ดวงตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวเบิกกว้าง เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังหมอหลี่อย่างไม่เชื่อสายตา
ถ้าเธอได้ทำงานในสถานีอนามัยจริงๆ มันจะเป็งานที่มั่นคง และช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของเธอได้แน่
เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของเธอ หมอหลี่ก็รู้ว่าเธอกำลังคิดถึงเื่นี้อยู่ เขาจึงรีบพูดต่อว่า "ชาวบ้านในหมู่บ้านแถวนี้ก็มารักษากับผมที่นี่ทั้งนั้น บางครั้งก็มีชาวบ้านที่ต้องทำแผล หรือไม่ก็หกล้ม ส่วนมากผมจะให้พวกเขาไปโรงพยาบาลในตำบลแทบทุกครั้ง คุณสนใจอยากจะมาช่วยงานในสถานีอนามัยไหม? ถ้าเป็แบบนั้น ชาวบ้านที่าเ็แค่ภายนอกจะได้ไม่ต้องเดินทางไปถึงในตัวตำบลให้ลำบาก แถมสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย"
หมอหลี่ชวนเธอด้วยความกระตือรือร้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังขณะที่มองไปยังต่งเสี่ยวเสี่ยว
ตอนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังคิดว่าจะหาเงินยังไงอยู่พอดี
นี่มันใช่จังหวะที่ง่วงๆ ก็มีคนยื่นหมอนให้พอดีไม่ใช่หรือไง?
“ตกลงค่ะ แล้วคุณจะให้ค่าจ้างเดือนละเท่าไหร่คะ? ถ้าเงินเดือนเหมาะสม ฉันก็ตกลงจะช่วยงานค่ะ” ต่งเสี่ยวเสี่ยวถามอย่างตรงไปตรงมา
หมอหลี่ชื่นชมความตรงไปตรงมาของผู้หญิงคนนี้ไม่น้อย
ใครๆ ก็อยากเป็คนดีกันทั้งนั้น แต่ถ้าตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะไปช่วยคนอื่นได้ยังไง?
เขาเหลือบมองไปยังกลุ่มเพื่อนร่วมงานของฉินซู่ที่อยู่ข้างๆ ยิ้มจนตาหยีแล้วพูดว่า "สหายต่ง เรามาคุยกันก่อนเถอะ"
พูดจบ เขาก็พาต่งเสี่ยวเสี่ยวเข้าไปในห้องด้านหลัง
เมื่อตกลงกันได้แล้ว หมอหลี่ก็ยื่นข้อเสนอค่าจ้างสูงถึงเดือนละหนึ่งร้อยหยวน!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าทักษะทางการแพทย์ของเธอล้ำหน้าเกินกว่ายุคสมัยนี้ไปมาก นี่นับว่าคุ้มค่าเกินราคาเสียอีก
เธอไม่มีข้อโต้แย้งอะไร จึงตอบตกลง และจะเริ่มงานในวันพรุ่งนี้
หลังจากที่เธอตกลงกับหมอหลี่เสร็จ พอออกมาข้างนอก ฉินซู่และเพื่อนร่วมงานอีกสองคนก็กลับไปแล้ว
ในห้องเหลือแค่พี่หวังที่ยังนอนพักอยู่
“ฉินซู่ไปบอกเมียของฉันแล้ว เดี๋ยวเมียของฉันจะเอารถลากมารับฉันกลับบ้าน” พี่หวังยิ้มให้กับต่งเสี่ยวเสี่ยว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความละอายใจ “ต่งเสี่ยวเสี่ยว ครั้งนี้ฉันต้องขอบคุณเธอมากจริงๆ เธอช่วยชีวิตฉันเอาไว้! เมื่อกี้ที่ฉันพูดถึงเธอในทางไม่ดี เป็เพราะข่าวลือที่ได้ยินมา อย่าถือสาเลยนะ เธอเป็ผู้หญิงที่ดี เหมาะกับฉินซู่มากจริงๆ”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ใจแคบขนาดนั้น อีกอย่าง พวกเขาพูดถึงร่างเดิม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อยนี่?
“พี่หวังพูดเกินไปแล้วค่ะ ในเมื่อพี่สะใภ้กำลังจะมา ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ เด็กๆ ยังรอกินข้าวอยู่ที่บ้าน” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็เดินออกจากสถานีอนามัยไป
เธอเพิ่งเดินออกมาได้ไม่นาน ในระหว่างที่เดินผ่านป่าไผ่ มือเรียวยาวคู่หนึ่งก็ยื่นออกมา ดึงเธอเข้าไปด้านในทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวใจนสะดุ้ง พอเงยหน้าขึ้นก็สบตาเข้ากับใบหน้ามันเยิ้ม
จริงๆ แล้วใบหน้าของเขาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่มีสิวขึ้นเยอะเต็มไปหมด จนต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกขยะแขยงเป็อย่างยิ่ง
นี่มันสู้ผิวสีแทนสุขภาพดีของฉินซู่ไม่ได้เลยสักนิด!
รสนิยมของร่างเดิมนี่มันเป็ยังไงกันแน่!
ใช่แล้ว คนที่แอบดึงเธอเข้ามาในป่าไผ่เล็กๆ ตรงนี้ก็คือเฮ่อเจี้ยนิ คนที่ร่างเดิมทุ่มเททุกอย่างให้อย่างสุดหัวใจ
“เสี่ยวเสี่ยว เมื่อกี้ฉันเห็นเธอเข้าไปในสถานีอนามัย เธอไม่สบายเหรอ หมอว่ายังไงบ้าง?” เฮ่อเจี้ยนิแสดงท่าทีเป็ห่วงเป็ใย เขาถามด้วยความร้อนรน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอยหลังไปสองก้าว เพื่อรักษาระยะห่างจากเฮ่อเจี้ยนิ
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “หมอหลี่บอกว่าสมองฉันมีปัญหา แถมอาการยังหนักอีกด้วย”
พอได้ยินแบบนั้น เฮ่อเจี้ยนิก็แกล้งทำสีหน้าปวดใจ “มันจะเป็ไปได้ยังไง เขาจ่ายยาให้เธอไหม แล้วอาการเป็ยังไงบ้าง รักษาได้หรือเปล่า? ถ้าไม่ได้ ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาลเอง”
“วิธีรักษาง่ายมาก หมอหลี่บอกให้ฉันะโเยอะๆ จะได้เอาน้ำในสมองออกมาให้หมด แล้วต่อไปก็อย่าไปคบค้าสมาคมกับพวกที่ไม่เอาไหนอีก ให้ใช้ชีวิตกับฉินซู่ให้ดีๆ เดี๋ยวก็หายเอง” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
พอได้ยินแบบนั้นแล้ว เฮ่อเจี้ยนิจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าโดนเหน็บแนม
สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนัก เขาฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “เธอพูดอะไรน่ะ? โกรธที่ฉันยังไม่ได้ซื้อกิ๊บติดผมที่บอกว่าจะซื้อให้เหรอ อย่าโกรธเลยนะ ฉันซื้อมาแล้ว ดูสิสวยไหม เดี๋ยวฉันติดให้เธอนะ”
พูดจบ เฮ่อเจี้ยนิก็หยิบกิ๊บติดผมที่เชยะเิออกมา เตรียมจะติดให้กับต่งเสี่ยวเสี่ยว
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับหลบการััของเขา เธอหันตัวหลบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “เฮ่อเจี้ยนิ ฉันพูดกับชัดแล้วนะว่า ฉันจะใช้ชีวิตกับฉินซู่ ต่อไปนี้นายไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก!”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวี้เีจะสนใจเขาแล้ว เธอหันหลังเตรียมจะเดินกลับบ้าน
แต่เฮ่อเจี้ยนิกลับคว้าตัวเธอเอาไว้ แล้วเริ่มร่ายออกมา “เสี่ยวเสี่ยว เชื่อฉันเถอะ! ฉันไม่ได้หลอกเธอ ฉันกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย พอสอบติดแล้วฉันจะพาเธอไปด้วย! จริงๆ นะ! เธออยู่กับฉินซู่ไอ้คนพิการนั่น มันเป็การทำลายชีวิตเธอไม่ใช่เหรอ? เชื่อฉันสิ ในใจฉันมีแต่เธอเท่านั้น”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังขาดค่าสมัครสอบอยู่นิดหน่อย ฉันจะหาทางให้ได้ ต่อให้ต้องขายเื ฉันก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้! รอฉันก่อนนะ! ฉันอ่านหนังสือทบทวนมาหลายปีแล้ว ครั้งนี้ฉันต้องสอบติดแน่นอน!”
เฮ่อเจี้ยนิมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสายตาหนักแน่น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
คนคนนี้ที่กำลังแกล้งแสดงความรักและร้องไห้คร่ำครวญพูดแต่เื่ความยากจน เขาก็แค่อยากได้เงินของเธอเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?
เขาคิดว่าเธอโง่หรือไง?
“ฮะ นี่นายลำบากขนาดนี้เลยเหรอ? ขนาดค่าสมัครสอบยังไม่มีอีก?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวแกล้งทำเป็ใ
เฮ่อเจี้ยนิดีใจอยู่ในใจ เขากระซิบเสียงเบา “่นี้ลำบากนิดหน่อย แต่เธอไม่ต้องห่วงนะ เพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ ต่อให้มีอุปสรรคฉันก็จะเอาชนะมันให้ได้!”
ที่ผ่านมา ขอแค่เขาพูดจาหวานหูแบบนี้เข้าหน่อย ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จะซาบซึ้งจนแทบจะควักหัวใจออกมา และยกเงินทองที่มีอยู่ทั้งหมดให้เขา
แต่ครั้งนี้ ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมองเขาด้วยสายตาเ็า และพูดอย่างร้อนรนว่า “นายจนขนาดนี้ แล้วเงินที่เคยยืมฉันไป นายจะไม่คืนแล้วใช่ไหม? สรุปว่านายคิดจะเบี้ยวหนี้ แล้วก็หาข้ออ้างมาอ้างอีกสินะ?”
เฮ่อเจี้ยนินิ่งเงียบไป “...” เงินที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวให้เขาไปก่อนหน้านี้ เขาจะอ้างเสมอว่าเป็เงินที่เขาจะขอยืมจากเธอ แต่เขาคิดว่าพวกเขาต่างก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่ามันคือเงินที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจยกให้เขา
แต่ตอนนี้ ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับบอกว่าต้องคืนเงิน?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวโดนผีเข้าหรือไง?
ทางฝั่งฉินซู่ ตอนนี้เขาพาภรรยาของพี่หวังมาถึงสถานีอนามัยแล้ว แต่กลับไม่พบต่งเสี่ยวเสี่ยว
“ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับไปแล้วเหรอ?” ฉินซู่ถาม
พี่หวังมีสีหน้าที่ลังเลเล็กน้อย
เมื่อกี้ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินออกไปจากสถานีอนามัย เขาเห็นว่าเฮ่อเจี้ยนิดึงเธอเข้าไปด้านหลังป่าไผ่
พี่หวังรู้สึกเห็นใจขึ้นมา เขามองไปทางป่าไผ่แล้วพูดว่า “เมื่อกี้ เฮ่อเจี้ยนิดึงเธอเข้าไปข้างในนั้น”
“เอ่อคือ...” เมื่อเห็นว่าสีหน้าของฉินซู่เริ่มเปลี่ยนไป พี่หวังจึงเอื้อมมือแตะบ่าของเขาเบาๆ “ฉันว่าสหายต่งไม่น่าจะเป็คนแบบนั้นหรอก บางทีเื่ก่อนหน้านี้อาจจะเป็แค่เื่เข้าใจผิดก็ได้นะ?”
“นายลองไปคุยกับเธอดีๆ เถอะ”
