ก่อนคนของไป่เอ๋อที่คลุมหน้าคลุมตามิดชิดจะติดตามไปอย่างใกล้ชิด
“ธิดาไป่เอ๋อกำชับว่า อย่าให้ิเยว่เป็อันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะชีวิตนางยังมีประโยชน์ต่อประมุขตงหยาง ส่วนเทพธิดาจางซิน จัดการนางให้หนัก” ชายในชุดสีดำปกคลุมใบหน้า หันบอกลูกน้อง พร้อมก้าวตามทั้งสองไปอย่างเงียบ ๆ ขณะที่พวกนางเดินชมตลาดจนเมื่อยแล้ว จึงมุ่งตรงไปยังโรงเตี๊ยม ก่อนิเยว่จะขมวดคิ้วนึกคุ้นโรงเตี๊ยมที่ว่า พลางเดินตามเทพธิดาจางซินเข้าไปในร้าน ก่อนเถ้าแก่ร้านที่เดินมาต้อนรับ พลันเลื่อนสายตาหันมาพบกับิเยว่ แล้วตกตะลึงทันที ภาพในอดีตย้อนกลับมา ยังคงจำวันที่ิเยว่แสดงอิทธิฤทธิ์ได้ดีจนถึงทุกวันนี้
“ทะ ท่าน” เขายังอยู่ในอาการตกตะลึง พลันหันไปยังลูกจ้าง แล้วหายวับเข้าไปในครัว ออกมาพร้อมกับอาหารชุดใหญ่จัดเรียงรายบนโต๊ะ พลางน้อมกายลงเคารพหญิงสาวทั้งสองด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“เชิญพวกท่านรับประทานกันได้เต็มที่เลยนะขอรับ”
“ข้าไม่ได้สั่ง” จางซินเลื่อนสายตามองอาหารบนโต๊ะแล้วเอ่ยขึ้น ก่อนเถ้าแก่โรงเตี๊ยมจะน้อมกายลงอีกครั้ง
“ข้าไม่คิดเงินขอรับ อ่อ..แม่นาง ทุกวันนี้ข้าทำการแจกจ่ายอาหารให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน ทุกเดือนตามกำลัง ไม่คิดเอาเปรียบผู้อื่นแล้ว วันนี้หากพวกท่านจะพักที่โรงเตี๊ยมของข้า ข้าจะเตรียมห้องพักไว้ขอรับ”
“เอ่อ...” ิเยว่อึกอัก พลันหันมองไปยังจางซินที่ยังอ้าปากค้างกับอาหารมากมายตรงหน้า แล้วหันกลับมายังเถ้าแก่ร้าน ก่อนิเยว่จะเอ่ยขึ้น
“เื่นั้นไว้ก่อน ท่านมีอะไรก็ไปทำเถอะ วันนี้ข้าแค่ผ่านมาเฉย ๆ ไม่ได้มาจับผิดท่านแต่อย่างใด”
“ขอรับ” หลังจากเถ้าแก่ร้านหันหลังจากไป จางซินเอียงศีรษะพลันจับจ้องมายังิเยว่แล้วพูดขึ้น
“อย่าบอกนะ ว่าเ้าเคยทำผิดกฎ เปิดเผยฐานะของตนให้มนุษย์ผู้นี้รู้ฐานะเ้า” ิเยว่กลืนน้ำลายแล้วพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี
“ข้าจำเป็ต้องทำผิดกฎ ข้ามิได้ตั้งใจ” ิเยว่ยิ้มแล้วจำใจยอมรับ
“เ้าเด็กดื้อ ข้าเชื่อว่าประมุขเผ่าวิหคต้องปวดหัวเพราะเ้ามากแน่ ๆ” จางซินส่ายศีรษะแล้วหันไปหยิบตะเกียบจับอาหารเข้าปาก
“อาหารของแดนมนุษย์ แม้จะรสชาติสู้เผ่าเทพไม่ได้ แต่พอทำให้หายหิว แก้ขัดได้เป็ครั้งคราว ถ้าจะให้ดีก็ต้อง...” จางซินนึกอยากสุราขึ้นมา จึงหันไปเรียกเถ้าแก่ร้านให้นำสุราชั้นดีออกมา ก่อนเถ้าแก่จะอึกอัก ด้วยสุราชั้นดีของเขามีไม่มาก เพราะต้องนำเข้าไปขายยังวังหลวงอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“แต่ว่าสุราพวกนี้ข้าจะต้องส่งเข้าวังหลวง” เขาพูดด้วยท่าทางไม่สบายใจนัก ก่อนิเยว่จะหาทางออกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เช่นนั้นเ้าเอาสุราธรรมดาแบบอื่นมาก็ได้” ชายชราน้อมกายลงแล้วกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณแม่นางที่เห็นใจ หากข้าไม่มีสุราชั้นดี ส่งเข้าไปยังวังหลวง ข้าต้องตายแน่ ๆ” ิเยว่พยักหน้าแล้วหันกลับมายังจางซิน
“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอเทพธิดาจางซินอย่าบังคับเอาเหล้าชั้นดีจากเขาเลย เมตตามนุษย์ผู้นี้สักครั้ง แล้วข้าจะดื่มเป็เพื่อนท่านเอง” จางซินแสร้งปั้นหน้านิ่ง ก่อนิเยว่จะพูดขึ้น
“อย่าลืม สถานที่แห่งนี้คือแดนมนุษย์ หากเถ้าแก่ร้านเอาสุราชั้นดีมาให้เรา แล้วผิดคำพูดกับวังหลวง หัวเขามิหลุดจากบ่าเหรอเ้าคะ”
“ก็ได้” จางซินถอนหายใจแล้ว แล้วยอมรับ พร้อมรอยยิ้มของิเยว่ปล่อยกว้างออกมาด้วยความโล่งใจ
“เ้าเด็กดื้อผู้นี้ แม้นางจะเป็ศัตรูความรักของข้า ทว่าความดีงามของนางทำให้ข้าเกลียดนางไม่ลงจริง ๆ” เทพธิดาจางซินลอบคิดในใจ ทว่าไม่นานนักสุราหลายไหก็ถูกเถ้าแก่ร้านยกมาให้ จางซินไม่รีรอรีบรินสุราใส่จอก แล้วกระดกดื่มอย่างมีความสุข
“ดูท่า แดนมนุษย์จะเป็สถานที่ที่เ้าคุ้นเคยไม่น้อย” ิเยว่เอื้อมไปตักอาหารเข้าปากแล้วเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อน
“เมื่อก่อน ข้าชอบแอบท่านพ่อ หนีมายังแดนมนุษย์อยู่บ่อยครั้ง”
“ทำไมเ้าถึงชอบมายังแดนมนุษย์” คำถามของจางซินทำให้ิเยว่ชะงักนิ่ง แล้วตัดสินใจพูดไปตามความจริง
“เพราะข้าหวังว่าสักวันจะได้เจอกับประมุขตงหยาง ในบันทึกที่เผ่าวิหคกล่าวไว้ว่า ประมุขตงหยางชอบมายังแดนมนุษย์เช่นกัน” จางซินเลื่อนสายตาไปยังิเยว่ แล้วพูดขึ้นด้วยท่าทางราบเรียบ
“เ้าก็เลยคิดจะมาเจอเขาที่แดนมนุษย์งั้นเหรอ” ิเยว่พยักหน้ายอมรับ แล้วสังเกตท่าทางของจางซิน ทว่าอีกฝ่ายกลับคีบอาหารและกระดกสุรากินอย่างไม่มีท่าทีสะท้าน รังความแปลกใจให้กับิเยว่เป็อย่างมาก
“เหตุใดนางจึงทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ประมุขตงหยางเป็ชายที่นางหมายปอง ด้วยนิสัยของเทพธิดาจางซิน เป็คนที่ไม่ยอมให้ผู้ใดก้าวล่วงได้ เมื่อครู่นางควรต่อว่าหรือแสดงความหึงหวง ทว่าข้ามิอาจเดาใจนางได้เลย”
“คิดสิ่งใดอยู่”
“ปะ เปล่าเ้าค่ะ” ิเยว่ปฏิเสธ พลันค่อย ๆ คีบอาหารในจาน ก่อนจางซินจะเห็นนางคีบทีละน้อย จึงจัดการคีบคำใหญ่ ให้
“มัวแต่คีบทีละน้อยเช่นนี้ จะอยู่ท้องได้อย่างไร ไหน ๆ มีโอกาสออกมาเที่ยวเล่นแล้ว เ้าก็ต้องกินเยอะ ๆ เก็บแรงไว้ฝึกพลังิญญาต่อ รู้หรือไม่” นางพูดพร้อมเคี้ยวตุ้ย ๆ เป็กิริยาที่หมิงเยว่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ก่อนหน้า ข้าใช้เคล็ดวิชาอ่านใจกับนางไม่ได้ วันนี้ข้าจะลองอ่านใจนางดูอีกครั้ง ว่าแท้จริงแล้ว นางมีอดีตเช่นไร” ิเยว่คิดได้ดังนั้น จึงหาอุบายจับมือจางซินอีกครั้ง ทว่าเอื้อมมือไปเพียงครึ่งเดียว เสียงโวยวายจากด้านนอกก็ทำให้ิเยว่หันกลับไป พบกับชายชุดดำสองสามคน จับตัวเถ้าแก่โรงเตี๊ยมไว้
“แม่นางทั้งสองช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย” เถ้าแก่ร้านรู้ว่าหมิงเยว่ไม่ใช่คนธรรม เมื่ออยู่ในอันตราย จึงเรียกให้นางช่วยด้วยความหวาดหวั่น ิเยว่กำลังรีบลุกจากโต๊ะ ทว่ามือของจางซินจับนางไว้ได้ทัน
“อย่าพึ่งวู่วาม” จางซินสังเกตมองไปยังชายหนุ่มทั้งสามคน แล้วพูดขึ้น
“ในเมื่อพวกเ้ามุ่งร้ายต่อเถ้าแก่โรงเตี๊ยม เหตุใดจึงรีรอคล้าย้าบางอย่างจากพวกเรา” จางซินเอ่ยถามด้วยท่างทางไว้เชิงตามนิสัย ก่อนชายหนุ่มจะหันมองหน้ากัน แล้วพูดขึ้น
“ถ้าไม่อยากให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตาย พวกเ้าสองก็ต้องไปกับข้า” ิเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“พวกเราสองคนไม่เคยมีศัตรูที่ไหน พวกเ้าเป็ใคร ้าสิ่งใด” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน แล้วใช้อาวุธหน้าตาประหลาดกดลงที่ลำคอของเถ้าแก่ร้าน จนเืซึมออกมา
ิเยว่ไม่อาจทนได้ จึงพลังิญญาของนางเพื่อช่วยเหลือเถ้าแก่ร้าน ทว่าอีกฝ่ายตอบโต้กลับมาด้วยพลังิญญาที่เหนือชั้นกว่า
