บางทีอาจเป็เพราะตะเกียงกรรมของสำนักยุทธ์ว่านจ้ง จึงทำให้ถูกเรียกว่าคนใกล้ตาย ดังนั้น ฉินอวี่จึงรู้สึกปกติ ไม่สะทกสะท้าน หรือหวาดกลัวอะไรเหมือนคนทั่วไปกับคำพูดถึงคนใกล้ตายของจู๋ฮวง อีกอย่าง ด้วยประสบการณ์การตายของฉินอวี่ ยิ่งทำให้เขาไม่รู้สึกหวาดกลัวกับความตาย
ความสงบของฉินอวี่ทำให้จู๋ฮวงใ ในใจของเขารู้สึกได้ว่าฉินอวี่ อาจจะกำลังตกตะลึง สิ่งนี้ทำให้จู๋ฮวงเป็กังวลในใจ และรีบพูดออกไปทันที “นับั้แ่นี้เป็ต้นไป ขอเพียงเ้าเลิกติดต่อกับผู้ไถ่โทษ และบวกกับวิชาซ่อนปราณที่ข้าสอนเ้า เ้าก็สามารถหลบซ่อนสรวง์ได้” จู๋ฮวงเป็กังวลใจอย่างมาก หากเด็กคนนี้มีความท้อใจขึ้นมา จะไม่ทำให้เขาต้องถูกฝังไปพร้อมกับเด็กคนนี้หรอกหรือ? เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ในใจของจู๋ฮวงก็เริ่มรู้สึกเศร้าใจ
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฉินอวี่กระตุกขึ้นทันที อวดฉลาด จู๋ฮวงวัยเด็กผู้นี้มีความอวดฉลาดเป็นิสัยเลยจริงๆ เพียงแต่นี่่ก็เป็สิ่งที่ฉินอวี่้าจะเห็น นี่คือสิ่งที่จู๋ฮวงได้ปกปิดตนเองไว้ั้แ่ต้น ตอนนี้ จึงเป็เวลาที่จะทำให้เขายอมพูดออกมาทีละเล็กทีละน้อย
“เ้ากำลังพูดถึงวิชาซ่อนปราณแบบไหนหรือ? ถึงสามารถปกปิดจาก์ได้? เ้าคงไม่ได้หลอกให้ข้าช่วยเ้าหาพลังของแผ่นผนึกใช่ไหม?” ฉินอวี่ถามไปอย่างไม่เชื่อคำพูดเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเป็วิชาปกปิดลมหายใจอยู่หลายชนิด การเข้าร่วมท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณีในครั้งนี้ ฉินอวี่ก็ใช้วิชาซ่อนปราณของสมัยโบราณชนิดหนึ่งเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของคนอื่นๆ มาตอนนี้จู๋ฮวงได้พูดถึงวิชาซ่อนปราณที่สามารถหลอกลวง์ได้ นี่เป็เื่ที่ฉินอวี่ยากจะเชื่อจริงๆ
“หากคิดว่าข้าหลอกเ้า ถ้าอย่างนั้นเ้า้าที่จะอยู่กับผู้ไถ่โทษต่อไปใช่ไหม?” จู๋ฮวงเยาะเย้ยในใจ แต่เขาก็ได้แต่พึมพำอยู่ในใจ ทันใดนั้น เขาก็พูดขึ้นทันที “แน่นอน วิชาซ่อนปราณนี้มีชื่อว่าวิชาลวง์ สร้างขึ้นโดยคนที่้าจะปิดบัง์ในยุคหงหวงตอนต้น หากสามารถซ่อนลมปราณของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ถึงระดับหนึ่ง แม้แต่์ก็สามารถปกปิดได้!”
“บอกเคล็ดวิชาของมันให้ข้าฟังก่อน!” ฉินอวี่กล่าว
จู๋ฮวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง วิชาลวง์นี้เขาได้มาอย่างยากลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีที่มาที่ไปซึ่งไม่ธรรมดา
“ช่างเถอะ อย่างไรก็เป็แค่คนใกล้ตาย บอกเขาไปแล้วจะเป็อะไรไป?” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จู๋ฮวงก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยเคล็ดวิชาโดยย่อออกมา
“ในเมื่อ์มีิญญา ก็ย่อมมีปัญญา ด้วยความทะเยอทะยานของข้า จึงคิดจะสร้าง... การลวง์...”
ฉินอวี่ท่องจำวิชาลวง์ไปทีละคำที จากนั้น จึงเริ่มทำตามสิ่งที่บอกไว้ในวิชาลวง์ แต่หลังจากทดลองดูหลายครั้ง ก็ยังไม่สามารถจะปกปิดพลังปราณได้ จึงถามขึ้นทันที “ทำไมใช้ไม่ได้ล่ะ?”
“จะรีบร้อนทำไม เ้าคิดว่าวิชาลวง์ฝึกได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ? เ้าจดจำไว้ก่อนเถอะ รอให้ข้าได้ดูดซับพลังแผ่นผนึกเสียก่อน แล้วข้าจะสอนวิธีใช้งานให้กับเ้า!” จู๋ฮวงกลัวว่าฉินอวี่จะได้สิ่งที่้าแล้วจะไม่สนใจตนเอง เขาจึงยั้งมือไว้ก่อน
ฉินอวี่เองก็ไม่รีบร้อน แต่ถามกลับไปอย่างสงสัย “เ้าแน่ใจหรือว่าสามารถปกปิด์ได้?”
“แน่นอน!” จู๋ฮวงกล่าวอย่างมั่นใจอย่างเต็มปากเต็มคำ แต่กลับแอบก่นด่าอยู่ในใจ “ระดับการฝึกฝนอย่างเ้า ต่อให้มอบวิชาลวง์ที่สมบูรณ์ให้จะไปมีประโยชน์อะไร? หรือคิดจะปกปิด์จริงๆ? หากคนขั้นกุมารทิพย์สามารถปกปิด์ได้ มันจะไม่เกินจริงไปหน่อยหรือ?”
“คิดว่าข้าเป็เด็กสามขวบหรือ? ข้าก็อยากรู้นักว่าเ้ามีของดีอยู่มากน้อยเพียงใด” ฉินอวี่ยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ขณะที่ทั้งสองคนต่างมีเจตนาร้ายบางอย่างแอบแฝง ลานประลองกลับเต็มไปด้วยพลังสังหารสีดำสนิท ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านล่างงานประลองต่างจ้องมองรอยฝ่ามือมากมายที่อยู่บนม่านพลังด้วยความตกตะลึง และในผนึกฝ่ามือนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยกระบี่จำนวนมาก ที่กระจายตัวกันเหมือนเมล็ดถั่วบนม่านพลัง
“นี่คือการโจมตีแบบไหนกัน? ผนึกฝ่ามือหรือ? แต่ผนึกฝ่ามือที่มีอักษรอยู่พบเห็นได้น้อยนัก? แล้วฝุ่นเล็กๆ นั่นคืออะไร? มันคือการโจมตีด้วยวิถีกระบี่ของหวังตั๋วหรือ?”
“เป็ไปได้อย่างไร? มองอะไรไม่เห็นเลย นี่คือการทำอะไร? แล้วเมฆสีดำที่ม้วนตัวอยู่ในนั้นคืออะไรกัน!”
“ไม่สิ ด้วยพละกำลังของหวังตั๋ว เขาควรจะสังหารคนขั้นกุมารทิพย์นี่ตั้งนานแล้วมิใช่หรือ?”
“หวังตั๋วผู้นี้มีประวัติไม่ธรรมดา เขาเป็มือกระบี่ของูเาเซียนกระบี่ การโจมตีของเขานั้นทรงพลัง การต่อสู้ครั้งนี้ต้องไม่มีข้อสงสัยสิจึงจะถูก!”
“แม้ว่าแดนต้าโหมวเทียนจะไม่ใหญ่โต แต่เหล่าอัจฉริยะกลับปรากฏขึ้นไม่ขาดสาย เ้าเด็กขั้นกุมารทิพย์คนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว!”
ขณะที่ถูกคนกำลังจับกลุ่มวิจารณ์กันอยู่นั้น ผนึกฝ่ามือที่อยู่ในม่านพลังของลานประลองก็รวมเข้าด้วยกัน ราวกับแม่น้ำที่ไหลรวมลงท้องทะเล จนกลายเป็ฝ่ามืออสูรขนาดใหญ่
“เปรี้ยง ตูม ตูม!”
ม่านพลังสั่นะเือย่างรุนแรง เกิดเสียงะเิดังกึกก้อง เมื่อพลังอสูรสีดำในม่านพลังหายไป ทุกคนก็มองเห็นร่างอันคลุมเครือที่โชกไปด้วยเืกำลังพิงอยู่กับม่านพลัง
ที่ใจกลางลานประลองวงแหวน ชายหนุ่มคนนั้นยังคงยืนถือกระบี่อยู่ในมือ เสื้อผ้าของเขาเป็ระเบียบเรียบร้อย แต่ใบหน้าที่มั่นใจในตนเองของเขากลับเต็มไปด้วยความใและหวาดกลัว ภายใต้การจ้องมองของทุกคน ชายหนุ่มคนนี้ได้ล้มลงไปอย่างแข็งทื่อในทันที กระบี่ยาวเจ็ดฉื่อตกลงกระแทกพื้น!
“ฮู้!” ทุกคนที่อยู่ใต้ลานประลองต่างถอนหายใจทันที และมองไปยังชายหนุ่มที่ล้มลงไปด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ
“เป็ไปได้อย่างไรกัน! หวังตั๋วเป็มือกระบี่แห่งูเาเซียนกระบี่ จะพ่ายแพ้ได้อย่างไร?”
“ตายแล้วหรือ? หวังตั๋วตายแล้ว? แล้วทำไมเขาจึงไม่ยอมแพ้ก่อนจะตายเล่า? ทำไมเขาจึงไม่ได้รับาเ็อะไรเลย?”
“เอ่อ... เป็ไปได้หรือไม่ว่าหวังตั๋วเสียชีวิตไปโดยไม่มีเวลาที่จะยอมแพ้ด้วยซ้ำ? พละกำลังของคนขั้นกุมารทิพย์ระดับต้นคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนกัน?
“คนผู้นี้... ไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่!”
แม้ว่าการท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณีจะเต็มไปด้วยความดุเดือด แต่บนลานประลอง มีน้อยคนนักที่ถึงแก่ความตาย นั่นเป็เพราะหากรู้ว่าสู้ไม่ชนะก็สามารถยอมแพ้ได้ ดังนั้น เมื่อผู้เข้าร่วมรู้สึกว่ากำลังมีภัยคุกคามที่ถึงแก่ชีวิต ก็สามารถถอนตัวยอมแพ้ไปได้ และหากเอ่ยปากขอยอมแพ้ ผู้แข็งแกร่งที่ปกป้องสถานที่ประลองจะเข้าไปแทรกแซงทันที
แต่ตอนนี้... หวังตั๋วกลับตายไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูจากลักษณะของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะตายในทันทีด้วย!
ทุกคนต่างมองไปยังโหมวชิงเฟิงที่โชกไปด้วยเื และเอนกายพิงม่านพลังด้วยความตกตะลึง แม้แต่เหล่าอสูรธรณีบนยอดเขาต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมทันที
ูเาเซียนกระบี่ นับเป็สถานที่พิเศษในแดนต้าโหมวเทียน และูเาเซียนกระบี่แห่งนี้ก็ไม่คิดจะรับศิษย์เข้าสำนัก มีเพียงยอดฝีมือของูเาเซียนกระบี่ที่จะทำการออกตามหาเหล่าอัจฉริยะที่เหมาะสมกับวิถีกระบี่จากสถานที่ต่างๆ ในแดนต้าโหมวเทียนด้วยตนเอง และคนทีู่เาเซียนกระบี่ให้ความสนใจก็เป็ผู้มีความโดดเด่นทั้งสิ้น แม้ว่าแต่ละคนจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งอย่างหลี่เฉิงเซียน แต่พละกำลังก็แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะในด้านวิถีกระบี่
แม้ว่าพละกำลังของผู้เป็อสูรธรณีจะแข็งแกร่ง แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมั่นใจว่าสามารถสังหารหวังตั๋วได้ หากคิดสังหารหวังตั๋วบนลานประลอง ก็จะต้องฆ่าให้ตายในครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถปล่อยโอกาสให้หวังตั๋วได้เลยแม้แต่น้อย
“ขั้นกุมารทิพย์ระดับต้น! คนผู้นี้... จะต้องเป็ผู้น่ากลัวอย่างมากในภายหน้าแน่นอน” อสูรธรณีจำนวนมากต่างพูดด้วยความใ
ฉินอวี่มองไปยังโหมวชิงเฟิงที่อยู่บนลานประลอง รอยยิ้มที่ดูพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา โหมวชิงเฟิง ในที่สุดเ้าก็ทำได้แล้ว!
ต้องบอกเลยว่า การสังหารหวังตั๋วอย่างกะทันหันของโหมวชิงเฟิง ในใจของผู้ฝึกตนทุกคนล้วนเกิดเป็รอยตราที่ไม่อาจทำลายได้ฝังอยู่ภายใน ในการท้าประลองต่อๆ มา จึงแทบไม่มีใครกล้าท้าประลองโหมวชิงเฟิงเลย ถึงแม้จะจับฉลากได้โหมวชิงเฟิง แต่ก็ล้วนยอมแพ้ไปทั้งสิ้น ท้ายที่สุด ก็ไม่มีผู้ใดกล้าจะตามรอยหวังตั๋ว
สิบวันต่อมา!
การท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณีได้สิ้นสุดลง อันดับต่อมา การต่อสู้เพื่อจัดลำดับก็เริ่มขึ้น
ฉินอวี่ซึ่งอยู่ในอันดับสี่เป็ที่จับตามองของคนจำนวนมาก เป็เพราะในการท้าประลองทุกครั้งจะถูกท้าประลองได้เพียงครั้งเดียว และฉินอวี่ก็ถูกอสูรธรณีหนุ่มในอันดับหกท้าประลองไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างประหลาดใจคือ ฉินอวี่ได้ยอมพ่ายแพ้ไปแล้ว ท้ายที่สุด ฉินอวี่จึงตกจากอันดับสี่ลงมายังอันดับที่หกของอสูรธรณี
ภายใต้การเยาะเย้ยของเหล่าอสูรธรณี ฉินอวี่มีสีหน้าเรียบเฉย มือขวาของเขาวางลงบนแผ่นผนึกบนยอดเขาลูกที่หก
ไม่นานนักหลังจากที่ฝุ่นทั้งหมดสลายไป ทุกคนต่างออกไปจากลานท้าประลอง
ในจวนพำนักแห่งหนึ่ง ณ เมืองเทียนโหมวชั้นนอก
“เปรี้ยง ตูม ตูม!” ในจวนแห่งนี้ดูเหมือนจะกลายเป็แอ่งฟ้าผ่า สายฟ้าได้ส่งเสียงดังขึ้นกึกก้อง
“หลี่โหย่วฉาย ข้าสาบานเลยว่าจะต้องเอาศีรษะเ้าเซ่นดวงิญญาของเหลยเฉียนหลง!”
