เมื่อถึงห้องนอนของเอเลน่า เขาใช้เท้าดันประตูเปิดออกเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่เตียงไม้หลังเก่า ไอแซคค่อยๆ วางร่างเล็กลงบนฟูกอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหน้าอกให้เธอ แล้วยืนนิ่งมองดูใบหน้ายามหลับใหลของเด็กหญิงที่บัดนี้ดูสงบราบเรียบ
ไอแซคกวาดสายตาไปรอบห้อง...
ห้องนี้สะอาดสะอ้านก็จริง แต่มันกลับดูเหงาอย่างบอกไม่ถูก เครื่องเรือนส่วนใหญ่เก่าจนเนื้อไม้ซีดจาง ผ้าม่านก็เริ่มรุ่ยตามขอบ คฤหาสน์หลังนี้ขาดการดูแลเอาใจใส่มานานเกินไป และเอเลน่า... เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่ถูกทอดทิ้งแบบนี้มาตลอดเชียวหรือ?
เขาทอดถอนใจออกมาเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงข้างๆ ร่างที่หลับปุ๋ย เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ ของเอเลน่าไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเด็กหญิงทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขาไหววูบ
"ขอโทษนะ... เอเลน่า"
เสียงของไอแซคแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม
"ขอโทษที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับเื่พวกนี้เพียงลำพัง ทั้งที่ท่านน้าเซเรนฝากฝังเธอไว้กับฉันแท้ๆ..."
เขาก้มหน้าลง ความทรงจำอันเ็ปผุดขึ้นมาในใจ ั้แ่พ่อของเขาซึ่งเป็ท่านลุงของเอเลน่าเสียชีวิตลง ไอแซคก็เหมือนสูญเสียเข็มทิศในชีวิตไป เขาปิดกั้นตัวเองจากทุกอย่าง ไม่อยากรับรู้หรือดูแลใคร แม้แต่เด็กหญิงตัวน้อยที่ควรจะเป็น้องสาวที่เขาต้องดูแล เขากลับมองข้ามเธอไปอย่างเืเย็น
"ฉันมันขี้ขลาดเองที่เอาแต่จมอยู่กับความเศร้า จนลืมไปว่ายังมีเธอที่เ็ปไม่แพ้กัน"
ไอแซคบีบมือเล็กๆ นั้นเบาๆ สายตาที่เคยมองอย่างจับผิดเปลี่ยนเป็ความเอ็นดูและสงสารที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเอเลน่า ทว่าในวินาทีนั้นเอง สัญชาตญาณของเขากลับทำงานอย่างรุนแรง
เด็กหนุ่มรีบหันขวับไปทางระเบียงห้องนอนทันที!
คิ้วหนาขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดภายนอก เขารู้สึกได้ถึงไอเวทมนตร์บางอย่างที่เบาบางเสียจนแทบจะกลืนไปกับอากาศ แต่มันกลับมีความกดดันอย่างประหลาดปนเปอยู่
เขาผละมือจากเอเลน่าแล้วพุ่งตัวออกไปที่ระเบียงในชั่วพริบตา มือหนึ่งเอื้อมไปเปิดประตูบานเลื่อนออกอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้า ไอแซคหันมองซ้ายขวา กวาดสายตาไปตามพุ่มไม้และกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อมระเบียงไว้อย่างละเอียด
"ไม่มีใคร..." เขาพึมพำกับตัวเอง
บนกิ่งไม้ใหญ่สูงตระหง่านนั้นมีเพียงความว่างเปล่า ใบไม้ไหวเอนตามแรงลมปกติ ไม่มีร่องรอยของการบุกรุก ไอแซคยืนนิ่งอยู่อีกพักใหญ่ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ
'หรือฉันจะคิดไปเอง?'
เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้อง ปิดล็อคประตูระเบียงให้แ่ากว่าเดิม และเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่จะหันมามองร่างที่หลับใหลของเอเลน่าเป็ครั้งสุดท้าย
ทันทีที่เสียงฝีเท้าของไอแซคลับหายไป...
ท่ามกลางความมืดมิดบนกิ่งไม้กิ่งเดิมที่ไอแซคเพิ่งจ้องมองไปเมื่อครู่ ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นราวกับควันไฟที่ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า บุรุษผมดำยาวสลวย นั่งพาดขาไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่บนกิ่งไม้ที่สั่นไหวเพียงนิดเดียวราวกับไร้น้ำหนัก
เขาทอดสายตามองตามหลังไอแซคไป พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ
"โอ้โฮ..." เสียงแหบพร่าพึมพำปนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"เ้าหนูนี่ประสาทััไม่ธรรมดาเลยแฮะ เกือบจะจับร่องรอยของข้าได้เสียด้วย"
ดวงตาสีดำลุ่มลึกที่ว่างเปล่าราวกับห้วงอวกาศหันกลับมามองเด็กหญิงผมทองที่นอนอยู่บนเตียง เขาใช้นิ้วเรียวยาวม้วนปอยผมสีดำของตัวเองเล่นอย่างนึกสนุก เงาร่างนั้นค่อยๆเลือนหายไปกับสายลม...
เช้าวันถัดมาเอเลน่ายืนกอดอกจ้องมองชุดราตรีที่อเดลภาคภูมิใจนำเสนอ มันถูกแขวนไว้อย่างโดดเด่นบนหุ่นโชว์ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้หัวใจของอดีตผู้นำแฟชั่น ถึงกับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึก... อนาถใจ
"นี่มันอะไรกัน..." เอเลน่าพึมพำ ใบหน้าเล็กๆ บิดเบี้ยวจนดูเหมือนกำลังรับประทานของเปรี้ยวจัด
ตรงหน้าเธอคือชุดเดรสสุ่มไก่สีชมพูแปร๋น ประดับด้วยริบบิ้นขนาดมหึมาสีชมพูสะท้อนแสงพาดไปมาจนดูเหมือนห่อของขวัญเคลื่อนที่ ทรงผมที่จินตนาการเข้ากับชุดนี้คงหนีไม่พ้นการม้วนลอนแข็งทื่อเป็หลอดๆ
'เชยะเิ... นี่มันรสนิยมแบบไหนกัน' เธอคิดในใจพลางกุมขมับ
สำหรับสามัญชน ชุดนี้อาจดูมีราคาและหรูหราเพราะเนื้อผ้าที่ดูวาววับ แต่สำหรับงานเต้นรำของชนชั้นสูง ชุดแบบนี้คือใบเบิกทางสู่การเป็ตัวตลกของงานชัดๆ อเดลคงจงใจเลือกชุดที่ดูมีราคาในสายตาตัวเอง และคงคิดว่าเด็กแปดขวบอย่างเอเลน่าไม่ว่ายังไงก็คงยอมใส่สินะเนี่ย แอบเก็บเงินก้อนโตที่เหลือไว้กินเรียบคนเดียวเป็แน่
เธอกวาดสายตาหนีจากกองขยะสีชมพูนั้น แล้วไปสะดุดเข้ากับกล่องสีดำสุดหรูขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะอีกตัวหนึ่ง มันไม่มีจดหมายแนบไว้
เอเลน่าเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องออกช้าๆ มันคือชุดเดรสที่สะกดสายตาอย่างที่สุด... ตัวผ้ามีการไล่เฉดสีอย่างประณีต จากสีขาวนวลที่่บน ค่อยๆ ไล่โทนสีลงมาเป็สีน้ำเงินครามเข้มราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่ชายกระโปรง ดีไซน์ด้านหน้าสั้นโชว์ความน่ารักสมวัยเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนด้านหลังยาวระพื้นพริ้วไหวดูสง่างาม ประดับด้วยอัญมณีเม็ดเล็กละเอียดที่เย็บติดกับลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์
เธอนึกย้อนไปเมื่อเช้าตรู่ที่ตื่นมาก็พบกล่องนี้วางอยู่กลางห้องแล้ว...
'ใครเป็คนส่งมากันแน่?' เอเลน่าหยิบสร้อยคอเส้นเล็กและต่างหูเข้าชุดขึ้นมาดู มันเป็อัญมณีสีแดงน้ำงามที่ทอประกายลุ่มลึก สีของมันเหมือนกับดวงตาของเธอไม่มีผิดเพี้ยน
'ท่านปู่เหรอ? อืม...ไม่น่าใช่... เขาไม่น่าจะมีรสนิยมที่ละเอียดอ่อนขนาดเลือกชุดที่ส่งเสริมเสน่ห์เด็กได้ขนาดนี้ หรือจะเป็เซเรน่า?'
"เอาเถอะ... ใครส่งมาก็ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ของมัน"
เธอมองชุดสีน้ำเงินครามที่ดูสง่างามราวกับราชินีตัวน้อย สลับกับแผนการในหัวที่เริ่มตกผลึก ความเงียบในห้องแต่งตัวถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่ดูไม่เหมือนเด็กแปดขวบแม้แต่น้อย
