ตอนที่ 8 คืนสุดท้ายในโลกศิวิไลซ์ ลาก่อนนครจงหนาน
แสงไฟนีออนของนครจงหนานในยามราตรีวูบไหวสะท้อนบนกระจกนิรภัยของคอนโดมิเนียมหรูชั้นที่ 88 สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ประหนึ่งสรวง์กำลังหลั่งน้ำตาอาลัยให้กับนางพญาผู้กำลังจะจากลาโลกใบนี้ไปตลอดกาล หลินชิงเซวียน ยืนนิ่งอยู่ริมระเบียง มือเรียวบางประคองแก้วไวน์แดงราคาแพงทว่ารสชาติกลับขื่นปร่าอยู่ในลำคอ
บนข้อมือของเธอ ตัวเลขวินาทีสีทองยังคงหมุนวนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
[ 1 วัน : 02:15:20 ]
หลินชิงเซวียนครุ่นคิดในใจว่า... กาลเวลาในโลกใบนี้สำหรับเธอช่างสั้นนัก ประหนึ่งหมอกควันในยามเช้าที่เพียงแสงแดดสาดส่องก็มลายหายไป ทรัพย์สินนับพันล้านที่เธอกว้านซื้อมาตลอดหกวันถูกเปลี่ยนเป็ ยอดูเาเสบียง และ คลังโอสถที่หลับใหลอยู่ในจี้หยกมรกต สิ่งเดียวที่ยังคงค้างคาอยู่ในขั้วหัวใจ... คือการบอกลาสิ่งที่เรียกว่า มิตรภาพ เพียงหนึ่งเดียวที่เธอมี
"เมี๊ยว~ (เ้านาย... ท่านจะยืนดราม่าตากฝนให้เป็หวัดก่อนทะลุมิติหรือไง? น้ำพุวิเศษในมิติน่ะรักษาไข้หวัดได้ก็จริง แต่ข้าไม่อยากแบกร่างที่จามฟุดฟิดของท่านข้ามกาลเวลานะ!)" เสี่ยวไป๋ ะโขึ้นมานั่งบนราวระเบียง ขนสีขาวสะอาดของมันนิ่งสนิทราวกับมีเกราะกำบังที่มองไม่เห็นคอยกันเม็ดฝนไว้
"เสี่ยวไป๋..." หลินชิงเซวียนพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความอาดูร
"ในโลกนั้น... ฉันจะมีโอกาสได้ยืนมองแสงสีที่สวยงามแบบนี้อีกไหม?"
"เมี๊ยว! (ในโลกนั้นท่านจะสร้างแสงสีของตัวเองขึ้นมา! และข้าขอเตือนนะเ้านาย... เข้าไปดูสวนสมุนไพรในมิติเสียหน่อยเถอะ ก่อนที่มันจะกลายเป็ ป่าดงดิบ เพราะพลังของน้ำพุนั่น!)"
หลินชิงเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอวางแก้วไวน์ลงแล้วหลับตาลงนิ่ง ลึกเข้าไปในมโนสำนึก... เธอถ่ายโอนจิติญญาเข้าสู่มิติส่วนตัวทันที
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่มิติ กลิ่นหอมอบอวลที่เข้มข้นจนเกือบจะกลายเป็ความหวานก็พุ่งเข้าปะทะจมูก หลินชิงเซวียนลืมตาขึ้นแล้วต้องยืนตะลึงงันประหนึ่งถูกสาปให้เป็หิน
ที่ดินสีดำขลับที่เธอเคยโรยเมล็ดพันธุ์และหัวพันธุ์สมุนไพรไว้เมื่อวานนี้ บัดนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
ต้นโสมคนเกรดจักรพรรดิที่ควรจะใช้เวลาเติบโตนับร้อยปี กลับชูช่อแผ่กิ่งก้านสาขาเขียวชอุ่ม หัวของมันโตเท่าข้อมือเด็กทารกและส่งแสงนวลจางๆ ออกมา เห็ดหลินจือสีแดงเพลิงขนาดใหญ่เท่าร่มกันฝนงอกเงยซ้อนทับกันเป็พะเนินเทินทึก และที่น่าทึ่งที่สุดคือ หญ้าคืนิญญา ที่เธอซื้อมาจากตลาดมืดเพียงไม่กี่กอ บัดนี้มันกลับขยายพันธุ์จนเต็มพื้นที่ ประหนึ่งทุ่งหญ้าสีเงินที่พริ้วไหวตามแรงลมทิพย์
ความรู้สึกนึกคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในใจ... นี่ไม่ใช่การเพาะปลูกธรรมดา แต่มันคือ การกลั่นกรองพลังงานชีวิต น้ำพุวิเศษที่เธอรดลงไปเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงมหาศาลที่เร่งปฏิกิริยาของเวลาให้สั้นลงเพียงชั่วข้ามคืน
หัวใจของเธอพลันตั้งคำถาม... หากสมุนไพรเหล่านี้มีฤทธิ์แรงกล้าขนาดนี้ เธอจะสามารถ ชุบชีวิต กู้เยี่ยนเฉินที่พิการในนิมิตนั่นให้กลับมาเดินได้อีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่วันได้จริงๆ ใช่ไหม?
จิติญญาของเธอประหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมคำถามที่ว่า... พระเ้ามอบอำนาจล้นฟ้าขนาดนี้มาไว้ในมือเธอ เพื่อให้เธอไปเป็เพียง เมียทหาร หรือเพื่อให้เธอไปเป็ นายเหนือหัว ของยุคสมัยที่กำลังจะไปถึงกันแน่?
"เมี๊ยว~ (เห็นหรือยังล่ะ? โสมพวกนี้อายุไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปีแล้วนะ! ถ้าท่านเอาไปขายในตลาดมืดยุค 70 ท่านจะกลายเป็เศรษฐีนีที่รวยที่สุดในมณฑลภายในสิบนาที!)" เสี่ยวไป๋เดินนวยนาดข้ามทุ่งโสมอย่างภาคภูมิใจ
หลินชิงเซวียนย่อตัวลงััใบไม้ที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำพุวิเศษ สัญชาตญาณศัลยแพทย์เตือนเธอว่า นี่คืออันตรายที่อาจทำให้สูญเสียอวัยวะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทาง พลังงานที่บริสุทธิ์ไหลผ่านฝ่ามือเข้าสู่เส้นเืของเธอ ชะล้างความเหนื่อยล้าสะสมตลอดเจ็ดวันจนเกลี้ยงเกลา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความหวั่นไหวเป็ความมาดมั่นที่ไร้ก้นบึ้ง
"ในเมื่อ์มอบ ปืนใหญ่ มาให้... ฉันก็จะถล่มโชคร้ายทุกอย่างให้ยับเยิน!"
เวลา 19:30 น. ณ ภัตตาคารหม้อไฟที่หรูหราที่สุดในนครจงหนาน
หลินชิงเซวียนนั่งอยู่หน้าหม้อไฟที่กำลังเดือดพล่าน ควันสีขาวลอยอบอวนปกคลุมใบหน้าที่สงบนิ่งของเธอ ตรงข้ามกันนั้นคือ ซ่งเจีย ศัลยแพทย์หญิงร่าเริงซึ่งเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอมาั้แ่สมัยเรียนแพทย์
"ชิงเซวียน! ยัยหมอหน้าตาย! วันนี้เธอมาแปลกนะ ชวนฉันมากินของอร่อยแถมยังสั่งเนื้อวากิวระดับ A5 มาจนล้นโต๊ะแบบนี้ หรือว่า... เธอแอบไปถูกหวยรางวัลที่หนึ่งมา?" ซ่งเจียหัวเราะร่าพลางคีบเนื้อลงหม้อ ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยของซ่งเจีย เธอกำลังกรีดร้องด้วยความทึ่ง...
“ปกติยัยนี่เข้มงวดเื่อาหารยังกับอะไรดี แต่วันนี้สายตาเธอมองฉัน... ทำไมมันดูเศร้าจนฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลยนะ?”
หลินชิงเซวียนจิบน้ำชาเงียบๆ ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ
"เจียเจีย... ของพวกนี้ ฉันยกให้เธอ"
ซ่งเจียชะงักตะเกียบค้าง
"อะไรเนี่ย? พินัยกรรมเหรอ? อย่ามาล้อเล่นนะยะ ฉันยังอยากเห็นเธอเป็ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่นะ!"
"มันคือข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดที่ฉันทำค้างไว้..." หลินชิงเซวียนเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ บาดลึก
"รวมถึงรหัสเซฟลับในห้องทำงานของฉัน ในนั้นมีทองคำแท่งและเงินสดจำนวนหนึ่งที่ฉันจัดการไว้ให้ในชื่อของเธอ... ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่ เธอจงใช้มันดูแลมูลนิธิเด็กกำพร้าที่เราเคยไปช่วยกัน และที่สำคัญ... อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี อย่าทำงานหนักจนลืมมีชีวิต"
ความสงสัยจู่โจมเข้ามาในห้วงความคิดของซ่งเจีย...
“คำพูดเหมือนจะไปตายแบบนี้มันอะไรกัน? หรือว่าเธอป่วยเป็โรคร้ายแรงที่รักษาไม่ได้? ไม่สิ... คนอย่างหลินชิงเซวียนไม่มีทางยอมแพ้ต่อโรคง่ายๆ แน่!”
"เซวียนเซวียน... เธอมีเื่อะไรปิดบังฉันอยู่ใช่ไหม? บอกฉันสิ! ฉันเป็เพื่อนเธอนะ!" ซ่งเจียวางตะเกียบ แววตาที่เคยขี้เล่นเริ่มสั่นไหวด้วยน้ำตา
หลินชิงเซวียนเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนสนิท ััที่เย็นเยียบทว่ามั่นคง ลึกๆ ในใจของเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า... นี่คือการเห็นหน้าเพื่อนคนนี้เป็ครั้งสุดท้ายในกาลเวลา
"ฉันแค่ต้องเดินทางไกล... ไกลมากเสียจนอาจจะติดต่อกันไม่ได้อีก" หลินชิงเซวียนยิ้มจางๆ เป็รอยยิ้มที่สวยงามทว่าแฝงไปด้วยความขมขื่น
"จดจำฉันในฐานะหมอที่เก่งที่สุดนะเจียเจีย... และจงมีชีวิตอยู่เพื่อรักษาคนไข้แทนฉันด้วย"
ในมุมมืดของความคิด ซ่งเจียกลับรู้สึก... ราวกับว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะสลายกลายเป็อากาศธาตุ ความกดดันในบทสนทนานี้รุนแรงเสียจนเธอทำได้เพียงพยักหน้าทั้งน้ำตา
"ตกลง... ฉันจะรอ... ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันจะรอวันที่เธอกลับมาด่าฉันเื่คีมคีบสำลีอีก!"
หลินชิงเซวียนพยักหน้าสั้นๆ เธอรีบทานอาหารมื้อสุดท้ายเพื่อปกปิดหยดน้ำตาที่เกือบจะไหลออกมา จิตใต้สำนึกของเธอร้องเตือนขึ้นมาทันทีว่า... หากเธอยังลังเลอยู่ตรงนี้ หัวใจของเธออาจจะแตกสลายก่อนที่จะได้ไปช่วยเด็กๆ เ่าั้
เวลา 22:45 น.
หลินชิงเซวียนกลับมาถึงคอนโดมิเนียม เธอเดินไปที่ห้องสมุดส่วนตัว ที่เธอกว้านซื้อหนังสือตำราแพทย์ กฎหมาย วิศวกรรมเบื้องต้น และวรรณกรรมคลาสสิกที่เธอสะสมไว้ทั้งหมดเข้ามิติด้วยความเร็วแสง
ทันใดนั้นเอง!
วิ้งงงงงง!
จี้หยกมรกตที่คอพลันสั่นะเือย่างรุนแรง แสงสีแดงชาดวาบขึ้นมาปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน ความร้อนแรงดุจเปลวเพลิงแผ่ซ่านออกมาจากหยกจนิัของเธอเริ่มแดงก่ำ
สัญชาตญาณศัลยแพทย์เตือนเธอว่า นี่คืออันตรายที่อาจทำให้สูญเสียอวัยวะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทาง ตัวเลขสีทองที่เคยนับถอยหลังอย่างเป็ระเบียบกลับหมุนเร็วขึ้นจนมองแทบไม่ทัน!
[ 0 วัน : 01:00:00 ] [ 0 วัน : 00:30:00 ] [ 0 วัน : 00:10:00 ]
"เกิดอะไรขึ้น!" หลินชิงเซวียนร้องออกมาด้วยความใ
"ทำไมเวลาถึงลดลงเร็วขนาดนี้?!"
ทำไมกัน? เสียงในมโนสำนึกกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเ็า... 'ชะตากรรมของเด็กน้อยเ่าั้รอไม่ไหวแล้ว... กงล้อจะหมุนเดี๋ยวนี้!'
"เสี่ยวไป๋! เข้ามาเร็ว!"
เสี่ยวไป๋กระโจนเข้าหาอ้อมกอดของหลินชิงเซวียนในวินาทีที่แสงสีมรกตะเิออกท่วมห้อง แสงสว่างเจิดจ้าจนโลกทั้งใบกลายเป็สีขาวโพลน
หลินชิงเซวียนรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ ก่อนจะถูกหลอมรวมใหม่ในหลุมดำที่ไร้กาลเวลา ความเ็ปรุนแรงเสียจนเธอแทบจะสิ้นสติ ทว่าในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เธอเห็นภาพนิมิตชัดเจนที่สุด...
เด็กน้อยสามคนกำลังกอดกันกลมท่ามกลางสายฝนในหมู่บ้านหมอกเมฆา และเงาร่างของชายหนุ่มบนรถเข็นที่กำลังเอื้อมมือออกไปในอากาศอย่างสิ้นหวัง
"รอแม่ก่อนนะ... แม่กำลังไปหาพวกเ้าแล้ว!"
สิ้นเสียงะโในใจ ร่างของหลินชิงเซวียนมหาเศรษฐีนีสาวแห่งปี 2026 ก็อันตรธานหายไปจากคอนโดมิเนียมหรู ทิ้งไว้เพียงแก้วไวน์ที่ยังคงมีหยดไวน์แดงเหลืออยู่ ประหนึ่งหยดเืที่ถูกทิ้งไว้เป็หลักฐานของการจากลาชั่วนิรันดร์
