พ่อเลี้ยง
บำ-เ-ร-อ-ก-า-ม
ผู้เขียน
ข้าวหลาม
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเื่นี้เป็เพียงเื่ที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเื่จริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเื่ ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเื่นี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเื่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเื่ด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
…บาง่บางตอนของความระทึก…
พ่อเลี้ยง
บำ-เ-ร-อ-ก-า-ม
กรุงเทพมหานคร
ในห้องรับแขกเล็กๆ ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งย่านบางนา
“ดูอะไรอยู่จ๊ะพิงค์… ”
‘เดือนวาด’ สาวใหญ่วัยสามสิบห้าปีกล่าวเมื่อเดินเข้ามาเห็น ‘พิงค์’ ชายหนุ่มวัยสิบเก้าปีที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก
เดือนวาดมีฐานะเป็แม่เลี้ยงของพิงค์…
หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดพิงค์เสียชีวิตได้ไม่นาน ‘สมพงษ์’ พ่อของพิงค์ก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับเดือนวาด ตอนนั้นพิงค์เพิ่งมีอายุเพียงแค่สามขวบเท่านั้น
แม้ว่าเดือนวาดจะไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด แต่หล่อนก็รักและดูแลพิงค์เหมือนลูกแท้คนหนึ่ง
“ดู The Face Thailand ครับ… ”
พิงค์ตอบ ชอบดูรายการนี้มาก บางครั้งตอนอยู่คนเดียวพิงค์ยังแอบเดินสับราวกับตัวเองเป็นางแบบบนรันเวย์ยังไงยังงั้น
“เดือนหน้าเราต้องย้ายไปอยู่บ้านลุงไกรแล้วนะพิงค์… ”
เดือนวาดกล่าว…
หล่อนเลี้ยงดูพิงค์มาั้แ่เล็กๆ ด้วยความรักและเอ็นดูเหมือนลูกในไส้คนหนึ่งจนพิงค์เติบโตเป็หนุ่มมาถึงวันนี้
แม้ว่าตอนนี้พ่อของพิงค์จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เดือนวาดก็ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งลูกติดของสามี
ถึงวันนี้เดือนวาดยังคงเลี้ยงดูพิงค์เรื่อยมาแม้ว่าหลายครั้งที่ชีวิตของหล่อนจะต้องเผชิญกับความลำบากเพราะต้องทำงานคนเดียว แต่เดือนวาดก็ไม่ทิ้งลูกเลี้ยงที่รักและผูกพันกันมาั้แ่เด็ก
“ถ้าผมย้ายไปอยู่กับน้าเดือนที่ไร่ของลุงไกร… เอ่อ… ลุงไกร… จะไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ… ”
พิงค์เรียกเดือนวาดว่า ‘น้าเดือน’ จนติดปาก และทุกครั้งเมื่อต้องเอ่ยถึง ‘ลุงไกร’ ภาพของผู้ชายตัวใหญ่ ผิวเข้ม ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลา เนื้อตัวกำยำล่ำสันไปด้วยมัดกล้ามจะผุดเข้ามาในหัวของพิงค์ทันที
“ไม่หรอกจ้ะ… ลุงไกรเป็คนใจดี… ”
เดือนวาดตอบให้พิงค์สบายใจ…
สาเหตุที่พิงค์อดถามไม่ได้ก็เพราะว่าลุงไกรตัวใหญ่มาก ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราจนดูน่ากลัวถ้าไม่โกนหนวด แววตาคมดุและแผงหนวดสีดำเป็แพหนาเหนือริมฝีปากยิ่งทำให้ลุงไกรคนนี้ดูน่ายำเกรง
“แล้วเราจะย้ายไปเมื่อไรครับน้าเดือน… ”
ดูก็รู้ว่าสีหน้าของพิงค์นั้นมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด หลังจากได้รู้ว่าที่นั่นเป็ชนบทบ้านนอกห่างไกลความเจริญ ไร่ข้าวโพดของลุงไกรตั้งอยู่ในหุบเขาของจังหวัดเชียงราย
“เราจะย้ายไปเดือนหน้าจ้ะ… แต่พิงค์ไม่ต้องกังวลอะไรนะจ๊ะ… ไม่นานเราก็จะปรับตัวได้… ”
เดือนวาดตอบ…
แม้ว่าไร่ของลุงไกรที่หล่อนเคยได้ไปเห็นมาแล้วนั้นจะอยู่ในหุบเขา แต่ก็มีน้ำมีไฟฟ้าใช้ ที่จะขาดหายไปก็คือความเจริญแบบเมืองสังคมเมืองหลวงที่หล่อนกับพิงค์คุ้นเคย
แต่เชื่อว่าไม่นานก็จะปรับตัวได้ เพราะว่าในความห่างไกลความเจริญนั้นก็จะได้ธรรมชาติอันร่มรื่นเงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนที่ เดือนวาดเชื่อว่าพิงค์จะปรับตัวกับที่อยู่ใหม่ได้ไม่ยาก
ในเวลาต่อมา
ตอนใกล้ค่ำ เดือนวาดเดินออกมาจากบ้านด้วยชุดที่พิงค์คุ้นตาก็คือกระโปรงหนังสีดำสั้นกิ่วอวดเรียวขายาว เสื้อเกาะอกประดับด้วยเลื่อมลายคล้ายเกล็ดปลาดูวิบวับแวววาว ่คอเปิดกว้างและลึกอวดลำคอระหงเห็นเนินอกอวบใหญ่แทบล้นออกมาจากชุดรัดอก
หล่อนแต่งหน้าเข้ม แต่ดูสวยสะดุดตา ริมฝีปากเคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีแดงสดตัดกับผิวขาวออร่า ไม่ว่าผู้ชายคนไหนที่ได้เห็นเดือนวาดในลุคนี้จะต้องมองจนเหลียวหลังคอเคล็ดไปตามกัน
