“ต้นเหตุเป็เพราะเ้า เ้ายังไม่สำนึก ยังกล้าต่อรองกับข้าอีกงั้นเหรอ” จางซินเบี่ยงตัวแล้วยกมือขึ้นกอดอกอย่างเอาแต่ใจ
“ดอกถงเซาเป็ของวิเศษที่ท่านตามอบให้ มันเป็ของ ๆ ข้า หากข้าไม่เต็มใจใครก็เอาไปไม่ได้”
“เอาล่ะเทพธิดาจางซิน ข้ารับปากเ้า” ตงหยางไม่อยากเสียเวลาจึงยอมรับข้อเสนอของนาง ก่อนจางเหว่ยจะหันไปสบตากับเพื่อนรัก แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“ในเมื่อประมุขตงหยางยอมรับปากเ้า ข้าก็จะฝืนใจรับปากเ้าด้วยอีกคน จงบอกจุดประสงค์สองข้อของเ้ามา” สิ้นเสียงของราชันจางเหว่ย เทพธิดาจางซินจึงปล่อยยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความหมาย
“ข้อแรกข้าขอให้ท่านพี่ ยกโทษให้ข้าทั้งหมด จะไม่มีการลงโทษข้าเกิดขึ้น หลังจากิเยว่หายดี รับปากได้หรือไม่” ราชันจางเหว่ยหันไปยังร่างเล็กที่นอนตัวซีดอยู่ แล้วจำใจรับปากแต่โดยดี ก่อนหญิงสาวจะหันไปยังประมุขตงหยางด้วยสายตาเป็ประกายแล้วพูดขึ้น
"ข้อที่สอง หากประมุขตงหยางจะพาิเยว่กลับไปยังเผ่ามาร มีข้อแม้ว่าท่านต้องพาข้าไปด้วย” ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนประมุขตงหยางจะนิ่งเงียบไป พลางเลื่อนสายตาไปยังิเยว่ที่นอนซมอยู่ ก่อนตัดสินใจพยักหน้าตอบรับ
“ได้ ข้ารับข้อเสนอนี้” เทพธิดาจางซินได้ยินดังนั้นจึงมอบดอกถงเซาให้กับประมุขตงหยาง ก่อนเขาจะนำไปรักษาธิดาหมิงเยว่เพื่อดูดเอาพิษของันิลออกจากกาย
เพียงเวลาไม่นานิเยว่ก็รู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้น พบใบหน้าหล่อเหลาของประมุขตงหยางทอดมองนางด้วยความเป็ห่วง หญิงสาวพยายามพยุงตัวลุกขึ้น ทว่าเขาห้ามไว้แล้วส่งยิ้มเมตตาให้
“ร่างกายของเ้าต้องพักฟื้นอีกหน่อย ข้าจะให้เทพโอสถดูแลเ้าอีกสักวันสองวัน แล้วจะพาเ้าไปยังเผ่ามาร หลังจากนี้ข้าจะเป็คนฝึกฝนเ้าเอง” ิเยว่ได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้ว
“แต่ข้ายังไม่สำเร็จพลังิญญาขั้นสาม ท่านบอกว่าจะมารับข้าก็ต่อเมื่อข้าสำเร็จพลังิญญาขั้นสามไปแล้วมิใช่เหรอ” ชายหนุ่มนิ่งเงียบแล้วพูดขึ้น
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว นับจากนี้ ข้าจะฝึกเ้าด้วยตัวเอง” เทพฉางจือที่ยืนอยู่ ก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง เพราะลึก ๆ แล้วรู้สึกพิเศษกับนางไม่น้อย
ิเยว่พยักหน้ารับด้วยความดีใจ ทว่าร่างกายยังคงอ่อนแอเกินกว่าจะขยับได้ นางจึงเผลอหลับไปอีกครั้ง ก่อนที่อ้อมแขนของประมุขตงหยางจะรับร่างนางได้ทัน พร้อมเทพโอสถที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ภายในสวนไผ่ขาวขนาดใหญ่ สายลมอ่อนพัดให้ความเย็นสบายพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาเป็ระลอก ร่างของราชันจางเหว่ยปรากฏขึ้นพร้อมย่อตัวลงนั่งยังเก้าอี้หิน แล้วจับจ้องมองสหายของเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“เ้าจะจ้องข้าเช่นนั้นอีกนานไหม” ตงหยางในชุดสีดำพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เ้าคิดดีแล้วเหรอ ที่จะให้จางซินไปอยู่ที่เผ่ามาร นางเป็เด็กเอาแต่ใจและนิสัยไม่ดีเป็ที่สุด จะอยู่ที่นั่นได้อย่างไร” ตงหยางยกชาขึ้นดื่มแล้วเลื่อนสายตามองดูความสวยงามด้านหน้า ก่อนพูดขึ้น
“เ้าก็รู้ว่านางมีนิสัยเกเรเอาแต่ใจ แต่เ้าเองมิใช่เหรอ ที่ตามใจนางจนเสียคนขนาดนี้” คำพูดของประมุขตงหยางทำให้จางเหว่ยชะงักนิ่ง แล้วพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี
“ข้าผิด ข้ารู้ แต่ตอนนี้เ้าเปลี่ยนใจยังทัน”
“จะเปลี่ยนใจได้ยังไง ในมือข้ารับข้อเสนอของนางมาแล้ว”
“ข้าจะไม่อนุญาตให้นางไป” ตงหยางปล่อยยิ้มแล้วพูดขึ้น
“จางเหว่ย ตอนนี้เ้าไม่ใช่โอรสเผ่าเทพเหมือนก่อน ที่จะทำอะไรตามใจได้ ตอนนี้เ้าเป็ถึงราชันเผ่าเทพ เป็ประมุขปกครองเผ่าต่าง ๆ มีอำนาจในสูงสุดในมือ เ้าจะไม่รักษาคำพูดไม่ได้ ในเมื่อพวกเรารับปากจางซินไว้ อย่างไรก็ต้องทำตาม” จางเหว่ยถอนหายใจแล้วพูดขึ้น
“เ้าไม่โกรธเหรอ ที่นางเป็คนวางแผนให้ิเยว่ไปที่เขาไท่ซานจนได้รับาเ็กลับมา หากิเยว่เป็อะไรไป สรรพชีวิตต้องรับเคราะห์อย่างหนักหนาสาหัส เ้าเองก็หนีไม่พ้นเคราะห์กรรมนี้ด้วยเช่นกัน แต่ข้าไม่เห็นเ้ากล่าวโทษจางซินเลยสักคำ” ตงหยางนิ่งเงียบแล้วพูดขึ้น
“ข้ารู้ว่าจางซินไม่ตั้งใจทำร้ายิเยว่”
“ไยเ้าคิดเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะจางซิน ิเยว่จะไปที่เขาไท่ซานได้อย่างไร”
“จางซิน นางรู้ว่ามีดอกถงเซาอยู่ในมือ หากิเยว่ได้รับอันตรายกลับมา ยังไงซะถงเซาที่อยู่ในมือนาง ก็รักษาิเยว่หาย ที่นางทำไปอาจเพราะอยากช่วยิเยว่เปิดพลังิญญาจริง ๆ ก็ได้ เพียงแต่เป็วิธีที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ทว่าเจตนาไม่ร้ายแรง ข้าจึงไม่คิดเอาโทษนาง” ราชันจางเหว่ยได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจวางความโกรธลง แล้วพูดขึ้น
“หากพลังของิเยว่ไม่เปิดออก เ้าจะทำยังไง จะให้ข้ากลับไปเอาเกล็ดันิลกลับมาดีหรือไม่” ตงหยางส่ายศีรษะ
“จะไม่มีใครไปยังเขาไท่ซานอีก ันิลมีพลังิญญาของเทพไท่ซานคุ้มครอง ยังมีพิษอันร้ายกาจที่ไม่มีทางรักษา ข้าจะไม่ยอมให้ใครเข้าไปเสี่ยงแบบนั้นอีกเป็แน่ ข้าเชื่อว่าต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้ เ้าอย่าพึ่งกังวลใจไปเลย” ตงหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
