“โอ้ พี่น้องนายควรจะบอกเื่ใหญ่ขนาดนี้กับพวกเราั้แ่แรก…ถ้านายอยากจะนำเป็คนแรกก็เชิญก่อนเลยฉันไม่ว่าอะไร”
“เชิญก่อนเลยเชิญนายก่อนเลย นี่มันเื่เล็ก ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร”
“ใช่แล้วงั้นเชิญนายก่อนเลย อย่างไรก็ตาม พวกเราที่เหลือตกลงว่าจะเรียงคิวอย่างตอนแรกและจะไม่มีใครสามารถลัดคิวได้”
“โอเคงั้นเอาตามนี้!”
สำหรับพวกคนที่เลื่อนลอยอยู่ในสังคมนี้ใครจะเลี่ยงการถูกลัดคิวได้? และถ้าคุณถูกลัดคิวคุณก็ทำได้แค่ตำหนิตัวเองที่ไม่มีฝีมือพอ
ครั้งนี้ฉินเฟิงได้พบกับความหมายลึกซึ้งที่แท้จริงของวลีนี้และตอนนี้ได้เข้าใจว่า “ฝีมือ” ในที่นี้หมายถึงฝีมือการแสดง
คุณสมบัติของอันธพาลข้างถนนต้องเริ่มจากการแสดงก่อนถ้าพวกนั้นไม่มีฝีมือการแสดงที่ดีพอในการสร้างเื่โกหกและความจริงให้แยกกันเกือบไม่ออกพวกเขาก็คงจะไม่สามารถอยู่อย่างสุขสบายในสังคมได้ถ้าพวกเขาไม่ได้สร้างเื่สักสองสามเื่ก็คงจะน่าอับอายพอดูที่จะพูดว่าพวกเขาได้อยู่อย่างสุขสบายในสังคม
“ฮ่าๆ ในเมื่อทุกคนเห็นด้วยงั้นเรามาว่ากันว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนดีกว่า เราทุกคนยังเป็พี่น้องที่ดีต่อกันข้าพูดถูกใช่ไหม?” อันธพาลพวกนั้นเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว และฉินเฟิงเกือบจะปรับตัวไม่ทัน
“พี่น้องที่รักทั้งหลายมันเป็โชคชะตาที่เราได้มาเข้าร่วมแก๊งเหวินด้วยจุดประสงค์เดียวกันต่อไปเมื่อพวกเราอยู่บนเส้นทางนักเลงเราจะพบกันบ่อยขึ้นมีสหายหลายคนถึงจะมีทางรอดหลายทางถูกไหม?”
“ไม่ใช่ พวกผู้หญิงก็เปรียบเสมือนเสื้อผ้าและพี่น้องทั้งหลายก็ได้แบ่งปันมิตรภาพอันลึกซึ้งแล้ว เราจะทำลายมิตรภาพระหว่างกันเพราะแค่มีเสื้อผ้าสวยๆทำไม?”
“พวกเราทุกคนต่างก็ออกมาเอ้อระเหยไปวันๆและให้ความสำคัญกับมิตรภาพ พี่น้อง พวกเราเพิ่งทำผิดและเข้าใจนายผิดแต่ตอนนี้ความเข้าใจผิดนั้นถูกแก้ไขแล้ว และต่อไปทุกคนจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน”
…
“อะแฮ่มๆ!” ฉินเฟิงกระแอมสองครั้งทันทีและขัดจังหวะทุกคนเขากลัวว่าถ้าปล่อยให้พวกนั้นเล่นใหญ่ต่อไปพวกเขาคงจะเริ่มกลายเป็พี่น้องร่วมสาบานกัน “ในเมื่อพวกเราทุกคนเป็พี่น้องกันงั้นฉันต้องเตือนว่าเราไม่สามารถจับกดยายเด็กโง่นั่นในโรงแรมได้”
หลังจากพูดอย่างนี้สีหน้าร่าเริงของทุกคนก็หายไป พวกเขามองดูฉินเฟิงด้วยความไม่พอใจแต่พวกเขาเกรงกลัวฝีมือของฉินเฟิง พวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรในเชิงค้าน
“ฮ่าๆ อย่าเข้าใจผิด” ฉินเฟิงโบกมือ“ฉันแค่ทำแบบนี้เพื่อประโยชน์ของทุกคนคิดดูดีๆ นะ นี่คือโรงแรมหรูเจีย เป็โรงแรมที่มีสาขาทั่วประเทศใครจะรู้เล่าว่ามีกล้องวงจรปิดกี่ตัวที่นี่กัน? ถ้าพวกนายลงมือกับหลิวเหวินจิ้งในห้องและยายเด็กนั่นเรียกตำรวจ พวกนายไม่รอดแน่ พวกเขาจะตระเวนเพื่อหารูปพรรณสัณฐานและจับพวกนาย”
ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดเปลี่ยนจากความไม่พอใจเป็หวาดกลัว
พวกเขาเห็นความจริงหลังจากได้ยินคำพูดของฉินเฟิงและยังดีที่มันยังไม่เกิดขึ้นใครจะรู้ว่าพวกเขาต้องโดนจำคุกกี่ปีถ้าผู้ชายสิบกว่าคนข่มขืนผู้หญิงคนเดียว?
“พี่น้องนายพูดถูกแล้ว ยังดีที่นายเตือนเราได้ทันเวลา ไม่งั้นคืนนี้พวกเราคงโดนจับกันหมด”
“ใช่แล้วๆ เราจะไม่เล่นสนุกในโรงแรมเราต้องคิดหาทางหลอกนางเด็กโง่นั่นให้ออกมาและหาที่ลับตาเพื่อลงมือ”
“พวกนายทุกคนคิดว่าหลิวเหวินจิ้งนั่นเป็เด็กโง่แต่ฉันพบว่าเธอไม่ได้โง่”ฉินเฟิงเห็นว่าเขาได้เปลี่ยนความคิดของพวกมันและกล่าวต่อ“คิดให้ดีทำไมเธอถึงนัดเจอเราในโรงแรม? ทำไมเธอไม่บอกอะไรล่วงหน้าและแกล้งทำเป็ว่าเธอจะเปิดห้องล่ะ? ถ้าพวกนายไม่เชื่อ ก็ลองถามกันดูสิ”
ผู้คนทั้งหลายเริ่มถามกันหลังจากที่ถามกันเสร็จ พวกเขาก็รู้ว่าแต่ละคนต่างถูกเรียกมาที่โรงแรมทีละคนๆและไม่มีใครรู้ว่าคนอื่นก็จะมาด้วยเมื่อพวกเขาได้ยินว่าจะเจอกันที่โรงแรม ต่างก็คิดว่ากำลังจะได้ขึ้นห้องกับเธอแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็พบว่าในห้องมีแต่ผู้ชาย
“บัดซบนางนั่นมันกล้าหลอกเรา!”
“ข้าเข้าใจแล้วนางนั่นมันรู้ั้แ่แรกแล้วว่าเรามีเจตนามิชอบมันจึงตั้งใจนัดเจอกันที่โรงแรมหรูเจีย แรงจูงใจของเธอชัดมากเพื่อใช้ความสวยของเธอหลอกพวกเราให้ช่วยเธอสู้กับแก๊งเฟิงตอนแรกเธอแม้แต่บอกข้าว่าถ้าเราชนะแก๊งเฟิง เธอจะเป็ของข้าคืนนี้”
หลังจากอันธพาลคนนี้ะโออกมาพวกเขาก็ต่างแสดงความไม่พอใจมากขึ้น เพราะหลิวเหวินจิ้งพูดอย่างนี้กับทุกคน
ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดมาเทียบคำพูดกันพวกเขารับรู้แผนของหลิวเหวินจิ้งอย่างรวดเร็วแม้แต่ฉินเฟิงก็ยังโกรธเมื่อเขาพบว่าหลิวเหวินจิ้งพูดคำโกหกกับทุกคนเหมือนกันทำไมผู้หญิงถึงไม่น่าไว้ใจกันนะ?
“ทุกคนเงียบก่อนฉันมีความคิดดีๆ แล้ว เราสามารถจัดการเธอในเกมของเธอได้ และสอนบทเรียนราคาแพงให้กับยายนั่นแน่นอนว่าก็ต้องลิ้มรสความโอชะของเธอด้วยในเวลาเดียวกัน” ฉินเฟิงโบกแขนและทุกคนก็เงียบลง
สายตาทุกคู่จับจ้องฉินเฟิงเหมือนนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่กระหายความรู้ตอนนี้ฉินเฟิงกลายเป็พี่ใหญ่ในสายตาของพวกเขาไปแล้ว
“ยายหลิวเหวินจิ้งนั่นอยากจะให้เราสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเธอสู้กับแก๊งเฟิงไม่ใช่เหรอ? งั้นก็มาแกล้งทำเป็ว่าเรากำลังจะไปสู้กับพวกมันจริงๆสิ ฉันร่วมมือกับพวกเพื่อนในแก๊งเพื่อมาเจอกันที่ถนนคนเดินแล้วเมื่อเราไปถึงที่นั่น พวกเขาจะทำเป็สมาชิกแก๊งเฟิงออกมาแถวนั้นและตอนนั้นเราก็บุกไปหามันและให้พวกมันหนีไป เมื่อแก๊งเฟิงพ่ายแพ้เราก็พาหลิวเหวินจิ้งไปที่บาร์และมอมเหล้าเธอให้เมา หลังจากที่เธอเมาแล้วเราก็จะเล่นกับเธอยังไงก็ได้ตามใจอยาก!”
“เฮะๆ! บอกตามตรง สิ่งที่ฉันหมายถึงก็คือฉันกำลังชวนพวกนายทุกคนไปเล่นละคร!”
มีไม่ถึงครึ่งที่เข้าใจแผนของฉินเฟิงและส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจ
มีน้อยคนที่เข้าใจเพียงประโยคสุดท้ายที่บอกว่าจะให้ไปเล่นละครดังนั้น พวกเขาจึงทุบอกอย่างภูมิใจและะโ “บ๊ะข้าแสดงเก่งที่สุดแล้ว ถ้าข้าไม่ได้ขี้เหร่ ข้าได้เป็าาแห่งโรงละครไปนานแล้วข้าคิดว่าแผนนี้ดี ข้าเอาด้วย”
เมื่อมีคนนำคนที่เหลือก็รีบตามอย่างไวโดยที่ไม่รู้ว่าเข้าใจแผนของฉินเฟิงหรือไม่ อย่างไรก็ตามพวกเขาทุกคนมีความคิดเหมือนกัน ถ้าคนอื่นร่วมด้วย แล้วเราจะกลัวอะไร? แถมได้ผู้หญิงสวยในยามค่ำคืนอีกพวกเขาจะพลาดโอกาสนี้ได้อย่างไร?
แล้วพวกเขาทุกคนก็เห็นแล้วว่าฉินเฟิงเป็อย่างไร...พวกเขาคิดว่าเขานั้นค่อนข้างไว้ใจได้!
หลังจากปลุกใจทุกคนเสร็จมุมปากของฉินเฟิงก็ยกขึ้นจนเกือบจะเป็ยิ้มเย้ย เขาเดินไปข้างหน้าทุกคนและนำคนกลุ่มใหญ่ออกมาจากห้องน้ำชายอย่างองอาจสาวสวยสองสามคนที่จะมาห้องน้ำหญิงเพื่อปลดทุกข์ก็กลัวจนตื่นตระหนกและวิ่งหนีไป
“ฉินเฟิงเป็ยังไงบ้าง? คุณพูดอะไรกับพวกเขาเหรอ?” เมื่อเธอเห็นทุกคนออกมาแล้ว หลิวเหวินจิ้งก็วิ่งเข้าไปจับไหล่ของฉินเฟิงทันทีเธอถามคำถามด้วยความร้อนใจ
“ไม่มีอะไรมากฉันแค่พูดปลุกใจก่อนที่เราจะไปสู้ ตอนนี้เราพร้อมออกเดินทางแล้ว” ฉินเฟิงมองไปที่หลิวเหวินจิ้งด้วยรอยยิ้มและหันไปมองคนอื่นๆ“พี่น้องพวกนายพร้อมที่จะสู้กับแก๊งเฟิงคืนนี้ไหม?”
“เราพร้อมแล้ว!” พวกเขาทุกคนพูดพร้อมกัน“ถ้าคืนนี้แก๊งเฟิงไม่โดนทำลายพวกเราจะกินขี้โชว์ให้ดูเลย!”
