ความเงียบงันปกคลุมเมืองเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกทำลายลงโดยเสียงโกลาหลของฝูงชน
ผู้คนเริ่มพุ่งออกจากบ้านอย่างบ้าคลั่ง หลายคนลากร่างกายที่หนักอึ้งเดินเซไปตามถนน บางคนต้องพยุงกัน บางคนล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ สายตาของพวกเขามีเพียงจุดหมายเดียว
หอการค้าเมฆา
แม้ในใจหลายคนจะมีความสงสัยแฝงอยู่ แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา เพราะชีวิตและความตายของพวกเขา… ขึ้นอยู่กับโอสถเม็ดนั้นเพียงอย่างเดียว ถึงราคาจะแพงเกินความเป็จริงไปมากแต่ถ้าแลกกับชีวิตก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ
ท่ามกลางฝูงชนที่เคลื่อนตัวราวกับคลื่นทะเล คังห่าวยืนมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน ลมหายใจของเขาหนักแน่น สายตาลึกสงบจนอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่
เหนือเมืองดาบ์ แสงแดดอ่อนส่องลงมาอย่างสงบงาม แต่เบื้องล่าง เมืองทั้งเมืองกำลังถูกผลักเข้าสู่กระแสที่ไม่มีใครอาจย้อนกลับได้อีกแล้ว
ขณะเดียวกัน ในดินแดนอันห่างไกล ภายใต้ม่านฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงจนแทบมองไม่เห็นขอบฟ้า เมฆดำซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ เสียงสายฟ้าคำรามต่อเนื่องไม่หยุด คลื่นเสียงะเืเลื่อนลั่นไปทั่วพื้นที่อันห่างไกลนั้นจนพื้นดินแตกร้าวเป็แนวลึกยาว กระแสน้ำฝนไหลบ่าเป็แม่น้ำโคลน กลืนกินูเาและผืนป่าอย่างไร้ความปรานี
ตูม!!!
สายฟ้า์สีขาวเงินฉีกทะลุเมฆสีดำลงมา หลุมลึกขนาดมหึมาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พื้นที่โดยรอบถูกทำลายจนกลายเป็ซากปรักหักพัง ต้นไม้ล้มระเนระนาด พลังฟ้าดินปั่นป่วนจนกฎธรรมชาติเริ่มเสียสมดุล
ท่ามกลางมหาพายุแห่งการทำลายล้าง ร่างหนึ่งลอยนิ่งอยู่กลางเวหา
จางเหวิน
สายฝนที่ควรสาดกระหน่ำใส่เขากลับหยุดชะงักก่อนััร่าง คล้ายมีพลังล่องหนกั้นขวางอยู่โดยรอบ เสื้อคลุมสีขาวของเขาปลิวสะบัดทวนกระแสลมที่รุนแรง แววตาของเขาสงบนิ่งราวผืนน้ำลึกใต้มหาสมุทร
สายฟ้าเส้นต่อไปพุ่งเข้าหาร่างเขาอย่างรุนแรง พลังนั้นสามารถทำลายยอดเขาให้กลายเป็เถ้าธุลีได้ในพริบตา แต่ทันทีที่มันััร่างของเขา มันกลับถูกดูดกลืนเข้าไปอย่างเงียบงัน
จากหนึ่งสาย… กลายเป็สิบสาย
สิบสาย… กลายเป็ร้อยสาย
ไม่นานทั้งผืนฟ้าก็กลายเป็ทะเลสายฟ้าที่ถาโถมลงมาราวกับ์กำลังลงทัณฑ์ผู้ที่กล้าท้าทายกฎแห่งโลก
ภายในร่างของจางเหวิน เส้นชีพจรพลังเปิดออกทีละเส้น พลังิญญาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง มหาสมุทรพลังภายในขยายตัวจนแทบทะลักออกจากขีดจำกัดเดิม ร่างกายของเขาส่องประกายแสงสีฟ้าเงินอ่อน ๆ
ทันใดนั้น ท้องฟ้าพลันสั่นะเือย่างรุนแรง สายฟ้าบางส่วนหยุดนิ่งกลางอากาศ
ด้านหลังจางเหวิน เศษเสี้ยวโลกใบเล็กเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ มหาสมุทรสีฟ้าเงินหมุนวนอยู่ภายใน คลื่นพลังแผ่กระจายเป็วงกว้าง
แรงกดดันจากฟ้าดินเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมฆดำทั่วนภารวมตัวกลายเป็วังวนขนาดั์ พลังสีดำสนิทก่อตัวขึ้นภายใน นั่นไม่ใช่เพียงสายฟ้า แต่คือพลังลบล้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำจัดสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยู่ภายใต้กฎของโลก
ตูม!!!!!
เสาอัสนีสีดำพุ่งลงมาจากท้องฟ้า พลังทำลายล้างแผ่กระจายจนพื้นที่หลายหมื่นลี้ทรุดตัวลง มิติรอบข้างแตกร้าวเป็รอยแยกคล้ายโลกกำลังแตกสลาย
เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ พร้อมยกมือข้างขวาขึ้นดวงตาของเขาสะท้อนภาพมหาสมุทรที่ไหลเวียนเหนือกาลเวลา
วินาทีนั้น เศษเสี้ยวโลกด้านหลังเขาพลันปั่นป่วน คลื่นมหาสมุทรพลังพุ่งออกมาโอบล้อมร่างของเขา พลังของโลกใบเล็กเริ่มแผ่ขยายออกสู่ความเป็จริง
เสาอัสนีดำหยุดชะงักกลางอากาศ
มันไม่ได้ถูกต่อต้าน แต่มันถูก… ปฏิเสธ
กฎที่สร้างมันขึ้นมาเริ่มสั่นไหว สายฟ้าทั้งหมดค่อย ๆ แตกตัวกลายเป็กระแสพลังบริสุทธิ์ ก่อนจะไหลย้อนกลับเข้าสู่โลกใบเล็กของจางเหวินราวกับมันยอมรับกฎใหม่ที่กำลังถือกำเนิด
เสียงสะท้อนของฟ้าดินดังขึ้นทั่วพื้นที่ คล้ายเสียงคำรามปะปนกับเสียงเตือน
นักบุญ าานักบุญ จักรพรรดินักบุญ คือผู้ที่หลอมรวมเข้ากับกฎ
แต่กึ่งจักรพรรดิ คือผู้ที่เริ่มทำให้กฎต้องหลอมรวมเข้ากับตนเอง
พื้นที่รอบตัวจางเหวินเริ่มเปลี่ยนไปตามเจตจำนงของเขา กระแสลมพายุไหลย้อนกลับ พลังธาตุเริ่มสูญเสียสมดุลเดิม ราวกับโลกกำลังถูกเขียนใหม่ทีละส่วน
ร่างของจางเหวินเปล่งประกายแสงสีฟ้าเงินอย่างสงบนิ่ง พลังทั้งหมดภายในหลอมรวมเป็หนึ่งเดียว เส้นทางพลังไม่ไหลตามกฎฟ้าดินอีกต่อไป แต่ไหลเวียนตามเจตจำนงของเขาเอง
แรงกดดันไร้รูปแผ่กระจายออกจากร่างเขาอย่างช้า ๆ มันไม่ได้รุนแรง แต่มันหนักแน่นจนมิติรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยว
ในวินาทีนั้น เส้นแบ่งระหว่างผู้ที่เชื่อฟังกฎ กับผู้ที่กำหนดกฎ ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ จางเหวินก้าวขึ้นสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิ ขั้นที่ 1
สายฝนยังคงตกต่อเนื่อง แต่เมฆดำค่อย ๆ แยกออก ท้องฟ้ากลับคืนสู่ความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่นอีกครั้ง
….
….
….
หลังจากนั้นไม่นาน จางเหวินลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ร่างกายตั้งตรง สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผงหน้าจอสีฟ้าโปร่งใสที่ลอยอยู่เบื้องหน้า ตัวอักษรจำนวนมากไหลเวียนอยู่ภายในนั้นอย่างต่อเนื่อง
[ชื่อ: จางเหวิน]
[ระดับการบ่มเพาะ: กึ่งจักรพรรดิ ขั้นที่ 9]
[ร่างกายพิเศษ: ร่างศักดิ์สิทธิ์สายน้ำบริสุทธิ์ (ระดับศักดิ์สิทธิ์) , โลหิตฟีนิกซ์จักรพรรดิ (ระดับศักดิ์สิทธิ์) ]
[วิชาบ่มเพาะ: ต้นกำเนิดแห่งน้ำ (ระดับจักรพรรดิ) ]
[วิชาการต่อสู้: ดูดน้ำ (ระดับจักรพรรดิ) , ร่างแยกวารี (ระดับจักรพรรดิ) , ัวารีคำราม (ระดับจักรพรรดิ) , ควบคุมวารี (ระดับจักรพรรดิ) , แปรสภาพวารี (ระดับจักรพรรดิ) , ละอองพิษ (ระดับจักรพรรดิ) , พายุฝน (ระดับจักรพรรดิ) , สัญญาแห่งวารี (ระดับจักรพรรดิ) , น้ำวน (ระดับจักรพรรดิ) , ค่ายกลหยดน้ำ (ระดับจักรพรรดิ) , ะเิน้ำ (ระดับจักรพรรดิ) ]
[โชค: ดำ]
ตอนนี้… เขาก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิเรียบร้อยแล้วหลังจากเขาได้ลองใช้การตรัสรู้ไปแล้ว 18 รอบ เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าพลังของการตรัสรู้นั้นมันทรงพลังเกินไปทั้งในด้านการบ่มเพาะและการเรียนรู้วิชาต่างๆ
เขาใช้การตรัสรู้ 10 รอบในการยกระดับวิชาการบ่มเพาะและการต่อสู้เกือบทั้งหมดและยังได้สร้างวิชาใหม่ขึ้นมาอีกด้วย ส่วนอีก 8 รอบในการศึกษากฎหลายอย่างทั้งกฎแห่งชีวิต กฎแห่งมิติ กฎแห่งความตาย กฎแห่งโชคและอื่นๆ ในระหว่างนั้นการบ่มเพาะของเขาก็มาถึงระดับที่ 9 ของกึ่งจักรพรรดิ
หากกล่าวถึงระดับนักบุญ แก่นแท้ของมันคือการสอดคล้องกับกฎของโลก ผู้บ่มเพาะจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของกฎ และใช้พลังของกฎผ่านความเข้าใจของตนเอง
แต่ระดับกึ่งจักรพรรดิ… คือบันไดอีกขั้น
เป็ขั้นที่ผู้บ่มเพาะต้องแยกตัวเองออกจากกฎของโลก ไม่ใช่ผู้ที่สอดคล้องกับมันอีกต่อไป แต่จะต้องกลายเป็ผู้ที่ควบคุมมันเสียเอง
สำหรับผู้บ่มเพาะทั่วไป ขั้นตอนนี้ยากเย็นอย่างยิ่ง เพราะการแยกตัวออกจากกฎเท่ากับการฝืนโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง และเสี่ยงมากที่จะทำให้โลกใบเล็กแตกสลายไป
แต่สำหรับจางเหวิน… ขั้นตอนนี้กลับง่ายดายผิดปกติ
เพราะั้แ่ระดับนักบุญ เขาก็ไม่เคยสอดคล้องกับกฎของโลกอย่างแท้จริงอยู่แล้ว พลังของเขาอาศัยการผสมผสานระหว่างความเข้าใจส่วนตัว ระบบ และรากฐานพลังจากโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิและน้ำหลุดพ้น์ ทำให้เขายืนอยู่นอกกรอบของกฎมาั้แ่ต้น
ดังนั้น การก้าวสู่กึ่งจักรพรรดิสำหรับเขา… จึงแทบไม่ต้องใช้เวลาแยกตัวเองออกจากกฎของโลกเลยแม้แต่น้อย
สำหรับผู้บ่มเพาะทั่วไปที่พึ่งเริ่มต้น การดูดซับพลังิญญาคือหัวใจหลักของการเพิ่มระดับพลัง แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิ… หรือแม้แต่ระดับจักรพรรดิ
สิ่งนั้นกลับไม่ใช่แกนหลักอีกต่อไป เพราะในระดับนี้ การดูดซับพลังไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป สิ่งที่กำหนดการก้าวผ่านขั้นย่อยอย่างแท้จริง คือความเข้าใจในกฎของโลก และความสามารถในการบังคับมันให้อยู่ภายใต้ตัวเอง
ไม่ใช่การไหลไปตามกฎ แต่คือการบังคับให้กฎ… ต้องไหลตามตนเอง
สายฝนรอบตัวจางเหวินเริ่มเปลี่ยนจังหวะอีกครั้ง หยดน้ำบางส่วนไหลย้อนขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่บางส่วนหยุดนิ่งเหมือนถูกแช่แข็งในอากาศ โครงสร้างของกฎธรรมชาติถูกบิดเบือนอย่างแเีโดยไม่มีแรงต้านใด ๆ ปรากฏขึ้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะความคิดของเขาเพียงเสี้ยวเดียว
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขาก้าวหน้าได้ขนาดนี้คือ การตรัสรู้… มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งสำหรับมนุษย์ผู้หนึ่ง ในผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนของโลกใบนี้ จำนวนผู้ที่เกิดการตรัสรู้นั้นแทบจะนับหัวได้เลย หรือแม้แต่บางคนในโลกนี้ก็อาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าการตรัสรู้คืออะไร
แม้แต่ผู้บ่มเพาะระดับสูง หลายคนใช้เวลาหลายร้อยปี หลายหมื่นปี บางคนใช้ทั้งชีวิต… แต่ไม่เคยััมันแม้แต่ครั้งเดียว
แต่สำหรับผู้ที่สามารถเข้าสู่การตรัสรู้ได้เพียงครั้งเดียว เส้นทางชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ระดับพลัง ความเข้าใจ และมุมมองต่อโลก จะก้าวะโราวกับข้ามผ่านกำแพงที่ไม่มีใครมองเห็น
มันมีค่ามหาศาล… ยิ่งกว่าสมบัติจักรพรรดิบางชิ้น ยิ่งกว่าวิชาระดับสูงบางวิชา หรือแม้แต่ร่างกายระดับศักดิ์สิทธิ์บางร่างด้วยซ้ำ
และตอนนี้… เขามีมันเหลืออีกมากมาย
จางเหวินค่อย ๆ หลับตาลง ความกดดันที่เคยถาโถมใส่เส้นทางบ่มเพาะของเขาค่อย ๆ สลายหายไปอย่างสิ้นเชิง
ภายในจิติญญาของเขา โครงสร้างของกฎนับไม่ถ้วนเริ่มก่อตัวและแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า กฎแห่งน้ำ กฎแห่งชีวิต กฎแห่งความตาย กฎแห่งมิติ ถูกวิเคราะห์ ปรับโครงสร้าง และหลอมรวมเข้าหากันอย่างต่อเนื่อง
จางเหวินยกมือขึ้นเล็กน้อย หยดน้ำหนึ่งหยดลอยขึ้นเหนือปลายนิ้ว ก่อนจะแตกตัวออกเป็ชั้นโครงสร้างพลังหลายชั้น ภายในหยดน้ำเล็ก ๆ นั้น ปรากฏเงารูปของกระแสน้ำ มหาสมุทร พายุ และความว่างเปล่า สลับเปลี่ยนกันไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด
