ตอนที่ 1 ลมหายใจสุดท้ายของหมออัจฉริยะ
แสงไฟนีออนสีขาวจากเพดานทางเดินโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาวสะท้อนกับพื้นกระเบื้องแกรนิตโตจนดูราวกับกระจก เสียงล้อรถเข็นฉุกเฉินและเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบเป็จังหวะที่ "เจนนี่ เฉิง" คุ้นเคยยิ่งกว่าจังหวะหัวใจของตัวเองเสียอีก
ร่างระหงในชุดสครับสีเขียวขี้ม้าสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดเดินแกมวิ่งมุ่งหน้าไปยังห้องผ่าตัด ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของเธอทำให้พยาบาลและหมอฝึกหัดต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่ใช่เพราะเธอเป็คนดุร้าย แต่เพราะรังสีของความสมบูรณ์แบบที่แผ่ออกมานั้นกดดันจนไม่มีใครกล้าสบตา
"เคสหลอดเืหัวใจตีบเฉียบพลันจากห้องฉุกเฉิน เตรียมเครื่องมือพร้อมหรือยัง?" เสียงหวานแต่เฉียบขาดเอ่ยถามขณะที่เธอกำลังล้างมือตามขั้นตอนปราศจากเชื้อ
"พร้อมแล้วค่ะคุณหมอเฉิง วิสัญญีแพทย์สแตนด์บายแล้วค่ะ" พยาบาลหน้าห้องผ่าตัดตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
เจนนี่ไม่ตอบรับ เธอเพียงแค่พยักหน้าและก้าวเข้าไปในห้องผ่าตัดที่เย็นเฉียบ สำหรับเธอ ห้องผ่าตัดคือสมรภูมิ และเธอคือแม่ทัพที่ไม่เคยแพ้พ่าย... ตลอดห้าชั่วโมงเต็ม เจนนี่จดจ่ออยู่กับการเย็บต่อหลอดเืขนาดเล็กเท่าเส้นผม ความเหนื่อยล้าถูกกดทับไว้ภายใต้อะดรีนาลีนที่หลั่งไหล
เมื่อสัญญาณชีพของผู้ป่วยกลับมาคงที่ เจนนี่ถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผมใต้หมวกคลุม "ปิดแผลได้ ฉันจะไปทำสรุปเคส"
ขณะที่เธอกำลังเดินออกจากแผนกศัลยกรรมเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานส่วนตัว ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาขวางหน้า เขาถือช่อดอกกุหลาบสีแดงสดขนาดใหญ่ที่ดูขัดกับบรรยากาศโรงพยาบาล
"เจนนี่! ในที่สุดคุณก็ผ่าตัดเสร็จ ผมมารอคุณตั้งสามชั่วโมง" เขาคือ จื้อหย่วน ทายาทเ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่ตามตื๊อเธอมานานหลายเดือน
เจนนี่หยุดกะทันหัน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "คุณจื้อ ที่นี่คือโรงพยาบาล และฉันบอกคุณแล้วว่าอย่ามาดักรอแบบนี้"
"ผมแค่เป็ห่วง คุณทำงานหนักเกินไปแล้วนะ เย็นนี้ไปทานดินเนอร์ที่โรงแรมของผมเถอะ ผมจองเชฟมิชลินไว้ให้คุณโดยเฉพาะ..."
"ขอบคุณค่ะ แต่ฉันมีเคสต้องรีวิวอีกสี่เคส และต้องเตรียมเลกเชอร์สำหรับนักศึกษาแพทย์พรุ่งนี้เช้า" เจนนี่ตอบโดยไม่หยุดเดิน
จื้อหย่วนรีบก้าวตาม "เจนนี่ ฟังนะ เงินทองคุณก็มี ชื่อเสียงก็ระดับโลก ทำไมต้องทรมานตัวเองขนาดนี้? แบ่งเวลามาหาความสุขบ้างสิ ชีวิตไม่ได้มีแค่ห้องผ่าตัดนะ"
เจนนี่หยุดเดินอีกครั้ง คราวนี้เธอหันกลับมาสบตาเขาด้วยแววตาที่เ็าจนชายหนุ่มชะงัก "ความสุขของฉันคือการเห็นคนไข้รอดตาย ไม่ใช่การไปนั่งดื่มไวน์ราคาแพงในที่ที่คุยกันแต่เื่ไร้สาระ และที่สำคัญ... เวลาของฉันมีค่าเกินกว่าจะเอามาเสียกับคนที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากผลาญเงินพ่อแม่ไปวันๆ อย่างคุณ"
"เจนนี่! นี่คุณดูถูกผมเกินไปแล้วนะ!"
"ฉันไม่ได้ดูถูก ฉันแค่พูดความจริง" เจนนี่มองนาฬิกาข้อมือ "ห้านาทีที่คุณเสียไปกับการพูดประโยคเมื่อกี้ ฉันสามารถอ่านประวัติคนไข้ได้หนึ่งคนพอดี เชิญค่ะ ฉันมีงานต้องทำ"
เธอเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนหน้าถอดสีอยู่กลางทางเดิน
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดภายในห้องทำงานส่วนตัวทำให้เจนนี่รู้สึกถึง 'ความจริง' ที่เธอซ่อนไว้มาตลอดหลายสัปดาห์
ตึก... ตึก...
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มันกระตุกแรงจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้าย ความรู้สึกเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงแผ่ซ่านออกมา เจนนี่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ เธอหลับตาลง พยายามควบคุมการหายใจ
‘เราคงพักผ่อนน้อยเกินไป...คาเฟอีนในเืสูง...ความดัน...’ เธอวินิจฉัยตัวเองในใจอย่างรวดเร็ว
อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกเริ่มลามไปที่แขนซ้ายและกราม มันคืออาการคลาสสิกของ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเืที่เธอบอกคนไข้มานับร้อยครั้ง แต่น่าขำที่ตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้นกับศัลยแพทย์หัวใจอันดับหนึ่งอย่างเธอ
เจนนี่เอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ เธอตั้งใจจะโทรหา 'นายแพทย์ใหญ่สมชาย' หัวหน้าแผนกและอาจารย์ที่เธอเคารพ เพื่อขอตรวจอาการแบบเงียบๆ เพราะเธอไม่้าให้ใครรู้ว่า 'เครื่องจักรมีชีวิต' อย่างเธอกำลังจะพัง แต่ก่อนที่นิ้วจะกดเบอร์โทรศัพท์ โลกทั้งใบก็เหวี่ยงหมุนอย่างรุนแรง
"อึก..."
เสียงร้องแ่เบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ความรู้สึกเหมือนมีช้างทั้งตัวมาเหยียบอยู่บนหน้าอกทำให้เธอหายใจไม่ออก ออกซิเจนที่เคยสูดเข้าปอดอย่างง่ายดายกลับกลายเป็ของหายาก เจนนี่พยายามจะลุกขึ้นเพื่อไปที่ประตู แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้ความรู้สึก
เธอทำโทรศัพท์หลุดมือ เสียงเครื่องมือสื่อสารตกพื้นดัง เคร้ง! มันไถลออกไปจนสุดเอื้อม
ห้องทำงานที่เคยดูโอ่อ่ากลับกลายเป็กรงขังที่มืดมิดลงทุกที แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังค้างหน้าประวัติคนไข้ดูพร่าเลือน เจนนี่พยายามเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำ แต่กลับปัดมันจนตกแตกกระจาย
เศษแก้วบาดฝ่ามือของเธอ แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บ ความเ็ปเดียวที่ชัดเจนคือความทรมานที่ใจกลางทรวงอก
‘ไม่ใช่ตอนนี้... ฉันยังตายไม่ได้... พรุ่งนี้ยังมีผ่าตัด... ยังมีคนไข้ที่รอฉันอยู่...’
ความคิดสุดท้ายของเจนนี่ไม่ใช่เื่ของครอบครัวที่เธอไม่เคยมีเวลาให้ ไม่ใช่เื่ของความรักที่เธอปฏิเสธมาตลอดชีวิต แต่มันคือเื่ 'งาน' ที่เธอยึดมั่นจนลมหายใจสุดท้าย
ร่างกายของเธอกระตุกเฮือกหนึ่งก่อนจะฟุบลงกับพื้นโต๊ะทำงาน ใบหน้าซบลงกับกองเอกสารรายงานทางการแพทย์ ดวงตาที่เคยเป็ประกายฉลาดเฉลียวเริ่มพร่ามัวและปิดลงช้าๆ ความมืดมิดที่ลึกล้ำกว่าคืนไหนๆ กำลังกลืนกินเธอเข้าไป
ในห้องทำงานที่ปิดตายนั้น ไม่มีใครได้ยินเสียงลมหายใจสุดท้ายของหมอสาวผู้บ้างาน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานไปอย่างเ็า พร้อมกับหัวใจของศัลยแพทย์มือหนึ่งที่หยุดเต้นลงอย่างสงบ... และโดดเดี่ยวที่สุด
แต่ในความมืดมิดนั้นเอง เจนนี่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในบ่อน้ำที่ไม่มีก้น ความเย็นะเืเริ่มจางหายไป กลายเป็ความรู้สึกเปียกชื้นและความเ็ปตามร่างกายที่แตกต่างไปจากเดิม
เสียงอู้อี้ของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท...
"คุณหนูรอง! คุณหนูรองฟื้นสิเ้าคะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย! คุณหนูรองตกน้ำ!"
คุณหนูรอง? ใครคือคุณหนูรอง?
เจนนี่พยายามจะลืมตา แต่เปลือกตาของเธอมันหนักราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว พร้อมกับกลิ่นโคลนและน้ำเน่าที่ตีเข้าจมูก... นี่ไม่ใช่กลิ่นของยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล!
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เธอไม่เคยคาดฝัน... ในร่างของหญิงสาวที่ถูกตราชื่อว่า 'ตัวซวย' แห่งตระกูลหวัง ในยุคสมัยที่เธอไม่รู้จักแม้แต่น้อย
