ณ ยอดเขาเ้านิกาย ท่ามกลางสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านยอดเขาอันเงียบสงบ บรรยากาศโดยรอบ กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากเหล่ายอดฝีมือที่รวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้
แม้ว่าโถงประชุมเดิมจะถูกทำลายจนเหลือเพียงเศษซาก แต่ผู้รอดชีวิตทั้งผู้าุโ ศิษย์หลัก และเ้าแห่งยอดเขาต่างมาชุมนุมพร้อมหน้ากันอย่างเงียบสงบ บางคนนั่งประจำที่นั่งด้วยท่าทีสงบนิ่ง บางคนก็เข้ามานั่งแทนพื้นที่ของคนที่จากไปแล้ว แต่แววตาของทุกคนล้วนเคร่งเครียด พร้อมเสียงพูดคุยและคำอาลัยอาวรณ์ของคนที่ยังอยู่ถึงคนจากไปแล้ว
เสียงกระซิบเบาๆ จากเหล่าผู้าุโพลันเงียบลงในทันทีเมื่อแสงวาร์ปปรากฏขึ้นตรงกลางอากาศเหนือที่ประชุม
มู่หนานซือ ปรากฏร่างขึ้นในชุดสีครามอ่อนที่สะบัดปลิวไปมาเบาๆ ตามแรงลม นางเดินผ่านอากาศมาอย่างช้าๆ ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงบนบัลลังก์ของเ้าแห่งนิกายโดยไม่พูดสิ่งใด
ความเงียบงันปกคลุมทั่วทั้งลาน ทันใดนั้นเสียงของนางก็ดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่เรียบ แต่อัดแน่นไปด้วยพลัง
“พวกเ้าทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้… ข้าขอชื่นชมพวกเ้าจากใจจริง”
มู่หนานซือกวาดตามองไปยังผู้คนรอบตัว สีหน้าของนางยังคงนิ่งสงบ แต่ั์ตาสะท้อนถึงความเ็าและมั่นคง
“แม้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะของเราจะเผชิญกับหายนะ การทรยศ ความสูญเสีย แต่พวกเ้าทั้งหมด… กลับยังคงเลือกที่จะอยู่ ไม่ได้หลบหนี ไม่ได้แกล้งตาย ไม่ได้ทรยศไปเข้าร่วมกับศัตรู”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย เสียงลมเงียบลงราวกับไม่กล้ารบกวนคำพูดของนาง
“นั่นไม่ใช่แค่ความภักดี… แต่มันคือจิตใจของผู้ที่คู่ควรกับคำว่า ศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะ อย่างแท้จริง”
มู่หนานซือยิ้ม นางไม่ได้ยิ้มให้ใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็รอยยิ้มที่แผ่ออกไปถึงทุกผู้คนที่ยังคงยืนหยัดอยู่ ณ ที่แห่งนี้
“พวกเ้า… ทุกคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ในตอนนี้ ล้วนเป็ผู้ที่ข้าเลือกแล้วด้วยตนเอง ถึงแม้ข้าจะพึ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้นำได้ไม่กี่ปีและพวกเ้าบางคนมีอายุมากกว่าข้าหลายพันปีหรือหลายหมื่นปีแล้ว แต่สิ่งที่ข้ามองเห็นนั้นคือพวกเ้ามีทั้งศักยภาพและโชคชะตาที่คู่ควร แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่ทัดเทียมเหล่าอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดต่ำต้อยเกินไปในสายตาของข้า”
เสียงของนางไม่ได้ดังมาก แต่กลับแทรกซึมเข้าไปถึงในจิตใจของทุกคนที่ได้ยิน สีหน้าของผู้าุโหลายคนเริ่มผ่อนคลายลง บางคนถึงกับกำหมัดแน่นถึงความรู้สึกที่ถูกกดทับเอาไว้ตลอดวันที่ผ่านมา
“ดังนั้น ข้าตัดสินใจแล้วว่าข้าจะส่งพวกเ้าทั้งหมดขึ้นไปยังโลกเบื้องบนเพื่อเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะที่แท้จริง ภายในอีกห้าวันข้างหน้า”
เสียงของนางไม่ดัง แต่ทุกถ้อยคำกลับฝังแน่นในใจของผู้ฟัง
มู่หนานซือดีดนิ้วเบาๆ เพียงครั้งเดียว เป็สัญญาณบางอย่าง ทันใดนั้น ชายชุดดำ 500 คนพลันก้าวออกมาจากความว่างเปล่าด้านหลังของนางในทันที พวกเขาทุกคนล้วนเป็ยอดฝีมือที่ออร่าของพวกเขาเพียงพอจะทำให้ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิทั่วไปตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะต่อสู้กับพวกเขา
“ใน่เวลาห้าวันนี้… ข้าจะให้พวกเ้ากลับไปนำครอบครัว คนที่เ้ารัก หรือใครก็ตามที่เ้า้าพาขึ้นไปด้วยมาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะ และไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัย คนชุดดำเหล่านี้จะคอยคุ้มกันพวกเ้าทุกฝีก้าวใน่ระยะเวลา 5 วันนี้”
“เมื่อขึ้นไปถึงโลกเบื้องบนแล้ว… ทางดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะในโลกเบื้องบนจะจัดเตรียมที่อยู่อาศัยไว้ให้ครอบครัวของพวกเ้าโดยเฉพาะ ส่วนเื่สถานะของพวกเ้าจะมีการทดสอบอีกครั้งเมื่อไปถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะในโลกเบื้องบน พวกเ้าคงเข้าใจกฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะดี”
สายตาของนางมองไปทั่วทั้งที่ประชุม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง
“แต่หากใครไม่้าขึ้นไป… ข้าก็จะไม่บังคับ พวกเ้ามีสิทธิ์ตัดสินใจเอง แต่ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำะในโลกเบื้องล่างแห่งนี้จะถูกคนอื่นเข้ามาควบคุมแทนข้า ซึ่งทางเลือกเป็ของพวกเ้า ไปได้!!”
คำพูดสุดท้ายของนางดังก้องในหัวของทุกคน ไม่มีใครพูดอะไรต่อ พวกเขาต่างพากันโค้งคำนับนางแล้วทยอยลุกออกจากโถงประชุมทันที ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสับสนและตื่นเต้น
เสียงฝีเท้าจำนวนมากค่อยๆ ห่างไกลออกไป ทันใดนั้น เสียงของมู่หนานซือก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันได้ยินเฉพาะคนคนเดียวเท่านั้น
“หานิ… เ้าอย่าเพิ่งไป ข้ามีเื่ที่อยากจะคุยด้วย”
หานิที่กำลังลุกขึ้นยืนก็ชะงัก ก่อนจะนั่งกลับลงไปเงียบๆ
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายจากไปแล้วรวมถึงชายชุดดำที่เป็คนของมู่หนานซือบางส่วน ท่ามกลางความเงียบสงบของที่ประชุม เหลือเพียงหานิที่นั่งอยู่ตามลำพัง
ทันใดนั้น เสียงของมู่หนานซือก็ดังขึ้นจากด้านข้างอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
“เ้าไม่คิดจะขึ้นไปยังโลกเบื้องบนจริงๆ งั้นหรือ?”
หานิหันหน้ากลับมายิ้มบางๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าอาจจะยังไม่ไปตอนนี้ขอรับ…”
มู่หนานซือพยักหน้าเบาๆ ดวงตาของนางยังคงจับจ้องชายเบื้องหน้า
“เช่นนั้น... เ้าอยากเข้าไปในอาณาจักรลับสมุนไพรไหม?”
คำถามนี้ทำให้หานิเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างหนักแน่น
“ข้าไม่คิดจะเข้าไปเช่นกันขอรับ... แต่ศิษย์ของข้าบางคนจำเป็ต้องเข้าไป”
มู่หนานซือชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเปลี่ยนไปถามอีกเื่
“เ้า... รู้เื่อะไรเกี่ยวกับอาณาจักรลับสมุนไพรบ้างหรือ?”
หานิส่ายหน้าอีกครั้ง
“ข้าไม่รู้มากนัก ข้าแค่รู้ว่ามันเต็มไปด้วยสมุนไพรระดับสูงมากมาย... เท่านั้น”
มู่หนานซือหัวเราะเล็กน้อย ก่อนที่นางจะพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน
“อาณาจักรลับสมุนไพร... บางคนเรียกมันว่าสุสาน บางคนว่าเป็คลังสมบัติ หรือบางคนก็ว่ามันเป็แหล่งสืบทอดมรดก แต่ว่าข้าเรียกมันว่า สุสานของเทพเ้าสมุนไพร”
คำพูดนั้นทำให้หานินิ่งไปเล็กน้อย มู่หนานซือพูดต่อโดยไม่รอคำถาม
“สถานที่แห่งนั้น เป็แหล่งเก็บองค์ความรู้สมุนไพร การปรุงยา เพลิงหายากและของล้ำค่าที่สุดในยุคาที่ถูกเก็บไว้โดยเทพเ้าา ข้าเอง... เป็คนค้นพบมันเมื่อหลายปีก่อน นั่นเป็สาเหตุที่ข้าตัดสินใจอยู่ในโลกเบื้องล่างนี้แทนที่จะกลับขึ้นไปเบื้องบน”
หานิพยักหน้า สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงถึงความประหลาดใจนัก มู่หนานซือถามต่อ
“ตอนนี้เ้ายังไม่คิดจะเข้าไปในนั้นใช่หรือไม่?”
หานิไม่ตอบในทันที เพียงแค่มองไปบนท้องฟ้าเบื้องบนอย่างครุ่นคิดพร้อมแววตาที่เปลี่ยนเป็สีทองเล็กน้อย...ที่แม้แต่กระทั่งมู่หนานซือหรือคนชุดดำด้านหลังของนางก็ไม่ทันสังเกต หานิยังคงส่ายหน้าให้กับคำชวนของมู่หนานซือเช่นเดิม ดวงตาของเขายังคงสงบนิ่ง ราวกับสมบัติเ่าั้ไม่มีผลต่อความคิดแม้แต่น้อย
ในใจของเขารู้ดี... ถึงมันจะเป็สถานที่ที่น่าสนใจขนาดไหนก็ตาม แต่เขาไม่ได้รู้สึกจำเป็ต้องเข้าไป ถึงภายในสุสานนั้นจะเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าหรือองค์ความรู้โบราณ แต่เขาก็ไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงในสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้อยู่ดี
มู่หนานซือมองไปที่หานิก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจราวกับนางสามารถอ่านความคิดของเขาได้ก่อนที่นางจะยิ้มออกมาเล็กน้อย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงเป็นัยบางอย่าง
“แล้วถ้าข้าอยากให้เ้าเข้าไปในอาณาจักรลับนั่น... พร้อมกับข้าล่ะ? ทุกๆ สมุนไพรหรือว่าสมบัติที่เ้าหามาได้และเป็สิ่งที่เ้าไม่้าข้าจะรับซื้อมันเอาไว้ด้วยราคาสูงกว่าตลาดครึ่งหนึ่งเป็ไง?”
หานิครุ่นคิดพร้อมหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยแววตาแน่วแน่
“ข้าเอาราคาตลาดก็พอเพื่อความยั่งยืนในมิตรภาพของเราในอนาคต”
“ดี” มู่หนานซือพยักหน้าอีกครั้ง “อีก 5 วันต่อจากนี้ กลับมาเจอข้าที่นี่ แล้วพาศิษย์ของเ้าที่ต้องเข้าไปมาด้วย จริงสิหลังจบาข้ายังไม่เห็นศิษย์ของเ้าเลย”
“พวกเขาได้รับาเ็เล็กน้อย แต่ตอนนี้หายดีแล้วพร้อมกับทำการฝึกซ้อมและบ่มเพาะเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ขอรับ” หานิกล่าวอย่างเรียบง่าย
มู่หนานซือพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะโบกมือให้เขาจากไปได้ แต่ทันใดนั้นนางก็พูดขึ้น
“เ้า้าโอสถหรือทรัพยากรอะไรไหมสำหรับศิษย์ของเ้า”
“ทรัพยากรที่ข้ามีนั้นเพียงพอแล้วขอรับ ขอบคุณท่านเ้านิกาย” หานิกล่าวอย่างเรียบง่ายก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันทีโดยไม่รีรอ
มู่หนานซือมองตามแผ่นหลังของเขาที่ห่างออกไปเรื่อยๆ พร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของนาง ทันใดนั้น หนึ่งในชายชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“คุณหนู…เราเชื่อใจชายผู้นั้นได้มากแค่ไหนกันขอรับ?”
มู่หนานซือไม่ได้หันกลับมา เพียงแค่ตอบกลับไปโดยไม่ลังเล
“เขาน่าเชื่อถือมากกว่าพวกเ้าบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังข้าด้วยซ้ำ”
คำตอบของนางทำให้ชายชุดดำนิ่งเงียบไปในทันที
สายตาของมู่หนานซือมองไปยังหานิ สำหรับนาง หานิไม่ใช่แค่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีพร์สูงส่ง นางสนใจเขามาสักพักใหญ่แล้ว เขาเป็คนประเภทที่หายากยิ่งในปัจจุบัน ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงมีพร์ในการบ่มเพาะ แต่ทั้งความเข้าใจที่ดีมาก มีจิตใจที่เด็ดขาดพอจะตัดสินใจใน่เวลาสำคัญ รู้จักการวางตัวในสถานการณ์ต่างๆ ส่วนเื่ความภักดีของหานิ นางไม่ได้กังวลอะไร เพราะว่านางได้ใช้ความสามารถของนางตรวจสอบแล้วทั้งอ่านใจและตรวจสอบอดีต นางเชื่อมั่นมากว่าหานิจะไม่มีทางทรยศนางแน่นอน
