ญาญ่าเงยหน้ามองหยวนเป่า สายตาของนางเปี่ยมด้วยประกายแห่งความหวังและความชื่นชมที่มิอาจปกปิดได้
หยวนเป่าถูกสายตาวิบวับของเด็กหญิงมองจนทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง เขากระแอมไอเสียงเบา “ภายหน้าอย่าคุกเข่าพร่ำเพรื่อให้ผู้อื่นง่ายๆ อีก ใต้เข่าบุรุษมีทองคำ [1] สตรีก็เช่นกัน”
ประโยคที่ตอบกลับอย่างกะทันหันนี้ทำให้ญาญ่าตกตะลึงชั่วครู่ ทว่านางเป็คนฉลาดรู้ความ จึงกลอกตาที่เปล่งประกายคู่นั้นไปมาด้วยเข้าใจความหมายของหยวนเป่า เพราะเมื่อครู่ตอนอยู่ในห้อง นางคุกเข่าเพื่อขอร้องให้พี่ชายน้อยช่วยท่านย่า ดังนั้นพี่ชายน้อยจึงไม่อยากให้นางคุกเข่าให้เขาอีก
พี่ชายน้อยช่างดีนัก
ญาญ่าประทับใจจนอยากร่ำไห้ รู้สึกเพียงว่าหัวใจของตนอบอุ่นยิ่ง
เหตุใดนางจะไม่รู้ ว่ามิควรคุกเข่าให้ผู้อื่นง่ายๆ?
ทว่านางอายุยังน้อย ไม่มีของมีค่าอื่นใดที่สามารถนำมามอบให้ได้ นอกจากการโขกศีรษะขอบคุณแล้ว ยังจะมีการกระทำใดที่ใช้แสดงความสำนึกในบุญคุณจากใจของนางได้อีกหรือ?
“พี่ชายน้อย ท่านพ่อเองก็เคยเอ่ยคำนี้กับข้า เขาบอกว่าเป็คนต้องมีความมุ่งมั่นและทระนงในศักดิ์ศรี ถึงแม้ญาญ่าจะเป็สตรี แต่ก็มิอาจยอมแพ้ให้กับบุรุษได้!”
ญาญ่าเอ่ยปาก
คำกล่าวนี้แฝงความคะนึงหา ทั้งยังมิอาจปกปิดความเข้มแข็งของนางได้อีกด้วย
หยวนเป่าหันศีรษะมองญาญ่า
เขาไม่มีบิดา ไม่เคยมีคนพูดคำเหล่านี้กับเขา ดังนั้นเขาจึงมองดูท่าทีเคารพรักที่แสนหวนคะนึงนั้นของญาญ่า คิดว่าบิดาของเด็กหญิงตรงหน้าเป็คนที่วิเศษผู้หนึ่ง ก่อนที่พริบตาถัดมา หยวนเป่าจะเห็นดวงตาปลาบปลื้มคู่นั้นหันมามองที่ตัวเขาเอง นางกล่าวว่า “พี่ชายน้อย ท่านช่างเป็คนดีนัก ให้ความรู้สึกเหมือนท่านพ่อของข้าไม่มีผิด ทำให้ข้าสงบใจและพึ่งพิงได้...”
หยวนเป่า “...!”
ความมืดครึ้มพลันคลุมเต็มใบหน้า ดวงหน้าเล็กๆ ของเขาที่เพิ่งจะคลายลงเล็กน้อยก็กลับมาบึ้งตึงอีกหน
ข้าอายุแค่ห้าขวบมิใช่หรือ? เหตุใดจึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็บิดาของเ้า?
หยวนเป่ารู้สึกสำลักเสียจนมิอาจพูดคำใดออกมาได้
แม่นางโง่งมผู้นี้ตั้งใจหาเื่เขาใช่หรือไม่? นางตั้งใจยั่วโทสะของเขาโดยเฉพาะ!
ทว่าญาญ่ามิได้รับรู้เลยสักนิดว่าหยวนเป่าโมโหคำพูดของนางแล้ว นางเอ่ยพึมพำคล้ายพูดกับตนเองว่า “พี่ชายน้อย ท่านพ่อของข้าเป็วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เขาเก่งกาจยิ่ง ทั้งวิชายุทธ์ของท่านพ่อก็สูงส่ง และยังเป็ศิษย์ดีเด่นของผู้เฒ่าฟู่อีกด้วย ปีนั้นก่อนไปรบ เขาบอกว่าจะกลับมาพาข้าไปเที่ยวเล่นที่เมืองหลวง ทว่าข้ารอมาสองปีแล้ว ท่านพ่อก็ยังไม่กลับมา...”
เด็กหญิงตัวน้อยพูดไม่หยุด หยวนเป่าเองก็มิได้เอ่ยอันใด เพียงฟังนางพูดเท่านั้น
“บางคราข้าก็รู้สึกว่าท่านพ่ออาจจากไปแล้ว เพราะเห็นท่านย่าแอบเช็ดน้ำตายามเรียกชื่อท่านพ่ออยู่บ่อยๆ...”
เสียงของญาญ่าสะอื้นเล็กน้อย
นางเป็เด็กรู้ความ เหตุใดจะมองไม่ออกถึงใยแมงมุมและรอยเท้าของม้า [2] ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตผู้คนเล่า? ทว่าในใจของนางยังคิดถึงคำที่ท่านพ่อเคยพูดกับนาง จึงดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อความจริง
แม่นางน้อยผู้นี้ ดวงตาของนางเปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำตา หยวนเป่ามองจนทนไม่ไหว เขาเป็เด็กที่มักใจอ่อนอยู่เสมอ ช่างเถิด... จะคิดเล็กคิดน้อยกับเด็กผู้หนึ่งไปไย แม้ว่าเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้จะโง่เง่า ซื่อบื้อ ทั้งยังชอบร้องไห้และเอ่ยวาจาดีๆ ไม่เป็ ทว่าผู้ใดใช้ให้เขาเป็คนใจดีเล่า อย่าไปโมโหเด็กเช่นนางเลย
“หยุดร้องเถิด สิ่งนี้มอบให้เ้า”
หยวนเป่าหยิบขนมแบะแซออกมาสามเม็ดจากชายเสื้อ ซึ่งเป็สิ่งที่ท่านแม่มอบไว้ให้กับเขา ที่จริงแล้วเขาไม่ชอบของที่มีรสหวานและเหนียวเหล่านี้ ทว่าในเมื่อท่านแม่มอบให้ เขาก็ยินดีที่จะกิน ก่อนหน้านี้เขากินไปหนึ่งชิ้นแล้ว จึงเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้ ยามนี้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าทั้งอยากร่ำไห้และอยากอดกลั้นก็รู้สึกสงสารยิ่ง จึงหักใจปล่อยของรักให้นาง
สิ่งของทั้งหมดที่มารดามอบให้ หากเขามอบให้ผู้อื่น ล้วนเป็การหักใจทั้งสิ้น
ขนมแบะแซถูกหุ้มด้วยกระดาษห่อขนมอย่างดี ทั้งเล็กและน่ารักเป็อย่างยิ่ง ญาญ่าจำของสิ่งนี้ได้ ต้องเป็ร้านขายขนมหวานที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงถึงจะหาซื้อได้ นางจึงไม่เคยกินมาก่อน
“พี่ชายน้อยมอบให้ข้าหรือ?”
ญาญ่าถามอย่างระมัดระวัง ดวงตาของนางมีร่องรอยซาบซึ้ง
หยวนเป่าส่งเสียงอืมในลำคอ ท่าทางยังคงเ็าเป็อย่างยิ่ง
ญาญ่าค่อยๆ บรรจงหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แกะกระดาษห่อขนมออกแล้วใส่ขนมเข้าไปในปาก ความหวานแผ่ซ่านเต็มปากของนาง อร่อยจนนางต้องหยีตา ดวงตาโค้งเป็เสี้ยวพระจันทร์
“อร่อยเหลือเกิน...”
ญาญ่าเอ่ยเสียงเบา
ลูกอมเม็ดนี้เป็ขนมที่หอมหวานที่สุดเท่าที่นางเคยกินมา หวานจนทะลุเข้าไปในดวงตาและหัวใจ กระทั่งต่อให้เวลาผ่านไปอีกหลายปี ตอนที่นางโตเป็สาวโฉมสะคราญ หากมีคนถามว่าอาหารโปรดของนางคือสิ่งใด? สิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของนางก็คือรสชาติของขนมชิ้นนี้...
“ให้เ้าทั้งหมด”
เมื่อหยวนเป่าเห็นท่าทางที่ทั้งประทับใจและหลงใหลของญาญ่า เด็กน้อยผู้มีใบหน้าบึ้งตึงก็มอบขนมที่เหลืออีกสองเม็ดวางไว้ในมือของนาง
“ข้ามิได้้ามากมายถึงเพียงนี้”
เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง หยวนเป่าส่ายหน้าเบาๆ พลางกล่าวทิ้งท้ายว่า “ข้าไม่ชอบกิน หากเ้ามิ้าก็โยนทิ้งไปเสีย”
เด็กหญิงตัวน้อยเก็บขนมแบะแซอย่างระมัดระวัง
“ครั้งท่านพ่อยังอยู่ เขาเคยซื้อขนมให้ข้าทาน แต่ขนมนี้ข้าเพิ่งเคยทานเป็คราแรก อร่อยเป็อย่างยิ่ง ขอบคุณมากเลยเ้าค่ะ พี่ชายน้อย”
ญาญ่าโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตารื้นน้ำของเด็กหญิงตัวน้อยเปี่ยมด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม
หยวนเป่า พี่ชายน้อยที่นางรู้จักไม่ชอบเอ่ยวาจา เป็นางที่พูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่นางกลับไม่รู้สึกอ้างว้างเลยสักนิด
ความปลาบปลื้มในหัวใจของญาญ่ามิอาจใช้คำใดพรรณนาออกมาได้ พี่ชายน้อยกับพี่หญิงคนงามช่วยนางกับท่านย่าดั่งเป็คนใต้บังคับบัญชา พี่ชายน้อยให้ขี้ผึ้งแก่นาง พี่ชายน้อยมาเยือนที่พักของนาง พี่ชายน้อยรู้วิชาแพทย์ สามารถช่วยท่านย่าของนางได้ และพี่ชายน้อยยังให้ขนมแก่นางด้วย...
พี่ชายน้อยดีกับนางมากจริงๆ
หยวนเป่ามิได้กล่าวคำใด เด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้ช่างวุ่นวายนัก ให้ขนมแค่สองเม็ดก็ซาบซึ้งจนเป็เช่นนี้แล้ว
“พี่ชายน้อย เหตุใดท่านถึงไม่พูดหรือ? ไยจึงให้ข้าพูดอยู่คนเดียวแล้วท่านไม่เอ่ยคำใดเล่า?”
ญาญ่ากินขนม นางเพียงรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับอีกฝ่ายใกล้ชิดกันอีกขั้น ดังนั้นจึงกล้าถามออกมา
หยวนเป่าก้มศีรษะลง ที่ปลายเท้าของเขามีรังมดอยู่ เขากำลังเฝ้าดูมดย้ายรัง เมื่อได้ยินเสียงของญาญ่า เขาก็มิได้เงยหน้าขึ้นมา “ให้กล่าวอันใด?”
“ยกตัวอย่างเช่น บิดาของพี่ชายน้อยเป็อย่างไร? เป็วีรบุรุษเหมือนบิดาของข้าหรือไม่...”
หยวนเป่า “...!”
สตรีโง่ผู้นี้ ช่างเป็คนกาใดน้ำไม่เดือดกลับหยิบกานั้น [3] เสียจริง
เหตุใดจึงได้โง่เง่าถึงเพียงนี้
หยวนเป่าเงยหน้าขึ้นพลางจ้องญาญ่าตาเขม็ง
ญาญ่าอึ้งไปครู่หนึ่ง พี่ชายน้อยกำลังจ้องนางหรือ? เหตุใดพี่ชายน้อยจึงจ้องมาที่นางเล่า?
ใบหน้าของเด็กหญิงใสซื่อบริสุทธิ์ นางพูดอันใดผิดไปใช่หรือไม่?
หยวนเป่าลุกขึ้น ใบหน้าขมวดตึง ไม่กล่าววาจาสักคำก็ก้าวเท้าเดินไปเบื้องหน้า
“พี่ชายน้อย ท่านจะไปที่ใดหรือ รอญาญ่าด้วย...”
ญาญ่ารีบวิ่งตาม
ฤดูกาลนี้มีบุปผาดอกเล็กแย้มบานอยู่โดยรอบมากมาย กลิ่นหอมรัญจวนแตะจมูก ญาญ่าหยิบแตงกวาลูกเล็กจากสวนส่งให้หยวนเป่า พี่ชายน้อยของนางดูท่าทางไม่ค่อยเป็สุข ก่อนนี้แม้ว่าหน้าตาของเขาจะบูดบึ้ง แต่ก็ไม่เคยขมวดคิ้ว ทว่ายามนี้ใบหน้าของเขากลับมืดครึ้มคิ้วขมวด
เช่นนั้น พี่ชายน้อยเป็อันใดไปหรือ?
นางไม่รู้ว่าคำว่าบิดาเป็เกล็ดั [4] ในหัวใจของหยวนเป่า เป็เื่ที่คิดได้แต่กลับมิกล้าเอ่ยถึง
“พี่ชายน้อย ท่านรอประเดี๋ยว ข้ายังมีเื่อยากกล่าวกับท่าน...”
เชิงอรรถ
[1] ใต้เข่าลูกผู้ชายมีทองคำ 男儿膝下有黄金 (nán ér xī xià yǒu huáng jīn) เป็สุภาษิตจีนโบราณ หมายถึง ลูกผู้ชายควรมีศักดิ์ศรี ไม่คุกเข่าให้ใครง่ายๆ
[2] ใยแมงมุมและรอยเท้าของม้า 蛛丝马迹 (zhū sī mǎ jì) อุปมาถึง การที่คนเราสามารถหาที่อยู่ของแมงมุมได้จากใยแมงมุม และหาทิศทางการเดินของม้าได้จากรอยเท้าม้า หมายถึง เบาะแสหรือร่องรอยที่หลงเหลือไว้ให้สืบหาต้นตอ
[3] กาใดน้ำไม่เดือดกลับหยิบกานั้น 哪壶不开提哪壶 (nǎ hú bù kāi tí nǎ hú) เป็สำนวนหมายถึง ทำเื่ที่ไม่ควรทำ หรือพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด
[4] เกร็ดั 逆鱗 (Nì lín) หมายถึง เกล็ดใต้คอั ซึ่งหันทิศตรงข้ามกับเกล็ดในบริเวณอื่น เชื่อกันว่าหากผู้ใดแตะเกล็ดนี้ ัจะโกรธจัดและฆ่าคนผู้นั้น
