ นางพยายามผลักเขาหลายครั้งแล้วแต่ไม่อาจจับต้องได้ มีเพียงเขาที่กอดรัดและัันางได้อยู่ฝ่ายเดียว
“ปล่อยข้า อย่าทำเช่นนี้” นางพยายามเอ่ยปากขอร้อง
“...” อีกฝ่ายแนบริมฝีปากที่คอของนาง เขาคล้ายขยับปากพูดบางอย่าง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีก
“ปล่อยข้าเถิด เนื้อของข้าไม่อร่อย ข้าแก่แล้ว หนังก็เหนียวเคี้ยวลำบาก อย่ากินข้าเลย” นางขอร้องอย่างหมดหนทาง ในใจหวาดกลัวยิ่ง
แต่ร่างมวลน้ำกลับทำเพียงเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาว เขาค่อยๆคลายอ้อมกอดและยอมปล่อยตัวนางในที่สุด ยามนี้แม้จะเห็นเป็ร่างบุรุษชัดเจน แต่บนใบหน้ายังเห็นไม่ชัด ทั่วร่างของเขายังคงมีน้ำล้อมรอบ บางจุดยังคงโปร่งใสจนสามารถมองทะลุได้
แม้ไม่เห็นใบหน้าชัดแต่โม่เหนียงยังคงรู้สึกว่าเขาขมวดคิ้วอย่างเศร้าสร้อย เขาพยายามขยับปากเอ่ยคำพูด แต่กลับไม่มีเสียงใดออกมา โม่เหนียงได้แต่ขมวดคิ้วตอบกลับเพราะไม่อาจเข้าใจว่าเขา้าอะไร จนในที่สุดเขาก็ถอดใจ เอื้อมมือมาััใบหน้าของหญิงสาว
หลินโม่เหนียงจากที่หวาดกลัวกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสบายจากัันั้น นางเห็นอยู่ชัดเจนว่าปลายนิ้วนั้นก่อตัวจากน้ำ แต่ยามที่มันััแก้มกลับรู้สึกถึงมือของอีกฝ่าย
ฝ่ามืออบอุ่นคลอเคลียที่ข้างแก้มอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างที่โม่เหนียงยังคงเคลิบเคลิ้มกับัันั้น เขาก็เลื่อนปลายนิ้วมาลูบไล้ที่ริมฝีปากของนาง ลูบไปมาจนหัวใจของโม่เหนียงเริ่มระส่ำไม่เป็จังหวะ ยิ่งลูบ ใบหน้ามวลน้ำไม่ชัดเจนนั้นก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้
ในหัวของโม่เหนียงรู้แจ้งว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ แต่กลับหวั่นไหวจนไม่อาจขยับหนี นางยังจำจูบใต้น้ำตกได้ สิ่งที่เขาทำ เวลาที่เขาัั ช่างเป็ความวาบหวามที่เกินจะห้ามใจ
นางไม่อยากยอมรับ แต่ก็รู้ตัวดีว่ารอคอยให้เขาจูบนางอีกครั้ง ขนาดว่าเมื่อครู่ที่เขาอุกอาจขโมยจูบ แม้นางจะใและกลัวแต่ไม่มีความรู้สึกรังเกียจสักนิด ในใจลึกๆ นางยังรู้สึกพึงพอใจอีกด้วย
แน่นอน เขาจูบลงมาอีกครั้ง โม่เหนียงที่เมื่อครู่ยังกลัวว่าเขาจะจับนางกิน ยามนี้กลับตอบรับจูบของเขา ราวกับไม่อาจยับยั้งชั่งใจ หญิงสาวรู้สึกว่าแปลกประหลาดยิ่ง แม้คิดได้ว่าอีกฝ่ายอาจร่ายเวทใส่ตัวเอง แต่ความตื่นเต้นวาบหวามก็ยังคงมีมากกว่า ทำให้ในหัวไม่อาจคิดได้อย่างกระจ่างแจ้ง
หลินโม่เหนียงจำได้เพียงว่าเขาจูบและเริ่มััไปที่สะโพก นางรู้สึกเวียนศีรษะและใกล้หมดลม จากนั้นทุกสิ่งอย่างก็มืดลงทันที
สายลมพัดรุนแรง ส่งเสียงหวีดหวิวจนโม่เหนียงต้องลืมตาตื่น นางรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก แม้ว่าลืมตาแล้วทุกอย่างจะยังคงมืดสลัว แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าใกล้เช้าแล้ว เพราะด้านนอกเริ่มมีแสงสีเทา
โม่เหนียงลุกขึ้นนั่ง เตียงนอนของนางเปียกชุ่มไปหมด ดูแล้วน่าใอยู่บ้าง ไม่ต้องใช้เวลานึกคิด ภาพเหตุการณ์เมื่อวานก็วิ่งเข้ามาในความทรงจำ นางใช้เวลาใอยู่สักครู่ เมื่อก่อนเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้บ้าง แต่ส่วนใหญ่เตียงจะเปียกเพียงครึ่งเดียว แต่วันนี้ทั้งเตียงนอนของนางเปียกน้ำจนชุ่มไปหมด
แทนที่จะหวาดกลัว หญิงสาวฟังเสียงลมพัดจนหนวกหูนั่นแล้วทำเพียงสงสัยว่าเหตุใดตัวเองไม่รู้สึกหนาวทั้งที่เปียกไปหมดเช่นนี้ นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จัดการเก็บผ้าห่มผ้าปูที่เปียกโชก จากนั้นก็เข้าครัวและเตรียมอาหารเช้า ทำทุกอย่างราวกับเป็เื่ปกติ
หลังจากเช้าวันที่แสนวุ่นวาย หลินโม่เหนียงแม้จะทำตัวปกติ แต่นางยังจดจำเื่ราวเมื่อวานได้ไม่ลืม นางรอแล้วรอเล่าพระอาทิตย์กลับไม่ยอมออกมา วันนี้ลมแรง ท้องฟ้าปิดและมืดสลัว นางตัดสินใจเดินออกไปทางน้ำตกทั้งที่อากาศเลวร้ายเช่นนั้น
หญิงสาวถอดเสื้อผ้า เดินไปยืนใต้น้ำตก นางพยายามให้น้ำกระเซ็นถูกปลายยอดถันด้วยความตื่นเต้น ถึงอย่างไรนี่ก็เป็ครั้งแรกที่นางกล้าทำเื่เหลวไหลน่าอับอายเช่นนี้
ความรู้สึกยามน้ำตกไหลผ่านทรวงอกนั้น ช่างราวกับมีใครมาััก็ไม่ปาน นำพาให้ความวาบหวามเพิ่มพูนหลายเท่าทวี แม้ััจะรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ทำให้ปราณขุ่นใต้ท้องน้อยเดือดคลั่ง
หลินโม่เหนียงโยนทิ้งความอับอาย ถูกความกำหนัดครอบงำจนหน้ามืดตามัว นางยกสองมือมาบีบนวดและประคองอกอิ่ม หลับตาลงให้ััรับรู้ทางร่างกายชัดเจนยิ่งขึ้น นางอยากถูกัั ไม่อาจทำใจลืมเื่เมื่อวานได้แม้สักชั่วลมหายใจ
อากาศหนาวและสายน้ำเย็นเสียดกระดูกไม่อาจดับความร้อนรุ่มในกายของหญิงสาว โม่เหนียงเริ่มใช้มือของตัวเองััไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จินตนาการถึงร่างบุรุษโปร่งใส มือหนึ่งลูบไปยังกลีบท้อระหว่างขา อีกมือนวดคลึงทรวงอก ยามที่น้ำตกไหลรดยอดถัน แม้จะหนาวสั่นแต่ความรู้สึกกระสันกลับยิ่งรุนแรง
โม่เหนียงยืนเบียดสองขาไปมาให้นิ้วมืออุ่นัักลีบท้อ แต่เบียดเช่นไรก็ไม่อาจดับกระหาย ความสุขสมคล้ายหยุดอยู่ครึ่งทาง ไม่อาจเพิ่มไปมากกว่านี้ได้ แม้นางจะยังอยากให้สุขสมยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่อาจพาตัวเองไปยังจุดสุขสมนั้นได้ จนนางต้องขยับปลายนิ้วมือ แต่ก็ยังคงร้อนรุ่มเช่นเดิม
