เป็พายุแห่งความตายที่น่าเกรงขามและสวยงาม
แม้ว่าแพรีสจะมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่ท่ามกลางสายลมที่โหมกระหน่ำ ร่างของนางก็ยังถูกคลื่นกระแทกพัดร่างให้เซถอยหลังไปเหมือนใบไม้ นางจำเป็ต้องยอมรับว่า แม้นางจะพยายามระมัดระวังทุกฝีก้าวแล้ว แต่ก็ยังดูเบาพลังของาาน้อยผู้นี้เกินไป
ผู้คนต่างถูกพัดถอยหลังลอยไปในอากาศประหนึ่งใบไม้ เมื่อนางกำลังคิดดำเนินแผนการขั้นต่อไป ทันใดนั้นรูม่านตาของนางพลันหดลงอย่างรวดเร็ว ในดวงตาประทับด้วยภาพของประกายแสงสว่างอันตรายสองสายที่กำลังทะยานเข้ามาที่นาง ภายใต้การปกคลุมของพายุที่งดงามลูกนี้ เปลวไฟสองสายหนึ่งม่วงหนึ่งเขียวกำลังพุ่งเข้ามาที่ลำคอและหัวใจของนาง
ไม่น่าเชื่อ!
าาน้อยคนนั้นต้านรับแรงกระแทกมหาศาลของพายุแห่งความตายนั้นด้วยพละกำลังของตัวเอง เขายืนนิ่ง ยอมรับแรงฉีกกระชากในอากาศ แม้ว่าบนร่างของเขาจะเต็มไปด้วยเื ทว่าั้แ่ต้นจนจบ ดวงตาของเขาก็ยังคงฉายให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะฆ่าร่างของเขากลายเป็ลำแสงที่สวยงามขนานไปกับพื้น หมุนควงขวานคู่ม่วงเขียว ใบขวานที่คมกริบะเิกลิ่นอายความตาย ก่อนที่จะเหวี่ยงเข้ามา
กลิ่นอายอันตรายมหาศาลปกคลุมร่างของแพรีสในชั่วพริบตา รังสีสังหารที่เย็นเยียบที่เป็รูปธรรมนั้น ทำให้ปรากฏรอยสีแดงบนิัของนางไม่หยุด ราวกับโดนใบมีดที่แหลมคมขีดผ่านร่างด้วยความเร็วสูง ััที่น่าขนลุกในชั่วพริบตาเหมือนจะฉีกร่างของนางได้อย่างง่ายดาย หยุดชะงักความคิดของแพรีส
มองเห็นเปลวไฟสีฟ้าเขียวที่นางสร้างไว้ปกป้องตัวเอง ถูกขวานคู่ม่วงเขียวทำลายทีละชั้นเหมือนกับความตายที่กำลังฉีกทึ้งกระดาษแล้วย่างกรายเข้ามาหานาง ใบหน้าสวยของนางปรากฏสีหน้าตื่นใอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นางหันหน้าไปะโเรียกชื่อหนึ่ง
“เมอร์ฟี!!!”
ตูม!
สิ้นประโยคก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของแพรีส ก่อนจะปล่อยหมัดชกออกไปด้วยจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็ว
หมัดนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึง
มันเหมือนจะเชื่องช้า ด้วยจังหวะการออกหมัดที่เชื่องช้านี้ ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นรูปแบบในการออกหมัดได้อย่างชัดเจน เห็นแม้กระทั่งแหวนสีดำที่สวมอยู่บนนิ้วที่เต็มไปด้วยลวดลายอักขระแปลกๆ แต่อย่างไรก็ตาม หมัดนี้ก็ดูรวดเร็วเช่นกัน ชั่วพริบตาหมัดที่ปล่อยออกไปก็ได้ปะทะกับการโจมตีที่เข้ามา
เหมือนเวลาและพื้นที่ได้กลับตาลปัตร
ชิ้ง!
หมัดได้ปะทะกับแสงสว่างสีม่วงเขียวอย่างแม่นยำ พลังมหาศาลก็พลันะเิออกมา ขวานคู่ม่วงเขียวในมือของซุนเฟยเกิดสั่นะเืขึ้นพร้อมกับส่งเสียงดัง ใบขวานเริ่มบิ่น จากนั้นตัวด้ามเองก็เกิดการสั่นอย่างรุนแรง พลังที่น่าเกรงขามเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดถูกตีกลับไปที่ไหล่ แขน และฝ่ามือของซุนเฟย
กร๊อบ!
ที่ทำให้ทุกคนใก็คือเสียงกระดูกหักที่ดังขึ้นมา ท่ามกลางเสียงกระดูกหัก เืก็พลันทะลักออกมาจากสองแขนของซุนเฟย ชั่วพริบตาเสื้อบนร่างของซุนเฟยก็ย้อมเป็สีแดงพร้อมๆ กับเืที่ไหลออกมาจากมุมปากของซุนเฟยประหนึ่งตุ๊กตาผ้าที่ถูกคนโยนทิ้ง ร่างของซุนเฟยกระเด็นออกไปไกลกว่ายี่สิบเมตรถึงจะหยุด
‘ยอดฝีมือ’
ในใจของซุนเฟยก็กระตุกขึ้นมา
ผู้ชายที่ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันคนนี้ แน่นอนว่าเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดที่ซุนเฟยเคยเห็นในโลก Diablo หรือแผ่นดินอาเซรอท ผู้ชายคนนี้ปล่อยพลังแปลกๆ แฝงมากับหมัดเข้าสู่ร่างของซุนเฟยผ่านแขนทั้งสองข้าง ซึ่งมันได้ทำลายกระดูกและฉีกกล้ามเนื้อของซุนเฟย เหมือนมีะเิลูกเล็กๆ ที่เข้าไปะเิอยู่ในร่างของเขา ความเ็ปที่รุนแรงนี้ทำให้ซุนเฟยแทบจะร้องออกมา
เขารีบหยิบ 'น้ำยารักษาชีวิต' ออกมาดื่ม
ไม่ช้า อาการาเ็ในร่างและแขนของเขาก็ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
แต่ซุนเฟยก็ต้องหน้าเปลี่ยนสี พลังที่ปะทุในร่างของเขายังไม่หายไป มันยังคงฉีกกระชากกล้ามเนื้อและกระดูกที่ถูกฟื้นฟูด้วย 'น้ำยารักษาชีวิต' เป็ครั้งที่สอง น้ำยาสามารถซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้ แต่กลับไม่สามารถขับไล่พลังที่กำลังอาละวาดทำลายกล้ามเนื้อของเขาในร่างได้
ซุนเฟยจึงหยิบ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่งขวดเล็ก' สีม่วงออกมา ในโลก Diablo 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' สามารถฟื้นฟูทั้งพลังชีวิตและพลังมานาพร้อมกันได้ ในขณะเดียวกันยังสามารถกำจัดสภาวะที่ไม่ดีในร่างกายได้ในระดับหนึ่ง...เมื่อดื่มน้ำยาสีม่วงเข้าไป พลังแปลกๆ นั่นก็อ่อนแรงลง ในที่สุดผลของ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ก็สามารถหยุดพลังแปลกๆ นั้นได้ ก่อนจะสลายไป
ซุนเฟยไม่ได้คิดจะลงมืออีกครั้ง เขาเปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' ร่างก็พลันกะพริบหายไปจากที่เดิม ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายอย่างหนาแน่น ตอนนี้ยอดเขาตะวันออกเต็มไปด้วยหมอก เื และฝุ่นที่ปดบังทัศนวิสัยของทุกคน ซึ่งมันเป็สภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดในการแสดงพลังของมือสังการออกมาได้อย่างเต็มที่
เมื่อฝุ่นกระจายออกไปก็ปรากฏชายรูปร่างสูงโปร่งผมขาวคนหนึ่งอยู่ด้านหน้าของแพรีส ชายที่เพิ่งออกหมัดโจมตีซุนเฟยเมื่อครู่ คือชายรูปร่างสูงโปร่งผมขาวคนนี้ที่ชื่อว่าเมอร์ฟี เขาเป็ไพ่ตายในแผนของแพรีส ทีแรกนางคิดจะใช้ไพ่ตายนี้สังหารองค์หญิงใน่เวลาสำคัญ แต่เมื่อความปลอดภัยในชีวิตของนางกำลังถูกคมขวานคู่ม่วงเขียวคุกคาม แพรีสไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้ไพ่ใบนี้ออกมา เปิดเผยโฉมหน้าของยอดฝีมือระดับสูงคนนี้
ทันทีที่ชกซุนเฟยจนกระเด็นออกไป เมอร์ฟีก็ไม่ได้มีท่าทางจะไล่ตามไปสังหารแต่อย่างใด เขาเอามือไพล่หลัง ในดวงตาก็มีลำแสงสีเหลืองทองสองสายออกมาเหมือนไฟฉายสามารถมองทะลุฝุ่นและหมอกเืได้ เขากวาดสายตากลับไปกลับมาราวกับจะหาอะไรบางอย่าง...ในดวงตาของเขาก็ค่อยๆ เผยกลิ่นอายที่เคร่งขรึมออกมา แพรีสที่ยืนอยู่ด้านหลังเมอร์ฟี กลับมองเห็นาแบนหมัดของเขาได้อย่างชัดเจน าแนี้ลึกลงไปกว่าสามสี่เิเ เผยให้เห็นกระดูกสีขาว เืค่อยๆ ไหลตามซอกนิ้ว หยดลงบนพื้นทีละหยดท่ามกลางหมอกฝุ่น
เมื่อเห็นแบบนี้ก็ทำให้ในใจแพรีสต้องสั่นขึ้นมา จากนั้นก็เกิดความกลัว เมอร์ฟีเป็ยอดฝีมือระดับหกดาว เขาฝึกฝนอยู่ในระดับนี้มาเป็เวลานานจน 'ไม่มีอะไรฟันแทงเข้า' หมัดคู่ของเขาเทียบเท่ากับอาวุธวิเศษที่ทรงอานุภาพ คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าภายใต้พลังของขวานคู่ม่วงเขียวนั้นจะทำให้ได้รับาเ็ขนาดนี้...แพรีสคิดด้วยความหนาวสั่นไปทั่วร่าง การโจมตีที่เหลือเชื่อนั่น หากเปลี่ยนเป็นางเองที่ต้องต้านรับ คาดว่าตอนนี้หัวใจและลำคอของนางคงถูกทะลวงเป็รูไปเรียบร้อยแล้วแน่ๆ
“เมอร์ฟีรีบลงมือสังหารเขาให้ข้า!”
ฟันขาวแวววาวราวกับไข่มุกขบกัดริมฝีปากแดงๆ ของตน สีหน้าของแพรีสตอนนี้เคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน แม้ว่านางจะมีแผนการอีกมากมายที่ยังไม่ได้ใช้ แต่พลังการโจมตีที่าาน้อยคนนี้แสดงออกมา ทำให้นางแอบรู้สึกกระสับกระส่าย ััที่หกของนางกำลังบอกนางว่า ตัวเองกำลังมองข้ามอะไรบางอย่างไป แต่นางกลับไม่อาจทำความเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่นางมองข้ามไป
“เขาไม่อยู่แล้ว!”
ยอดฝีมือเมอร์ฟีกวาดสายตามองไปทั่วยอดเขา แต่ก็ไม่พบร่างของาาน้อยคนนั้นหลบอยู่ตรงไหนเลย แม้กระทั่งกลิ่นอายสักนิดก็ไม่รั่วไหลออกมา “ข้าหาเขาไม่พบเลย!”
“อะไรนะ?”
ใบหน้างดงามของแพรีสยากที่จะปกปิดท่าทางตื่นใของตัวเองได้ าาน้อยคนนี้สามารถหลบซ่อนตัวจากการค้นหาของยอดฝีมือระดับหกดาวได้ นี่มันเหมือนกับเื่เล่าที่น่าเหลือเชื่อที่พวกวนิพกพเนจรมักจะพูดให้ฟัง หญิงสาวคนนี้ครุ่นคิดเล็กน้อย ไม่ช้าก็คิดถึงวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ “สังหารทหารและองครักษ์ทุกคนของเมืองแซมบอร์ด บีบให้เขาออกมา!”
แพรีสเชี่ยวชาญด้านความเข้าใจนิสัยใจคอของมนุษย์และการเล่นกับจุดอ่อนของผู้คน
แต่...
“แพรีส หากข้ามองไม่ผิด คนจากแซมบอร์ดทุกคน...เหมือนจะตายไปหมดแล้ว”
ในสายตาที่สามารถมองทะลุทุกอย่างของยอดฝีมือเมอร์ฟี เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ยอดเขาอีกครั้ง พบแต่ศพของเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ด คำตอบนี้ทำให้แพรีสรู้สึกจวนเจียนจะเป็บ้า สำหรับสาวเ้าเสน่ห์อย่างแพรีสแล้ว เป็เวลาหลายปีแล้วที่นางไม่เคยต้องมาเจอสถานการณ์ที่ตัวเองจนตรอกขนาดนี้ มันเหมือนกับย้อนกลับไปในวัยเด็กเมื่อสิบหกปีที่แล้ว ที่นางถูกบิดาบุญธรรมขังไว้ในห้องใต้ดินโดยที่ไม่สามารถหลบหนีได้ ในตอนนั้น นางเองก็รู้สึกเหมือนตอนนี้
“เฮงซวยเอ๊ย! งั้นอย่าเพิ่งจัดการเขา...ข้าจะไปตรึงกำลังยอดฝีมือฝ่ายนั้น ส่วนเ้าไปสังหารองค์หญิงก่อน!”
แพรีสพูดจบร่างก็กะพริบกลายเป็แสงสีเงินพุ่งเข้าไปยังสมรภูมิรบ เพื่อช่วยนักฆ่าที่ใช้ดาบพัวพันกับสาวน้อยชุดม่วงและเปิดทางให้เมอร์ฟีพุ่งไปหาองค์หญิง
ตูม ตูม!
ทุกย่างก้าวที่ผ่าน มีเสียงดังสนั่นพร้อมพื้นดินที่เริ่มสั่นะเืราวกับว่าอัศวินที่อยู่รอบข้างองค์หญิงจะรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังเข้ามา พวกทหารที่เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยนายก็พากันแยกเป็สองส่วนอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งคอยคุ้มกันองค์หญิงอย่างแ่า อีกส่วนหนึ่งก็พุ่งเข้าไปหาชายผมขาวเมอร์ฟีอย่างไม่กลัวตาย พวกเขาต่างใช้เืและร่างกายของตัวเองหยุดยั้งเมอร์ฟีที่กำลังเดินเข้ามา พวกเขาทุ่มเทพลังและเืเนื้อเพื่อขัดขวางเมอร์ฟีแม้สักวินาทีเดียวก็ยังดี
แต่...
ตูม ตูม ตูม!
เมอร์ฟียังคงเดินตรงมาข้างหน้าอย่างช้าๆ เผชิญหน้ากับกลุ่มอัศวินที่พากันดาหน้าเข้ามา แค่เขาออกหมัดชกธรรมดาๆ ก็สามารถทำให้เหล่าอัศวินที่พยายามเข้ามาขวางทางตรงหน้า ยังไม่ทันต้องกรีดร้องโหยหวนก็กลายเป็ละอองเืไปทันที หมัดคลื่นพลังสีทองที่แฝงไปด้วยพลังมหาศาลได้บดขยี้ร่างของพวกเขา จนหยาดเืของเขาระเหยออกมา เหมือนเทหิมะลงไปตามคันนาร้อนๆ แล้วหิมะนั่นก็ระเหยหายไปทันทีอย่างไร้ร่องรอย
นี่คือยอดฝีมือที่แท้จริง
ทหารธรรมดาๆ ไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้ในระยะรัศมีสิบเมตรจากร่างเขา ยิ่งไม่ต้องพูดเลยว่าจะเข้าไปขวางเขา
แต่ถึงอย่างนั้น พวกอัศวินก็ยังคงดาหน้าเข้าไปหาเขาอย่างต่อเนื่อง
ในดวงตาของพวกเขาฉายให้เห็นถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของอัศวินอย่างเต็มเปี่ยม ไม่มีท่าทางจะถอยหนีหรือหวาดกลัวสักนิด
แต่น่าเสียดาย เมื่อต้องเผชิญกับพลังที่แข็งแกร่ง ความกล้าหาญก็ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไร
เพียงพริบตา อัศวินถึงห้าสิบคนก็ถูกสังหารไป อาวุธและหมวกเกราะของพวกเขา พร้อมกับร่าง กระดูก เืเนื้อ ทั้งหมดกลายเป็หมอกเืและหายไปจากยอดเขาตลอดกาล
ชายผมขาวยังคงก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว เขาได้บุกเข้าไปในระยะที่อันตรายมากสำหรับองค์หญิง เมื่อเขาออกหมัดไปแล้ว 21 ครั้ง ก็สามารถเข้าไปจู่โจมพวกทหารที่กำลังคุ้มครององค์หญิง
ความตายของเหล่าสหายทำให้อัศวินที่เหลือไม่ยอมถอยหนี ไม่มีเสียงโห่ร้องหรือคำปลุกขวัญ อัศวินที่อยู่รอบกายองค์หญิงทั้งห้าสิบกว่าคนก็เหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ พวกเขาแบ่งแยกแถวเป็สองส่วนอีกครั้ง ส่วนหนึ่งคอยปกป้องคุมครององค์หญิงต่อ ในขณะที่ส่วนหนึ่งพุ่งเข้าหาเมอร์ฟีอย่างไม่กลัวตาย พวกเขาได้เหยียบเื เนื้อ และศพของสหายที่ล้มตัวลงกับพื้นพุ่งเข้าไป
ตูม ตูม ตูม ตูม!
เมอร์ฟียังคงออกหมัดอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งเสียงร้องโหยหวน
การเสียสละที่กล้าหาญของเหล่าอัศวินดูเหมือนไร้ค่าไม่มีประโยชน์ใดๆ
ระยะห่างระหว่างเมอร์ฟีและองค์หญิงเหลือไม่ถึงสามสิบเมตร
อัศวินที่เหลืออยู่ยี่สิบกว่าคนต่างก็พุ่งเข้ามา แต่ยังเหลือคนสุดท้ายไว้ พวกเขายังพุ่งไปด้านหน้าเรื่อยๆ ั์ตาของเมอร์ฟีปรากฏร่องรอยความเบื่อหน่ายขึ้นมา เขาออกหมัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถกวาดล้างเหล่าอัศวินในชั่วพริบตา
ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งชายผมขาวได้!
สายตาของเมอร์ฟีมองตรงไปยังจุดที่องค์หญิงยืนอยู่ วินาทีนั้น เขาเชื่อมั่นตัวเองเป็อย่างมากว่า หมัดของเขาสามารถสังหารนักบุญสาวที่ผู้คนนับไม่ถ้วนในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กต่างพากันหวาดกลัวให้กลายเป็กองเืได้
แต่ตอนนี้เอง
มีหมัดหนึ่งพุ่งออกมา หมัดนั้นทะลุหมอกเืที่กำลังคลุ้งกระจายออกมาอย่างเงียบๆ เหมือนได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของห้วงเวลาและพื้นที่ ไร้ซึ่งคลื่นพลัง หมัดนั้นปะทะเข้ากับหน้าอกของชายผมขาวเมอร์ฟีอย่างรุนแรง
พรูด!
เืสาดกระจาย ย้อมเคราและผมสีขาวของเมอร์ฟี
ร่างสูงใหญ่ของเมอร์ฟีกระเด็นไปด้านหลังเหมือนะุปืนใหญ่
----------------------
