ไม่นาน...เสิ่นเล่อเหยียนถูกนำตัวไปขังไว้ในคุกของศาลอำเภอเฟิงหลิน ภายในห้องขังที่เย็นชืดและมืดสลัว กลิ่นอับของเหล็กและความชื้นอบอวลอยู่รอบตัว หญิงสาวไม่หวันกลัว ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสงบ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันแต่งงานของนาง แน่นอนว่าไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็แผนการของหานจิ่วเย่ บุตรสาวของนายอำเภอหาน ผู้ซึ่งไม่อาจทนเห็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ชายหนุ่มรูปงามที่ตนหมายปอง
แม้จะยังไม่รู้ถึงเหตุผลที่ตนถูกกลั่นแกล้ง แต่เสิ่นเล่อเหยียนก็มิได้ร้องไห้หรือโวยวาย นางทำเพียงหลับตาแน่น และรอคอยว่าเมื่อใดตนจะได้ออกจไปจาดที่นี่
หญิงสาวถูกขังอยู่ภายในคุกใต้ดิน ทว่าในคืนนั้น อยู่ๆ จวนนายอำเภอก็ถูกพระเพลิงเผาผลาญจนวอด หานจิ่วเย่บุตรสาวเพียงคนเดียวของนายอำเภอหาน ถูกไฟเผาใบหน้ารวมถึงร่างกายจนเสียโฉม อีกครึ่งชีวิตของนาง หลังจากนี้ต้องนอนอยู่บนเตียงเพียงอย่างเดียว
ชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลจางเมื่อได้ยินข่าว ว่าจวนนายอำเภอไฟไหม้ ทุกคนต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็เพราะพวกเขาจับเสิ่นเล่อเหยียนไปขังคุกโดยที่ไม่มีความผิด ทำให้ถูก์ลงโทษ
และวันที่สอง...ร้านขายสมุนไพรที่หญิงสาวเคยนำสมุนไพรไปขาย ก็ถูกไฟเผาเช่นเดียวกัน โกดังเก็บสมุนไพรถูกทำลายเหลือเพียงเถ้าถ่าน ข่าวลือว่าพวกเขาใส่ร้ายเสิ่นเล่อเหยียน จึงถูก์ลงโทษได้ถูกลือออกไป
นายอำเภอหานไม่เชื่อถือข่าวลือ และคิดที่จะทรมานเสิ่นเล่อ เหยียนเพื่อระบายความโกรธ ทว่ากลับลื่นล้มจนตนเองต้องกลายเป็อัมพาต นอนติดเตียงไม่ต่างจากบุตรสาว
วันที่สาม หลังเหตุการณ์วุ่นวายในอำเภอเฟิงหลินสงบลงง เสิ่นเล่อเหยียนได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกของศาลอำเภอเฟิงหลิน ฟ้าครึ้มในยามเช้าค่อยๆ เปิดออก แสงแดดอ่อนส่องลงบนลานศาลาว่าการ ราวกับ์เองก็รับรู้ถึงความบริสุทธิ์ของนาง
เมื่อประตูคุกเปิดออก เสียงล้อเกวียนวัวดังแว่วมาแต่ไกล ชาวบ้านจากหมู่บ้านสกุลจางนับสิบคน ต่างพากันเดินทางมาเพื่อรับหญิงสาวกลับบ้าน
“เหยียนเหยียน! เ้ากลับมาแล้ว!” เสียงของแม่นมหลี่ดังขึ้นพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอ เสิ่นเล่อเหยียนยกมือคารวะเพื่อขอบคุณทุกคน
“ขอบคุณทุกท่านที่มารับข้าในวันนี้ ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”
ชาวบ้านช่วยกันพานางขึ้นเกวียนวัวที่ประดับด้วยผ้าสีแดงเก่าๆ แม้จะเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความจริงใจ
ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน
ชาวบ้านต่างพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลายคนเชื่อว่าเหตุเพลิงไหม้ที่จวนนายอำเภอเป็การลงโทษจาก์ ที่บังอาจจับผู้บริสุทธิ์อย่างเสิ่นเล่อเหยียนไปขังโดยไม่มีความผิด
เมื่อขบวนเกวียนกลับถึงหมู่บ้าน ที่ด้านหน้าเรือนมีชาวบ้านมากมายมารอเพื่อต้อนรับหญิงสาว คราวนี้เสิ่นเล่อเหยียนร้องไห้ออกมาจริงๆ เพราะนางซาบซึ้งใจในความมีนำใจของคนหมู่บ้านสกุลจาง
ที่ลานหน้าเรือนของนางยามนี้ถูกประดับด้วยโคมสีแดงและดอกไม้ป่า ชาวบ้านช่วยกันจัดโต๊ะอาหารเรียงราย กลิ่นหอมของอาหารลอยอบอวลไปทั่ว
“์ยังมีตา อาเหยียนของพวกเรากลับมาโดยปลอดภัย!” หัวหน้าหมู่บ้านชูจอกเหล้าขึ้น พร้อมกับเอ่ยเพื่อสรรเสริญต่อ์
เสิ่นเล่อเหยียนมองผู้คนรอบกายด้วยหัวใจที่อบอุ่น น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลออกมาไม่ขาดสาย ข้างกายของนาง ตงหยางยืนอยู่เงียบๆ ดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความโล่งใจ ที่หญิงสาวได้กลับมาอย่างปลอดภัย
ในคืนนั้น แสงโคมส่องสว่างทั่วหมู่บ้าน เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วไปทั่ว เสิ่นเล่อเหยียนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว พลางพึมพำเบาๆ
“ขอบคุณ์...ที่ยังเมตตาต่อข้า” แม้ที่ผ่านมา ในใจจะยังไม่เชื่อว่าตนเองมีเทพคอยคุ้มครอง ทว่าเพราะเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้นางสามารถผ่านเื่ร้ายไปได้ ทำให้บัดนี้...เสิ่นเล่อเหยียนเริ่มคิดแล้วว่า ตนเองอาจมีเทพคุ้มครองจริงๆ
หลายวันหลังจากที่เสิ่นเล่อเหยียนได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก ความสงบค่อยๆ กลับคืนสู่หมู่บ้านสกุลจางอีกครั้ง
แม้เหตุการณ์ในวันแต่งงานจะกลายเป็เื่ที่ผู้คนพูดถึงไม่รู้จบ แต่ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า หญิงสาวไม่ควรถูกกล่าวหาเช่นนั้น
ส่วนตงหยาง แม้การแต่งงานจะยังไม่เสร็จสิ้นพิธี แต่เขาก็ยังคงอยู่เคียงข้างนางไม่ห่าง ช่วยนางตากสมุนไพร หาบน้ำ ตัดฟืนจาูเา และดูแลแม่นมหลี่อย่างเงียบๆ แต่ภายในใจของหญิงสาวกลับยังรู้สึกค้างคา
หลายวันต่อมา ขณะทั้งสองนั่งอยู่ใต้ต้นอู๋ถง เสิ่นเล่อเหยียนถึงถือโอกาสนี้ เอ่ยถึงเื่ในวันนั้นกับเขา
“ตงหยาง...งานแต่งงานของเราครั้งก่อนยังไม่สมบูรณ์ เราสองคนยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดิน ตอนนี้ข้ายังไม่อาจถือว่าเป็ภรรยาของเ้าได้” ตงหยางที่ได้ยินเช่นนั้นพลันเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว
“ข้าไม่สนพิธีการใดใด ขอเพียงข้าได้อยู่กับเ้าก็พอ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่ข้าใส่ใจ เ้าไม่คิดบ้างหรือว่า บางทีตนเองอาจมาจากตระกูลสูงศักดิ์ ไม่ต้องให้ข้าบอกเ้าก็น่าจะดูออก ว่าตัวเ้าไม่เหมือนกับพวกเาาวบ้านที่นี่ เพราะไม่ว่าเ้าอยู่ที่ใด...เ้าก็ดูเปล่งประกายเสมอ”
คำพูดของเสิ่นเล่อเหยียนทำให้ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย ไม่ใช่ตัวเขาไม่เคยคิดถึงเื่นี้ แต่เพราะจดจำไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าต้องออกตามหาตัวตนของตนเองเช่นไร
อีกอย่าง...ก่อนหน้าเขาได้รับาเ็ บางที...อาจมีใครบางคนกำลังจ้องเล่นงานตนเองอยู่ อยู่ในที่ลับย่อมต้องดีกว่าอยู่ในที่แจ้ง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอยู่ที่นี่จนกว่าความทรงจำจะกลับคืนมา
อีกประการ...ที่เขาอยู่ที่นี่ เสิ่นเล่อเหยียนก็เป็หนึ่งในเหตุผลนั้น...เขาชอบนาง ชอบจริงๆ แม้จะจดจำเื่ราวในอดีตไม่ได้ แต่เขากลับรู้สึกว่า ไม่เคยมีสตรีใดที่บริสุทธิ์เท่านางอีกแล้ว
“เหตุใดเงียบไปเล่า” หญิงสาวแตะที่แขนชายหนุ่มเบาๆ หลังจากเห็นเขาเหม่อลอยอยู่นาน
“ปะ...เปล่า” ร่างสูงใบหน้าแดงก่ำ เมื่อเห็นใบหน้าของเสิ่นเล่อเหยียนเคลื่อนเข้ามาใกล้
“เอาอย่างนี้เถอะ เื่การแต่งงานของเราก็พักเอาไว้ก่อน รอให้ท่านอาจารย์ของข้ากลับมา บางที...ท่านอาจมีวิธีทำให้ความทรงจำของเ้ากลับมาก็ได้นะ ท่านเป็หมอที่เก่งมาก”
นางหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
“่นี้ เ้าก็กลับไปอยู่ที่เรือนของท่านอาจารย์ก่อน เอาไว้ท่านกลับมา เราค่อยปรึกษาเื่การแต่งงานอีกครั้ง” ตงหยางนิ่งไปทันที ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยตามที่หญิงสาวกล่าว
“ได้ ข้าจะทำตามที่เ้า้า”
เสิ่นเล่อเหยียนยิ้มให้ชายหนุ่มด้วยแววตาอ่อนโยน หลังจากพูดคุยในวันนั้น ตงหยางจึงได้ย้ายไปอยู่ที่เรือนของอาจารย์อวี๋ด้านข้างเรือนของนาง
หลายวันหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้จวนนายอำเภอ อยู่ๆ ่สายของวัน ก็มีรถม้าคันโตแล่นเข้ามาหยุดที่หน้าเรือนของเสิ่นเล่อ เหยียน
ผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันมองด้วยความสงสัย เมื่อเห็นชายวัยกลางคนในชุดผ้าแพรสีเทาก้าวลงมา หลายคนจดจำได้ในทันที เขาคือเ้าของร้านขายยาจินเป่าถัง คนที่ใส่ร้ายเสิ่นเล่อเหยียนก่อนหน้านี้
แล้วเขามาทำอันใดที่นี่!
ชาวบ้านเห็นเช่นนั้น ต่างพากันระดมพลมาที่เรือนของหญิงสาว เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาทำเื่ไม่ดีที่นี่อีก
ชายคนนั้น...เห็นท่าทีปกป้องของชาวบ้านที่มีต่อเสิ่นเล่อ เหยียน ราวกับแม่ไก่ที่กำลังกางปีกปกป้องลูก เขาก็แสดงสีหน้าสำนึกผิดทันที
“คุณหนูเสิ่น ข้าผิดไปแล้ว ข้ามาขอโทษเ้าด้วยตนเอง” เสิ่นเล่อเหยียนที่กำลังตากสมุนไพรอยู่เงยหน้าขึ้นมอง ทว่าสีหน้าของนางกลับดูเ็ากว่าปกติ
“ท่านมาที่นี่ทำไม” น้ำเสียงเ็าของนาง ทำเ้าของจินเป่าถังเย็นสันหลังวาบ ต้องบอกว่านอกจากจินเป่าถังสาขาที่อำเภอเฟิงหลิน ยังมีอีกหลายสาขาที่เกิดเื่ขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ กว่าที่เ้าของจะรู้ตัว เขาก็แทบหมดตัวแล้ว
“วันนั้น...ข้าไม่ได้ตั้งใจจะใส่ร้ายเ้า แต่บุตรสาวของท่านนายอำเภอหาน นาง...นางเข้ามากดดันข้า หากข้าไม่ทำตาม นางขู่ว่าจะปิดร้านขายยาของข้า ดังนั้...จึงจำเป๋นต้องทำตามคำสั่ง” เ้าของร้านขายยาจินเป่าถังเอ่ยเสียงแ่ในตอนปลาย แม่นมหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แค่นเสียงเยาะ ต่อคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ของเขา
“เหอะ!” ร่างบางจับแขนแม่นมชรา พลางส่ายหน้าห้าม
“คนที่ทำผิดแล้วรู้ตัวว่าตนผิด ก็น่าจะยังแก้ไขได้” หญิงสาวมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสายตานิ่งสงบ
“เื่นั้นผ่านไปแล้วข้าไม่ถือสา ท่านก็ได้รับกรรมของตนแล้วมิใช่หรือ” เพียงคำพูดเดียวของนาง ราวกับได้รับการอภัยจากฟ้าดิน ใบหน้าที่เคยเศร้าหมองของชายวัยกลางคน พลันดูอิ่มเอิบขึ้นมาทันที
