เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว สวีชิงเจียยังไม่ทันได้ตอบสนอง พอเธอได้สติ เด็กหนุ่มแต่งกายทันสมัยคนนั้นก็กำลังตะเกียกตะกายอยู่ในแม่น้ำแล้ว โชคดีที่ตื้น เด็กหนุ่มตะเกียกตะกายสองสามทีก็ยืนขึ้นเองได้ แต่ร่างกายเปียกปอนไปหมด ปากซีดเป็สีม่วงเพราะความหนาว ฟันกระทบกันกุกกัก แม้แต่แรงที่จะเดินขึ้นมาก็ยังไม่มี
สวีเจียคังเอื้อมมือไปดึงเขาขึ้นมาบนฝั่ง ขมวดคิ้วถามว่า “นายเป็ญาติใคร มาจากบ้านไหน เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เ้าหนุ่มคนนี้น่าจะนั่งรถยนต์คันนั้นมา ไม่รู้เป็ญาติผู้เคราะห์ร้ายของบ้านไหน
เด็กหนุ่มสั่นเทิ้มส่ายหน้า ไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะความหนาว
เห็นสภาพน่าสงสารของเขา สวีชิงเจียจึงถอดถุงมือให้ “เอาไปปิดหน้าหน่อย จะได้อุ่นขึ้น ไม่ได้มาเยี่ยมญาติเหรอ?”
เด็กหนุ่มใช้ถุงมือเช็ดหน้าอย่างแรง ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างสั่นเทา
สวีชิงเจียจึงบอกสวีเจียคังว่า “พาเขากลับบ้านเราก่อนเถอะ”
สวีเจียคังแปลกใจ ไม่ได้มาเยี่ยมญาติแล้วจะมาหมู่บ้านพวกเขาทำไม? แต่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก ไม่อย่างนั้นต้องป่วยแน่ เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเปียกปอนแค่ไหน สวีเจียคังถอดเสื้อแจ็คเก็ตบุขนของเด็กหนุ่มที่ดูดน้ำจนหนัก แล้วถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองให้เด็กหนุ่มใส่ มือหนึ่งหิ้วเสื้อผ้าที่เปียก อีกมือหนึ่งดึงเด็กหนุ่มแล้ววิ่งไป
สวีชิงเจียจูงสวีเจียหยาง หิ้วตะกร้าปลาตามหลังไป
เด็กหนุ่มถูกสวีเจียคังลากกลับบ้าน เขากำลังจะกลายเป็ก้อนน้ำแข็ง วิ่งแทบไม่ไหว โชคดีที่สวีเจียคังแข็งแรง ลากและฉุดเด็กหนุ่มกลับบ้าน
หลิวหงเจินกำลังกินซาลาเปาไส้เนื้ออยู่ในห้อง หลังจากขี่จักรยานมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง เธอก็หิวอีกแล้ว พอกลับมาก็พบว่าไม่มีใครอยู่บ้าน แม้แต่สวีเจียเหวินที่ไม่ชอบออกจากบ้านก็ไม่อยู่ หลิวหงเจินจึงกลับห้องกินซาลาเปาไส้เนื้อของตัวเอง อดใจไม่ไหวก็กินไปอีกหนึ่งลูก ซาลาเปาเย็นไม่อร่อยเท่าซาลาเปาร้อน แต่ก็ทำจากแป้งข้าวเ้า คำเดียวก็มันเยิ้ม อร่อยเหมือนเดิม
หลิวหงเจินเลียปากอย่างไม่เต็มใจ ถือซาลาเปาลูกที่สามลังเลอยู่พักหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากลานบ้าน คิดว่าเป็ลูกชายกลับมา พออกไปดูก็เห็นสวีเจียคังลากคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในลานบ้านอย่างร้อนรน พอจ้องมองดีๆ ก็เห็นคนคนนั้นยังคงมีน้ำไหลซึมอยู่ทั่วตัว
ต้องเป็เ้าเด็กเหลือขอคนนี้ก่อเื่แน่ หลิวหงเจินรีบเดินออกไป “คังจื่อ แกทำอะไรน่ะ!”
สวีเจียคังไม่สนใจเธอ ลากเด็กหนุ่มวิ่งตรงเข้าไปในบ้าน
หลิวหงเจินที่ถูกเมินเฉยโกรธจัด กำลังจะเดินตามเข้าไป “แกทำอะไรกับเขา!”
“ปัง” สวีเจียคังปิดประตูและล็อกกลอน
หลิวหงเจินเกือบจะโดนกระแทกเข้าที่จมูก เธอจับอกแล้วทุบประตู “คังจื่อ แกทำอะไรน่ะ! อย่าเอาเตียงไปทำพังนะ เดี๋ยวตอนกลางคืนอาวู่จะนอนอะไร!” สวีเจียคังอยู่ห้องเดียวกับลูกชายคนที่สองของเธอ สวีเจียอู๋
“อย่าเสียงดัง ถ้าเสียงดังอีก ฉันจะฟ้องอาใหญ่ว่าเธอแกล้งฉัน” สวีเจียคังตอบกลับ และเริ่มถอดเสื้อผ้ากางเกงของเด็กหนุ่มอย่างคล่องแคล่ว
หลิวหงเจินที่อยู่หน้าประตูก็โกรธจนลมแทบจับ อดทนไม่กล้าเคาะประตูอีก เธอตอนนี้ยังปวดตัวอยู่เลย
หลิวหงเจินถ่มน้ำลายใส่ประตูอย่างเจ็บแค้น พลางด่าในใจว่าเป็ลูกหมาที่ไม่มีแม่ดูแลจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่พ่อแท้ๆ ยังไม่อยากยุ่งด้วย
“ทำอะไร!” เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือดจับกางเกงไว้โดยไม่รู้ตัว ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
สวีเจียคังกรอกตาอย่างไม่พอใจ “ถอดเสื้อผ้าไง นายอยากจะแข็งตายพร้อมกับเสื้อผ้าเหรอ”
เด็กหนุ่มค่อยๆ คลายมือออกอย่างกระอักกระอ่วน
พอถอดเสื้อผ้าเสร็จ สวีเจียคังก็เอาผ้าขนหนูแห้งให้เขาเช็ดตัว พอเช็ดตัวเสร็จ เด็กหนุ่มก็รีบมุดเข้าไปในผ้าห่มด้วยสีหน้าเกร็งๆ ขดตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วค่อยรู้สึกว่าตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เด็กหนุ่มเกาแก้มอย่างเขินอาย แล้วพูดขึ้นว่า “วันนี้ขอบคุณพวกนายมากนะ ผมชื่อเจียงอี้ไป๋ แล้วนายล่ะ?”
“สวีเจียคัง” สวีเจียคังมองเขา “นายมาที่นี่ทำไม”
“มารับพ่อ” เจียงอี้ไป๋ขยับตัวในผ้าห่มอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกโป๊เปลือยทำให้เขารู้สึกเขินอาย “พ่อของผมถูกส่งมาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้พ้นมลทินแล้ว ผมกับพี่ชายเลยมารับเขากลับบ้าน”
ปู่ของเขาเป็นักปฏิวัติเก่าแก่ แต่ในเหตุการณ์วุ่นวายครั้งใหญ่ เขากลับถูกตีตราว่าเป็ปฏิกิริยา ลูกๆ หลายคนก็พลอยซวยไปด้วย บางคนฆ่าตัวตาย บางคนติดคุก บางคนถูกส่งไปใช้แรงงาน พ่อของเขาจึงต้องหย่ากับแม่เพื่อรักษาชีวิตเขาไว้
ตอนนี้ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ฟ้าหลังฝนสดใส แม้ปู่จะยังไม่ได้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม แต่คนตระกูลเจียงก็ได้อิสระแล้ว เจียงอี้ไป๋ไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว เขาเร่งเร้าจะมารับพ่อ ปู่เจียงทนไม่ไหวกับหลานชาย แถมยังไม่สบายใจ เลยให้อี๋ว์ซุนหานตงชิงมากับเขาด้วย
พ่อลูกพบหน้ากัน น้ำตาไหลรินไม่ต้องพูดถึง เจียงอี้ไป๋หน้าแดงก่ำด้วยความอาย趁ระหว่างเจียงผิงเย่และไป๋เสวียหลินร่ำลา เขาจึงหาข้ออ้างวิ่งหนีไป และอยากจะไปดูสถานที่ที่พ่อใช้ชีวิตมาหลายปีด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าโชคร้ายขนาดนี้ เกือบจะแข็งตายเป็น้ำแข็ง
~
ว่ากันว่าสวีชิงเจีย พอส่งคนกับปลาไปที่บ้านแล้ว เธอก็ไปแจ้งข่าว หากมีคนแปลกหน้ามาที่หมู่บ้าน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้าน คงจะหาเจอได้ไม่ยาก
เดินหาไปเรื่อยๆ ก็เห็นคนคนหนึ่งเดินอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ แสงแดดสาดส่องลงมาระหว่างใบไม้ ทำให้เด็กหนุ่มดูหล่อเหลาเป็พิเศษ
ไม่แปลกใจเลยที่พี่สาวหลายคนข้างๆ ต่างหน้าแดงก่ำ แม้แต่สวีชิงเจียก็อดไม่ได้ที่จะมองหลายครั้ง ทรงผมสั้นเกรียนนั้นเหมาะกับรูปหน้ามาก หากหน้าตาดีก็จะดูหล่อเหลาเป็พิเศษ แต่ถ้าไม่ดีก็จะดูเหมือนนักโทษ คนคนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็ประเภทแรก
หานตงชิงออกมาตามหาเจียงอี้ไป๋ ไม่รู้ว่าเ้าเด็กคนนี้วิ่งไปซนที่ไหน เขากำลังจะไปหาที่อื่นต่อ ก็เห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม
ใบหน้ากลมๆ ดวงตากลมโต ดูน่ารักน่าเอ็นดู หานตงชิงอดคิดถึงน้องสาวของเขาที่อายุไล่เลี่ยกันไม่ได้
“สวัสดีค่ะ คุณรู้จักคนที่ใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินและกางเกงสีดำไหมคะ?” สวีชิงเจียแอบคิดว่าพลาดไปแล้ว ลืมถามชื่อของไอ้ลูกเปียกนั่นไปเสียได้
“สูงๆ ผอมๆ หน้าขาวๆ ใช่ไหมครับ?” หานตงชิงถามกลับ
สวีชิงเจียพยักหน้า หน้าขาวจริงๆ ยิ่งโดนความหนาวก็ยิ่งขาว “เขาตกน้ำค่ะ ไม่เป็อะไรมาก แค่เสื้อผ้าเปียกหมดเลย ตอนนี้อยู่ที่บ้านหนูค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ” หานตงชิงรีบกล่าว “เดี๋ยวผมไปเอาเสื้อผ้าให้ น้องสาวครับ รบกวนรอตรงนี้ก่อนนะครับ” ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ก็นึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋ายังมีลูกอมนมที่เจียงอี้ไป๋ยัดมาให้ เขาก็รีบควักออกมาแล้วยัดใส่มือเด็กหญิง
สวีชิงเจียถูกยัดลูกอมนมกระต่ายขาวเต็มมือ เธอมองหานตงชิงที่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว หันกลับมาก็เห็นพี่สาวหลายคนที่ก่อนหน้านี้ได้แต่ยืนแอบมองอยู่ห่างๆ ตอนนี้ต่างก็วิ่งเข้ามาหาเธอแล้ว
สวีชิงเจียรีบยัดลูกอมนมใส่กระเป๋า เพราะเธอยังมีน้องชายอีกคน ลูกอมนมกระต่ายขาวในยุคนั้นมีชื่อเสียงว่าลูกอมเจ็ดเม็ดเท่ากับนมหนึ่งแก้ว ถือเป็อาหารเสริมสารอาหารดีๆ วางขายในสหกรณ์ปุ๊บก็ถูกแย่งซื้อหมดปั๊บ เธอเพิ่งจะกวาดสายตาดูไปทั้งหมดเจ็ดเม็ด ไม่พอแบ่งแน่นอน
“เจียเจีย เธอรู้จักเขาเหรอ?”
สวีชิงเจียส่ายหน้า เล่าเื่ริมแม่น้ำให้ฟังอย่างเรียบง่าย พยายามไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมาที่กระเป๋าของเธอ นี่คืออาหารของสวีเจียหยาง ไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะขี้เหนียวขนาดนี้!
ไม่นาน หานตงชิงก็กลับมา พี่สาวหลายคนที่เคยล้อมรอบอยู่ก็พากันแยกย้ายไปหมด
สวีชิงเจีย: “...” พี่สาวคนนี้ช่างขี้อายจริงๆ
หานตงชิงถือกระเป๋าหนังวัวหนึ่งมือ อีกมือหนึ่งถือเสื้อกันหนาว ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “น้องสาวครับ รบกวนช่วยนำทางหน่อยนะครับ”
สวีชิงเจียยิ้มหวานให้เขา แล้วนำทางเขากลับบ้าน
หานตงชิงก็ยิ้มเช่นกัน เด็กหญิงคนนี้ช่างกล้าหาญ เดินไปสองสามก้าว เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเด็กหญิงคนนี้พูดภาษาจีนกลางได้ดี
เมื่อหานตงชิงเข้ามาในห้อง เจียงอี้ไป๋กำลังนอนคว่ำอยู่ในผ้าห่ม ถือแก้วเคลือบดื่มน้ำร้อนอยู่ พอเห็นหานตงชิง เขาก็ร้องเรียกอย่างน่าสงสารว่า “พี่ครับ”
เพียงชั่วขณะ หานตงชิงก็รู้ว่าเขาไม่เป็อะไรแล้ว เขาก็คลายใจ และตั้งใจจะล้อเลียนเขา “นายเก่งจริงๆ นะ ตกน้ำได้ยังไง”
เจียงอี้ไป๋อารมณ์เสีย รีบลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นเต้น “ยังมีมนุษยธรรมอยู่ไหมครับ ผมตกลงไป—โอ๊ย!” เจียงอี้ไป๋ที่ลุกขึ้นมาครึ่งทางรีบนอนคว่ำลงไป มองสวีชิงเจียที่ยืนอยู่หน้าประตูอย่างตกตะลึง
สวีชิงเจียทำหน้าตาไร้เดียงสาและประหลาดใจ
เจียงอี้ไป๋เบิกตากว้างมองเธอ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็สีเขียวแดง เพราะเขายังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
หานตงชิงเตะกระเป๋าเดินทางที่เท้า “ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้แล้ว”
สวีชิงเจียเดินออกไปอย่างเชื่อฟัง สวีเจียคังก็เดินตามออกมา
สวีชิงเจียหยิบลูกอมนมให้สวีเจียคัง
“ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว เธอให้หยางหยางกินเถอะ” สวีเจียคังไม่สนใจ
สวีชิงเจียอดหัวเราะไม่ได้ เธอลูกอมไปเม็ดหนึ่งแล้วยัดใส่ปากเขา “สิบห้าแล้ว ทำเป็ผู้ใหญ่ไปได้”
ในห้อง หานตงชิงเปิดกระเป๋าหนังแล้วโยนเสื้อผ้าทั้งหมดให้เจียงอี้ไป๋
เจียงอี้ไป๋ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม สวมเสื้อผ้าไปพลาง มองพี่ชายวางลูกอมนมกระต่ายขาวหนึ่งกระป๋อง ปลากระป๋องสี่กระป๋อง และผลไม้กระป๋องสี่กระป๋องลงบนโต๊ะมุมห้องไปพลาง
ของเหล่านี้พวกเขาซื้อมาเผื่อจำเป็ และก็แจกจ่ายไปเกือบหมดแล้วตลอดทาง
เจียงอี้ไป๋ยังคงบ่น “พี่ครับ พี่ใจแคบเกินไปแล้ว คนพวกนั้นช่วยชีวิตน้องชายของพี่นะ น้องชายของพี่มีค่าแค่นี้เองเหรอ”
หานตงชิงไม่หันกลับมา “ฉันจะใส่ของเต็มกระเป๋า แล้วให้นายใส่เสื้อกันหนาวโดยไม่ใส่อะไรข้างในเหรอ”
เจียงอี้ไป๋อดจินตนาการภาพนั้นไม่ได้ แล้วก็สั่นสะท้าน
หานตงชิงหัวเราะเยาะคราวหนึ่ง แล้วเก็บเสื้อผ้าที่เปียกเข้าไปในกระเป๋า “เสื้อแจ็คเก็ตบุขนของนายล่ะ?”
“ไม่อยู่ในห้องเหรอ?” เจียงอี้ไป๋ถามกลับ พยายามนึกย้อนดู “น่าจะตกกลางทางไปแล้ว” เขาเกือบจะแข็งตายแล้ว จะไปจำรายละเอียดอะไรได้ แค่จำได้ว่าเสื้อผ้าหนักเหมือนเหล็ก ตกไปก็ปกติ
หานตงชิงก็เลยไม่ได้ถามต่อ ระหว่างทางที่มา สวีชิงเจียก็ชี้ให้เขาดูตรงที่เจียงอี้ไป๋ตกลงไปแล้ว เดินมาตลอดทางก็ไม่เห็นเสื้อผ้า คาดว่าคงมีคนเก็บไปแล้ว
ในลานบ้าน สวีเจียคังที่กำลังเคี้ยวลูกอมนมอยู่ก็หันซ้ายหันขวา แล้วพบว่าเสื้อคลุมที่เขาทิ้งไว้บนพื้นหายไปแล้ว จ้องมองประตูห้องที่ปิดสนิททางแนวทแยงมุม สวีเจียคังก็แค่นยิ้มในใจ ในหมู่บ้านนี้ ของที่อยู่ในลานบ้านนอกจากคนในบ้านแล้ว ใครจะเก็บไปล่ะ? คนในบ้านเก็บไปก็ต้องถามไถ่กันบ้าง คนที่จะเอาไปอย่างเงียบๆ ก็มีแต่เธอคนเดียว
สวีชิงเจียมองตามสายตาของสวีเจียคัง นั่นคือห้องของสวีเซี่ยงกัวและหลิวหงเจิน
“เป็อะไรไปคะ?”
“เมื่อกี้ฉันโยนเสื้อคลุมของเจียงอี้ไป๋ไว้ตรงนี้” สวีเจียคังชี้ไปที่พื้นที่ว่างทางซ้ายมือ
สวีชิงเจียเข้าใจทันที “เธออยู่ในนั้นเหรอ?” นี่มันเป็เื่ที่หลิวหงเจินทำได้จริงๆ
สวีเจียคังฮึดฮัด แล้วลุกขึ้นยืนทันที ไม่แปลกใจเลยที่ข้างนอกมีเสียงดังขนาดนี้ เธอก็ยังไม่ออกมา ทั้งที่เธอชอบดูเื่วุ่นวายที่สุด
สวีชิงเจียรีบดึงสวีเจียคังไว้ แล้วชี้ให้เขาดูข้างนอก
บนถนนหมู่บ้าน มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมายังบ้านตระกูลสวีอย่างเนืองแน่น
