วินาทีที่กระแสจิตกลุ่มนั้นของเผยฉีฉีััเข้ากับทิพย์จักษุของเนี่ยเทียน เนี่ยเทียนก็เกิดความรู้สึกที่ลี้ลับมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง
อารมณ์หลากหลายซับซ้อนไม่ว่าจะเป็กังวล เศร้าโศก พลุ่งพล่าน จนใจ ฯลฯ ล้วนแผ่ออกมาจากในกระแสจิตกลุ่มนั้นของเผยฉีฉี
เวลาเพียงแค่ชั่ววินาที เนี่ยเทียนก็มองเห็นสภาพจิตใจของเผยฉีฉีได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รับรู้ได้ถึงความรู้สึกต่างๆ ของนางในเวลานี้
เพียงแค่วิเคราะห์อารมณ์จากกระแสจิตกลุ่มนั้นก็ทำให้เนี่ยเทียนเข้าใจความคิดและสภาพการณ์ที่เผยฉีฉีต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ได้ทันที
ความเข้าใจและการรับััอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแบบนี้ทำให้เนี่ยเทียนตกตะลึงเป็อย่างมาก
ที่เผยฉีฉีตื่นตระหนกนั่นก็เป็เพราะเมื่อกระแสจิตของนางััเข้ากับทิพย์จักษุของเนี่ยเทียน นางกลับเกิดความรู้สึกแปลกๆ เหมือนถูกคนแอบมอง ถูกคนมองทะลุทะลวงเข้ามายังความลับทั้งหมดที่อยู่ในหัวใจของนาง
ความรู้สึกเหมือนถูกคนมองทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ทำให้นางทั้งใทั้งกระวนกระวาย แถมยังรู้สึกขนลุกขนพองด้วย
ภายใต้การจับตามองของทิพย์จักษุข้างนั้น นางมีความรู้สึกหวาดกลัวเพราะไม่อาจหลบหนีไปทางไหนได้ ใจนางอยากจะหลีกหนีไปให้พ้น แต่ก็รู้สึกได้ว่ากลุ่มพลังจิตลึกลับนั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อนาง
หลังจากที่เชื่อมโยงทางพลังจิตกันได้แล้ว เนี่ยเทียนก็รับััอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่งและรอให้เผยฉีฉีตอบกลับมา
น่าเสียดายที่เผยฉีฉีผู้มีตบะกลาง์ไม่ได้โชคดีเหมือนเขา นางไม่สามารถแปรเปลี่ยนพลังจิตในมหาสมุทรจิติญญาให้กลายมาเป็พลังจิติญญาเส้นหนึ่งได้
เมื่อไม่มีพลังจิติญญา กระแสจิตที่ปลดปล่อยออกมาจึงไม่สามารถสื่อสารกันผ่านจิติญญาได้
รออยู่อีกครู่หนึ่งแล้วเห็นว่าเผยฉีฉีไม่มีการตอบรับ เนี่ยเทียนจึงค่อยๆ ตระหนักได้ถึงจุดนี้
ดังนั้นเขาจึงใช้ทิพย์จักษุที่ลอยอยู่เหนือหัวของเผยฉีฉีส่งผ่านความคิดของตัวเองออกไป
“ข้าคือหัวเทียน”
ตอนที่ความคิดนี้ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านทิพย์จักษุ เขาััได้อย่างชัดเจนว่ากระแสจิตของเผยฉีฉีมีคลื่นกระเพื่อมไหวรุนแรง
ความรู้สึกตกตะลึง ไม่เข้าใจ แปลกใจ เกิดขึ้นมาในกระแสจิตกลุ่มนั้นของเผยฉีฉีอีกครั้ง
เนี่ยเทียนจึงเข้าใจในทันทีว่าความคิดของเขาที่ส่งออกไป ถึงแม้ว่าเผยฉีฉีจะตอบกลับมาไม่ได้ แต่นางกลับรับรู้ได้ทั้งหมด!
การค้นพบนี้ทำให้เขาฮึกเหิมเป็กำลัง
“ข้าอยู่ที่ทางออกของหุบเขา พวกคนที่เดือนดับวางกำลังไว้ตรงนี้ถูกข้าลอบสังหารไปหมดแล้ว”
“กำแพงป้องกันที่พวกเขาจัดวางไว้ก่อนหน้านี้ก็สูญเสียประสิทธิผลหมดแล้ว มันจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ อีก”
“เ้าและไช่โยวสามารถถอยออกมายังทางออกของหุบเขาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลว่าจะเผชิญกับอุปสรรคใดๆ ขอแค่เ้าสามารถอาศัยรอยแยกห้วงมิติมาถ่วงเวลาไม่ให้พวกหม่าจิ่วตามมาทัน พวกเ้าก็สามารถลอดผ่านหุบเขาเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติหนาแน่นมากกว่าเดิม”
“ข้าจะรอพวกเ้าอยู่ที่ปากทางของหุบเขา”
“...”
เนี่ยเทียนบอกกล่าวความ้าของเขาให้เผยฉีฉีฟังผ่านทิพย์จักษุอย่างละเอียด
เขาััได้อย่างชัดเจนว่าอารมณ์ของเผยฉีฉีเดี๋ยวก็ตกตะลึง เดี๋ยวก็ฉงนสนเท่ห์ เดี๋ยวก็ดีใจ และสุดท้ายก็ค่อยๆ สงบลงในที่สุด
ทิพย์จักษุข้างนั้นไม่เพียงแต่สามารถััได้ถึงอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนไปมาของเผยฉีฉี ทั้งยังมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยบนดวงหน้างดงามของนางได้อีกด้วย
เขารู้ว่าเผยฉีฉีเข้าใจความคิดของเขาแล้ว อารมณ์หดหู่ จนใจ หงุดหงิดของนางก็สงบลงไปเพราะคำพูดของเขา
หลังจากที่ส่งผ่านความคิดเรียบร้อย เนี่ยเทียนก็ควบคุมทิพย์จักษุข้างนั้นให้เคลื่อนออกมาจากข้างกายของเผยฉีฉี
รอบกายเผยฉีฉีมีรอยแยกห้วงมิติที่เล็กละเอียดอยู่มากเกินไป ต่อให้เป็ทิพย์จักษุที่เกิดจากการรวมกันของพลังจิตและพลังิญญา หากอยู่ตรงนี้นานเกินก็ยังทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกอกสั่นขวัญหายได้อยู่ดี
รอยแยกห้วงมิติเ่าั้ไม่เพียงแต่มีพลังทำลายล้างที่น่าหวาดกลัวต่อเรือนกาย แม้แต่กระแสจิตก็ยังจะได้รับผลกระทบไปด้วย
“ไช่โยว เตรียมฝ่าวงล้อมออกไปเถอะ?”
ตอนที่ทิพย์จักษุเคลื่อนออกมา เนี่ยเทียนได้ยินการตัดสินใจที่เด็ดขาดจากเผยฉีฉี
“ฝ่าวงล้อม?” นายน้อยแห่งกะโหลกเือึ้งงัน เหม่อมองมายังเผยฉีฉี “ฝ่าไปทางไหน?”
เผยฉีฉีมองทางออกของหุบเขาใช้สายตาบอกเป็นัยให้แก่เขา
“ตรงหุบเขาต้องมีผู้แข็งแกร่งของเดือนดับคุ้มกันอยู่แน่นอน ฝ่าออกไปทางนั้น หากถูกกักตัวขึ้นมาพวกหม่าจิ่วจะตามไปทันอย่างรวดเร็ว” ไช่โยวยิ้มเจื่อน “ฉีฉี ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก พวกเราทำได้เพียงแอบอยู่ตรงนี้แล้วรอเวลาอีกหน่อย คนของกะโหลกเืข้าต้องมาทันแน่นอน”
“แค่พวกเขามาถึง พวกหม่าจิ่วแห่งเดือนดับก็จะเปลี่ยนจากผู้ล่ามาเป็เหยื่อทันที!”
เผยฉีฉีขมวดคิ้วมุ่น ไม่ได้พูดถึงเื่ที่ตนสื่อสารกับเนี่ยเทียน เอ่ยเพียงแค่ว่า “ข้ามิอาจยืนหยัดได้ถึงสองวัน มากสุดคือวันเดียว เมื่อพลังงานทั้งหมดของข้าถูกเผาผลาญจนสิ้น เวลานั้นพวกเราก็จะไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติแ่าเช่นนี้ได้อีกแล้ว หากออกมาก็ยิ่งเท่ากับเดินเข้าสู่ความตาย”
ได้ยินนางพูดเช่นนี้ใบหน้าของไช่โยวก็เปลี่ยนสีน้อยๆ เขาเงียบงันลงไป
“เ้าเชื่อข้าเถอะ” เผยฉีฉีพูดบังคับ
ไช่โยวพยักหน้า “ตกลง! ข้าเชื่อเ้า เ้าให้ข้าทำอย่างไร ข้าก็จะทำอย่างนั้น!”
“เ้าจำไว้ว่าเดี๋ยวอีกครู่ต้องตามติดข้า!” เผยฉีฉีสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ทรวงอกของนางจึงนูนเด่นขึ้นมา นางรวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่ไม่มากฝืนบิดเบือนการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติที่อยู่โดยรอบ
ทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติแคบยาวหลายเส้นที่เปล่งแสงแวววาวอยู่รอบกายนางและไช่โยวพลันเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังเคลื่อนที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในสายตาของหม่าจิ่ว รอยแยกห้วงมิติมากมายที่เดิมทีกลบทับร่างของนางและไช่โยวเอาไว้คล้ายกลายมาเป็สายฟ้าที่ตัดสลับกันไปมา แล้วอยู่ๆ ก็พลันพุ่งเข้ามาพวกเขาสามคน
คนทั้งสามลนลานหลีกหนีอย่างรวดเร็ว
“ไป!”
เผยฉีฉีร้องเบาๆ หนึ่งครั้ง นี่เป็ครั้งแรกใน่เวลาสิบกว่าวันที่นางยอมออกมาจากใจกลางรอยแยกห้วงมิติหนาแน่น
นางใช้ความเร็วที่มากที่สุดพุ่งตัวไปยังทางออกของหุบเขาราวกับสายฟ้าสีฟ้าเข้มเส้นหนึ่ง
ไช่โยวตามหลังนางไปติดๆ
“หึ! ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้วรึ?” หม่าจิ่วไม่ใกลับยินดีด้วยซ้ำ เอ่ยกับผู้แข็งแกร่งของเดือนดับอีกสองคนว่า “นางมารเผยทนไม่ไหวแล้ว นางกล้าออกจากรอยแยกห้วงมิติที่หนาแน่นเ่าั้ก็หมายความพละกำลังของนางเหลือไม่มากพอ ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลแห่งชัยชนะแล้ว นางมารเผยคนหนึ่งบวกกับเ้าลูกสวะของไช่หลัน คราวนี้เดือนดับของพวกเรารวยเละ!”
ภายใต้เสียงะโดังก้องของหม่าจิ่ว ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์อีกสองคนของเดือนดับก็มีสีหน้ายินดีอย่างห้ามตัวเองไม่ได้
เดือนดับ เปลวอัคคีและกะโหลกเืต่างก็เป็เหมือนกัน นั่นคือเมื่อใดที่สมาชิกสร้างความดีความชอบก็จะได้รับการตบรางวัลอย่างงาม ไม่ว่าเผยฉีฉีหรือไช่โยวต่างก็เป็บุคคลที่สำคัญอย่างถึงที่สุดของเมืองโพ่เมี่ย
สังหารพวกเขาสองคนได้ก็จะได้รับรางวัลมากมหาศาลเสียยิ่งกว่าสังหารผู้แข็งแกร่งต้น์หลายคนกะโหลกเืเสียอีก!
พอนึกว่าความตายของเผยฉีฉีและไช่โยวจะแลกมาด้วยหินวิเศษมหาศาล อาวุธวิเศษระดับสูง ยาหลายชนิดที่ช่วยในการเลื่อนขั้นจากเดือนดับ คนทั้งสองก็ฮึกเหิมอย่างถึงขีดสุด
พวกเขาจึงพยายามลอดข้ามผ่านรอยแยกห้วงมิติเ่าั้ไปอย่างระมัดระวัง แม้แต่ลมหายใจก็ยังเปลี่ยนมาเป็กระชั้นรัว
“ขวางพวกมันเอาไว้!”
ขณะที่หม่าจิ่วลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติพุ่งตัวไปยังทางออกของหุบเขาก็ะโขึ้นมาเสียงดัง
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ย่อมได้ยินไปถึงทางออกของหุบเขาแน่นอน
“รับทราบ!”
ตรงทางออก เนี่ยเทียนที่หลบอยู่หลังก้อนหินก้อนหนึ่งคำรามตอบรับด้วยเสียงอันดัง
“ฮ่าๆ!” หม่าจิ่วที่ได้ยินเสียงตอบรับก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พูดกับแผ่นหลังของเผยฉีฉีว่า “นางมารเผย เสียแรงที่เ้าฉลาดปราดเปรื่อง นึกไม่ถึงว่าพอถึง่เวลาคับขันจะทำเื่โง่เง่าเช่นนี้ออกมาได้!”
“นางหนูเอ๋ยนางหนู พอถึง่เวลาสำคัญมักจะไม่มีน้ำอดน้ำทนเสมอเลยนะ!”
“ที่ข้าเปิดเผยทางออกนั้นให้เ้าเห็นก็เพราะคิดจะล่อให้เ้าฝ่าวงล้อมออกไป หรือเ้าคิดว่าตรงทางออกนั้นจะไม่มีคนของข้าเฝ้าอยู่ แล้วจะปล่อยให้เ้าผ่านไปได้ง่ายๆ?”
หม่าจิ่วเอ่ยเสียดสีเต็มที่
ในสายตาของเขา นับั้แ่ที่เผยฉีฉีและไช่โยวเดินออกมาจากรอยแยกห้วงมิติที่เป็ฉากกำบังทางธรรมชาติ คนทั้งสองก็กลายมาเป็ลูกแกะที่รอวันถูกเชือด และไม่มีวันเล่นลูกไม้อะไรได้อีก
“เฮ้ย!”
เนี่ยเทียนะโออกมาคำหนึ่งทำเอาไช่โยวที่วิ่งห้อเต็มเหยียดสีหน้าเปลี่ยนมาเป็ปั้นยากในพริบตา
เขาได้มีการัักับเนี่ยเทียนมาก่อน บวกกับเสียงที่เนี่ยเทียนะโออกมานั้นจงใจไม่เปลี่ยนโทนเสียง ดังนั้นเขาจึงฟังออกทันทีว่าผู้ที่ส่งเสียงก็คือเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนอยู่ตรงทางออกก็หมายความว่าตรงนั้นน่าจะไม่มีผู้แข็งแกร่งของเดือนดับเฝ้าอยู่ มิฉะนั้นคงไม่มีทางปล่อยให้เนี่ยเทียนออกเสียงได้
เช่นเดียวกัน เผยฉีฉีที่ได้ยินเสียงะโของเนี่ยเทียนก็วางใจได้ในที่สุด
ระยะทางจากกลางหุบเขาไปถึงทางออกไม่ถือว่าห่างไกลกันมากนัก เผยฉีฉีและไช่โยวห้อตะบึงสุดแรงจึงมาถึงตรงทางออกอย่างรวดเร็ว
พวกหม่าจิ่วสามคนที่หลบเลี่ยงรอยแยกห้วงมิติอย่างต่อเนื่องก็จับตามองตรงจุดนั้นอย่างตั้งใจ
การต่อสู้ดุเดือดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น พวกเขาได้แต่มองเผยฉีฉีและไช่โยววิ่งลอดไปตามหินแต่ละก้อนคาตา แล้วเงาร่างของพวกเขาก็ค่อยๆ หายไป ทว่าเสียงต่อสู้ที่รอคอยก็ยังไม่ดังขึ้นมา
“ตามข้ามา!”
พอเผยฉีฉีมาถึงทางออกก็เห็นว่ามีเนี่ยเทียนรออยู่เพียงคนเดียวดังคาด ดวงตาคู่งามของนางเป็ประกาย รีบพูดเร็วๆ “เ้ากับไช่โยวอยู่คนละฝั่งซ้ายขวา อย่าออกห่างจากข้าเกินครึ่งเมตร!”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนพูดมาก นางที่หยุดชะงักอยู่เพียงครู่ก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอีกครั้ง
เนี่ยเทียนรีบตามไปทันที
“ผิดปกติ!”
ทางด้านหลัง หม่าจิ่วที่ถูกขัดขวางอยู่ท่ามกลางรอยแยกห้วงมิติพลันหน้าเปลี่ยนสี ตระหนักได้ในที่สุดว่าเหตุการณ์ผิดปกติ
“แนวป้องกันของหุบเขาไม่อยู่แล้ว!” หม่าจิ่วคำรามเดือดดาลเสียงดังสนั่นหวั่นไหว “ทุกคนที่อยู่ใกล้จงไล่ตามพวกมันไปให้หมด อย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้!”
พวกหม่าจิ่วที่เดิมทียังมีอารมณ์หลบเลี่ยงรอยแยกห้วงมิติอย่างสบายใจ พอเห็นว่าท่าไม่ดีก็ไม่สนใจความเสี่ยงที่อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว พวกเขารีบลอดตัวไปในรอยแยกห้วงมิติเล็กละเอียดที่ทำให้าเ็ได้ทันที
“ฉิ้ว!”
ไม่ทันระวังไหล่ซ้ายและเอวทางฝั่งขวาของเขาก็ถูกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งกรีดผ่านทำให้เืไหลนองออกมาทันที
หม่าจิ่วข่มกลั้นความเ็ป เอ่ยเร่งอีกสองคน “เร็วเข้า! รีบสลัดเ้าพวกรอยแยกห้วงมิติระยำพวกนี้ให้หลุด จะปล่อยให้พวกมันหนีออกจากหุบเขาไปยังพื้นที่อันตรายแห่งนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”
สีหน้าของผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์สองคนที่เพิ่งเพ้อฝันว่าหลังกลับไปยังศูนย์บัญชาการของเดือนดับแล้วควรจะแลกเอารางวัลใดมาได้บ้างพลันเปลี่ยนมาเป็น่าเกลียด แล้วก็ไม่หลบเลี่ยงรอยแยกห้วงมิติล่องลอยที่ทำให้พวกเขาาเ็ได้อีก
สามคนที่มีหม่าจิ่วเป็ผู้นำกว่าจะหลุดออกมาจากรอยแยกห้วงมิติเ่าั้ได้เรือนกายก็เต็มไปด้วยาแเหวอะหวะ
“ตามไปเดี๋ยวนี้!”
-----
