โครงเื่ที่เฉินเฟิงเสริมให้จ้าวฉินเสวียล้วนมาจากชีวิตในโลกคู่ขนานที่เขาฝันถึง
เพียงปรับแต่งบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเื่ชื่อจริงของเขาเอง
จ้าวฉินเสวียฟังเนื้อเื่จากเฉินเฟิงแล้วถึงกับน้ำตาไหล
แม้ว่าแรงบันดาลใจนี้จะสั้น แต่ก็สามารถผสมผสานกับนิยายที่เธอเขียนเองได้อย่างลงตัว
มันทำให้เนื้อหาะเือารมณ์มากยิ่งขึ้น!
"ที่รัก คุณไปได้แรงบันดาลใจแบบนี้มาจากไหน?"
จ้าวฉินเสวียมีน้ำตาคลอเบ้า อีกทั้งน้ำเสียงของเธอยังสั่นเครือ
"เธอเป็ผู้หญิงยังเขียนนิยายด้วยมุมมองผู้ชายได้เลย แล้วทำไมแค่ผมนอนหลับไปห้าเดือนบวกกับได้อ่านบทนำนิยายของเธอไปนิดหน่อย ทำไมจะมีแรงบันดาลใจอะไรแบบนี้ไม่ได้ล่ะ?!"
เฉินเฟิงพูดขัด
หลิ่วอีอีหลับใหลไปในอ้อมกอดของเฉินเฟิง เธอเหนื่อยเป็อย่างมากจึงอาศัยโอกาสนี้หลับให้เต็มอิ่ม
ทันใดนั้นเอง ถางจุนจ่านกลับมาพร้อมสัญญาเดิมพันที่พิมพ์เตรียมไว้แล้ว
เฉินเฟิงจึงให้จ้าวฉินเสวียไปพักผ่อน ส่วนเขาก็รอต้อนรับถางจุนจ่าน
"ผู้เฒ่าถาง คุณกลับไปพิมพ์สัญญาเดิมพันที่บริษัทเพื่อให้ผมเซ็นเหรอ?"
เฉินเฟิงถามยิ้มๆ
"ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจบริษัทคุณนะ ผมแค่อยากปรับแต่งรายละเอียดในสัญญาเดิมพันบางส่วนนิดหน่อย ในเมื่อผมถึงกับต้องใช้ชีวิตเป็เดิมพันในพันครั้งนี้ งั้นผมก็ต้องรอบคอบหน่อย!"
ถางจุนจ่านอธิบายด้วยท่าทีอึดอัด
หลังจากถางจุนจ่านตรวจพบว่าตัวเองมีภาวะน้ำตาลในเืสูงในระยะเริ่มต้นเมื่อสองสามวันก่อน เขาก็หวนนึกถึงเนื้อหาในสัญญาเดิมพันที่เฉินเฟิงเคยเอ่ยปากไว้
เฉินเฟิงเดิมพันว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงปี 2004!
ในปี 1995 นี้ โรคเบาหวานซึ่งเป็โรคของคนรวยยังไม่มียารักษาที่มีประสิทธิภาพ
ตัวโรคเบาหวานเองอาจไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
โรคแทรกซ้อนที่ตามมาต่างหากคือสิ่งที่คร่าชีวิตผู้คน!
"ไม่ต้องห่วง ผมกล้าเสนอสัญญาเดิมพันก็เพราะมั่นใจว่ารักษาโรคเบาหวานของคุณได้ ที่จริงแล้ว พ่อแม่ของผมเองก็เป็โรคเบาหวานเหมือนกัน ต่อให้คุณไม่เป็ ผมก็ต้องหาทางรักษาพ่อแม่ผมอยู่ดี
ห้าเดือนก่อน ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้ ผมกลายเป็ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์ที่สามารถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้แล้ว!"
เฉินเฟิงพูดต่อด้วยท่าทางสบายๆ
ถางจุนจ่านฟังแล้วก็รู้สึกดีใจเป็อย่างยิ่ง
"ดีเลย! ผมลงนามในเอกสารเดิมพันทั้งสองฉบับไว้แล้ว เหลือแค่คุณ แค่นี้คุณก็จะได้เป็ผู้ถือหุ้นเก้าเปอร์เซ็นต์ของบริษัทถางเฉินกรุ๊ป และนับจากปี 2004 ทุกหนึ่งปีที่ผมยังมีชีวิตอยู่ คุณจะได้รับหุ้นเพิ่มอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์
ผมซื้อที่ดินแถวเซียงเจียงให้คุณเรียบร้อยแล้ว สัญญาเดิมพันฉบับที่สองคือพนันว่าที่ดินตรงนั้นจะราคาขึ้นเป็ร้อยเท่าใช่หรือเปล่า"
เฉินเฟิงฟังพยักหน้าให้กับคำพูดของถางจุนจ่าน
"ถูกต้อง สัญญาเดิมพันฉบับสองคือการเดิมพันว่าที่ดินรกร้างในเซียงเจียงนั้น จะมีราคาขึ้นเป็ร้อยเท่าในปี 2004!"
พูดจบ เฉินเฟิงรับสัญญาเดิมพันสองฉบับจากมือถางจุนจ่านมาอ่านคร่าวๆ
พบว่าเนื้อหาตรงกับที่ตกลงกันไว้ เพียงแต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อจำกัดที่เพิ่มเข้ามาบางส่วน
เฉินเฟิงจึงลงนามในสัญญา
สัญญาเดิมพันฉบับนี้ล้วนมีแต่ผลดีไม่มีผลเสียสำหรับเขา
หลังจากลงนามอย่างเป็ทางการ ถางจุนจ่านก็ยื่นเอกสารการโอนหุ้นถางเฉินกรุ๊ปให้
เมื่อเฉินเฟิงลงนามเสร็จ เขาจึงกลายเป็ผู้ถือหุ้นเก้าเปอร์เซ็นต์ของถางเฉินกรุ๊ปอย่างเป็ทางการ
และเพื่อเป็การแลกเปลี่ยน เฉินเฟิงก็มอบสัญญาที่ดินที่ได้มาแบบฟรีๆ มูลค่าแปดแสนหนึ่งหมื่นหยวนให้กับถางจุนจ่าน
แน่นอนว่าก่อนที่จะลงนามในสัญญา เฉินเฟิงได้รับสัญญาที่ดินดิสนีย์ในเซียงเจียงมาแล้ว
ส่วนเื่ถางจุนจ่านใช้เงินหรือเส้นสายไปเท่าไหร่ในการซื้อที่ดินแปลงนี้นั้นไม่ใช่เื่ที่เขาต้องใส่ใจ
เพราะเื่นั้นก็เป็ส่วนหนึ่งในข้อตกลง
"พี่น้องเฉินเฟิง ตอนนี้เราเป็หุ้นส่วนที่สนิทสนมกันแล้ว
ถ้าคุณมีศาสตร์การแพทย์ที่รักษาโรคเบาหวานได้จริง ผมก็หวังว่าคุณจะไม่หวงนะ..."
เมื่อถางจุนจ่านเก็บเอกสารสัญญาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปมองเฉินเฟิงด้วยสายตาคาดหวัง
"มาๆ นอนลงบนโซฟา ผมจะใช้ลมปราณแทนเข็มเพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานของคุณให้"
เฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
ด้วยความรู้ทางการแพทย์ที่เฉินเฟิงมีอยู่ในปัจจุบัน โรคเบาหวานระยะแรกเริ่มที่มีแค่ภาวะน้ำตาลในเืสูงถือว่าเป็เื่ง่ายมาก
เพราะท้ายที่สุดแล้ว พลังของศาสตร์การแพทย์จากเซียนแพทย์เทวะ แม้จะเป็แค่ห้าในเจ็ดส่วนแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่สามารถดูถูกได้
ถางจุนจ่านนอนลงบนโซฟาด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง
เฉินเฟิงใช้นิ้วชี้แตะลงบนร่างกายของเขา ปลดปล่อยลมปราณของเซียนแพทย์ออกจากจุดตันเถียน่ล่าง ไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณและจุดฝังเข็มทั่วร่างของอีกฝ่าย
โรคเบาหวานเป็โรคของคนรวย การใช้ลมปราณรักษาจึงไม่ใช่เื่ยากอะไร
เฉินเฟิงใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง อาศัยลมปราณของเซียนแพทย์เทวะเพียงหนึ่งในสิบส่วนก็สามารถรักษาโรคเบาหวานของถางจุนจ่านให้หายขาดได้เป็ที่เรียบร้อย
"เสร็จแล้ว ถ้ากลับไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตอนนี้ ค่าระดับน้ำตาลในเืและปัสสาวะของคุณจะกลับมาเป็ปกติแน่นอน แม้แต่าแภายในต่างๆ ผมก็รักษาให้คุณแล้วด้วย"
เฉินเฟิงตบมือเบาๆ และพูดอย่างสบายๆ
"นี่... แค่นี้ก็เสร็จแล้วเหรอ? แต่เมื่อกี้ผมรู้สึกสบายตัวสุดๆ ไปเลยนะ"
ถางจุนจ่านแทบเคลิ้มหลับไปเพราะความรู้สึกสบายตัว เขาจึงถามด้วยความร้อนรนเมื่อถูกเฉินเฟิงปลุก
"หายดีเป็ปลิดทิ้งแน่นอน แต่ผม้าผลตรวจร่างกายของคุณเพื่อใช้เป็ข้อมูลอ้างอิงด้วย พอถึงเวลาที่พ่อแม่ผมเป็โรคเบาหวาน ผมจะได้รักษาพวกเขาได้ทันที"
ครั้งนี้น้ำเสียงของเฉินเฟิงจริงจัง
แม้ว่าเขาจะได้ััประสบการณ์ชีวิตของเซียนแพทย์เทวะในโลกคู่ขนานและได้รับศาสตร์การแพทย์กลับมาบางส่วน
แต่เฉินเฟิงเพิ่งเคยรักษาคนไข้เป็ครั้งแรก เขาจึง้าดูผลตรวจร่างกายของถางจุนจ่านก่อนเพื่อใช้ยืนยันว่าศาสตร์การแพทย์ของเขาสามารถรักษาโรคเบาหวานได้จริง
"ได้ๆ ผมจะรีบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย..."
ถางจุนจ่านรีบเก็บสัญญาและเอกสารต่างๆ ลง ก่อนจะรีบบอกลาเฉินเฟิงเพื่อออกเดินทางอย่างร้อนรน
หลิ่วอีอีที่นอนอยู่ในออฟฟิศก็ตื่นขึ้นพอดีกับที่ถางจุนจ่านเดินออกไป
เธอมองจ้าวฉินเสวียที่อยู่ข้างๆ และเกิดความรู้สึกอิจฉาที่เธอสามารถใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวลในฐานะดาราสาวสวยได้
ส่วนตัวเธอเองกลับต้องต่อสู้ดิ้นรนราวกับนักรบ อยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องทั้งบริษัท
แต่โชคดีที่เฉินเฟิงตื่นแล้ว เธอสามารถวางภาระความรับผิดชอบลงและมุ่งเน้นไปที่การบริหารบริษัทการเงินเฟิงฮวาเจว๋ต้ายได้แล้ว
การบริหารจัดการกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีบริษัทในเครือเป็สิบแห่งย่อมเหนื่อยยากกว่าการบริหารบริษัทการเงินเพียงแห่งเดียวแน่นอน
"คุณสามี ในที่สุดคุณก็ตื่น ฉันจะได้พักผ่อนสักที สามเดือนที่คุณหลับไปครั้งนี้ คุณเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการบริหารบริษัทในวงการบันเทิงบ้างไหม?"
หลิ่วอีอีเผยรอยยิ้มสดใส เธอพูดกับเฉินเฟิงที่กำลังจัดเรียงสัญญาและเอกสาร
"ห้าเดือนที่ผ่านมาคงลำบากมาก ในเมื่อผมตื่นแล้ว ต่อจากนี้ให้ผมจัดการบริษัทในเครือเอง คุณแค่คอยดูแลบริษัทการเงินและรักษาตำแหน่งบริษัทเรือธงไว้ก็พอแล้ว"
เฉินเฟิงรู้สึกเ็ปหัวใจที่เห็นสีหน้าอิดโรยของหลิ่วอีอี
