สำหรับที่ดินที่ได้มาใหม่สด ๆ ร้อน ๆ วรรณารีตั้งใจจะทำเช่นเดิมคือนำที่ดินไปจำนองกับทางธนาคารเพื่อเอาเงินก้อนมาลงทุน แต่ไม่ทันได้ไปติดต่อธนาคารก็มีเื่มหัศจรรย์พันลึกเกิดขึ้นในชีวิตวรรณารีเสียก่อน
“ป้าโทรหาบริษัทปรับปรุงสวนทำไมคะ” เมื่อได้ยินสายโทรคุยกับบริษัทปรับปรุงสวน วรรณารีจึงถามด้วยความแปลกใจเพราะตามปกติสายเป็คนเก็บตัวไม่ชอบติดต่อหรือพบใครง่าย ๆ
“ฉันก็อยากปรับปรุงที่ดินอีกสี่ไร่ของฉันบ้างสิ ฉันจะปรับปรุงให้เป็ที่วิ่งเล่นของจิ๊ดริด”
“ป้าคะ อย่าเปลืองเงินเลยค่ะ” วรรณารีบอกด้วยสีหน้าเป็ทุกข์
“ก็นี่มันเงินฉัน ที่ดินฉัน เธอจะมาห้ามอะไร” สายมองตาขวาง
“แต่วรรณเกรงใจ”
“แล้วมาขัดขวางความสุขของฉันแบบนี้ไม่คิดจะเกรงใจบ้างหรือไง?”
“ป้าคะ...” วรรณารีเอ่ยเสียงอ่อย
สายถอนหายใจยาว “คิดเสียว่าเห็นแก่ความสุขของคนที่เพิ่งเคยมีครอบครัวและเคยมีหลานแบบฉันเถอะนะแม่วรรณ อย่าห้ามอะไรฉันเลย เงินทองฉันมันท่วมบัญชีไปหมดแล้ว ์เลยเมตตาให้ฉันได้ใช้ก่อนตาย”
“ป้ายังไม่แก่เลยนะคะ”
“แต่กำลังจะแก่มากขึ้นถ้าเจอคนขัดคอบ่อย ๆ”
คราวนี้เป็ฝ่ายวรรณารีที่ถอนหายใจยาวแบบยอมจำนน เธอหันมามองลูกสาวที่กำลังนั่งกินขนมอยู่ด้านข้าง
“โตมาลูกต้องตอบแทนบุญคุณคุณยายให้มากนะ”
เพียะ
สายตีไปที่ต้นแขนวรรณารีหนึ่งทีจนเธอลูบป้อย
“เธอบอกลูกแบบนี้ได้ยังไง หลานฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อตอบแทนบุญคุณใครทั้งนั้น เธอเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุขต่างหาก”
“หลานยายไม่จำเป็ต้องทำอะไรเพื่อใคร” หลังจากว่ากล่าวคนเป็แม่แล้ว สายได้หันมาพูดกับหลานสาวตัวน้อยต่อ “เกิดมาทั้งทีก็ควรใช้ชีวิตตามความ้าของเรา ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น เข้าใจไหมลูก”
ที่รักเงยหน้ามองยายด้วยสีหน้างุนงงแต่เธอก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
วรรณารีมองลูกอย่างรู้สึกผิด เธอลูบศีรษะลูกเบา ๆ “แม่ขอโทษนะลูกที่สอนอะไรผิด ๆ ไป แม่จะไม่พูดแบบนี้อีกแล้วนะจ๊ะ”
ที่รักส่งยิ้มหวานให้แม่
“พรุ่งนี้เธอไปดูที่ข้างในกับฉันหน่อย ฉันอยากไปสำรวจคร่าว ๆ”
“ได้ค่ะ จะเข้าไปดูั้แ่กี่โมงดี”
“ั้แ่เช้าเลย นอกจากจะให้เขาจัดการพวกหญ้ารก ๆ แล้ว จะให้ดูบ้านไม้ซุงข้างในด้วย ถ้าปรับปรุงได้ก็ให้ปรับปรุงด้วยเลย เอาไว้พัก่ระหว่างวัน” สายเอ่ยถึงบ้านไม้ซุงที่ตั้งอยู่ในที่ดินผืนนั้น
“วรรณว่าจะถามป้าหลายทีแล้วเื่บ้านนั้น เห็นผ่าน ๆ ยังสภาพดีอยู่เลยนะคะ”
“บ้านทำจากไม้เนื้อแข็งเลยอยู่ทน สภาพไม่ค่อยเปลี่ยนจากยี่สิบปีก่อนสักเท่าไรนะ”
“แล้วป้าเคยเข้าไปดูไหมคะ”
สายส่ายหน้า “ั้แ่ซื้อที่ผืนนี้มา ฉันก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งหรือสำรวจอะไรเลย”
ที่รักแม้จะนั่งกินขนมอยู่ แต่ใบหูระหว่างแอบฟังบทสนทนาของแม่และยายที่พูดถึงบ้านไม้ซุงหลังนั้นถ้ากระดิกได้แบบสุนัขก็คงทำไปแล้ว
“จิ๊ดริดจะไปดูบ้าน” เด็กหญิงยกแขนสั้น ๆ ขึ้นพร้อมพูดเสนอตัว
“บ้านไหน” วรรณารีหันมาถามงง ๆ
“ก็บ้านในสวน” เด็กหญิงชี้นิ้วไปตรงบริเวณหลังบ้าน
“บ้านมีแต่ฝุ่นทั้งนั้น แล้วข้างในคงไม่มีอะไรให้ดู อย่าไปเลยลูก” คนเป็แม่ห้าม
“ไม่เอา จิ๊ดริดอยากไป ให้จิ๊ดริดไปนะ จิ๊ดริดอยากเห็น”
“เอาล่ะ อยากไปก็ไป แต่หนูสัญญากับยายก่อนนะว่าจะไม่วิ่งเพ่นพ่าน ต้องเชื่อฟังยายกับแม่นะรู้ไหม” สายตอบตกลงในทันที เด็กเล็ก ๆ ลืมง่ายอยู่แล้ว พรุ่งนี้คงจำไม่ได้ว่าพูดอะไรออกไป
วันต่อมา สิ่งที่ผิดคาดสำหรับสายมากที่สุดนั่นคือเด็กหญิงไม่ลืมเื่ที่เธอพูดไว้เมื่อวาน ั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมาประโยคแรกที่ถามคือจะไปดูที่ดินหลังบ้านตอนไหน จนสายและวรรณารีต้องหันมายิ้มให้กันอย่างอ่อนใจและยอมพาเธอไปด้วยแต่โดยดี
เพราะไม่มีใครเข้ามาในบริเวณนี้นานหลายปีจึงมีต้นหญ้าขึ้นค่อนข้างสูงสลับกับต้นไม้ใหญ่ ดีที่วรรณารีให้คนงานผู้ชายสามคนเดินนำเพื่อแผ้วถางต้นไม้และหญ้าที่ขึ้นรกปิดทางจึงสามารถเดินกันต่อได้ เธออุ้มที่รักไว้ตลอดระหว่างเดินเข้ามาด้วยกลัวจะมีสัตว์หรือแมลงมากัดลูก โชคดีที่ได้ทาโลชั่นกันยุงและแมลงให้ก่อนมา ตามเนื้อตัวของที่รักจึงไม่มีรอยโดนกัดใด ๆ ให้เห็น
เดินมาได้สิบนาทีก็เจอบ้านไม้ซุงที่สายบอกไว้ บ้านนี้ตั้งอยู่ส่วนหน้าของที่ดิน ไม่ไกลจากบ้านของพวกเธอ เท่าที่ดูด้วยสายตาแล้วบ้านนี้ยังคงสภาพดีอยู่มาก แม้จะมีฝุ่นผงและเครือเถาของต้นไม้เกาะโดยรอบ แต่ไม้ซุงที่ทำเป็ผนังบ้านยังดูคงทน อาจเพราะสมัยก่อนใช้ไม้เนื้อแข็งที่แก่จัดเท่านั้นในการสร้างบ้าน อายุการใช้งานจึงยืนยาวมาถึงปัจจุบัน หากได้รับการปัดกวาดและซ่อมแซมให้ดี วรรณารีเชื่อว่าบ้านหลังนี้จะเป็บ้านที่น่าอยู่หลังหนึ่ง
“เท่าที่ดูยังสภาพใช้ได้” สายพยักหน้าอย่างพอใจกับภาพที่เห็น
“แม่ เข้าไป” ที่รักสะกิดแม่ของตัวเองพลางชี้ไปที่ประตูบ้านไม้ซุง
“ข้างในมีแต่ฝุ่น แล้วอาจมีสัตว์มีพิษด้วย เราอย่าเพิ่งเข้าไปดีกว่านะลูก รอคนมาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วค่อยมาดูใหม่”
“ไม่เอา จิ๊ดริดอยากเข้า” ที่รักพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“ได้ เข้าก็เข้า” สายที่ตามใจหลานสาวอยู่เป็นิจได้ช่วยตัดสินใจให้ เธอหันไปสั่งให้คนงานเอาค้อนทุบแม่กุญแจที่ติดอยู่หน้าประตูออก ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที กุญแจสนิมเขลอะก็หลุดกระเด็นออกมา
“จิ๊ดริดสวมผ้าปิดจมูกแน่น ๆ นะลูก ฝุ่นจะได้ไม่เข้า” วรรณารีเหลียวไปพูดกับลูกก่อนเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน
ภายในบ้านไม้ซุงเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ รวมถึงรอยเดินของปลวก แต่ถ้าเดินไปดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าเนื้อไม้ไม่มีรอยกัดแทะของปลวกให้เห็นเป็สิ่งที่แสดงถึงคุณภาพอันดีเยี่ยมของไม้ที่ใช้สร้างกระท่อม
เครื่องเรือนด้านในมีไม่เยอะ ส่วนมากเป็เก้าอี้ ตู้ไม้ และเครื่องครัวผุพังไม่กี่ชิ้น สายมองไปโดยรอบบ้านที่มีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องนั่งเล่นแห่งนี้อย่างชอบใจ ั้แ่ซื้อที่ดินผืนนี้มาเธอไม่เคยเดินเข้ามาดูเลยสักครั้ง รู้แค่ว่ามีบ้านไม้หนึ่งหลังปลูกอยู่เท่านั้น หากรู้ว่าบ้านหลังนี้สร้างได้น่าอยู่ขนาดนี้เธอคงเข้ามาปรับปรุงไว้ใช้ประโยชน์นานแล้ว
“แม่ เอาตู้ไป” ที่รักชี้ไปยังตู้หนังสือหลังใหญ่ที่ทำจากไม้ซึ่งตั้งอยู่ริมผนังบ้าน
วรรณารีมองตามมือลูกก็เห็นตู้ไม้สีน้ำตาลที่มีหนังสือเก่าจุอยู่ทั้งสามชั้น เมื่อเดินไปมองใกล้ ๆ ก็พบว่าตู้นี้ทำจากไม้เนื้อดี มีเพียงคราบฝุ่นให้เห็นเท่านั้น แตกต่างจากหนังสือทั้งหมดที่อยู่ในตู้ซึ่งโดนปลวกแทะจนเหลือแค่ปก
“ไม่ดีหรอกลูก หนังสือด้านในก็ใช้ไม่ได้แล้วต้องทิ้งอย่างเดียว ตู้บ้านเราก็มีเยอะแยะที่ยังไม่ได้ใช้ อย่าเอาไปเลย ตั้งไว้ที่บ้านนี้แหละ ให้คนมาทำความสะอาดแล้วเอาไว้ใช้วางของเวลาเรามานั่งเล่นที่นี่”
“จิ๊ดริดอยากได้ แม่...เอาไป” เด็กหญิงทำเสียงเล็กเสียงน้อยพร้อมกับจับมือแม่แกว่งไปมา
วรรณารีอมยิ้มพร้อมถอนหายใจดัง ๆ “บอกแม่ก่อนว่าอยากเอาไปใส่อะไร”
ที่รักขมวดคิ้วมุ่นพลางมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นคนงานทั้งสามยังคงเดินอยู่ใกล้ ๆ เธอก็ดึงมือแม่พร้อมกับใช้มืออีกข้างกวักเป็สัญญาณให้แม่ค้อมต่ำลงมา
วรรณารีรู้โดยทันทีว่าลูก้าพูดกระซิบบางอย่างจึงก้มตัวลงและเอียงหูให้แต่โดยดี
“เอาตู้ไปแล้วดี” เด็กหญิงกระซิบบอก
วรรณารีขมวดคิ้วพร้อมกับเหลียวไปมองที่ตู้หลังนั้นอย่างฉงนก่อนหันไปสบตากับสายที่ก้มมองสองแม่ลูกอย่างสนใจั้แ่แรกเช่นกัน
“ทำไมหรือวรรณ” สายถามเสียงเบา
“จิ๊ดริดอยากได้ตู้นี้ไปเล่นค่ะ” วรรณารีบอกได้แค่นั้นเพื่อป้องกันไม่ให้คนงานจับสังเกตได้
แม้จะรับรู้เพียงแค่นั้นแต่คนที่ผ่านชีวิตหนาวร้อนมาหลายสิบปีแบบสายมีหรือจะไม่เข้าใจหญิงสูงวัยมองไปที่ตู้ใบนั้นอย่างครุ่นคิด
เมื่อเดินออกจากบ้านไม้ สายก็ไม่คิดจะสำรวจที่ดินต่ออีก เธอเพียงบอกให้คนงานช่วยกันยกตู้ไม้เ้าปัญหาหลังนั้นกลับไปไว้ที่บ้าน และใน่เย็น ตู้ไม้ที่เอาหนังสือทิ้งหมดแล้วก็ได้มาตั้งตระหง่านโชว์คราบฝุ่นอยู่บริเวณหลังบ้านของสาย
