“อาซานกลับมาแล้ว!” การกลับมาของเซี้ยงซานสร้างความอึกทึกให้กับช้างป่าเถื่อนทั่วทั้งเกาะ
บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์เป็สถานะพิเศษยวดยิ่งของเผ่าช้างป่าเถื่อน ช้างป่าเถื่อนที่ได้รับพรจากช้างศักดิ์สิทธิ์ล้วนแล้วเป็ผู้ที่มีพร์ในเส้นทางบำเพ็ญเพียรหาที่เปรียบมิได้ ซึ่งบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์นั้นจักกลายเป็ผู้นำเผ่าช้างป่าเถื่อนในอนาคต
“ท่านปู่ ข้าพานักหลอมอักขระิญญามาแล้ว” เซี้ยงซานะโ
“นักหลอมอักขระิญญา นักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์หรือ?” ช้างป่าเถื่อนตัวน้อยมองจูชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สำหรับเผ่าอนารยชนนักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์เป็เพียงตำนาน ว่ากันว่านักหลอมอักขระิญญาเป็ผู้มีพลังวิเศษ มีตาร้อยดวง ปากสิบปาก สามารถกินวัวได้เป็ร้อยตัว
ทว่านักหลอมอักขระิญญาที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วๆ ไปเลยสักนิด แล้วเขาจะสร้างเรือขนาดใหญ่ที่แล่นในมหาสมุทรแบบนั้นได้อย่างไร?
“ซานเอ๋อร์ เ้าปฏิบัติต่อแขกผู้มีเกียรติของเราเช่นนี้ได้อย่างไร?” ชายชราถือไม้เท้าเดินออกมา พอเห็นว่าจูชิงถูกเซี้ยงซานแบกอยู่บนบ่า รอยยิ้มขมขื่นพลันผุดขึ้นบนใบหน้า
ความเฉลียวฉลาดเป็จุดอ่อนของอนารยชนมาั้แ่ไหนแต่ไร ถึงจักมีผู้รอบรู้เฉกเช่นชายชราอยู่บ้าง ทว่าสติปัญญาโดยรวมทั่วไปของอนารยชนนั้นยังต่ำอยู่ กระทั่งเซี้ยงซานที่เป็บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ได้
ดังนั้น ทุกครั้งที่เซี้ยงซานออกไปข้างนอก ชายชราจะต้องอธิบายเื่เล็กเื่ใหญ่ทั้งหมดให้กับเซี้ยงซานเพื่อให้เซี้ยงซานทำตามที่เขาบอก เพราะเขากลัวว่าเซี้ยงซานจะก่อเื่ข้างนอกหรือถูกมนุษย์หลอกเอาได้
คราวนี้เขาดันลืมบอกเซี้ยงซานว่าห้ามใช้ความรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเซี้ยงซานลักพาตัวจูชิงกลับมาที่เกาะ
“สหายน้อย ข้าเป็นักปราชญ์ของเผ่าช้างป่าเถื่อน ขออภัยกับพฤติกรรมของซานเอ๋อร์ด้วย” ชายชรายิ้มเล็กน้อย
มีเพียงอนารยชนที่ฉลาดที่สุดเท่านั้นที่จักได้รับหน้าที่เป็นักปราชญ์ ซึ่งนักปราชญ์ในเผ่าอนารยชนสูงศักดิ์ยิ่งกว่าหัวหน้าเผ่าเสียอีก!
จูชิงยิ้มเจื่อน เขาจะพูดอะไรได้ในเมื่อที่นี่คือถิ่นฐานของช้างป่าเถื่อน!
“ท่านปู่ ข้าเป็คนพาเขากลับมานะ!” เซี้ยงซานวางจูชิงลงตรงหน้าชายชราราวกับ้าความดีความชอบ
ชายชราพยุงจูชิงพลางยิ้ม “เ้ามีกลิ่นไอพลังนักหลอมอักขระิญญาอยู่จริงๆ ด้วย”
จูชิงถึงกับผงะ เขาไม่ยักรู้ว่านักหลอมอักขระิญญามีกลิ่นไอพลังที่เป็เอกลักษณ์ แต่พอลองคิดครวญดูแล้ว สิ่งที่ช้างป่าเถื่อนหมายถึงน่าจะเป็พลังิญญาที่มีในเฉพาะนักหลอมอักขระิญญากระมัง
“พวกเ้าพาข้ามาที่นี่ คงไม่ใช่แค่พามาดูว่าข้าเป็นักหลอมอักขระิญญาหรือไม่ใช่ไหม?” จูชิงกลอกตา
“เดิมทีข้าขอให้เขาชักชวนเ้ามาเป็แขกเผ่าช้างป่าเถื่อน คิดไม่ถึงว่าเขาจักไปลักพาตัวเ้ามาเช่นนี้ เป็เพราะข้าไม่รอบคอบเอง อาซานไม่ได้ทำร้ายเ้าใช่หรือไม่?” ชายชราถาม
“ข้าไม่เป็ไร” จูชิงยิ้มพลางส่ายศีรษะ
ทว่าหัวใจของจูชิงกลับเต้นเร็วจวนจะหลุดออกจากอก ถึงตัวไม่ได้รับาเ็ ทว่าก็ใจนแทบหัวใจวาย เขาเห็นสัตว์อสูรดุร้ายมากมายในมหาสมุทร ถ้าไม่ระวังเขาจักต้องกลายเป็อาหารของพวกมันอย่างแน่นอน
มีแค่ช้างป่าเถื่อนอย่างเซี้ยงซานเท่านั้นแหละที่เห็นสัตว์อสูรพวกนั้นเป็อากาศธาตุ ถึงได้กล้าว่ายน้ำต่อหน้าพวกมันแบบนั้นโดยไม่เกรงกลัว
“พวกเราช้างป่าเถื่อนอยากร่วมมือกับนักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์มาตลอด แต่ก็ไม่เคยมีโอกาส บังเอิญซานเอ๋อร์พบเ้าที่เมืองสมุทร์ พวกเราก็เลยอยากเชิญเ้ามาที่นี่” ชายชรากล่าว
สิ่งที่ชายชราผู้นั้นกล่าวไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว แท้จริงแล้วนักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์ไม่เพียงแค่ไม่เต็มใจร่วมมือกับอนารยชน แต่ยังหวาดระแวงด้วยซ้ำ เพราะหากอนารยชนที่มีสติปัญญาต่ำมีศัสตราวุธจักกลายเป็ภัยหายนะกับมนุษย์ แม้จะไม่ใช่ศัสตราวุธิญญาก็ตามที
กระทั่งในหมู่มนุษย์ด้วยกันยังเคร่งครัดกับเื่นี้มาก ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้ศัสตราวุธไปถึงมือเผ่าอนารยชนง่ายๆ อย่างแน่นอน
ผู้แกร่งกล้าเผ่ามนุษย์สามารถตระหนักเข้าใจอักขระิญญาฟ้าดิน หยั่งรู้ถึงความลึกลับของวิชายุทธ์ วิชาลับ วิชาต้องห้าม หรือแม้แต่วิชายุทธ์มหาอำนาจได้ ทว่าอนารยชนไม่มีความสามารถนั้น วิชายุทธ์ที่พวกเขาฝึกฝนล้วนมาจากเผ่ามนุษย์ทั้งสิ้น!
“ร่วมมือ? ร่วมมืออะไร?” จูชิงตะลึงงัน เขาเพิ่งรู้จักเผ่าอนารยชนไม่นาน เขาไม่ค่อยเข้าใจเผ่าอนารยชนสักเท่าไหร่นัก
“ศัสตราวุธิญญา พวกเรา้าศัสตราวุธิญญา เรือล่าสัตว์และวิชายุทธ์!” ชายชรายังพูดไม่ทันจบ เซี้ยงซานก็พูดโพล่งเสียงดัง
ศัสตราวุธิญญาเป็สิทธิบัตรของเผ่ามนุษย์ อนารยชน่ชิงศัสตราวุธมาเพียงได้ไม่กี่ชิ้นจากเผ่ามนุษย์ แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่อนารยชนจักแลกเปลี่ยนศัสตราวุธิญญากับมนุษย์ได้
ส่วนเรือล่าสัตว์ก็มีการควบคุมปริมาณการขายอย่างเคร่งครัด เรือล่าสัตว์ช่วยเพิ่มความสามารถในการล่าสัตว์อสูรได้อย่างยอดเยี่ยม ความเสี่ยงของอนารยชนก็จะลดลง ในเวลาเดียวกันยังทำให้พละกำลังของอนารยชนเพิ่มสูงขึ้นด้วย
อีกอย่างก็คือวิชายุทธ์ค่อนข้างยืดหยุ่นกว่าสองอย่างแรกที่กล่าวถึง ซึ่งเผ่ามนุษย์จะขายวิชายุทธ์ให้กับอนารยชนทุกปี ทว่าไม่ว่าจักเป็วิชายุทธ์ที่สูงแค่ไหนก็ไม่เกินระดับมนุษย์ อีกทั้งวิชาทั้งหมดยังถูกเขียนลงบนกระดาษ
ปกติแล้ววิชายุทธ์ที่สำคัญจะถูกบันทึกไว้บนหนังสัตว์ โดยหนังสัตว์เ่าั้ก็คือหนังของสัตว์อสูร หลังจากผ่านกระบวนการสามารถอยู่ได้เป็พันปีโดยไม่เน่าเปื่อย ทำให้สามารถส่งต่อให้กับอนุชนคนรุ่นหลังได้ ทว่าถ้าเขียนบนกระดาษ วิชายุทธ์ดังกล่าวอย่างมากก็เก็บได้แค่ 2-3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ชื้นเช่นมหาสมุทร เป็เื่ปกติที่มันจะถูกทำลายภายในเวลาไม่ถึงปี
โชคดีที่ในยุคดึกดำบรรพ์มีอนารยชนแกร่งกล้าไม่ด้อยไปกว่าเผ่ามนุษย์ มรดกที่ทิ้งไว้หลังความตายถูกพบโดยอนารยชน ในที่สุดพวกเขาก็ได้บางสิ่งมา
“พวกเ้าหาผิดคนแล้ว” จูชิงส่ายศีรษะ ถึงเขาจะเป็นักหลอมอักขระิญญาทว่าก็รู้เพียงผิวเผินเท่านั้น รู้จักอักขระิญญาเพียงไม่กี่อักขระ การที่จะเอาอักขระิญญาพวกนั้นมาหลอมเป็ศัสตราวุธิญญายากยิ่งหยั่งถึง
“อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเลย พวกเราเผ่าช้างป่าเถื่อนให้ค่าตอบแทนได้มากเท่าที่เ้า้า” ชายชรายิ้มเล็กน้อย
จูชิงยิ้มเจื่อน “ปัญหาไม่ใช่ค่าตอบแทน แต่อักขระิญญาที่ข้ารู้มีแค่เล็กน้อย ข้ามิได้ชำนาญอักขระิญญามากขนาดนั้น”
ชายชราตาเป็ประกาย “แล้วถ้าข้าให้อักขระิญญากับเ้าได้ล่ะ?”
“อักขระิญญา? เ้ามีอักขระิญญาด้วยรึ?” จูชิงตะลึงลาน จับจ้องมองชายชราอย่างเหลือเชื่อ
ไม่ว่าเป็แผ่นดินใหญ่หรือมหาสมุทร ขุมพลังอำนาจล้วนแล้วควบคุมอักขระเข้มงวดสุดแสน น้อยมากที่อักขระิญญาจักหลุดออกมา เว้นเสียแต่ว่าจะเป็ผู้สืบทอดโดยตรงของขุมพลังอำนาจ จึงเป็เื่ยากที่จักได้ัักับอักขระิญญาเ่าั้
ทว่าอนารยชนที่ไม่รู้จักอักขระิญญากลับบอกว่ามีอักขระิญญา!
“แต่ข้าต้องแน่ใจก่อนว่าเ้าเป็นักหลอมอักขระิญญา!” ชายชราสะบัดมือ ทันใดนั้นเสาหินก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน!
มันคือเสาหินขัด ทว่าไม่มีกลิ่นไอของอักขระิญญาใดอยู่เลย!
ครั้นเห็นเสาหิน ดาวดวงเล็กประกายแสงวิบวับในดวงตาเซี้ยงซาน เขาอยากถือเสาหินไว้ในอ้อมแขนแทบอดใจไม่ไหว เขาอยากมันมานานแล้ว เขาเคยขอท่านปู่หลายครั้ง ทว่าท่านปู่ไม่ยอมเอาเสาหินมาทำเป็ศัสตราวุธให้กับเขา
ใช่แล้ว เสาหินที่ใหญ่ั์ยิ่งกว่าตัวจูชิงเป็ศัสตราวุธของช้างป่าเถื่อน!
“กึง กึง กึง!” จูชิงเคาะเสาหิน เสียงทุ้มต่ำดังสะท้อนก้องกังวาน
“เป็หินที่แข็งมาก เทียบเท่ากับศัสตราวุธิญญาบุษราระดับต่ำ!” จูชิงเอ่ยชม
“มันคือหินหัวใจมหาสมุทร หาได้ในทะเลที่ลึกต่ำกว่า 10,000 ฟุตเท่านั้น ท่านปู่เจอหินหัวใจมหาสมุทรหลังจากที่ดำลึกลงไป 15,000 ฟุต” เซี้ยงซานพูดอย่างภาคภูมิใจ
“15,000 ฟุต!” จูชิงใยวดยิ่ง ยิ่งดำลึกลงไปเท่าไหร่ แรงดันน้ำทะเลก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทะเลลึก 15,000 ฟุต แรงดันน่าพรั่นพรึงเพียงพอที่จะบดขยี้คนให้ตายได้ ชายชราร่างผอมคนนี้ดำลงไปลึกขนาดนั้น ทั้งยังนำของสิ่งนี้กลับขึ้นมาได้อย่างนั้นรึ?
“มันเป็ศัสตราวุธิญญาบุษราระดับต่ำ แต่ถ้าไม่มีพลังของอักขระิญญาก็เท่านั้น” ชายชราส่ายหัว
จริงอย่างที่เขาว่า แม้ว่าศัสตราวุธิญญาบุษราระดับต่ำจักไม่เลว ทว่าถึงเป็ศัสตราวุธิญญาบุษราระดับต่ำ มีอักขระิญญากับไม่มีอักขระิญญานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“เ้าเป็นักหลอมอักขระิญญาก็น่าจะหลอมอักขระิญญาอักขระิญญาแกร่งกล้าที่เป็อักขระิญญาพื้นฐานได้ใช่หรือไม่” ชายชราเอ่ยถาม
“นิดหน่อย” จูชิงพยักหน้า
“งั้นมาลองดูกัน!” ชายชราชี้ไปที่เสาหินหัวใจมหาสมุทร
จูชิงขมวดคิ้ว “ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะร่วมมือกับอนารยชนเสียหน่อย”
ชายชรายิ้มเล็กน้อย “คำโกหกไม่มีความหมายต่อหน้าข้า!”
“ท่านปู่อ่านใจคนได้ เวลาข้าโกหกมักถูกท่านปู่จับได้เสมอ” เซี้ยงซานพูดเสริม
“เพราะเ้าโง่เองมากกว่ากระมัง อย่างเ้าถ้าพูดโกหกไม่ว่าใครก็มองออกทั้งนั้น” จูชิงถลึงตาใส่เซี้ยงซาน
“เอาละ ข้ายอมรับว่าข้าในิดหน่อย แต่ถ้า้าพิสูจน์ว่าข้าเป็นักหลอมอักขระิญญา เ้าเองก็ควรพิสูจน์ด้วยมิใช่หรือ?” จูชิงถาม
“เด็กมนุษย์เ้าเล่ห์เอ๋ย ข้าแก่ขนาดนี้แล้วไม่มีเหตุผลอะไรต้องโกหกเ้า” ชายชรายิ้มแล้วหยิบกระดองเต่าออกมาจากถุงเอกภพ!
จูชิงเห็นแบบนั้นก็ตาเป็ประกาย “อยากให้วาดอักขระิญญาแกร่งกล้ากี่อักขระ?”
“หนึ่งร้อยอักขระ!” ชายชรายกนิ้วชี้
จูชิงหัวเราะ “ไม่มีปัญหา!”
ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของชายชรา จูชิงใช้พู่กันเขาแรดวาดอักขระลงบนเสาหินหัวใจมหาสมุทร ถึงจะล้มเหลวบ้างในบางครั้ง ทว่าความเร็วในการวาดค่อนข้างเร็ว เมื่อรวมกันแล้วใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็เสร็จสมบูรณ์!
“วิ้ง!” ครั้นอักขระสุดท้ายทับซ้อนเสร็จสิ้น แสงสีทองอ่อนๆ ประกายออกมาจากเสาหินหัวใจมหาสมุทรแล้วผสานลงไปในเสาหิน
หลังจากได้กระดองเต่าแล้ว จูชิงลูบเส้นอักขระบนกระดอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
มันคืออักขระิญญาซึ่งมิใช่อักขระิญญาที่กำเนิดโดยธรรมชาติ หากแต่เป็อักขระิญญาที่สลักขึ้นโดยมนุษย์ วิจิตรงดงามแสนพรรณนา อักขระิญญาเชื่อมต่อกับลวดลายเดิมบนกระดองเต่า จากการคาดเดาของจูชิง อักขระิญญานี้อย่างน้อยก็น่าจะเป็ขั้นบุษราระดับต่ำ หรืออาจเป็ขั้นบุษราระดับกลาง!
