“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ฝากอะไรถึงพิมพ์ไหมคะ”
“อ่อฝากสิ...ท่านฝากบอกคิดถึงพิมพ์ด้วยนะ และก็ให้พิมพ์ดูแลตัวเองให้ดี” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงดีใจอย่างมาก เธอปล่อยยิ้มกว้างออกมา ก่อนเผลอเลื่อนสายตาไปเห็นร่างของเทวทิณณ์เดินเข้ามาหาชนกันต์
“นาฬิกาสวยดีนะ” คำเอ่ยทักของเทวทิณณ์ทำให้ ชนกันต์รีบยกมือขึ้นโชว์เพื่อนทันที แล้วก้าวเข้าไปหาเทวทิณณ์ด้วยความภูมิใจที่ได้นาฬิกาเรือนใหม่ที่มีราคาสูงลิบ
“ฉันเก็บเงินซื้อตั้งนาน กว่าจะได้” เทวทิณณ์พยักหน้า พร้อมกับเลื่อนสายตามองตรงมายังพิมพ์มาดา
“เย็นนี้อย่าลืมที่เราคุยกันไว้” เขาพูดกับหญิงสาวด้วยถ้อยคำราบเรียบ ก่อนที่เธอจะตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ค่ะ”
“อะไรเหรอคะ ทิณณ์ไปสนิทกับน้องผู้หญิงตอนไหน นุ่นไม่เห็นรู้เื่เลย” ดาราสาวเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ ก่อนที่เทวทิณณ์จะส่งยิ้มอ่อนให้
“ก็มีคุยกันบ้าง พิมพ์เขาเป็น้องสาวของกันต์น่ะ เพิ่งย้ายมาอยู่กับกันต์ได้ไม่นาน” เทวทิณณ์ยกมือล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วค่อย ๆ อธิบายให้ดาราสาวฟังช้า ๆ
“พิมพ์ขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็หลีกออกมาอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้สายตาสับสนของปุยนุ่นหันมองเธอจนลับสายตา
“ทิณณ์คะ แล้วที่บอกไปว่า เย็นนี้อย่าลืมที่คุยกันหมายความว่าไงคะ” ปุยนุ่นยังไม่ลืมเื่เมื่อครู่ เธอหันกลับมายังเทวทิณณ์แล้วเอ่ยถามอีกเป็ครั้งที่สอง
“ไม่มีอะไรหรอก” คำตอบของเทวทิณณ์ทำให้ดาราสาวเข้าใจในทันทีว่าชายหนุ่ม มีบางอย่างกำลังปิดบัง และไม่้าให้เธอก้าวก่าย หญิงสาวจึงจำใจต้องเงียบปากลงไม่เซ้าซี้
“เราไปเรียนก่อนนะ เย็นนี้เจอกันที่ร้านเดิม” เทวทิณณ์กำชับหญิงสาวเป็ครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากไป ก่อนที่ดาหรันเพื่อนสนิทของปุยนุ่น จะหาโอกาสเดินเข้ามา
“ผู้หญิงที่เทวทิณณ์คุยด้วย ใช่เด็กปีหนึ่งที่เคยมาขอเธอถ่ายรูปหรือเปล่า” ดาหรันเอ่ยถาม พร้อมกับเลื่อนสายตามองหลังของเทวทิณณ์ที่เพิ่งให้หลังไป
“ใช่...เป็น้องสาวของกันต์เขาน่ะ ทิณณ์บอกว่าเธอพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของกันต์ได้ไม่นาน แต่แปลกฉันรู้สึกว่าทิณณ์กับผู้หญิงคนนั้นมีบางอย่างปิดบังฉันอยู่”
“แหงล่ะสิ เมื่อเช้าฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นลงจากรถของทิณณ์ที่หน้ามหาลัยอะ ยังแปลกใจอยู่เลยว่าเป็เด็กใหม่ของเทวทิณณ์หรือเปล่า”
“เธอว่าไงนะ” ปุยนุ่นขมวดคิ้ว ด้วยความตกตะลึง แล้วเอ่ยถามเพื่อนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“เธอฟังไม่ผิดหรอก ผู้หญิงคนนั้นมากับทิณณ์เมื่อเช้า” หลังจากได้ยินสิ่งที่ดาหรันพูด ดาราสาวค่อย ๆ กำหมัดในมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ
“แต่เธอไม่ต้องห่วงนะ ยังไงซะ ทิณณ์ก็จะเป็ของเธอคนเดียว ฉันจะช่วยเธอกำจัดผู้หญิงคนนั้นเอง”
“เธอจะกำจัดยังไง”
“เธออย่าลืมสิ ว่าเด็กปีหนึ่งนั่น เป็แฟนคลับของเธอไม่ใช่เหรอ เราต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็ประโยชน์สิ” ดาหรันพูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ พร้อมกับแผนการมากมายในสมอง
“พิมพ์” เสียงเรียกของแววดาวทำให้พิมพ์มาดาสะดุ้งตัว อย่างหวาดผวา
“เป็อะไร ทำไมใง่ายขนาดนั้น ฉันแค่แตะเธอนิดเดียวเอง”
“อ่อ...พอดีฉันกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ” พิมพ์มาดาแก้ตัวพร้อมยิ้มแห้ง ๆ
“พี่กันต์อะไรของเธอนั่นอะ ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ ยิ่งอยู่กับพี่ทิณณ์ด้วยแล้ว พากันน่ากลัวเข้าไปใหญ่ แต่เธออย่าพึ่งเข้าใจผิด หาฉันกำลังว่าพี่ชายเธออยู่ ฉันแค่พูดไปตามที่คิดเท่านั้น ยิ่งรู้ว่าเธอย้ายไปอยู่บ้านเขาด้วยแล้ว ฉันก็ยิ่งอยากรู้ว่าพี่กันต์เขาดูแลเธอดีไหม” แววดาวถามด้วยความอยากรู้ ก่อนที่รอยยิ้มหวานของพิมพ์มาดา จะเผยออกมาด้วยความจริงใจ
“เห็นพี่กันต์เป็คนนิ่ง ๆ ไม่เอาใครแบบนั้น แต่พี่กันต์ช่วยอะไรฉันหลายอย่างเลยนะ ที่ฉันติดต่อพ่อกับแม่ได้ ก็เพราะมีพี่กันต์คอยช่วยนี่แหละ”
“และทำไมพ่อกับแม่ ไม่ติดต่อเธอมาเองล่ะ” คำถามของแววดาวทำให้พิมพ์มาดาส่ายศีรษะไปมา
“อันที่จริง ฉันไม่เข้าใจความคิดของพวกท่านเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าคนโตเขาคิดอะไรกันอยู่ พี่กันต์บอกว่าคุณพ่อกับคุณแม่กลัวว่าฉันจะเป็ห่วง ไม่อยากให้ฉันต้องโฟกัสที่พวกท่าน อยากให้ฉันตั้งใจเรียนและทำอนาคตตัวเองให้ดี ดังนั้นฉันจึงรู้ความเคลื่อนไหวของพ่อกับแม่ผ่านพี่กันต์เท่านั้น” แววดาวได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบไป
“พี่กันต์เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพ่อแม่เธอเหรอ เขาสามารถติดต่อพ่อกับแม่เธอได้ตลอดเวลาเลยเหรอ”
“ใช่” คำตอบของพิมพ์มาดาทำให้แววดาวรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่เธอก็ทำได้เพียงปล่อยผ่านไป เพราะคิดว่าเพื่อนรักจะสามารถจัดการปัญญาต่าง ๆ ได้
เทวทิณณ์ทำการเหมาร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อจัดเลี้ยงงานวันเกิดของเขาโดยเฉพาะ และบรรยากาศทุกอย่างยังคงสนุกสนานเหมือนเดิม เหล่าบรรดาเพื่อนฝูงพากันดื่มสังสรรค์กันอย่างเมามัน
“ของขวัญค่ะทิณณ์” น้ำเสียงอ่อนหวานของปุยนุ่นเอ่ยขึ้น พร้อมกับชนกันต์ และคนอื่น ๆ ถึงกับพากันอ้าปากค้าง เพราะตกตะลึงในความงามของเธอ ปุยนุ่นแต่งตัวด้วยชุดสีชมพูอ่อน รวบผมขึ้นแล้วปล่อยหางม้าสยายออกมาเบา ๆ ด้วยเพราะรูปร่างผอมบางผิวขาวละเอียด ยิ่งขับให้ชุดที่เธอสวมใส่โดดเด่นออกมา
“นั่นดารา แฟนพี่ทิณณ์” แขกในงานสะกิดกันแล้วกระซิบกระซาบ แม้เสียงเพลงยังคงดังอึกทึก ทว่าทุกอย่างกลับนิ่งเงียบ เพราะปุยนุ่นดาราสาวดึงความสนใจของทุกคนไปหมด สองเท้าของเธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม พลันยื่นของขวัญให้เขาพร้อมรอยยิ้มอ่อน
