ณ ห้องสมุดชั้นห้า
เมื่อได้ยินเสียงของถังฮ่าวที่ด้านนอก เชียนมู่เซวี่ย เฉินจวิน และคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก!
แต่พอเห็นกลุ่มคนเกือบร้อยคนที่อยู่ด้านหลังของถังฮ่าวแล้ว เชียนมู่เซวี่ยก็อ้าปากค้าง ดวงตาที่มองไปทางถังฮ่าวก็แปรเปลี่ยนไปจากเดิม บัดนี้เธอถึงพบว่า เสี่ยวฮ่าวฮ่าวที่เธอชอบแกล้งตอนเด็กได้เติบโตเป็ชายหนุ่มที่น่าเกรงขามไปแล้ว
“เสี่ยวฮ่าว แล้วของพวกนั้นล่ะ?” เชียนมู่เซวี่ยเดินเข้ามาถามเสียงเบา
“เธอเก็บไว้ก่อน!” ถังฮ่าวรู้ดีว่าเชียนมู่เซวี่ยกำลังพูดถึงอะไร เขาไม่คิดจะบอกเื่ของคริสตัลวิวัฒนาการยี่สิบกว่าชิ้นที่เก็บได้ที่ชั้นห้านี้ให้ใครรู้ ยังไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แต่โอวหยางมี่มี่ต้องได้กลืนกินมันก่อนเพื่อพัฒนาเป็ผู้วิวัฒนาการ
ส่วนคนอื่นๆ นั้นต้องมีส่วนร่วมและทุ่มเทอย่างเต็มที่เสียก่อนถึงจะได้โอกาสนั้น
“เสี่ยวฮ่าว คนเยอะขนาดนี้ แล้วเื่น้ำกับอาหารเล่า?” หลังจากที่รู้ว่าคนพวกนี้เป็ผู้ติดตามของถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“อืม ฉันรู้ เดี๋ยวเราไปที่ร้านสะดวกซื้อในมหา’ลัยกัน” ถังฮ่าวพยักหน้า
ในวันสิ้นโลกเช่นนี้ อาหาร น้ำ และอาวุธถือเป็สิ่งสำคัญ
ถังฮ่าวเคยเห็นคนมากมายที่หักหลังกันเพื่อแย่งชิงน้ำเพียงขวดเดียว หรือไม่ก็เพื่อขนมปังเพียงก้อนเดียวมาแล้ว
สาเหตุที่เขาเลือกมหาวิทยาลัยหยุนจิงเป็ฐานที่มั่นชั่วคราวแห่งแรกในวันสิ้นโลก ไม่ใช่เพียงเพราะพออยู่ที่นี่แล้วสามารถรวบรวมคริสตัลวิวัฒนาการได้จำนวนมาก แต่ยังเป็เพราะที่นี่ยังมีโรงอาหารและร้านสะดวกซื้ออยู่หลายแห่ง จึงไม่ขาดแคลนทั้งอาหารและน้ำ!
มหาวิทยาลัยหยุนจิงมีนักศึกษาอยู่กว่าสี่หมื่นคน พอรวมอาจารย์กับเ้าหน้าที่อีกสามพันกว่าคน และญาติของพวกเขาแล้ว มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงมีประชากรอาศัยมากกว่าห้าหมื่นคน
ทว่าหลังจากที่วันสิ้นโลกมาเยือนและดวงจันทร์สีเืปรากฏ เพียงแค่เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ประชากรเจ็ดในสิบส่วนของที่นี่ก็ได้กลายเป็ซอมบี้ไป และหลังจากนั้นก็มีคนอีกไม่น้อยที่ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของพวกมัน คาดว่าั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป จำนวนผู้รอดชีวิตในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะต้องมีเหลือไม่เกินหมื่นแน่
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็โรงอาหารหรือร้านสะดวกซื้อ ก็ล้วนมีอาหารและน้ำดื่มสำรองไว้มากพอสำหรับหนึ่งเดือน
พอประชากรลดลงอย่างรวดเร็วถึงแปดในสิบส่วนแล้ว เพียงแค่อาหารที่เก็บสำรองไว้ในมหาวิทยาลัย ก็เพียงพอสำหรับคนกลุ่มนี้กินกันไปเกือบครึ่งปี!
หลังจากที่เวลาผ่านไป ก็จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจต้านทานการโจมตีของซอมบี้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์จนล้มตายไป ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของถังฮ่าวและพวกแล้ว เพียงแค่รวบรวมเสบียงอาหารจากร้านสะดวกซื้อสองถึงสามแห่ง รวมถึงอาหารในโรงอาหารอีกสองแห่งแล้ว ก็จะมีมากเพียงพอสำหรับคนนับพันคนใช้ดื่มกินไปได้นานถึงหนึ่งปีเลย
ในความเป็จริงถังฮ่าวไม่คิดจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยหยุนจิงนานขนาดนั้น
เพราะเขาวางแผนที่จะอยู่ที่นี่เพียงครึ่งเดือน!
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน พอได้คริสตัลที่ชื่อคริสตัลพลังงานหลักแล้ว เขาก็จะออกจากเมืองหยุนจิงทันที
เมืองหยุนจิงเป็เมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่าสิบล้านคน
ถ้าไม่รีบจากไป และเมื่อใดที่ฝูงซอมบี้เกิดเป็กองทัพขนาดใหญ่ขึ้น ถึงตอนนั้นก็คงสายเกินที่จะหนีแล้ว
หลังจากที่ถังฮ่าวอธิบายเื่คริสตัลวิวัฒนาการให้กับ 11 คนที่อยู่ชั้นห้า รวมถึง 4 คนที่ช่วยชีวิตไว้เมื่อก่อนหน้านี้ฟังแล้ว ก็ประกาศกฎเบื้องต้นที่เพิ่งหารือร่วมกับเชียนมู่เซวี่ยและจางเสี่ยวเหาออกมา
ทันใดนั้นก็มีคนเกือบสี่สิบคนอาสาไปช่วยขนเสบียงอาหารและน้ำดื่มจากร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างออกไปสามร้อยเมตร ในจำนวนนี้ยังมีผู้หญิงรวมอยู่ด้วยหกคน และหนึ่งในนั้นก็คือโอวหยางมี่มี่
ถังฮ่าวไม่ได้เลือกผู้หญิง สุดท้ายก็เลือกผู้ชายมาสิบห้าคน ในจำนวนนี้มีจ้าวอี้เหมี่ยวและเฉินจวินรวมอยู่ด้วย ส่วนหวังเส้าผิงก็ยืนกรานที่จะไปด้วยเช่นกัน ถังฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง เพราะหวังเส้าผิงได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้เมื่อครู่แล้ว ที่สำคัญเขาเองก็อยากให้หวังเส้าผิงไปด้วย เพราะหากอีกฝ่ายฆ่าซอมบี้ได้ เขาก็จะมีเหตุผลที่จะมอบคริสตัลวิวัฒนาการให้ หวังเส้าผิงคือหนึ่งในพี่น้องร่วมสาบานที่สนิทที่สุดของเขา หากได้คริสตัลไปละก็ หวังเส้าผิงก็จะได้พัฒนาเป็ผู้วิวัฒนาการโดยเร็ว
คนสิบเก้าคนออกเดินทางไปยังร้านสะดวกซื้อ
เชียนมู่เซวี่ย จางเสี่ยวเหา เฉียนเจิง หยวนหมิน และหลัวจื้อจวินอยู่เฝ้าฐานที่ตั้ง คนทั้งหมดได้นำพาคนอื่นๆ ออกกวาดล้างซอมบี้ที่เหลืออยู่ตามชั้นต่างๆ โดยเริ่มจากชั้นบนสุดไล่ลงมา พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องกำจัดซากศพของซอมบี้ออกไปเผาทำลาย แต่ยังต้องตรวจตราดูว่ามีซอมบี้ตัวอื่นๆ หลุดรอดไปหรือไม่ และยังต้องตรวจสอบว่ามีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่หรือเปล่า เมื่อลงมาชั้นหนึ่ง คนทั้งหมดก็ปิดประตูกับหน้าต่างทั้งหมด และเหลือไว้เพียงประตูทางเข้าหลักเท่านั้น เพราะใน่ครึ่งเดือนต่อจากนี้ ห้องสมุดแห่งนี้จะเป็ฐานที่มั่นของพวกเขา
ถังฮ่าวพินิจมองไปทางหยวนจวินที่ร่างสูงใหญ่และกำลังวิ่งนำอยู่ด้านหน้า
คนผู้นี้ถือเป็ต้นกล้าพันธุ์ดีเลย
จึงควรให้ความสำคัญเป็พิเศษ!
ทันทีที่คิดเช่นนี้ ถังฮ่าวก็พบว่ามีตัวเลขปรากฏขึ้นบนหัวของหยวนจวิน และมันก็คือระดับ 0 ความภักดี 65%
เอ๊ะ ทำไมถึงเห็นทั้งระดับและความภักดีได้ล่ะ?
ถังฮ่าวหันไปมองหวังเส้าผิงที่อยู่ข้างๆ ไม่นานบนหัวอีกฝ่ายก็มีตัวเลขปรากฏขึ้นบนหัวเช่นกัน
เซาปิ่งระดับ 0 ความภักดี 91%
จากนั้นก็มองไปที่จ้าวอี้เหมี่ยว : ระดับ 1 ผู้วิวัฒนาการสัตว์อสูร ความภักดี 87%
เฉินจวิน : ระดับ 1 ผู้วิวัฒนาการด้านพลัง ความภักดี 82%
ถังฮ่าวรู้สึกประหลาดใจมากที่พบว่าเขาสามารถเห็นได้ทั้งระดับวิวัฒนาการและความภักดีของผู้ติดตามทุกคน
ในบรรดาคนกลุ่มนี้ มีคะแนนความภักดีต่ำสุดอยู่ที่ 51% และคนที่มีความภักดีคือเซาปิ่งที่มีความภักดีสูงถึง 91%
ถังฮ่าวเปิดระบบขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าตอนนี้มีเพียงสามคนที่มีความภักดีสูงกว่า 90% และคนทั้งสามก็คือ เซาปิ่ง 91% จางเสี่ยวเหา 92% และเชียนมู่เซวี่ย 97%
ไม่ว่าจะเป็่เวลาก่อนที่วันสิ้นโลกมาถึง ชาติที่แล้วหรือในชาติก่อนๆ จางเสี่ยวเหาก็เป็พี่น้องร่วมสาบานที่ถังฮ่าวสนิทที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น คะแนนความภักดีของอีกฝ่ายก็ยังไม่สูงเท่าเชียนมู่เซวี่ย!
พอเห็นคะแนนความภักดีของเชียนมู่เซวี่ยที่สูงถึง 97% แล้ว ถังฮ่าวก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
“บ้าน่า! นั่นมันหมาหรือ? ตัวใหญ่ชะมัด!” มีเสียงอุทานดังขึ้นจนขัดความนึกคิดของถังฮ่าวไป
เพียงแค่ครุ่นคิดในใจ หน้าต่างระบบก็ปิดลง ก่อนที่ถังฮ่าวจะหรี่ตาลงเล็กน้อย!
ขนบนมือของจ้าวอี้เหมี่ยวงอกยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว กรงเล็บอันแหลมคมก็ปรากฏออกมา นี่เป็สัญญาณที่บ่งบอกให้รู้ว่าเขาได้กลายร่างเป็สัตว์อสูร เพราะได้พบเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งเข้าแล้ว
หน้าร้านสะดวกซื้อของมหาวิทยาลัยมีสุนัขตัวมหึมาที่สูงหนึ่งเมตรห้าสิบเิเ และยาวสองเมตร กำลังกัดกินซากซอมบี้ตัวหนึ่งอยู่ พอได้ยินเสียงฝีเท้าของถังฮ่าวและคนอื่นๆ แล้วมันก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงก่ำก็กำลังจ้องมองมาที่พวกเขา!
แม้แต่หยวนจวินที่แข็งแกร่งและเคยฆ่าซอมบี้มาเกือบยี่สิบตัว ก็ยังอดที่จะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
สุนัขตัวมหึมาที่อยู่ตรงหน้าเป็สัตว์ร้ายกลายพันธุ์
ดวงตาที่หรี่ลงของถังฮ่าวมีประกายแห่งความตื่นเต้นปรากฏ
หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง สัตว์ต่างๆ ก็เกิดการกลายพันธุ์เช่นเดียวกับมนุษย์ ทว่าสัตว์ร้ายกลายพันธุ์จะกระหายเืและดุร้ายมาก จึงถือเป็เพชฌฆาตที่น่ากลัวที่สุดในวันสิ้นโลกเช่นนี้
เดิมทีสุนัขก็เป็สัตว์ที่ดุร้ายอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ได้กลายพันธุ์จนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมสองถึงสามเท่า จึงทำให้พละกำลังและความเร็วด้อยกว่าเสือที่เป็จ้าวป่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่ผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่งก็ยังยากที่จะต้านทานมันได้
“สุ่ยเจี่ยว[1] จวินจื่อ!” ถังฮ่าวเอ่ยเรียก
ถังฮ่าวชอบเรียกจ้าวอี้เหมี่ยวว่าสุ่ยเจี่ยวมากกว่าเจี่ยวจื่อ
บัดนี้นอกจากถังฮ่าวแล้ว ก็มีเพียงจ้าวอี้เหมี่ยวและเฉินจวินเท่านั้นที่เป็ผู้วิวัฒนาการ
ถังฮ่าวไม่อยากลงมือเอง เพราะสำหรับเขาแล้ว การต่อสู้กับสุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
ในทางกลับกัน จ้าวอี้เหมี่ยวและเฉินจวินกลับเหมาะที่จะรับมือกับมันมาก เพราะสุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้คือคู่ฝึกซ้อมชั้นยอดสำหรับพวกเขา
ในขณะเดียวกันก็จะทำให้หยวนจวินและคนอื่นๆ ได้รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของวันสิ้นโลกมากขึ้น แม้การฆ่าซอมบี้ระดับศูนย์จะเป็เื่ง่ายดายก็จริง ทว่าหากพวกเขายังไม่ได้เป็ผู้วิวัฒนาการละก็ เมื่อใดที่เจอสัตว์ร้ายกลายพันธุ์พวกนี้เข้า ก็มีแต่ตายสถานเดียวเท่านั้น
“กรร!” จ้าวอี้เหมี่ยวที่กลายร่างเป็สัตว์อสูรไปครึ่งหนึ่งคำรามต่ำก่อนจะก้าวเท้าออกไป ส่วนเฉินจวินก็กำขวานในมือแน่นและเดินตามออกไป บัดนี้คนทั้งสองกำลังประชิดเข้าใกล้สุนัขกลายพันธุ์พร้อมกัน
เดิมทีการถูกรบกวนระหว่างกินอาหารก็ทำให้สุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้ไม่พอใจเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว บัดนี้ยังมีคนที่กล้ามาหาเื่อีก จึงทำให้มันยิ่งเกรี้ยวกราดเข้าไปใหญ่!
โฮก!
มันส่งเสียงคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าหาคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว
จ้าวอี้เหมี่ยวที่กลายร่างเป็สัตว์ร้ายไปครึ่งตัวเบิกตาโตด้วยความใ
บัดซบ เร็วชะมัด!
เขาตวัดกรงเล็บอันแหลมคมทั้งสองข้างออกไป!
ตึ้ง!
มีเสียงดังสนั่นขึ้น ก่อนจะเห็นว่าร่างของจ้าวอี้เหมี่ยวได้ลอยกระเด็นออกไปด้านหลังราวกับะุปืน!
เขาลอยละลิ่วไปไกลถึงห้าเมตร ก่อนจะร่วงกระแทกลงพื้น ทันใดนั้นก็พบว่ามีรสหวานคาวเกิดขึ้นในลำคอ ก่อนจะกระอักเืคำโตออกมา!
-----------------------
[1] สุ่ยเจี่ยว หมายถึง เกี๊ยวน้ำ เจียวจื่อก็หมายถึงเกี๊ยวน้ำเช่นกัน ทั้งสองคำนี้ล้วนแล้วแต่เป็ฉายาของจ้าวอี้เหมี่ยวทั้งนั้น
