หลิวเหวินจิ้งดูเหมือนจะนึกอะไรได้ทันทีเธอเข้าไปโอบคอของฉินเฟิงอย่างกะทันหันและะโด้วยความตื่นเต้น “ฉินเฟิงเราชนะแล้วใช่ไหม? ไม่ใช่ว่าแก๊งเหวินของเราชนะแล้วเหรอ?เราโค่นล้มแก๊งเฟิงได้แล้ว รีบออกไปกันเถอะ เราจะฆ่าทุกคนที่อยู่ระหว่างทางไปบาร์เฟยเทียนและยึดฐานทัพมัน”
ฉินเฟิงมะเหงกหัวของหลิวเหวินจิ้งอีกรอบและตะคอกใส่“ฆ่าๆๆ เธอนี่บ้าหรือเปล่า? พวกนั้นไม่แม้แต่จะเป็สมาชิกแก๊งเฟิงด้วยซ้ำพวกมันคือคนของแก๊งหมาป่า ถ้าวันนี้เธอสู้กับแก๊งเฟิงจริงๆ เธอจะยังมาอยู่พูดคุยกับฉันถึงตอนนี้ได้อีกเรอะ?”
“คนของแก๊งหมาป่า?”หลิวเหวินจิ้งปล่อยฉินเฟิงทันที เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดไปเธอมองฉินเฟิงด้วยความใกลัว “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ฉินเฟิงยิ้มให้หลิวเหวินจิ้งและบอก“ยายเฟอะเธอเป็แค่คนเดียวที่หลอกฉันได้หรือไง? ฉันจะหลอกเธอบ้างไม่ได้เหรอ?”
“เธอนี่มันไร้เดียงสาจริงๆยายผู้หญิงหน้าโง่ เธอจำที่ที่เราเจอกันครั้งแรกได้หรือเปล่า? มันเป็บาร์เฟยเทียนเธอคิดว่าฉันไปดื่มหรือไง? ฉันคือบอสของแก๊งเฟิง และตอนนี้ฉันวางแผนซ้อนแผนเพื่อทำให้แก๊งเหวินเผชิญหน้ากับแก๊งหมาป่าตอนนี้แก๊งเฟิงของจริงไปยึดที่ถนนลานกว้างโน่น”
“ยายเด็กเฟอะฟะเธอบอกว่าอยากจะสู้กับแก๊งเฟิงของฉัน…ไหนบอกซิว่าคุณชายคนนี้ควรจะจัดการกับเธอยังไงดี? ที่นี่ทั้งเปลี่ยวและไร้ผู้คน ฮ่าๆๆ ทำไมเธอไม่ตามคุณชายคนนี้และมาเป็เมียของหัวหน้าแก๊งล่ะ?”
ฉินเฟิงล้อหลิวเหวินจิ้งเล่นเขายังมีภารกิจที่ต้องช่วยเธอพัฒนาให้เป็ขุมกำลังอันดับหนึ่งในเว่ยเฉิงดังนั้นเขาจะทรยศเธอจริงๆ ได้อย่างไร?
เขาอธิบายสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อเตรียมจะพาหลิวเหวินจิ้งไปที่บาร์เฟยเทียนและมอบการจัดการของบาร์เฟยเทียนให้กับเธอต่อไปทุกอย่างที่พวกเขาต้องทำคือพัฒนาให้แก๊งเฟิงเป็ขุมกำลังอันดับหนึ่งของโลกใต้ดินในเมืองเว่ยเฉิงและเขาก็จะสำเร็จภารกิจ
ทว่าหลังจากที่หลิวเหวินจิ้งได้ยินคำพูดของฉินเฟิงแล้วเธอใมากจนยืนขึ้นทันทีเธอมองฉินเฟิงด้วยความกลัวและสิ้นหวังพร้อมกับถอยหลังไปช้าๆ
เธอฝืนมาสู้และสร้างขุมกำลังเพื่อหาเงินให้น้องสาวของเธอตอนแรกเธอคิดว่าเธอได้เจอกับผู้ชายมีเกียรติเมื่อย่างเข้ามาในวงการนักเลงเธอรู้ว่าคนส่วนใหญ่ในวงการนี้มีจิตใจแย่ ดังนั้นเธอจึงระมัดระวังพอแล้วแต่เธอก็ยังเข้าสู่กับดักของฉินเฟิงอย่างนิ่มนวลอยู่ดี
เมื่อเธอเห็นฉินเฟิงช่วยเธอเอาชนะแก๊งเฟิงและเข้าไปต่อสู้ด้วยตัวเองหัวใจของเธอที่อยู่เฉยมานานก็หวั่นไหวเล็กน้อย มันมีความรู้สึกที่กำลังแตกหน่อออกมาแต่ต้นกล้ายังไม่ทันจะงอกเงยออกมา ฉินเฟิงก็บี้มันให้ตายด้วยมือเดียว
อาจจะด้วยฝีมือของฉินเฟิงการต่อสู้ก่อนหน้านี้จึงเป็แค่การอุ่นเครื่อง แต่สำหรับผู้หญิงอ่อนแออย่างหลิวเหวินจิ้งนี่เป็การต่อสู้ที่อันตรายและน่าหวาดเสียวเธอประสบกับสถานการณ์ความเป็ความตายกับฉินเฟิง และตอนนี้เธอถูกเขาทรยศจึงรู้สึกเ็ปจนสุดจะพรรณนาได้
“ฉินเฟิงไอ้เดรัจฉาน!”หลิวเหวินจิ้งร้องไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดขั้ว
เธอรู้ว่าเธอไม่ควรเชื่อใจใครเธอทำได้เพียงยอมรับว่าโดนหลอก แต่เพราะเื่นี้เวลาจึงไม่พอแล้วเธอจะช่วยน้องสาวของเธอต่อไปอย่างไร?
มันไม่ใช่ตัวเธอที่ถูกหลอกลวงแต่มันเป็โอกาสที่ดีของน้องสาวเธอต่างหากที่ถูกหลอกลวง!
ฉินเฟิงตะลึงเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าหลิวเหวินจิ้งจะโกรธขึ้นมาทันทีขนาดนี้เมื่อเขากำลังจะคว้าเธอและอธิบาย จู่ๆ เสียงรถตำรวจก็ดังออกมา รถตำรวจ 5 คันมาจอดใกล้ลานกว้างอย่างรวดเร็ว
หลิวเหวินจิ้งจ้องฉินเฟิงอย่างเ็าเธอกัดฟันและหนีเข้าไปในสวนสาธารณะที่มืดมิด อย่างไรก็ตามเธอเกลียดฉินเฟิงเข้าไส้และอยากจะฆ่าเขา
“ทุกคนหมอบลงกับพื้นและยกมือวางไว้บนหัวใครกล้าวิ่งหนี ฉันยิง!”
ฉินเฟิงอยากจะไล่ตามหลิวเหวินจิ้งไปแต่เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในกลุ่มตำรวจที่กำลังวิ่งมาหา เขาจึงหยุดเฉย สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็รอยยิ้มและมองหลิ่วปิงปิงสุดเ็าที่เดินมาหา“หัวหน้าหลิ่วดึกดื่นป่านนี้แล้วคุณก็ยังทำงานอีกนะ เป็ตำรวจดีนี่ยากจริงๆ”
ทันทีที่เธอเห็นฉินเฟิงหลิ่วปิงปิงก็สั่นเทาไปด้วยความโกรธ!
เธอทนไม่ได้ทำไมทุกครั้งที่มีคดีทะเลาะวิวาทหรือฆาตกรรม ไอ้เด็กฉินเฟิงนี่มันถึงมักจะอยู่ด้วยตลอดเลย? แถมที่น่าหงุดหงิดมากที่สุดคือไอ้เด็กนี่มันดันมีอิทธิพลหนุนหลังในเมืองเว่ยเฉิงดังนั้นทุกครั้งที่เธอจับเขาเธอจึงไม่มีทางดำเนินคดีกับเขาได้เธอมองดูอย่างหมดหวังเมื่อเขาได้รับการปล่อยตัวอย่างไม่มีเหตุผล และทุกครั้งไอ้เด็กนี่ก็จะนำธงดีเด่นในฐานะรางวัลไปกับเขาเมื่อเขาจากไป
มือเนียนหยกของหลิ่วปิงปิงอยู่ตรงกระบอกปืนพกที่เอวของเธอเธออยากจะยิงฉินเฟิงให้ตายซะจริงๆ เธอยังสามารถจำการพบเจอกับฉินเฟิงก่อนหน้านี้ที่สถานีตำรวจได้
ไอ้เด็กนี่มันแอบสลับแก้วน้ำที่ใส่ยาถ่ายและทำให้เธอปวดท้องแถมมันยังขวางประตูเพื่อกันไม่ให้หลิ่วปิงปิงออกไปและในตอนสุดท้ายยังบังคับให้เธอจูบแบบดูดดื่มกับเขาก่อนที่จะให้เธอออกไปอีก
“ไอ้โรคจิตที่ขนาดสัตว์ป่ายังเทียบไม่ติดยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไงกัน?”หลิ่วปิงปิงคำรามอยู่ภายใน
“พวกนายจัดการพวกคนที่นอนอยู่บนพื้นไปปล่อยไอ้เด็กนี่ไว้เป็หน้าที่ฉันเอง”
“รับทราบครับหัวหน้าหลิ่ว”
ภายใต้สายตามากมายของลูกน้องเธอหลิ่วปิงปิงจึงข่มความโกรธไว้ภายในและเริ่มทำหน้าที่ ตำรวจสิบกว่าคนวิ่งไปที่กลุ่มนักเลงและจัดการเื่ทะเลาะวิวาทนี้
หลิ่วปิงปิงได้เห็นพื้นที่เต็มไปด้วยร่างคนมองแวบเดียวเธอก็ประมาณได้ว่าพวกมันมีกันเกือบร้อยคนเธอมองฉินเฟิงด้วยความตะลึงและถาม “พวกนี้…นายจัดการพวกมันทั้งหมดคนเดียวเหรอ?”
ตอนนี้ไม่มีใครอื่นที่กำลังยืนอยู่ที่นี่นอกจากฉินเฟิงดังนั้นหลิ่วปิงปิงจึงทำได้แค่สรุปว่าฉินเฟิงเป็คนล้มคนทั้งกลุ่มนี้่เวลาที่ผ่านมาเธอสู้กับฉินเฟิงในห้องสืบสวนตอนที่เธอพยายามจะขู่ให้เขารับสารภาพดังนั้นเธอจึงรู้ว่าคุณชายเ้าสำราญเก๊คนนี้มีฝีมืออยู่บ้าง
แต่เมื่อเธอเห็นพื้นที่เต็มไปด้วยคนเธอก็พบว่าเธอประเมินฉินเฟิงต่ำไปอย่างมาก
“ทั้งใช่และก็ไม่” ฉินเฟิงยิ้มและพยักหน้าเขายกแขนขึ้นเพื่อดูนาฬิกาทันที เขาพูดอย่างใ “โอ้นี่มันห้าทุ่มกว่าแล้ว ถ้าฉันไม่กลับไปฉันต้องโดนพ่อตีแน่เลย หัวหน้าหลิ่วไว้ผมจะดื่มชากับคุณครั้งหน้านะผมขอตัวกลับก่อน”
ฉินเฟิงวิ่งไปสองก้าวแต่แล้วเขาก็หยุดทันทีเพราะรู้สึกถึงความอันตรายจากด้านหลังของเขาปืนพกสีดำสนิทจ่ออยู่ที่หัวของเขา
“นายน้อยฉินคะฉันคิดว่าคุณควรจะมากับฉันที่สถานีตำรวจนะคะ”
“ใช่ๆ ผมเกือบลืมไปเลย” ฉินเฟิงยิ้มและมองหลิ่วปิงปิงอย่างเฉยชาเขาบอก “หัวหน้าหลิ่วเราไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้วคุณต้องคิดถึงผมแน่เลยถึงได้มาชวนผมดื่มชาคนเดียวกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ ผม...”
ฉินเฟิงยังไม่ทันได้พูดจบประโยคหลิ่วปิงปิงก็ปลดเซฟตี้ เสียง “แกร็ก” ทำให้รู้สึกถึงคลื่นความหนาวเย็น ผู้หญิงคนนี้เอาจริงแน่
