ท้ายที่สุดเขาก็ปล่อยนางไปโดยไม่ได้ลงโทษอันใด จะให้เขาหาเหตุผลใดมาลงโทษนางกันเล่า วาจาของนางแม้จะดูไร้แก่นสารแต่ก็มีเหตุผลแฝงอยู่ อีกอย่างเขาก็เห็นเองกับตาว่านางกำนัลนามว่าเสิ่นหลีผู้นั้นเป็คนหาเื่นางก่อน
จินฝูภายนอกดูเหมือนคนไม่เอาไหน แต่นางกลับมีหัวคิดที่ดีไม่น้อยเลย หากนางไม่โลภมากเช่นปากว่าจริง เขาก็ไม่ได้คิดจะไล่นางไปไหน เลี้ยงนางกำนัลตละกละเอาไว้สักคนย่อมไม่เปลืองเงินทองเท่าใดนักหรอก
ชายหนุ่มทอดถอนใจเล็กน้อย วันนี้ตอนเข้าร่วมประชุมยามเช้าที่วังหลวง มีเื่ให้ต้องขบคิดมากมาย ยามนี้ขุนนางในราชสำนักกำลังร่วมกันกดดันฝ่าาให้ทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาท แต่ก็มีขุนนางอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งองค์รัชทายาท เนื่องจากกู้ม่อหลียังทำตัวเสเพลไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้งยังบ้าอำนาจ มีนางกำนัลไม่น้อยที่ถูกเขาย่ำยี เมื่อได้เด็ดดมชมบุปผาจนพอใจแล้วก็ถีบหัวส่งพวกนางอย่างไม่ไยดี คนบ้ากามเช่นนี้หากได้ขึ้นครองราชย์บ้านเมืองย่อมร้อนเป็ไฟแน่นอน อายุของกู้ม่อหลีปีนี้ก็ยี่สิบปีเข้าไปแล้ว แต่ยังไม่เป็โล้เป็พาย ต่างจากเขาที่มีความสามารถโดดเด่นั้แ่อายุสิบห้าปี ทั้งที่อายุยี่สิบปีเท่ากันแต่กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
แม้ขุนนางเ่าั้จะคัดค้านเพียงใดแต่กลับไม่อาจเอ่ยวาจาส่งเดชมากนัก ด้วยฝ่าามีบุตรชายเพียงคนเดียว แม้กู้ม่อหลีจะเลวทรามเพียงใดอย่างไรก็ย่อมได้เป็องค์รัชทายาทอยู่วันยังค่ำ
ครั้นเหล่าขุนนางที่ไม่เห็นด้วยอยากจะสนับสนุนกู้เหยียนฉีก็ไม่สมควรนัก อีกทั้งกู้เหยียนฉีก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งนั้น
เจี่ยงฮองเฮาจับตามองดูทุกคนอยู่ แน่นอนว่าหากวันใดนางได้สมดั่งใจหวัง คนที่สนับสนุนนางล้วนได้ดิบได้ดี แต่คนที่มุ่งร้ายต่อนางและลูกล้วนไม่มีทางพบจุดจบที่ดี
ยามนี้ตระกูลเจี่ยงเรืองอำนาจ และเป็ถึงตระกูลแม่ทัพ แคว้นซ่งมีแม่ทัพใหญ่ด้วยกันสองคน คือเขาและแม่ทัพใหญ่เจี่ยง ทัพใหญ่สองทัพยามไม่มีาล้วนไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แม่ทัพใหญ่เจี่ยงก็ไม่กล้าสร้างความลำบากใจให้เขาอย่างโจ่งแจ้งเพราะยังเกรงพระทัยเสด็จลุงอยู่
นางหงส์โลภมากเช่นเจี่ยงฮองเฮา เองก็ไม่ได้ดีไปกว่าแม่ทัพใหญ่เจี่ยงผู้เป็พี่ชายเท่าใดนัก นางมีจิตใจอำมหิตบิดเบี้ยว ไม่อย่างนั้นจะเลี้ยงดูกู้ม่อหลีให้ออกมามีสภาพเช่นนี้ได้หรือ ที่นางนั่งอยู่บนตำแหน่งฮองเฮาได้อย่างมั่นคงเช่นนี้ล้วนเป็เพราะมีแม่ทัพใหญ่เจี่ยงคอยสนับสนุนทั้งสิ้น
กู้ม่อหลีถูกตามใจจนเสียคน อีกทั้งยังทะนงตนว่าตนเองเป็เพียงบุตรชายคนเดียวของฮ่องเต้จึงคิดจะทำอันใดก็ได้ ส่วนเจี่ยงฮองเฮาก็กลัวว่าเขาจะแย่งอำนาจไปจากบุตรชายของตน เพราะเสด็จลุงทรงโปรดปราณเขา จึงหาทางทำร้ายเขาอย่างลับๆมาโดยตลอด
ยามนี้เขาไม่อาจกระทำการบุ่มบ่ามได้ เพราะยังไม่ถึงเวลา แต่แค้นที่ต้องชำระ เขาไม่มีทางลืมอย่างแน่นอน!
ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว พยายามไม่คิดถึงเื่ชวนปวดหัวนี่อีก เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้วจึงสั่งพ่อบ้านตู้ว่าห้ามผู้ใดมารบกวนเวลาพักผ่อนของเขา
ด้านจินฝูนั้นเมื่อออกมาจากเรือนใหญ่แล้ว นางก็พาเ้าไก่และเ้าแมวไปเดินเล่นในสวนครู่หนึ่ง แล้วจึงพาพวกมันไปนอนพัก ที่พักของเ้าสองตัวนี่หรูหรากว่าที่นอนของนางเสียอีก จินฝูถึงกับมีความคิดว่านางจะต้องหาโอกาสมานอนกับพวกมันดูสักหน จะได้เสพสุขกับความหรูหราบ้าง ระยะนี้ที่พวกมันไม่ตีกันอีก เพราะนางหลอกล่อพวกมันด้วยปลาแห้งและเมล็ดข้าวเปลือก และยังใช้วิธีข่มขู่สารพัด ท้ายที่สุดพวกมันก็ตีกันน้อยลงทำให้นางเบาแรงลงไปได้มาก
เมื่อไม่มีอันใดให้ทำแล้ว จินฝูจึงกลับมาที่เรือนปีกข้าง
"จินฝู ท่านอ๋องทำโทษเ้าหรือไม่!"
ฉินเซียงและซ่งเอ๋อร์ที่เห็นว่าจินฝูกลับมาได้เสียทีก็รีบวิ่งเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็ห่วง จินฝูส่ายหน้าไปมาและยิ้มให้สหายตน
"วางใจเถอะท่านอ๋องไมได้ทำโทษข้าเลย จริงสิ ข้าหิวแล้ว พวกเราไปหาของกินในโรงครัวกันเถอะ"
เอ่ยจบนางก็จับมือสหายสองคนเดินไปที่โรงครัวพร้อมกัน เมื่อมาถึงก็พบว่าแม่ครัวค่อนข้างจะเอาอกเอาใจนางเป็พิเศษจนจินฝูรู้สึกแปลกใจ พวกเขาจะมาเอาใจนางไปทำไมกัน หรือว่าเป็เพราะกู้เหยียนฉี
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจินฝูก็ยิ้มระรื่นในใจ ดีเลย ต่อไปนางจะได้อาศัยบารมีเขามาหาของกินในครัวได้สะดวก
ไก่ทอดหนังกรอบ เกี้ยวนึ่ง ซาลาเปาเนื้อฉ่ำๆ อ๊า ฟินจริงๆ!
จินฝูยิ่งคิดยิ่งอารมณ์ดี นางกินอาหารตรงหน้าที่แม่ครัวทำมาให้อย่างสุขใจ
ส่วนเสิ่นหลีนั้น หนังจากโดนโบยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถูกส่งตัวกลับไปที่วังหลวงทันที ทันทีที่กลับมายังสถานที่แห่งนี้นางก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตคงจบสิ้นแล้วเป็แน่
แท้จริงแล้วนางเป็คนที่เจี่ยงฮองเฮาส่งมา เป้าหมายคือยั่วยวนกู้เหยียนฉีให้สำเร็จและทำตามแผนการที่วางเอาไว้ แต่นางกลับไม่อาจทำให้ท่านอ๋องโปรดปราณได้ ซ้ำยังถูกเขาไล่ออกมา แน่นอนว่าเจี่ยงฮองเฮาและองค์ชายใหญ่ย่อมไม่พอใจในนางเป็อย่างมาก
เสิ่นหลีถูกหามกลับมาที่วังหลวงได้ไม่นาน เจี่ยงฮองเฮาก็มีรับสั่งให้นางมาพบที่ตำหนักเฟิ่งหวง โดยไม่สนใจว่านางจะเดินไหวหรือไม่ อีกทั้งยังบอกว่าหากต้องคลานมานางก็ต้องทำ จะบิดพริ้วต่อคำสั่งไม่ได้ เสิ่นหลีจึงจำต้องกัดฟันเดินไปจนถึงตำหนักเฟิ่งหวง เมื่อเข้ามาด้านในก็พบว่ายามนี้เจี่ยงฮองเฮากำลังนั่งจิบชากินของว่างอย่างสบายอารมณ์ ส่วนองค์ชายใหญ่ก็กำลังนั่งสนทนากับมารดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรองค์ชายใหญ่เพคะ"
เสิ่นหลีกัดฟันเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกไปอย่างยากลำบาก เจี่ยงฮองเฮาเมื่อได้ยินก็เพียงปรายตามองนางคราหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเนิบช้า
"เจ็บหนักเชียวหรือ?"
เสิ่นหลีไม่ตอบเพียงเม้มริมฝีปากแน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนหน้าผากขาวเนียนของนางหลายเม็ด ท่าทางก็ดูย่ำแย่จวนเจียนจะไม่ไหว แต่ทว่าไม่ได้ทำให้นางดูน่าสงสารในสายตาของสองแม่ลูกเลยแม้แต่น้อย
"เสด็จแม่ นางทำงานพลาดไม่ได้เื่เช่นนี้ เราจะจัดการนางเช่นไรดีเล่า?"
กู้ม่อหลีเอ่ยถามมารดาตนแล้วจึงหันมามองเสิ่นหลีด้วยแววตาอำมหิต ราวกับมองเห็นเสิ่นหลีเป็เพียงผักปลาไม่ใช่สิ่งมีชีวิต เสิ่นหลีกำมือแน่น แผ่นหลังเย็นเยียบ เดิมทีนางคิดว่าหากทำให้กู้เหยียนฉีชื่นชอบในตัวนางได้สำเร็จ นางค่อยหาทางแปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา และหาทางช่วยเขากำจัดสองแม่ลูกนี่เสีย จากนั้นตำแหน่งพระชายาเอกชินอ๋องย่อมตกเป็ของนาง แต่แผนการของนางกลับต้องมาพังพินาศลงเพราะจินฝู สตรีนางนั้นสมควรทุกข์ทนเช่นเดียวกับนางจึงจะถูก มันมีสิทธิ์อันใดมาเชิดหน้าชูคออยู่ข้างกายท่านอ๋องกัน!
เจี่ยงฮองเฮาเมื่อฟังบุตรชายเอ่ยจบก็ทำเพียงส่งเสียงเหอะอย่างดูแคลน แล้วมองเสิ่นหลีอย่างเบื่อหน่าย
"ข้าไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ เสิ่นหลี เ้าเข้าไปอยู่จวนอ๋องครั้งนี้ สืบพบอันใดมาได้บ้าง พูดมาเถอะ เผื่อว่าโทษของเ้าจะทุเลาเบาบางลงบ้าง"
เสิ่นหลีเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รีบเอ่ยตอบทันควัน
"ยามนี้ดูเหมือนว่าท่านอ๋องจะทรงโปรดปราณนางกำนัลผู้หนึ่งนามว่าจินฝูเพคะ นางกำนัลคนอื่นๆล้วนเข้าไปในเรือนใหญ่ไม่ได้ มีแต่นางที่เข้าไปได้ สตรีนางนั้นเสแสร้งเก่ง บ่าวคาดว่านางจะต้องหวังผลประโยชน์จากท่านอ๋องเป็แน่ มิสู้พระองค์ทรงดึงตัวนางมาเป็พวกดีหรือไม่เพคะ?"
เจี่ยงฮองเฮาปรายตามองเสิ่นหลีแล้วเอ่ยอย่างดูแคลน
"ข้าจะใช้งานผู้ใดไม่ใช่กงการอันใดของเ้า ตัวเ้าเองเอาตนเองให้รอดก่อนเถอะ ความลับอื่นๆไม่เห็นจะทราบ แต่วันๆเอาแต่สนใจสตรีที่ได้เข้าใกล้กู้เหยียนฉี เ้าน่ะริษยานางล่ะสิ เห้อ ยามนี้เ้าก็หมดประโยชน์กับข้าแล้ว ข้าจะส่งเ้ากลับบ้านเก่าอย่างสงบ กงกง ลากตัวนางออกไป ทำเหมือนที่เคยทำ”
"ฮองเอาเพคะ โปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ!"
เสิ่นหลีร้องขอชีวิตทั้งน้ำตา กงกงที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเอาผ้ามาอุดปากนางก่อนจะลากตัวนางออกไปอย่างรวดเร็ว เสิ่นหลีเดิมทีคิดจะหาทางรอดและดึงจินฝูให้มาทุกข์ทนเช่นเดียวกับนาง แต่กลับไม่เป็ผล สุดท้ายเจี่ยงฮองเฮาก็ไม่ทรงเก็บนางเอาไว้ นางไม่ขัดขืนอีก แววตาฉายแววสิ้นหวังอย่างไม่ปิดบัง หลังจากที่ถูกลากออกมาจากตำหนักเฟิ่งหวงแล้ว กงกงผู้นั้นก็กรอกยาพิษใส่ปากนาง เสิ่นหลีกระอักโลหิตออกมาอย่างทรมาณก่อนจะสิ้นใจตายจากไปอย่างโดดเดี่ยว
ด้านกู้ม่อหลีนั้นก็ไม่ได้สนใจความเป็ความตายของผู้ใดทั้งสิ้น ก็เพียงแค่นางกำนัลน้อยต่ำต้อยผู้หนึ่ง มีค่าคู่ควรใดให้เขาต้องใส่ใจด้วยเล่า ยามนี้เขามีเื่ที่อยากจะทำมากกว่าการไปสนใจคนตาย
ชายหนุ่มหันไปมองมารดาตน แล้วเอ่ยอย่างประจบเอาใจ
"เสด็จแม่ ลูกอยากเห็นใบหน้าของสตรีนางนั้นสักครั้ง ลูกอยากรู้นักว่านางจะน่าสนใจสักเพียงใด จึงสามารถทำให้ญาติผู้พี่พึงใจในตัวนางได้ เสด็จแม่ให้ลูกจัดการเื่นี้เถิดนะพ่ะย่ะค่ะ ลูกสัญญาว่าอีกไม่นาน นางจะต้องกลายเป็หมากสำคัญของพวกเราได้อย่างแน่นอน"
เจี่ยงฮองเฮาเดิมทีคิดจะกล่าวแย้งแต่ทนการรบเร้าจากบุตรชายตนไม่ได้จึงเอ่ยรับปากส่งๆ กู้ม่อหลีอยากเล่นสนุกกับนางกำนัลคนหนึ่งย่อมไม่ใช่เื่ใหญ่อันใด เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้หาคนที่รู้ความกว่าเสิ่นหลีมาทำงานให้
อย่างไรย่อมต้องหาทางกำจัดกู้เหยียนฉีไปเสีย ก่อนที่มันจะแว้งกัดพวกนางสองแม่ลูกในภายหลัง นางเองก็หวาดหวั่นใจมาโดยตลอด ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงรู้สึกหวาดกลัวกู้เหยียนฉีถึงเพียงนี้ นางรู้สึกเหมือนว่ายามที่ได้เห็นหน้ากู้เหยียนฉี ก็จะรู้สึกคิดถึงเื่เก่าแต่หนหลังเมื่อสิบกว่าปีก่อนขึ้นมา
เจี่ยงฮองเฮาส่ายหน้าไปมา ไม่คิดถึงเื่นั้นอีก คนตายไปแล้ว นางเห็นเองกับตา ย่อมไม่อาจรอดมาแก้แค้นนางได้อีกแล้ว!
ส่วนกู้ม่อหลีที่เห็นว่ามารดาไม่คัดค้านก็อารมณ์ดียิ่ง เขาจึงรีบร้อนออกจากวังหลวงและสืบจนพบตัวตนของสตรีนามว่าจินฝูอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่กู้เหยียนฉีชอบ ไม่ว่าจะเป็คนหรือสิ่งของ เขาจะต้องแย่งมาเป็ของตนให้จงได้ เขาจะทำให้กู้เหยียนฉีได้รู้ว่า เขาต่างหากที่อยู่เหนือกว่า!
