ตอนที่ 2: ห้องเย็นกับข้อเสนอปีศาจ
“น้องข้าวเ้า... พี่ขอแสดงความเสียใจล่วงหน้าด้วยนะ”
นั่นคือประโยคแรกที่ ‘พี่สมร’ หัวหน้าแผนกบุคคลเอ่ยทักทันทีที่ข้าวเ้าก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานด้วยสภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยว
“พะ... พี่สมรครับ คือผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับ” ข้าวเ้าพยายามอธิบาย เสียงสั่นเครือ “ผมไม่รู้ว่าเขาเป็ท่านประธาน...”
“เื่นั้นช่างมันเถอะ” พี่สมรโบกมืออย่างอ่อนใจ ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ “ท่านประธานโทรสายตรงลงมาเมื่อกี้... บอกให้ส่งตัวนายขึ้นไปพบที่ชั้น 50 เดี๋ยวนี้”
“ชั้น 50?” ข้าวเ้าหน้าซีด ชั้นของผู้บริหารระดับสูง... หรือที่พนักงานเรียกกันว่า ‘หอคอยนางพญา’
“ใช่... ห้องทำงานท่านประธาน ไปซะ อย่าให้ท่านรอนาน เดี๋ยวพวกพี่จะซวยกันหมด”
ข้าวเ้าจำใจเดินออกจากห้องบุคคลเหมือนนักโทษปะาที่กำลังเดินเข้าสู่ลานปะา เขากดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 50 ด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอก
‘ติ๊ง!’
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินที่ปูพรมสีแดงหรูหรา เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง เลขานุการหน้าห้องวัยกลางคนมองเขาผ่านแว่นสายตาด้วยแววตาเวทนา
“เชิญค่ะ... ท่านรออยู่”
ข้าวเ้ากลั้นหายใจ ผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไป
วูบแรกที่ััได้คือ... ความเย็น แอร์ในห้องนี้เย็นเฉียบราวกับขั้วโลกเหนือ ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำและเทาดูขรึมขลัง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูแพงจนข้าวเ้าไม่กล้าแตะ และที่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ริมกระจกใสบานั์ที่มองเห็นวิวเมืองทั้งเมือง...
คาร์เตอร์ นั่งอยู่ตรงนั้น
ร่างสูงสง่าในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถอดสูทตัวนอกออกไปแล้ว (คงเพราะเปื้อนกาแฟ) กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารในมือ ท่าทางเคร่งขรึมของเขาทำให้บรรยากาศในห้องดูน่าอึดอัดขึ้นเป็ทวีคูณ
“ขะ... ขออนุญาตครับ” ข้าวเ้าเอ่ยเสียงเบา
คาร์เตอร์ไม่เงยหน้า แต่กระดิกนิ้วชี้ไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ “นั่ง”
ข้าวเ้านั่งลงที่ขอบเก้าอี้อย่างเจียมตัว นั่งตัวลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านไปห้านาทีที่ยาวนานเหมือนห้าปี ในที่สุดคาร์เตอร์ก็วางเอกสารลง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
“ข้าวเ้า... นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ เกรดเฉลี่ย 3.50...” คาร์เตอร์อ่านประวัติในมือด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ประภูมิดีหนิ... แต่เสียดายที่ซุ่มซ่ามและตาถั่วไปหน่อย”
“ผมขอโทษครับบอส! ผมยินดีให้หักเงินเดือนฝึกงาน...”
“ฉันบอกแล้วไงว่าเงินเดือนนายทั้งปีก็ไม่พอ” คาร์เตอร์ขัดขึ้น เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองข้าวเ้าด้วยสายตาประเมินสินค้า “ปกติแล้ว... เด็กฝึกงานที่สร้างเื่ั้แ่วันแรก ฉันจะไล่ออกทันทีพร้อมเขียน Blacklist ส่งไปทุกบริษัทในเครือ”
ข้าวเ้าหน้าถอดสี “อย่านะครับ! ผมต้องฝึกงานให้จบ ไม่งั้นผมไม่จบปี 4... ขอร้องล่ะครับบอส ให้ผมทำอะไรก็ได้!”
มุมปากของคาร์เตอร์กระตุกยิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ข้าวเ้ารู้สึกหนาวสันหลังวาบ
“อะไรก็ได้... งั้นเหรอ?”
“คะ... ครับ! อะไรก็ได้!”
คาร์เตอร์ลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมายืนพิงขอบโต๊ะตรงหน้าข้าวเ้า ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดใบหน้าหวาน
“งั้นข้อเสนอของฉันคือ...” เขาเว้นจังหวะ พลางไล่สายตามองข้าวเ้าั้แ่หัวจรดเท้า “ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป นายไม่ต้องฝึกงานที่แผนกการตลาดแล้ว... แต่ให้ย้ายมาฝึกงานที่ห้องนี้”
“ห๊ะ? ห้องนี้?” ข้าวเ้าทำตาโต
“ใช่... ตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยส่วนตัวพิเศษ’ หน้าที่ของนายคือดูแลความเรียบร้อยของฉันทุกอย่าง ชงกาแฟ ซื้อข้าว จัดเอกสาร และ...” คาร์เตอร์โน้มตัวลงมากระซิบข้างหู เสียงทุ้มพร่านั้นสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“...รองรับอารมณ์ของฉัน จนกว่าฉันจะพอใจ”
ข้าวเ้าขนลุกซู่ “ระ... รองรับอารมณ์... หมายความว่าไงครับ?”
คาร์เตอร์ผละออกแล้วยักไหล่ “ก็แล้วแต่ว่าตอนนั้นฉันจะมีอารมณ์ ‘โมโห’ หรืออารมณ์ ‘อยาก’ ... นายมีหน้าที่สนองให้ได้ทุกอย่าง ถ้านายทำได้ ฉันจะเซ็นผ่านฝึกงานให้เกรด A แต่ถ้าไม่...”
เขากลับไปนั่งที่เดิมแล้วชี้ไปที่ประตู
“เชิญไสหัวออกไป แล้วเตรียมตัวเรียนซ้ำชั้นได้เลย”
ข้าวเ้ากำหมัดแน่น ในใจก่นด่าไอ้บอสหน้าหล่อใจมารไปร้อยรอบ แต่สถานการณ์ตอนนี้เขาเป็ลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
“ตกลงครับ...” ข้าวเ้ากัดฟันตอบ “ผมจะทำ”
“ดี...” คาร์เตอร์ยิ้มร้าย แววตาเป็ประกายวาววับ “เริ่มงานเดี๋ยวนี้... ไปชงกาแฟมาใหม่ เอาแบบที่ ‘อร่อย’ กว่าเมื่อเช้านะ ไม่งั้นฉันจะกินนายแทน”
