ใกล้เที่ยงวันแล้ว การประมูลในรอบสุดท้ายยังไม่สิ้นสุดลง
ทุกคนต่างเฝ้าจับตาดูว่าโซ่ตรึงสรรพสิ่งจะตกเป็ของใคร เพราะมันเกี่ยวพันกับสองปรมาจารย์สองคน สองยอดอัจฉริยะ เกี่ยวพันไปถึงวังดารา จวนหยวน และสำนักวั่นจื๋อ
เทพธิดาเหยากวงขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่พอใจกับความดื้อรั้นของเทพดาราเทียนโต้ว
ท่านอายุเท่าไรแล้ว ยังมาแย่งชิงกับสิ่งของกับคนรุ่นเยาว์เช่นนี้อีก ไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือ?
ที่สำคัญที่สุดคือหลิ่วิเยวี่ยเป็ผู้ที่เทพธิดาเหยากวงพามา นางถือว่าเป็ศิษย์กึ่งหนึ่งของวังดาราแล้ว การกระทำนี้ไม่ต่างจากการประกาศศึกกับเทพธิดาเหยากวงโดยตรง!
เยี่ยหลิงหลานมองปรมาจารย์ทั้งสองบนลานประมูล สีหน้าของนางตึงเครียดขึ้นทุกขณะ
จากสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้มีวาสนาแท้จริงที่คู่ควรกับสมบัติล้ำค่าย่อมหนีไม่พ้นหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย สองหนุ่มสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพร์
เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนหยวนซิงล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง เปรียบเสมือนภูผาอันมั่นคง ทว่ากลับไม่ยอมยุติการต่อสู้ แน่นอนว่าเื้ัย่อมมีเงื่อนงำซ่อนอยู่
เยี่ยหลิงหลานพิจารณาถึงความเป็ไปได้ต่างๆ และด้วยสติปัญญาของนาง ในที่สุดนางก็คาดเดาเจตนาของสองชายชราได้ พวกเขา้าฉวยโอกาสนี้กำจัดศัตรู
หนิงเทียนเป็อัจฉริยะจื๋อซิวผู้เปี่ยมไปด้วยพร์ การปรากฏตัวในงานประมูลครั้งนี้ เขาทุ่มเทสุดความสามารถ กดขี่ทั้งอวิ๋นชางเหยี่ยและเป่ยหวาเทียนอวิ๋น สิ่งนี้ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับวังดาราและจวนหยวนเป็อย่างมาก
“พวกเขา้าบีบให้หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยสิ้นชีพ”
ทันใดนั้น เสียงของเยี่ยหลิงหลานก็ดังก้องกังวานข้างหูของเทพธิดาเหยากวง
“ช่างกล้า!”
ปฏิกิริยาแรกของเทพธิดาเหยากวงคือความโกรธเกรี้ยว แต่ไม่นานนางก็ตั้งสติได้
“เ้ารู้ได้อย่างไร?”
เยี่ยหลิงหลานกล่าวว่า “สถานการณ์ยามนี้ช่างแจ่มแจ้ง หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยร่วมมือกันจนได้รับการยอมรับจากโซ่ตรึงสรรพสิ่ง ผู้อื่นหมดสิ้นโอกาสแต่ยังสามารถขัดขวางได้ ด้วยสถานะของเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้ว ข้าคิดว่าทั้งสองไม่สนใจจะหาเื่กลั่นแกล้งผู้น้อย ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า การที่ทั้งสองยื้อยุดไม่ยอมลดมือลง จุดประสงค์คือการใช้โซ่ตรึงสรรพสิ่งบีบให้หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยตกสู่ทางตัน!”
“นี่เป็เพียงการคาดเดาเท่านั้น”
“การสังหารศัตรูโดยใช้ชื่อการประลอง ย่อมเป็กลวิธีอันแยบยลที่เหล่าผู้ทรงภูมิใช้อยู่เสมอมิใช่หรือ?”
เทพธิดาเหยากวงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอย่างหนัก หากสิ่งที่เยี่ยหลิงหลานพูดเป็ความจริง นางจะต้องทำเช่นไร?
หนิงเทียนเป็ศิษย์ของเยี่ยหลิงหลาน จึงเป็ไปได้ที่อีกฝ่ายจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเขา
ทว่าหลิ่วิเยวี่ยไม่ใช่ศิษย์ของนาง นางจะต้องเสี่ยงสร้างศัตรูกับเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วเพื่อปกป้องหลิ่วิเยวี่ยจริงหรือ?
“เ้ามีวิธีแก้สถานการณ์นี้อย่างไร?”
เทพธิดาเหยากวงอยากฟังความคิดเห็นของเยี่ยหลิงหลาน และดูว่านางจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร
“ง่ายนิดเดียว จู่โจมก่อนย่อมได้เปรียบ!”
คำพูดของเยี่ยหลิงหลานทำให้เทพธิดาเหยากวงสะดุ้ง อีกฝ่ายนั้นเป็สองในสิบยอดฝีมือแห่งดินแดนหยวนซิง เ้าคิดจะปะทะกับพวกเขาตรงๆ เช่นนั้นหรือ?
“เ้าไม่ได้เป็บ้าไปแล้วใช่หรือ?”
ดวงหน้าเยี่ยหลิงหลานประดับยิ้มเอ่ย “เ้าสังเกตเห็นหรือไม่ว่า เหล่าผู้เข้าร่วมประลอง ยกเว้นหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย ต่างมีพลังปราณที่ลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่สองคนนั้นก็อ่อนแอลงกว่าก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด”
เทพธิดาเหยากวงกล่าวว่า “ทั้งสองหาใช่คนธรรมดา ความลึกตื้นของพลังปราณยากนักที่คนทั่วไปจะหยั่งถึง”
เยี่ยหลิงหลานยิ้มเอ่ย “รอจนศิษย์ข้าก้าวสู่ขั้นเก้าของขอบเขตผนึกดารา ถึงเวลานั้นย่อมรู้ดำรู้แดง”
บนลานประมูล หนิงเทียนััได้ถึงความเป็ศัตรูที่ยากจะอธิบายจากปรมาจารย์ทั้งสอง สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
“พวกเขาดูเหมือนจะรู้วิธีการแก้กลของเราแล้ว และตั้งใจต่อต้านพวกเราอย่างจริงจัง”
หลิ่วิเยวี่ยเอ่ยด้วยสีหน้าครุ่นคิด “หากยังคงยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ ย่อมส่งผลร้ายต่อพวกเราอย่างใหญ่หลวง”
หนิงเทียนฮึดฮัด “ช่างมันเถอะ เรามุ่งพัฒนาฝีมือกันต่อไป โอกาสแบบนี้หาได้ยากนัก”
การสร้างหอพลังนั้นกินพลังมหาศาล ครั้งนี้ถือว่าเป็โอกาสอันเหมาะเจาะที่มีปรมาจารย์อุทิศพลังอันมหาศาลให้กับหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยอย่างไม่เห็นแก่ตัวโดยบังเอิญ
เมื่อระดับพลังของพวกเขาสูงขึ้น การสร้างหอพลังของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยก็เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพในการถอดรหัสลายจิติญญาก็ดีขึ้นเช่นกัน
จำนวนลายจิติญญาสีเทาภายในห่วงเหล็กเพิ่มมากขึ้น และจำนวนลายสลักสีทองเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
แม้เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วจะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่ก็ทุ่มเทอัดฉีดพลังเข้าใส่ร่างของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยไม่หยุด ด้วยหวังจะบดขยี้พวกเขาจนสิ้นซาก
หอคอยพลังทั้งแปดเชื่อมต่อถึงกันภายในร่างของหนิงเทียน ทั้งยังไหลรวมเข้ากับหอคอยพลังทั้งสามของหลิ่วิเยวี่ย ผสานพลังแห่งวิถีเต๋าพฤกษา เต๋าหยวน และเต๋าดาราเข้าด้วยกัน ก่อนจะประสานกับตราหัวใจสรรพสิ่งและตราเพลิงชีวิตนิรันดร์ แล้วหลอมรวมเข้ากับแสงสว่างแห่งปฐมกาลผลลัพธ์ ซึ่งเพิ่มพูนประสิทธิภาพให้ทวีคูณ
หลิ่วิเยวี่ยก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วย หอคอยพลังของนางเชื่อมโยงกับหอคอยพลังของหนิงเทียน ทั้งสองแปลงพลังระหว่างกัน เข้ากันได้อย่างแเี แต่ก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับ
เพียงหนึ่งก้านธูป หอคอยพลังในเส้นลมปราณที่เก้าของหนิงเทียนก็สร้างเสร็จสมบูรณ์
ในชั่วพริบตาที่มันถูกกระตุ้น โซ่ตรึงสรรพสิ่งก็สั่นะเือย่างรุนแรง ลวดลายจิติญญานับสิบปรากฏขึ้นพร้อมกัน พลังอันมหาศาลหลั่งไหลออกมาสู่ร่างของหนิงเทียนจนแสงทองอร่ามส่องประกาย เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจอันน่าเกรงขาม คลื่นพลังที่แผ่ออกมานั้นสร้างความหวาดหวั่นให้กับเหล่าผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนผ่านหลายคน
ซูอวิ๋นรู้สึกโกรธแค้นจนแทบคลั่ง ทั้งหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยต่างก็พลังพุ่งพรวดพราด การเพิ่มพูนพลังครั้งนี้คือภัยคุกคามร้ายแรงต่อนาง
ใบหน้าของอวิ๋นชางเหยี่ยและเป่ยหวาเทียนอวิ๋นซีดขาว อับอายขายหน้ายิ่งนักที่ถูกมดปลวกจื๋อซิวแย่งชิงความโดดเด่นต่อหน้าปรมาจารย์ผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งดินแดนหยวนซิง
ท่ามกลางเหล่าผู้เยาว์ในงาน มีเพียงตี๋เยี่ยนจวินที่ปรบมือชื่นชม เขาดีใจกับหนิงเทียน ทั้งยังภูมิใจแทนอีกฝ่าย
หนิงเทียนสามารถเอาชนะอัจฉริยะผู้ทรงพลังที่สุดแห่งเชื้อสายหยวนซิวและซิงซิวต่อหน้าปรมาจารย์มากมายได้ นี่ถือเป็เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ เป็การเชิดชูเกียรติแก่จื๋อซิว
หอคอยพลังที่เก้าของหนิงเทียนช่างน่าสะพรึงกลัว เมื่อมันถูกกระตุ้น เส้นลมปราณทั้งเก้าในร่างกายของเขาก็สั่นะเื หอคอยพลังทั้งเก้าเชื่อมต่อถึงกัน ประตูสู่สรวง์ควบคุมไฟ ดิน น้ำ ลม ดอกไม้ หญ้า ต้นไม้และเถาวัลย์บรรลุขั้นตอนตามทักษะหนึ่งก้าวสู่์ พร้อมกับร่างกายของเขาที่ส่งเสียงกึกก้อง อวัยวะภายในทั้งห้าเปล่งเสียงเพลงแห่งเต๋า
บนท้องฟ้า สระน้ำสายฟ้าปรากฏขึ้นอีกครั้ง หายนะจากฟ้าฟาดลงมา สายฟ้าที่สว่างไสวบรรจุพลังแห่งการทำลายล้าง พุ่งลงบนศีรษะของหนิงเทียน
ในชั่วพริบตาที่หนิงเทียนกระตุ้นแหล่งพลังแห่งที่เก้า พลังที่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาก็สร้างคลื่นกระแทกอันรุนแรง ทำให้หอคอยพลังที่สี่ในร่างกายของหลิ่วิเยวี่ยก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ และตามมาด้วยทัณฑ์์ของนาง
คราวนี้พวกเขาทั้งสองต่างก่อให้เกิดทัณฑ์์ขึ้น ฟ้าร้องคำราม ฟ้าผ่าฟาดฟันลงมา ราวกับจะทำลายล้างทุกสิ่ง พลังอันโหดร้ายป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความปรานี เปรียบดั่งพายุคลั่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต
เสียงคำรามของหนิงเทียนก้องกังวานประสานกับเสียงหวีดร้องยาวนานของหลิ่วิเยวี่ย ทั้งสองเคยผ่านประสบการณ์การฝ่าด่านทัณฑ์์ร่วมกันมาแล้ว จึงร่วมมือกันต่อต้านสายฟ้าอย่างสุดกำลัง พร้อมดึงพลังจากภายในห่วงเหล็กอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์นี้เปรียบเสมือนเสาหลักสำคัญ อีกทั้งพวกเขายังได้ดูดซับสายฟ้าระหว่างการฝ่าด่านทัณฑ์์อีกด้วย
หลิ่วิเยวี่ยฝึกฝนคัมภีร์ดาวเหนือ์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีวิธีการควบคุมสายฟ้า ประกอบกับพลังดาราของนาง ซึ่งผสมผสานกับยุทธศาสตร์ครอง์ของหนิงเทียน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยให้ทั้งสองกลืนแก่นแท้ของสายฟ้าได้
ภัยพิบัติทวีคูณที่ถาโถมใส่พวกเขา ดึงดูดสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นให้จับจ้อง
เยี่ยหลิงหลานก้าวออกจากเงามืด ยืนหยัดกลางเวหา ร่างกายของนางถูกปกคลุมด้วยพลังมืดมิด จ้องมองไปยังเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วด้วยสายตาเ็า ความคิดของนางจดจ่ออยู่ที่สองเทพเบื้องหน้า
เทพธิดาเหยากวงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสง่างาม แสงดาวสว่างไสวพวยพุ่งจากร่างกายของนาง เป็ภาพที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับพลังมืดมิดของเยี่ยหลิงหลาน ซึ่งยามนี้นางกำลังปกป้องหลิ่วิเยวี่ย
หากจะพูดตามตรง ผลงานของหลิ่วิเยวี่ยในวันนี้ถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก นางร่วมมือกับหนิงเทียนสองครั้ง ทั้งยังเอาชนะอวิ๋นชางเหยี่ยกับเป่ยหวาเทียนอวิ๋นได้ทั้งสองครั้ง และได้กลายเป็ดาวรุ่งพุ่งแรงในใจของผู้คนแล้ว
แม้หลิ่วิเยวี่ยจะมิใช่หญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว ทว่าเทพธิดาเหยากวงก็ยังรู้สึกเสียดายความสามารถของนาง
ท่ามกลางอัสนีบาต หลายคนมองข้ามการสั่นะเืของห่วงเหล็ก
ทว่าเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วลับรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของห่วงเหล็ก ดูเหมือนโซ่ตรึงสรรพสิ่งใกล้จะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
ปรมาจารย์ทั้งสองสบตากัน ศักยภาพของหนิงเทียนทำให้พวกเขาตกตะลึง หากปล่อยให้เขาเติบโตขึ้น ย่อมกลายเป็ศัตรูตัวฉกาจของทั้งหยวนซิวและซิงซิวอย่างแน่นอน
ทั้งสองยิ่งมุ่งมั่นในความเชื่อของตนที่จะกำจัดหนิงเทียน ทว่ากลับััได้ถึงคำเตือนจากเยี่ยหลิงหลาน
“วันนี้จอมดาบแขนเดียวมาเยือนหอเมฆาลี้ลับ ทุกท่านคิดว่าเขามาเพื่อสังหารผู้ใด?”
คำพูดของเยี่ยหลิงหลานสร้างความตกตะลึงให้กับเหล่ายอดฝีมือมากมาย ทุกคนต่างหันหันขวับไปมองรอบตัวด้วยความหวาดระแวง
เมื่อได้ยินคำว่าจอมดาบแขนเดียว ดวงตาของเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วก็สั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด แม้จะรู้สึกประหลาดใจ แต่พวกเขาก็พยายามวิเคราะห์เจตนาของเยี่ยหลิงหลานที่พูดเช่นนี้
เทพธิดาเหยากวงเหลือบมองเยี่ยหลิงหลาน ทันใดนั้นก็ะโถามว่า “จอมดาบแขนเดียวอยู่ที่ใด?”
คลื่นเสียงอันน่าสะพรึงกลัวสั่นะเืไปทั่วห้วงอากาศ ทั้งหอเมฆาลี้ลับพลันสั่นราวกับจะพังทลายลงมา
บนลานประมูล หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยกำลังฝ่าด่านทัณฑ์์ แรงสั่นะเืจากการต่อสู้ของพวกเขานั้นไม่รุนแรงนัก
ทว่าเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วกลับสั่นคลอนเล็กน้อย ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่รอดพ้นสายตาของเยี่ยหลิงหลานและเทพธิดาเหยากวง
“ออกมา!”
เยี่ยหลิงหลานส่งเสียงก้อง ดวงตาฉายแววเย็นะเื ความมืดมิดแผ่ขยายออกจากร่างของนาง แสงอันเลวร้ายพุ่งเข้าใส่สองเทพบนลานประมูล
ความมืดมิดลามออกจากร่างของเยี่ยหลิงหลาน กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว ราวกับไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้ว แต่ใครจะกล้าพูดว่านางไม่ได้กำลังลองเชิง
ทั้งเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วต่างคำรามพร้อมกัน พวกเขาเข้าใจเจตนาร้ายของเยี่ยหลิงหลานทันที คนหนึ่งปล่อยพลังปราณอันมหาศาล อีกคนเปล่งแสงดาวพร่างพราย ทว่าพริบตาเดียว ทั้งสองก็ถูกล้อมรอบด้วยความมืดมิด
เสียงที่ดังก้องทำให้ความมืดเปิดออกทันทีเผยให้เห็นสถานการณ์บนลานประมูล
เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วต่างสีหน้าตึงเครียด ถอยหลังไปสามก้าวอย่างยากลำบาก การต่อสู้ครั้งนี้แม้จะใช้พลังเต็มที่ กลับพ่ายแพ้ต่อพลังมืดที่โหดร้าย
อีกทั้งความมืดมิดได้ตัดขาดสายสัมพันธ์ระหว่างสองเทพกับห่วงเหล็ก และโซ่ตรึงสรรพสิ่งก็ลอยขึ้นไปเหนือศีรษะของหนิงเทียนที่อาบไปด้วยพลังสายฟ้าจากภัยพิบัติ์
“จอมดาบแขนเดียว จงออกมาเผชิญหน้ากับข้าเสีย!”
เยี่ยหลิงหลานกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยท่าทางไร้เดียงสา ราวกับไม่รู้ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แม้แต่รอยแผลจากการโจมตีก็เหมือนจะไม่มี
เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วโกรธจนกัดฟัน บุปผารัตติกาลผู้ชั่วร้ายช่างเ้าเล่ห์เหลือเกิน นางใช้นามจอมดาบแขนเดียวเป็ข้ออ้างเพื่อขัดขวางแผนการของพวกตนอย่างเปิดเผย
ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้โอกาสตอนที่เทพทั้งสองสูญเสียพลังอย่างมหาศาล โจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว บดขยี้พวกเขาจนถอยร่น พลังอันยิ่งใหญ่ของเทพทั้งสองถูกตอกหน้าอย่างสิ้นเชิง!
“เยี่ยซิงหาน เ้ากล้าแหกกฎ ช่างใจกล้า!”
เทพ์เทียนหวาตวาดเสียงกราดเกรี้ยว ประสงค์จะเอาตัวเยี่ยหลิงหลานมาลงโทษ
“ข้าทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน”
เทพดาราเทียนโต้วตวาดเสียงลั่น “อย่ามาพูดพล่อย! เ้าบอกว่าจอมดาบแขนเดียวอยู่ที่นี่ เช่นนั้นเขาอยู่ที่ใด?”
“ข้าอยู่นี่!”
เสียงทุ้มต่ำและเ็าดังก้องไปทั่วพร้อมกับแสงดาบที่วูบวาบ เืสีสดสาดกระเซ็น ย้อมท้องฟ้าให้กลายเป็สีเื
ศีรษะปรมาจารย์ผู้หนึ่งลอยขึ้นกลางอากาศ พร้อมเสียงหวีดร้องโกรธเกรี้ยวดังก้องไปทั่ว
เทพดาราเทียนโต้วโกรธจนแทบคลั่ง เขาด่าทอเยี่ยหลิงหลานต่อหน้าธารกำนัล แต่กลับถูกตอกหน้าหงายด้วยคมดาบของจอมดาบแขนเดียว
เมื่อเห็นเช่นนั้น เยี่ยหลิงหลานจึงซ้ำเติมด้วยคำพูดอันแหลมคมอีกครั้ง
“ข้าเตือนทุกท่านด้วยเจตนาดีกลับถูกใส่ร้ายว่าเพ้อเจ้อ ช่างน่าเ็ปใจเสียจริง”
เทพดาราเทียนโต้วโกรธจนตัวสั่นระริก เขาอยากฉีกปากของเยี่ยหลิงหลานให้เป็ชิ้นๆ
“หยุดเขาไว้!”
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งแผดเสียงจนสะท้อนก้องไปทั่ว เข่นฆ่าผู้คนในหอเมฆาลี้ลับ นี่คือการจาบจ้วงต่ออำนาจของ์!
ความโกลาหลวุ่นวายปกคลุมไปทั่ว ความคิดแรกของเหล่าปรมาจารย์กลับเป็การปกป้องศิษย์ของตน แทนที่จะคิดจับตัวผู้ก่อเหตุ
สีหน้าของเทพ์เทียนหวาย่ำแย่ การปรากฏตัวของจอมดาบแขนเดียวทำลายแผนการของเขา อีกทั้งเขายังไม่สามารถกล่าวโทษเยี่ยหลิงหลานได้อีก และโอกาสในการกำจัดหนิงเทียนก็หลุดลอยไปเช่นกัน
