นางใแทบช็อก ละล่ำละลักถามพรานหนุ่มผู้มาส่งข่าวร้าย ทำเอาใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษที่ปราศจากตัวอักษร
“จางิสามีของเ้าพลัดตกหน้าผาขณะล่าสัตว์… ”
ต้าเหว่ยรีบบอก
“อะไรนะ… ขะ.. เขาเป็ยังไงบ้าง… ”
กุ้ยเหลียนละล่ำละลักถามเป็ห่วงสามี ความกังวลปรากฏชัดบนใบหน้าของนาง
“ตอนนี้เป็ตายเท่ากัน… หน้าผาลึกมาก ไม่มีใครกล้าลงไป… ข้ากำลังจะตามคนไปช่วย”
ต้าเหว่ยบอกถึงสาเหตุที่เขาต้องควบม้ากลับเข้ามาในหมู่บ้าน
“ตายจริง… แล้วพ่อสามีข้าล่ะ… ”
กุ้ยเหลียนถามถึง ‘จางหยวน’ ซึ่งเป็บิดาของจางิ ทุกๆ วันสองพ่อลูกคู่นี้จะออกไปล่าสัตว์ด้วยกัน
“จางหยวนพยายามลงไปช่วยดึงมือลูกชาย… สุดท้ายพลัดตกไปด้วยกัน… ”
ต้าเหว่ยกล่าวเสียงเครียด…
“ขะ… ข้าขอตามไปด้วยได้ไหม ข้าเป็ห่วงพวกเขาเหลือเกิน… ”
กุ้ยเหลียนกะโกนตามหลังม้าที่กำลังจะควบออกไป
“เ้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ข้าว่าเ้ารีบกลับบ้านไปดูแลลูกของเ้าเถอะ เดี๋ยวข้าจะพาคนไปช่วยเอง”
ต้าเหว่ยเหลียวหลังกลับมาะโบอก…
ก่อนจะควบม้าวิ่งตรงเข้าไปยังหมู่บ้านเล็กๆ จุดหมายคือบ้านของ ‘เถิงชิว’ ชายผู้นี้เป็ทั้งพรานเฒ่าผู้ชำนาญการไต่ปีนหน้าผาและหมอยา เพื่อลงไปค้นหาร่างของสองพ่อลูกที่ตอนนี้เป็หรือตายเท่ากัน
กุ้ยเหลียนยืนมองผ่านม่านน้ำตา จนต้าเหว่ยกับม้าตัวใหญ่วิ่งลับไปจากสายตา เหลือแต่ฝุ่นสีแดงตลบอบอวลทิ้งไว้ข้างหลัง
“ขอให้สามีข้าปลอดภัยด้วยเถอะ… ”
กุ้ยเหลียนหลับตาลงช้าๆ…
มือสองข้างยกขึ้นกุมแนบอก อธิษฐานในใจขอให้สองพ่อลูกปลอดภัยแล้วรีบเดินกลับบ้านเพื่อไปดูลูกชายวัยสามเดือนที่ยังนอนอยู่ในเปล
ทุกครั้งที่นางต้องออกมารับจ้างเก็บใบชา กุ้ยเหลียนมักจะฝากลูกชายไว้กับ ‘เสียวจื่อ’ แม่ม่ายวัยสี่สิบปีที่กุ้ยเหลียนรู้จักดี
กุ้ยเหลียนเรียกนางว่าท่านป้า หรือ ‘ป้าจื่อ’ จนติดปาก เสียวจื่อเป็แม่ม่ายสามีตาย นางอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังเล็ก ปลูกผักขายเลี้ยงชีพ บ้านของนางอยู่ติดกับบ้านของกุ้ยเหลียน จึงไม่แปลกที่ทั้งสองรู้จักมักคุ้นกันเป็อย่างดี
