กลางดึก ตำหนักใหญ่ของสำนักภูตผี
ฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งปรึกษากันยาวนานตลอดทั้งคืนเื่ที่ว่าอันดับต่อไปควรจะรับมือกับวิกฤตจากแปดอาณาจักรอย่างไร
อาณาจักรหลีเทียนมีค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งหมดสามแห่งที่สามารถเชื่อมต่อกับต่างอาณาจักรได้ ค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามแห่งนั้นอยู่ที่วังยมบาล สำนักภูตผีและหอหลิงเป่า
ก่อนหน้านี้สำนักทั้งเจ็ดของอาณาจักรหลีเทียนต่างก็ใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามเดินทางไปยังอาณาจักรอื่นๆ
ตอนที่ภูตผีปีศาจบุกเข้ามา ค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามใช้การไม่ได้ชั่วคราว เจ็ดสำนักของอาณาจักรหลีเทียนคิดจะใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามไปขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรอื่นกลับพบว่าอาณาจักรทั้งแปดที่ก่อนหน้านี้มีการติดต่อกับอาณาจักรหลีเทียนล้วนหยุดการทำงานของค่ายกลนำส่งอาณาจักรหลีเทียน
เดิมทีเจ็ดสำนักของอาณาจักรหลีเทียนยัง้าใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามพาตัวผู้ที่มีขอบเขตต่ำต้อยให้ไปจากอาณาจักรหลีเทียน หรือหากอาณาจักรหลีเทียนต้านทานไม่ไหวจริงๆ ก็จะถอนทัพออกไปโดยอาศัยค่ายกลทั้งสามนั่น
น่าเสียดายที่แปดอาณาจักรคล้ายจะมีการตกลงลับๆ ร่วมกัน เมื่อพวกเขาคิดจะใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติติดต่อกับอาณาจักรทั้งแปด กลับพบว่าทั้งแปดอาณาจักรล้วนปฏิเสธพวกเขา
และก็ด้วยเหตุนี้ พวกฉางเซินถึงได้เข้าใจว่าทั้งแปดอาณาจักรต่างก็ทอดทิ้งอาณาจักรหลีเทียนแล้ว
“ภูตผีปีศาจถอยกลับไป หากไม่ผิดจากที่คาดการณ์เอาไว้ เ้าพวกคนของอาณาจักรอั้นิและอาณาจักรคุนหลัวต้องได้รับข่าวนี้ในอีกไม่นานและพากันมาเยือนอาณาจักรหลีเทียน” ฉางเซินสีหน้าเคร่งขรึม “ตอนนี้พวกเราไม่มีอันตรายจากภูตผีปีศาจจึงไม่รีบร้อนกลับสำนัก การดำรงอยู่ของค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามกลับเปลี่ยนมาเป็ช่องโหว่ให้กับแปดอาณาจักร”
“ตามความเห็นข้า นับแต่วันนี้ไปพวกเราควรปิดผนึกค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งสามนั่นซะ ขัดขวางไม่ให้พวกต่างถิ่นจากแปดอาณาจักรเหยียบย่างเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียน”
“อาณาจักรอั้นิและอาณาจักรคุนหลัวค่อนข้างอยู่ใกล้กับพวกเขา แต่เมื่อสูญเสียการติดต่อทางค่ายกลนำส่งแห่งมิติไป พวกเขาคิดจะข้ามทางช้างเผือกมาก็ยังจำเป็ต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน”
“นอกจากนี้ การข้ามทางช้างเผือกต้องเผชิญกับอันตรายมากมาย ข้า้าให้เ้าพวกคนของอาณาจักรอั้นิและอาณาจักรคุนหลัวเ่าั้ได้ลิ้มรสกับความยากลำบากในทางช้างเผือก”
“ต่อให้พวกเขาข้ามทางช้างเผือกสำเร็จ และเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียนได้ พวกเขาก็ต้องมีาเ็กันไปไม่น้อย!”
ฉางเซินกล่าวความเห็นของตัวเองออกมา กุ่ยถงและหลีจิ้งต่างก็พยักหน้าเบาๆ แสดงว่าเห็นด้วย
ทันใดนั้นกุ่ยถงก็จัดการสั่งให้ผู้าุโของสำนักภูตผีไปปิดค่ายกลนำส่งของสำนักภูตผีเสียก่อน
ฉางเซินเองก็คิดจะใช้เวทลับติดต่อกับคนในสำนักที่เฝ้าพิทักษ์อยู่ข้างค่ายกลนำส่งแห่งมิติของวังยมบาล สั่งการให้พวกเขาไปปิดค่ายกลนั้นเช่นกัน อีกทั้งพยายามติดต่อฝางฮุยแห่งหอหลิงเป่าให้เขาร่วมมือปิดผนึกค่ายกลนำส่งแห่งมิติของหอหลิงเป่าด้วย
ทว่าผู้าุโของสำนักภูตผีที่กุ่ยถงสั่งความไปเมื่อครู่นี้เพิ่งจะถอยไปได้ไม่นานก็รีบร้อนกลับมาอีกครั้ง
“เ้าสำนัก มีคนสองคนใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติของสำนักภูตผีเรามาถึงก่อนแล้ว” ผู้าุโคนนั้นกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว “พวกเขาถือป้ายคำสั่งของเ้าสำนักวิมาน์มาด้วย พวกเขา้าพบท่าน”
“วิมาน์? ป้ายคำสั่งของเ้าสำนัก!” กุ่ยถงหน้าถอดสี
ฉางเซินและหลีจิ้งเองก็แสดงท่าทีใอย่างเห็นได้ชัด อึ้งงันไปกับการมาเยือนของแขกจากวิมาน์สองคนซึ่งถือคำสั่งเ้าสำนักวิมาน์มาด้วย
กุ่ยถงหันไปมองฉางเซิน
ฉางเซินใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า “ดูก่อนว่าพวกเขาจะว่าอย่างไร”
ดังนั้นกุ่ยถงจึงโบกมือ
ครู่หนึ่ง หนิงหยางและซูหลินที่เดินทางไกลมาจากวิมาน์ก็ถูกผู้าุโของสำนักภูตผีคนนั้นเชิญตัวมาหยุดอยู่ต่อหน้าคนทั้งสาม
“คารวะผู้าุโทั้งสามท่าน” หลังจากที่หนิงหยางมาถึงก็ทำความเคารพด้วยท่าทางไม่แข็งกระด้างและไม่อ่อนน้อม
แล้วเขาก็หยิบเอาป้ายคำสั่งแผ่นนั้นออกมาให้ฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งดูทันที รอจนคนทั้งสามแน่ใจแล้วว่าป้ายคำสั่งนี้ไม่ใช่ของปลอม หนิงหยางจึงบอกจุดประสงค์การมาของพวกเขาอย่างไม่รีบไม่ร้อน บอกว่า้าตัวเนี่ยเทียนผู้ที่ได้คาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลาง
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงตราประทับคาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางที่มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวในประตู์ทั้งสองบทว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด มีเพียงตราประทับทั้งสามรวมกันเป็หนึ่งเท่านั้นถึงสามารถปิดผนึกรอยแยกที่ปรากฏขึ้นในอาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนเจวี๋ย และอาณาจักรหลีเทียน สกัดกั้นการรั่วซึมของปราณปีศาจได้
เื่ที่หนิงหยางกล่าวมาแม้กระทั่งฉางเซินแห่งวังยมบาลเองก็ยังไม่รู้ หลังจากที่ฉางเซินสามคนรู้ถึงความสำคัญของตราประทับทั้งสอง รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกภูตผีปีศาจ ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดทันที
“พื้นที่ของอาณาจักรหลีเทียนเล็กที่สุด หากไม่สามารถปิดผนึกรอยแยกโดยเร็ว อย่างมากสุดยี่สิบปี อาณาจักรหลีเทียนก็จะถูกปราณปีศาจกลบทับจนหมด เมื่อถึงเวลานั้น บางทีไม่จำเป็ต้องให้ภูตผีปีศาจออกโรงเอง เจ็ดสำนักใหญ่ในอาณาจักรหลีเทียนของพวกท่าน รวมไปถึงคนธรรมดาทั้งหมดก็คงต้องถูกบีบให้ย้ายออกไป”
“พวกเราได้รับคำสั่งให้เดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผู้ที่ได้คาถาสะเก็ดดาวของอาณาจักรหลีเทียนขอบเขตต่ำต้อย ต่อให้เขาตราประทับทั้งสองนั้นก็ไม่สามารถผสานรวมได้ในระยะเวลาอันสั้น”
“ขอทั้งสามท่านเห็นแก่ส่วนรวม มอบตัวเด็กที่ชื่อเนี่ยเทียนมาให้ข้า ข้ารับรองว่าจะเอาแค่ตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองบทมาเท่านั้น ไม่เอาชีวิตเขาแน่นอน”
“ขอแค่เอาตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองมาได้ วิมาน์และอีกหกอาณาจักรที่เหลือจะไม่ยื่นมือเข้าแทรกความขัดแย้งระหว่างอาณาจักรหลีเทียนกับอาณาจักรอั้นิ และอาณาจักรคุนหลัว”
“ผู้าุโทั้งสามท่านล้วนเป็คนฉลาด คิดว่าคงจะรู้ว่าควรจัดการอย่างไร และรู้ว่าการตัดสินใจแบบไหนถึงจะมีประโยชน์ต่ออาณาจักรหลีเทียนสูงสุด”
หลังจากหนิงหยางอธิบายสาเหตุทุกข้ออย่างชัดเจนก็เงียบงันไม่พูดอะไรต่อ รอการตัดสินใจจากพวกฉางเซินสามคนเงียบๆ
“เนี่ยเทียน! เป็เนี่ยเทียนเองหรือนี่!” หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตทั้งตะลึงและทั้งดีใจ “นึกไม่ถึงเลยว่าเนี่ยเทียนจะได้ตราประทับคาถาสะเก็ดดาวสองบทมาจากประตู์!”
“หลีจิ้ง! ตราประทับคาถาสะเก็ดดาวเกี่ยวพันกับเื่ใหญ่ หากตราประทับทั้งสามไม่สามารถรวมเป็หนึ่ง อาณาจักรหลีเทียนก็ยากจะผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้!” ฉางเซินสงบสติอารมณ์และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เขากล่าวว่า “เนี่ยเทียนที่ปลุกโครงกระดูกปีศาจเืขึ้นมา ช่วยอาณารจักรหลีเทียนได้มาก ข้อนี้ข้าจดจำได้ขึ้นใจ!”
“แต่ว่าถึงอย่างไรเขาก็มีตบะแค่ท้าย์ เขาตราประทับคาถาสะเก็ดดาวสองบทนั่นก็ไม่สามารถย่อยและผสานรวมมันได้ใน่ระยะเวลาสั้นๆ นี่จะนำภัยมาสู่อาณาจักรหลีเทียน รวมไปถึงอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยที่ก็อาจจะตกอยู่ในภัยพิบัติครั้งนี้ไปด้วยเพราะตราประทับทั้งสามไม่รวมเป็หนึ่ง”
“ให้เขาส่งมอบตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองนั่นมาซะ วังยมบาลของข้าจะชดเชยให้กับเขาเอง!”
หลังจากที่กุ่ยถงรู้ว่าการที่รอยแยกซึ่งปลดปล่อยปราณปีศาจออกมาปรากฏขึ้นในอาณาจักรหลีเทียนมีความหมายเช่นไร เขาก็ลนลานไปเหมือนกัน
เขารู้ว่าในเมื่อหนิงหยางถึงขนาดมาเยือนพร้อมป้ายคำสั่งของเ้าสำนักวิมาน์ ย่อมไม่มีทางกลับไปมือเปล่าแน่นอน
ใช้ตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองของเนี่ยเทียนมาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรหลีเทียน ทำให้อาณาจักรหลีเทียนไม่ต้องถูกปราณปีศาจกลบทับ ทั้งยังสามารถแก้ไขวิกฤตครั้งใหญ่ที่อาณาจักรหลีเทียนต้องเผชิญได้ด้วย เขาเองก็คิดว่าเื่นี้สมควรทำ
หลีจิ้งที่เพิ่งมอบเวทหลอมโลหิตให้กับเนี่ยเทียนได้ไม่นาน เมื่อเข้าใจสถานการณ์และก็รู้ว่าด้วยกำลังของนางคงไม่สามารถปกป้องเนี่ยเทียนได้
อีกทั้งตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองนั้นก็สำคัญมากเกินไป สำคัญถึงขั้นอาจเกี่ยวพันไปถึงสถานการณ์โดยภาพรวมของตลอดทั้งดินแดนดาวตกในอนาคตด้วย แม้แต่ป้ายคำสั่งของเ้าสำนักวิมาน์ยังมาปรากฏอยู่ที่อาณาจักรหลีเทียนแล้ว นางจึงรู้ดีว่าในอาณาจักรหลีเทียนย่อมไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของวิมาน์ได้อีก!
ที่สำคัญที่สุดก็คือหากเนี่ยเทียนไม่ส่งมอบตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองบทนั้นมา อาณาจักรหลีเทียนก็จะต้องเดือดร้อนก่อนใคร
ใบหน้าหลีจิ้งเปลี่ยนแปลงไปจนมิอาจคาดเดา เนิ่นนานถึงได้มองมายังหนิงหยางแล้วกล่าวว่า “แค่เอาตราประทับคาถาสะเก็ดดาวเท่านั้น ไม่ทำร้ายเนี่ยเทียนจริงๆ รึ?”
หนิงหยางเอ่ยคำสาบานอย่างจริงจัง รับรองว่ามีเวทลับที่สามารถกรีดเอาตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองออกมาจากร่างของเนี่ยเทียนได้โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการฝึกบำเพ็ญตบะของเนี่ยเทียนในวันหน้า
เขายังถึงขั้นรับรองด้วยว่าหลังจากที่ได้ตราประทับคาถาสะเก็ดดาวทั้งสองไปแล้ว วิมาน์จะยังชดเชยให้กับเนี่ยเทียน อีกทั้งจะกำราบอาณาจักรคุนหลัวและอาณาจักรอั้นิ ไม่ให้พวกเขาเข้ามารุกรานอาณาจักรหลีเทียน
คำสาบานของเขาในที่สุดก็ตัดความกังวลของหลีจิ้งไปได้ “ถ้าอย่างนั้นก็ดี ข้าจะพาพวกเ้าไปหาเนี่ยเทียน”
“ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี” หนิงหยางกล่าว
จากนั้นหลีจิ้งก็พาพวกเขาเดินทางไปยังลานบ้านที่มีโครงกระดูกปีศาจเืนอนนิ่งอยู่
แต่ยังไม่ทันได้เข้าไป ฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งต่างก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
กระแสจิตที่พวกเขาปลดปล่อยออกไปไม่สามารถััได้ถึงวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ นี่หมายความว่าเนี่ยเทียนไม่ได้อยู่ที่นี่
“เกิดเื่อะไรขึ้น?” หนิงหยางถามอย่างคลางแคลง
หลีจิ้งขมวดคิ้วน้อยๆ กล่าวว่า “บางทีอาจจะออกไปเดินเล่น ไม่เป็ไร ข้าจำปราณบนตัวเขาได้ ขอแค่เขาอยู่ในเมืองแห่งนี้ ข้าต้องหาตัวเขาเจอแน่นอน”
กล่าวจบคลื่นมหาสมุทริญญาที่เหมือนคลื่นน้ำวงหนึ่งก็แผ่ออกไปรอบด้านโดยมีหลีจิ้งเป็จุดศูนย์กลาง
ผ่านไปครึ่งเค่อ ร่างของหลีจิ้งที่นั่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืก็สั่นเยือกน้อยๆ กล่าวด้วยความตะลึงพรึงเพริด “เนี่ยเทียนไม่ได้อยู่ในเมือง!”
“จะเป็ไปได้อย่างไร?” ฉางเซินเองก็อึ้งงันไปเช่นกัน “อยู่ดีๆ เ้าเด็กนั่นคงไม่ไปจากเมืองหรอกกระมัง หรือว่าเขาััได้ถึงวิกฤตล่วงหน้า? ด้วยตบะและขอบเขตของเขา ต่อให้ไปจากเมืองก็ไม่น่าจะไปได้ไกลนัก”
“แยกย้ายกันตามหา!” กุ่ยถงกลายร่างเป็ิญญาผีเลือนรางบินพรวดขึ้นกลางฟ้า พริบตาเดียวก็หายวับไป
ฉางเซินลังเลเล็กน้อยก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ออกนอกเมือง ไปตามหาเนี่ยเทียนเช่นกัน
หลีจิ้งที่นั่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืก็คำรามอู้ออกไป หลังจากที่บินออกจากเมืองโบราณแล้วก็เริ่มปลดปล่อยกระแสจิตออกไปตามหายังพื้นที่ต่างๆ ที่เป็คนละส่วนกับกุ่ยถงและฉางเซิน
เมื่อฟ้าสว่าง คนทั้งสามกลับเข้ามาในเมืองโบราณด้วยใบหน้าห่อเหี่ยว สีหน้าแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด---พวกเขาตามหาเนี่ยเทียนไม่เจอ
-----
